วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Lexi หรือเขาใช้นามแฝงว่า Kaoruchan กันค่ะ
Lexi นั้นเป็นนักเขียนโดจินและนักวาดชาวฮังการีที่มีชื่อเสียงใน online และโดจินของเธอขายทาง online ได้หมดทุกเล่ม เธอสามารถวาดได้ทั้ง cg และ การใช้โคปิคที่สไตล์ของเธอนั้น มีสีสันที่สวยงามและสดใส ดูเป็นการ์ตูนผู้หญิงที่น่ารักค่ะ

1.I especially love your copic illustration and even if you do copic illustration you also do CG so well. Which I admire the most. How do you practice both? How much time do you spend on them normally? Could you estimate a total time of practicing cg and copic[such as 2 or 3 years].
I’ve been using copics since 2003; as for CG…it’s been on and off over the years but I finally started taking it more seiously about 2 years ago. It usually takes me 2-3 days to finish a detailed illustration with either medium.

1.เราชอบรูปโคปิคของคุณมากและถึงแม้ว่าคุณจะทำงานโคปิคคุณก็สามารถลงสี cg ได้ดีด้วย นั่นเป็นสิ่งที่เรารู้สึกชอบในงานของคุณ คุณฝึกทั้งสองอย่างได้อย่างไร ใช้เวลาเท่าไรในการฝึกโดยปกติ คุณกะเวลาในการฝึก cg หรือโคปิคของคุณได้ไหม (เช่นในเวลา 2-3 ปี)

-ฉันใช้โคปิคมาตั้งแต่ปี 2003 สำหรับ cg  ทำมานานแล้วแต่ว่าเริ่มทำจริงจังเมื่อ 2 ปีก่อน ใช้เวลา 2-3 วันในการทำรูป 1 รูปที่มี detail เยอะ ในอุปกรณ์อะไรก็ตาม

2.Do you have any background in studying art or specific course?
None at all…unfortunately. Even though I am proud to be self-taught, I often feel like I could be on a much higher level if I’d have studied in this field but unfortunately I never had the chance to. But that doesn’t stop me from drawing, it never did: I love what I do, it’s fun, and I’m just trying to do my best on my own and by observing others.

2.คุณมีแบ็คกราวน์ทางด้านเรียนศิลปะหรือคอร์สอะไรมาก่อนหรือเปล่า?
-ไม่มีเลย ซึ่งโชคร้ายหน่อย ถึงแม้ว่าฉันจะภูมิใจว่าฉันเรียนรู้ด้วยตัวเอง ฉันมักจะรู้สึกว่า ถ้าฉันได้เรียนในฟิลด์ที่ตรงฉันจัไปได้ไกลกว่านี้ ซึ่งฉันไม่มีโอกาส แต่นั่นไม่ทำให้ฉันหยุดวาดรูป ไม่เคยเลย ฉันรักในสิ่งที่ฉันทำ มันสนุก และฉันพยายามทำดีที่สุดโดยสังเกตคนอื่นๆ

3.Do you have any book to recommend to study illustration?
Not really…I never used guidebooks for that. My artbooks are my best teachers, really. Studying the illustrations in them and trying to understand how they were built up helps me to try out some of those techniques – but as to how it should be done, I mostly figure it out on my own.

3.คุณมีหนังสือดีๆในการศึกษา illustration แนะนำหรือไม่?
ไม่มีเลยฉันไม่เคยใช้ อาร์ทบุคเป็นครูที่ดีที่สุดสำหรับฉันจริงๆ ศึกษา illustration โดยพยายามทำความเข้าใจว่ารูปนั้นวาดได้อย่างไรช่วยทำให้ฉันเข้าใจเทคนิคเหล่านั้น แต่ว่าเรื่องการทำมันยังไงฉันมักจะค้นพบได้ด้วยตัวเอง

4.How’s status of manga/comic/art industry in Hungary?
It’s hard to say…getting published in the comic industry is really hard because comics aren’t that popular in Hungary and mangas aren’t that big of an industry here yet either. You hardly have a chance to get published and even when you do, publishers offer you a miserable salary for your work so it’s not quite worth the effort, in my opinion…I haven’t seriously tried getting published yet but it’s in my plans for the futue and when I finally take that step, I would want to do so abroad, probably try to get published in France because it’s considered to be the comic-paradise of Europe. Drawing comics and illustration is huge work and artists should be paid well for

it…unfortunately, many editorials exploit their artists and I really don’t want to be a part of that. I think an artist has to do their research on editorials before they agree to work for any of them.

