รีวิวกระดาษเขียนสีน้ำ#1

สวัสดีค่ะ วันนี้มาดู รีวิวกระดาษเขียนสีน้ำที่เราเคยใช้ไปแล้วนะคะ

(รูปตัวอย่างที่เพนท์ใน entry นี้
ส่วนใหญ่ผ่านการปรับแต่งสีด้วย photoshop แล้วค่ะ
ขออภัยเพราะบางช่วงตอนนั้นไม่มีกล้อง digital
ถ้ารูปไหนมีตัวอย่างแบบไม่ได้ปรับสี
จะเป็นรูปถ่ายค่ะ)

ก่อนอื่นเกริ่นก่อนนะคะ สำหรับคนที่คิดจะเพนท์สีน้ำ
หรือกำลังจะเพนท์สีน้ำ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
แนะนำให้เริ่มจากหาซื้อกระดาษถูกๆมาลองเพนท์ก่อนค่ะ
กระดาษนี่มีหลายเกรดนะคะ ซึ่งกระดาษดีๆจะมีผลต่อการเพนท์สีน้ำมาก
เพราะว่ามันจะช่วยเรื่องการอุ้มน้ำได้ดี
แล้วก็กระดาษบางชนิดมีผิวที่เหมาะกับการทำเทคนิคเพนท์หลายๆแบบ
เช่น บางชนิด เหมาะกับการลงเปียกบนเปียก
บางชนิดมีผิวหน้าหยาบเหมาะกับการลงแห้งหรือ dry brush
สำหรับคนเริ่มถ้าให้แนะนำก็ campap
หรือ หาซื้อง่ายๆก็ masterart renaissance,Sakura I-paint
พวกนี้จะขายเป็นเล่มๆค่ะ ราคาไม่แพงนัก (ไม่เกิน 400 บาท)

  • ควรเลือกแบบที่เขียนว่า acidfree ค่ะ
  • ยิ่งหนายิ่งดี ถ้าให้ดีควรเลือก 200 แกรมขึ้นไป
  • ถ้าจะลองเกรด artist ลองเริ่มจากซื้อเป็นแผ่นเดี่ยวๆมาตัดเอาจะได้ไม่โหดมากหรือซื้อลดราคา
  • ส่วนตัวไม่แนะนำให้ใช้ร้อยปอนด์ธรรมดาลง เพราะว่ามันอุ้มน้ำได้ไม่ดี
    แต่ก็ดีกว่ากระดาษถ่ายเอกสารแน่นอน
    แต่ยังไงก็ตามคนลงเก่งๆอุปกรณ์ไม่ใช่ข้อจำกัดค่ะ
    ใครใคร่อยากลองดูก็ได้

เกรดสำหรับผู้เริ่มต้น

-campap ราคาประมาณ 300 กว่าบาทค่ะ หาซื้อได้ที่สมใจ ดิโอลด์สยาม
เป็นกระดาษราคาประหยัดที่ใช้เพนท์ได้ค่อนข้างดี เนื้อกระดาษเรียบค่ะ
เหมาะกับการลงสีการ์ตูนเป็นอย่างมาก
กระดาษไม่ขาวมาก แต่อาจจะไม่เหมาะกับการลงเปียกบนเปียกคือกระดาษชุ่มมากค่ะ
เพราะว่าเนื้อกระดาษไม่ได้อุ้มน้ำได้มากนัก แต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเอาไว้ฝึกวาดรูปค่ะ
ลงเสร็จแล้วไม่ค่อยเห็นลายกระดาษมากนักค่ะ


-campap acrylic กระดาษหนาค่ะ เพราะมันเป็นกระดาษลงสีอะคริลิค
แต่เราเอามาลองลงสีน้ำดูว่าเป็นไง เรียบมาก
ผิวเรียบไปเลย เหมาะกับการลงสีหมึกเรียบมากกว่าสีน้ำ
สีไม่วิ่งเลย เพราะกระดาษไม่อุ้มน้ำ สรุปคือ
ถ้าใช้ตัวนี้ เอาไว้ลงสไตล์สีเรียบอย่างเดียวค่ะ


-master art renaissance มีเล่มสีเทากับสีฟ้า
ราคาแล้วแต่ขนาดเล่มค่ะ หาซื้อได้ทั่วไปได้ง่าย
อันนี้ก็เหมาะในการฝึกวาดค่ะ
แต่ว่าจะคุณภาพด้อยกว่า campap หน่อย เพราะมันบางกว่า
ปกติแล้วใช้กระดาษชนิดนี้ในการสอนเด็กเล็กวาดสีน้ำค่ะ เพราะว่าคุณภาพใช้ได้
แล้วพอลองลงกับสีพวกแป้งเยอะๆหน่อยเป็นตลับเค้ก ก็ออกมาดูพอโอเคค่ะ
ไม่มีความแตกต่างกันนะคะ ระหว่างเล่มฟ้ากับเทา เนื้อกระดาษ 200 แกรม