4.วงการ comic ในฮังการีเป็นอย่างไร

พูดยากนะ เพราะว่าการที่จะพิมพ์หนังสือการ์ตูนในฮังการีนั้นค่อนข้างยาก เพราะว่าการ์ตูนไม่ได้เป็นที่นิยมขนาดนั้นที่นี่และการ์ตูน manga ก็ไม่ได้เป็นอุตสหากรรมใหญ่ที่นี่ด้วย  คุณเกือบจะไม่มีโอกาสในการพิมพ์และถึงแม้คุณจะมีโอกาส สำนักพิมพ์ก็จ่ายให้ไม่สมน้ำสมเนื้อกับแรงที่คุณลงไป ในความคิดของฉัน ฉันไม่ได้คิดจริงจังที่จะพิมพ์หนังสือของตัวเองแต่ถ้าพูดถึงอนาคตและเมื่อฉันไปถึงจุดนั้น ฉันอยากจะพิมพ์ในต่างประเทศ อาจจะเป็นที่ฝรั่งเศส เพราะว่ามันเป็นสวรรค์ของคอมิคแห่งทวีปยุโรปการวาด comic และ illustration เป็นงานใหญ่และ artist ควรจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม โชคร้ายที่บรรณาธิการบางคนเอาเปรียบ artist และฉันไม่อยากจะเป็นคนหนึ่งที่โดนอย่างนั้น ฉันคิดว่า artist ควรที่จะหาข้อมูลในบรรณาธิการ(หรือสำนักพิมพ์)ที่เราไปทำก่อนท่เราจะตกลงทำงานกับที่ไหน

5.How about your inspiration and your favourite illustrator? I see you also publish doujinshi, you really have a lot of skill because I found when being an illustrator it’s quite a challenge when we draw sequential art. On top of that, all your books are sold-out!
My main inspiration is music. Music sets a mood and the mood gives me a feeling that then turns into an image in my mind. My imagination is much more active when there is constant melody behind it (so I basically have music around me all the time).
My favorite Japanese artists are Azumi Tohru, Kousaka Tohru, Keiichi Sumi, Mochizuki Jun and CLAMP.
Drawing a doujinshi was a very hard challenge when I first set down to seriously work on it…I had several doujinshi drafts that I never finished before my first published one. It was all thanks to the support of my friends and the group-work which helped me not to give up (my first comic was a short story of 12 pages, published in an anthology drawn by my friends and me). After this break-through, I found it much easier to work on my later doujinshis. You’re right though, it takes a totally different kind of imagination to build up a single illustration full of detail, and to tell a story through many pages…that was the hardest part for me: to sort of re-program my imagination and look at it from a different point of view. I’m glad I managed to, though. Even though I consider myself mainly an illustrator, it’s always been fun to draw doujinshis ever since I started!


5.แรงบันดาลใจของคุณและนักวาดที่คุณชอบมีใครบ้าง เราเห็นว่าคุณพิมพ์โดจินชิของตัวเอง คุณมีทักษะเยอะมากเพราะว่าเราคิดว่าเวลาเป็น illustrator นั้นมักยากเวลาที่เราจะวาดคอมิคหรือ sequential art ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือโดจินชิของคุณยังขายหมดทุกเล่มอีกด้วย

แรงบันดาลใจหลักของฉันคือเพลง เพลงช่วยสร้างอารมณ์ และอารมณ์สร้างความรู้สึกที่ช่วยสร้างภาพในหัวของฉัน จินตนาการของฉันตื่นตัวมากกว่าเวลามีเสียงเพลงอยู่เยื้องหลัง (ดังนั้นฉันจึงมีเพลงอยู่รอบๆตัวตลอดเวลา) artist ชาวญี่ปุ่นที่ฉันชอบคือ Azumi Tohru, Kousaka Tohru, Keiichi Sumi, Mochizuki Jun และ CLAMP การวาดโดจินชิยากและท้าทายเมื่อฉันเริ่มที่จะวาดจริงๆจังๆ ฉันมีโดจินชิหลายเรื่องที่วาดไม่เสร็จก่อนที่จะพิมพ์ออกมา ฉันจะต้องขอบคุณการช่วยเหลือของเพื่อนและกลุ่มของฉันที่ช่วยให้ฉันไม่ยอมแพ้ไปก่อน(คอมิคเรื่องแรงของฉันเป็นเรื่องสั้น 12 หน้า เป็นรวมคอมิคที่วาดโดยเพื่อนของฉันและฉัน) หลังจากผ่านสิ่งนี้ไปได้ฉันรู้สึกว่ามันง่ายขึ้นมากที่จะวาดโดจินชิสักเรื่องหนึ่ง คุณพูดถูก มันใช้จินตนาการที่แตกต่างกันในการที่จะวาด illustration 1 รูปที่มีรายละเอียด กับการวาดภาพหลายๆภาพที่เล่าเรื่อง สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับฉัน ฉันต้องโปรแกรมจินตนาการของฉันใหม่และมองมันในมุมมองที่แตกต่าง ฉันดีใจที่ฉันทำได้ ถึงแม้ว่าฉันรู้สึกว่าตัวเองจะเป็น illustrator มากกว่าแต่ฉันก็ชอบวาดโดจินชิตั้งแต่เริ่มวาดมัน!

6.How do you study to drawing comic?
I do it the same way I study illustration: I study my favorite mangas and doujinshis made by my favorite artists and try to get an idea of how it should be done. And I must say, I’ve learnt some valuable lesson on what to do, what not to do, what to do differently, after each doujinshi I’ve published…so it’s a long process of practicing and learning from your mistakes, as always. I still have a LOT to learn (both in comic and illustration) but it never stops being fun~


6.คุณศึกษาการวาด comic อย่างไร?
ฉันทำเหมือนตอนวาด illustration ก็คือ ฉันศึกษาการ์ตูน manga ที่ชอบและโดจินชิที่ทำโดย artist ที่ฉันชอบ และพยายามที่จะได้ไอเดียว่าฉันจะทำมันได้อย่างไร ต้องพูดว่าฉันเรียนรู้บทเรียนที่จากการที่รู้ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร ทำอะไรที่แตกต่างไป หลังจากที่โดจินชิแต่ละเล่มที่ฉันพิมพ์ออกมา เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นขั้นตอนที่ยาวนานในการฝึกฝนและเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด และฉันยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย (ทั้ง comic และ illustration) มันก็ยังไม่หยุดความสนุกสนานที่ฉันมี

7.Could you please describe process of making your doujinshi?How do you get an idea to drawing them?
To get a story idea so far, I either talked it over with my fellow artist friend (if we publish something together: then we choose a main topic for that doujinshi and each of us thinks up a story on that topic), or I get an idea from a melody, like I often do with my illustrations…or both, really.
The next step is to plan all the pages. By planning I mean very rough outlines of the pages, mostly things like how are the panels going to be situated, the character’s placement, etc…I’ve hardly written a script for my doujinshis so far, even though it is advised. I haven’t done so because my doujinshis are often self-reflective with a lot of inner-monologue, with very little dialogue. My doujinshis revolved around the feelings and thoughts of a character so far. But when you have a story with an actual plot, you have to write a script before you start planning your pages, otherwise it’ll be a mess. I have a doujinshi planned for the future to which, for the first time, I actually started writing a script because it’ll be longer than any of my doujinshis so far, and it’ll have an actual plot with lots of character interacion.
After planning the doujinshi, I create a Story file in MangaStudio EX4, import all my plan sketches to each given pages and start either inking right away (if the sketches are detailed enough), or touch up the sketches beforehand. After all pages are inked, I add tones, and then the text.