ผ่านเกรดนักเรียนไปแล้ว มาลองเกรดนักเรียนโตดูดีกว่าค่ะ
นักเรียนโตคือ เมื่อเราพอจะมีความสามารถในการลงสีน้ำในระดับหนึ่งแล้ว
ก็ลองขยับมาใช้เกรดที่ดูดีขึ้นอีกนิดนึง ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 400-500 ค่ะ

เกรดสำหรับระดับกลาง

-Fabriano Studio ความหนาประมาณ 185 แกรมค่ะ
อุ้มน้ำได้ปานกลาง ลงเทคนิคได้บ้าง ลงเสร็จพอเห็นลายกระดาษ
ใช้คู่กับสีน้ำเกรดนักเรียนแล้วออกมาพอใช้ได้
แต่กระดาษช้ำง่าย เพราะมันบาง หาซื้อได้ตาม B2S


-Canson Montval หนา 300 แกรม
เล่มละประมาณ 400 กว่าบาท ซื้อได้ที่ B2s Central world,สมใจดิโอลด์สยาม
ส่วนตัวแล้วชอบกระดาษนี้ค่ะ (อาจจะเป็นเพราะซื้อมาเยอะตอนลดราคา เลยได้ใช้เยอะ)
ลงเรียบแล้วออกมาโอเค ลงเทคนิคต่างๆได้ระดับนึงค่ะ เห็นลายกระดาษแม้จะไม่มาก
พอใช้พู่กันจรดลงไปบนกระดาษนี้แล้วให้ความรู้สึกที่ดีแบบบอกไม่ถูกค่ะ 555


-Bocking Ford กระดาษนี้ทำจากเยื่อไม้ค่ะ ใช้ได้สองด้าน
เวลาลงสี กระดาษมันจะทิ้งรอยเป็นจุดๆบางส่วน
เป็นกระดาษที่ส่วนใหญ่แล้วตอนเราเรียนคณะสถาปัตย์ เพื่อนๆชอบเอากระดาษนี้มาทำโปรเจคค่ะ
เพราะว่าราคามันปานกลางแล้วก็ใช้ลงได้ดีพอสมควร แต่ว่ามันไม่เหมาะกับอะไรที่มันดีเทลจุกจิกมากค่ะ
เพราะเนื้อกระดาษมันหยาบ แล้วเวลาลงสีนี่มันจะไม่เรียบซะทีเดียวแต่มันจะเป็น texture
เหมาะกับ techinique ที่ต้องอาศัยลายกระดาษเยอะอย่างพวก dry brush ค่ะ แผ่นละ 65 บาท
ซื้อได้ที่สยามอาร์ท ดิโอลด์สยามค่ะ ลงแล้วเห็นลายกระดาษชัดเจนดี สวย


เกรด artist

อันนี้จะแพงขึ้นมาอีก step นึง ซึ่งมียี่ห้อเดียวที่เคยลองใช้นั่นคือ

-Saunder waterford ชอบมากค่ะ ในบรรดากระดาษที่ซื้อมาลอง
ชอบกระดาษนิดนี้ที่สุด ให้ความรู้สึกที่ดีมากเวลาลง
ลงแบบเปียกบนเปียกได้ดีมาก
ลายกระดาษสวยมากค่ะ ลงเรียบๆเนียนๆก็โอเค
กระดาษหยาบกว่า montval แต่ไม่หยาบเท่า bocking ford
เนื้อกระดาษเป็นฝ้าย 100% ค่ะ
กระดาษนี้หน่วงเวลาลงสีได้ดีค่ะ อุ้มน้ำดีด้วย ทำให้แทรกสีได้ง่าย
แผ่นละประมาณ 90 บาท ซื้อได้ที่สยามอาร์ท ดิโอลด์สยาม
แต่คนลงสีการ์ตูนแบบเรียบๆเนียนๆไปเลยอาจจะไม่ชอบกระดาษชนิดนี้ก็ได้ค่ะ
กระดาษนี้ใช้ได้ด้านเดียวนะคะ ด้านที่มีตรานูนๆติดอยู่


รูปนี้ไม่ได้ปรับสีค่ะ ถ่ายมาตรงๆ