7.คุณช่วยอธิบายขั้นตอนในการทำโดจินชิของคุณได้ไหม คุณได้ idea และวาดมันออกมาได้อย่างไร?
ในการที่จะสร้างเรื่องขึ้นมา ฉันคุยกับเพื่อนๆ artist ของฉัน (ถ้าเราพิมพ์อะไรบางอย่างด้วยกัน ดังนั้นเราจะเลือกหัวข้อสำหรับโดจินชิเล่มนั้น และพวกเราแต่ละคนก็คิดเรื่องเกี่ยวกับหัวข้อนั้น) หรือฉันได้ไอเดียจากเนื้อเพลง ที่ส่วนใหญ่ฉันทำกับภาพวาดของฉันหรือทำทั้งสองอย่าง ขั้นตอนต่อไปคือการวาดแผนหน้าทั้งหมด ในการวางแผนฉันหมายถึงโครงเรื่องหยาบๆของหน้า โดยส่วนใหญ่เกี่ยวกับแต่ละช่องจะวางอย่างไร การจัดวางคาแร็คเตอร์ หรืออื่นๆ ฉันเกือบจะไม่ร่างสคริปต์สำหรับโดจินของฉันเลยถึงแม้ว่าจะมีคนแนะนำ ที่ฉันไม่ได้ทำเพราะว่าส่วนใหญ่โดจินชิของฉันนั้นเป็นสิ่งสะท้อนตัวเองพน้อมกับบทพูดภายในตัวเอง โดจินชิของฉันจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้สึกและความคิดของคาแร็คเตอร์ แต่ถ้าคุณมีเนื้อเรื่องที่มีพล็อตชัดเจน คุณควรเขียนสคริปต์ก่อนที่จะวางแผนหน้า ไม่งั้นจะเป็นอะไรที่เละมาก ฉันมีการวางแผนสำหรับโดจินในอนาคตที่ในครั้งแรกฉันเขียนสคริปต์เพราะว่ามันยาวกว่าเรื่องอื่นๆที่ฉันเคยวาดมาและมันจะเป็นพล็อตเรื่องที่มีการปฎิสัมพันธ์ของคาแร็คเตอร์ หลังจากวางแผนโดจินชิเรียบร้อยแล้ว ฉันสร้างเรื่องใน manga studio Ex4 import ไฟล์เสก็ตซ์ในแต่ละหน้าและเริ่มที่จะลงหมึก(ถ้า sketch นั้น มีรายละเอียดที่มากพอ หรือตกแต่งเสก็ตซ์ก่อน หลังจากทุกหน้าลงหมึกเรียบร้อยฉันใส่โทนและจากนั้นก็เป็นตัวหนังสือ

8.Where did you sold most of your doujinshi[online or in convention].Is it’s different?and which way is better?
I sold more online, I think. The only convention I ever sold my books at was Japan Expo in 2009-2010. The expo lasts for 4 days and I generally managed to sell 50 to 100 copies of one type of book (I usually had 2-3 different publications with me). I always start by selling online, usually by opening for preorders because the funds I get in advance cover the printing costs – I wouldn’t be able to get my books printed otherwise. Selling online is always more risky and troublesome because of shipping – some books get lost in the mail, etc…and also since I get payment in advance, I always spend a month stressing over the printing job, hoping the printing company wont mess anything up, given that it is fundamentally my buyers’ funds that I spend on the printing. Selling at Japan Expo is pure fun because of direct contact with the buyers, the fact that I can give them the actual product when they pay, and the fact that I don’t have to stress over shipping problems. The only problem is to get the books to the event…I have to take and airplane to get to the event from Hungary to France and there is a weight limit on suitcases so it also limits the number of products I can take with me. It’s also troublesome to drag all the books over to the event. Either way, overally I prefer to sell at big conventions, but I couldn’t do it without my faithful online buyers so I’m really grateful for everyone’s support.

8.ปกติแล้วคุณขายโดจินชิส่วนใหญ่ที่ไหน(ออนไลน์หรือว่าตามงานต่างๆ)มันเหมือนกันหรือไม่ และทางไหนที่ดีกว่ากัน

ฉันขายทางออนไลน์มากกว่า ฉันคิดว่า งานที่ฉันไปขายโดจินชิคือ Jaoan Expo ในปี 2009-2010 งาน Expo จัด 4 วันและฉันขายแต่ละเล่มได้ประมาณ 50-100 เล่ม(ฉันมักจะนำ 2-3 เล่มที่แตกต่างกันไปด้วย) ฉันเริ่มที่จะขายทางออนไลน์มักจะเปิด preorder ก่อนเพราะเรื่องของเงินทุกที่ฉันจะได้ในการที่จะครอบคลุมค่าพิมพ์ เพราะไม่งั้นฉันอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าพิมพ์ได้ การขายทางออนไลน์นั้นเสี่ยง และมีปัญหามากกว่าเพราะเรื่องของ shipping หนังสือบางเล่มหายทางไปรษณีย์ และตั้งแต่ฉันได้รับเงินฉันก็ใช้เวลาเป็นเดือนในการจัดการเรื่องพิมพ์ หวังว่าโรงพิมพ์จะไม่ทำให้อะไรเละ เพราะว่านั่นเป็นเงินของผู้ซื้อที่ฉันนำมาใช้ในค่าพิมพ์ ขายใน Japan Expo สนุกกว่าเพราะว่าคุณติดต่อโดยตรงกับผู้ซื้อ จริงๆคือฉันสามารถยื่นสินค้าจริงให้กับเขาได้เลยเมื่อเขาจ่ายเงิน และฉันไม่ต้องเครียดกับปัญหาเรื่องส่ง ปัญหาเดียวที่มีคือ การนำหนังสือไปที่ขายต่างๆ ฉันต้องนั่งเครื่องบินเพื่อนที่จะไปงาน event จากฮังการีถึงฝรั่งเศส มันมีน้ำหนักจำกัดสำหรับกระเป๋าเพราะฉะนั้นจึงขนสินค้าไปได้จำกัด และยังเรื่องของการนำหนังสือไปที่งานอีกด้วย ยังไงฉันก็ชอบที่จะขายในงานมากกว่า แต่ฉันไม่สามารถทำได้แน่นอนถ้าขาดผู้ซื้อทางออนไลน์ เพราะฉะนั้นฉันจึงขอบคุณทุกคนสำหรับการช่วยเหลือ

9.What’s s the most important thing or factor when making any doujinshi?
Tough question…I think that the artist has to be aware of the size of the fandom they draw the doujinshi for (if it’s not original work) because that will also give them a clue on how many copies they might be able to sell (popular fandoms sell better, obviously).

9.อะไรคือสิ่งสำคัญหรือปัจจัยที่สำคัญที่สุดเวลาทำโดจินชิ?

คำถามที่ยาก ฉันคิดว่า artist ควรระวังเรื่อง ขนาดของ fandom ที่เขาวาดโดจินชิ(ถ้ามันไม่ใช่งาน original) เพราะว่านั่นจะช่วยให้ข้อมูลว่าเขาสามารถขายได้กี่เล่ม (เรื่องที่เป็นที่นิยม ขายดีกว่า)

10.When you lack motivation or have an artblock, what do you do?
Stop forcing it and give it a rest. I don’t consider myself having artblocks lately…whenever I can’t draw, it’s usually when I’m too tired or stressed, but I wouldn’t call it an artblock. That’s when I know I should just let it be for a while. I can get back on track without a problem when I’m feeling better.

10.เมื่อคุณขาดแรงบันดาลใจหรือเกิด artblock คุณทำอย่างไร

หยุดวาดและพักผ่อน ฉันไม่คิดว่าฉันมี artblock ระยะหลังๆ เมื่อไรก็ตามที่ฉันวาดไม่ได้ มันมักจะเกิดจากการที่ฉันเหนื่อยหรือเครียดเกินไป แต่ฉันไม่เรียกมันว่า artblock นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้ ฉันจึงปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปสักระยะ ฉันจึงกลับมาวาดได้ใหม่เมื่อไม่มีปัญหา เมื่อฉันรู้สึกดีขึ้น


เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้ประโยชน์มากเลยใช่ไหม
ถ้าชอบงานของเธอ ตามไปดูได้ที่

http://www.lilikoi-dream.com/
http://kaoru-chan.deviantart.com