สัมภาษณ์ galgard นักวาดไทยลายเส้นอินเตอร์

วันนี้เรามาดูงานของจิ้ว หรือ galgard กันนะคะ ซึ่งจิ๋วนั้นมีผลงานลายเส้นที่ดูแล้วค่อนข้างแปลกตาสำหรับคนไทยและลายเส้นดูอินเตอร์ค่ะ


1.อยากให้จิ้วแนะนำประวัติส่วนตัวคร่าวๆกับเพื่อนๆหน่อยค่ะ

สวัสดีครับ เราชื่อจิ้ว ใช้นามปากกาว่า galgard เราชอบการ์ตูนแอนิเมชั่นมากเลยนะ ขณะที่ให้สัมภาษณ์นี่เราเป็น freelance ออกแบบตัวละคร วาดภาพประกอบ วาด conceptual art ไปพร้อมๆกับเก็บผลงาน เป้าหมายระยะสั้นของเราคือ ทำงานออกแบบการ์ตูนในสตูดิโอแอนิเมชั่น ความฝันของเราคือได้มีส่วนร่วมในการออกแบบแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ อย่าง กังฟูแพนด้า เชร็ค หรือ ทอย สตอรี่

ตอนด็กๆ เราดูThe land before time ไดโนเสาร์คอยาวตัวน้อยผจญภัยหาดินแดนใหม่กับเพื่อนๆ พอคุณแม่ลิตเติ้ลฟุตตาย เราร้องไห้โฮเลย การ์ตูนเรื่องนี้มอบพลังพิเศษให้เรา 2 อย่าง คือ “ฟุ้งซ่านเพ้อฝันไม่บันยะบันยัง” และ”หมกมุ่นหลงไหลเกินควร” เสียดายที่ตอนนั้นไม่มีใครสอนว่า “พลังอันยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” เราเลยใช้พลังหมกมุ่นไปกับการอ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ ไม่ได้จับดินสอวาดรูปขีดเขียนตั้งแต่เด็กเหมือนนักวาดคนอื่นเขา เรียกว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง

เราโตมาแบบไม่มีแรงจูงใจอะไร กระทั่งเข้ามหาลัยแล้วรู้จักเพื่อนๆนักวาดคนไทยในงานโดจินชิ เหมือนกบถูกเปิดกะลา ก่อนหน้านั้นเรามีมิจฉาทิฎฐิว่า มีแต่คนที่เข้าเรียนโรงเรียนวาดการ์ตูนของฝรั่งหรือญี่ปุ่นเท่านั้น ที่จะวาดอะไรแบบที่เห็นในเกมส์ในจอได้ เราเห็นคนอื่นวาดได้ก็เอามั่ง กลับบ้านคว้ากระดาษจับดินสอ แล้วก็วาด…วาด วาด วาด วาด ปึ้ก! เราติดเบ็ดเรียบร้อย นี่แหละ สิ่งที่เราอยากทำไปตลอดชีวิต

จากวันนั้นเราก็ “ฟุ้งซ่าน” และ “หมกมุ่น” กับการวาดรูป มาจนถึงวันนี้ล่ะ

2.ทราบมาว่าจิ้วไม่ได้เรียนวาดมาโดยตรง แต่ศึกษาเอง ปกติจิ้วฝึกวาดรูปยังไงคะ

หลังจากค้นพบว่า การวาดรูปนี่แหละคือเกมส์ที่แท้จริงของเรา เราตื่นเต้นมากเกินกว่าที่จะทนเรียนอะไรที่เราไม่อยากเรียนในมหาลัยได้ ก็เลยลาออก จะได้ไปเรียนวาดรูป โชคดีคือที่บ้านเลี้ยงเราแบบปล่อยอิสระ อยากทำอะไรก็ทำ โชคร้ายคือ ที่บ้านไม่มีเงินส่งเรียน ม.รังสิต (CalArt หรือ Sherindan เมืองนอกไม่มีหวังแน่นอน) ขอทุนกู้ยืมก็ไม่ได้อีก ไม่เป็นไร หางานทำไป หัดวาดรูปไปก็ได้

เราเคยได้ยินประเด็นเรื่อง Art school vs Self-thought (เรียนโรงเรียนศิลปะ vs ฝึกเอง) ความเห็นของเราคือถ้าไม่ใช่เพชรน้ำเอกพลิกหน้าประวัติศาสตร์แบบปิกัสโซ่แล้ว ก็ไม่น่ามีศิลปินคนไหนเลือกจะไม่ไปโรงเรียนศิลปะถ้ามีโอกาสได้เข้าเรียน คงเพราะตังค์ไม่ถึง หรือคุณสมบัติไม่ถึง จึงต้องมาฝึกฝนเอง จากปากคำนักเรียนโรงเรียนศิลปะ เราได้ยินแต่โอกาสอย่าง “ห้อมล้อมไปด้วยศิลปิน และความคิดสร้างสรรค์” “เรียนรู้โดยตรงกับอาจารย์ที่เป็นมืออาชีพ” “เรียนสิ่งที่ต้องรู้ ฝึกสิ่งที่ต้องเป็น สำหรับวิชาชีพ” ทำนองนี้

แต่ข่าวดีคือ ยุคสมัยนี้ความรู้ข้อมูลมันรั่วจากรั้วโรงเรียนหมดแล้ว ทั้ง Online Workshop, DVD Gnomon, คลิปวาดสดในYoutube, Podcast, Tutorial Sheet, Artbook,Trips, ชุมชนนักวาด Deviant Art กระทั่งบล้อกนักวาดใน Exteen หรือ Blogspot และอีกมากมายเป็นกระบุง

สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องเขียน”หลักสูตร”ของเราขึ้นมา ไม่ใช่เรียนแบบสะเปะสะปะตามใจฉัน  มีคนเคยสอนเราว่าขั้นตอน”การทำอะไรก็แล้วแต่”ให้สำเร็จ มี 3 ขั้นตอนคือ

1 มีกลยุทธ์แผนการ
2 มีความรู้เพื่อจะทำแผนการนั้นให้ลุล่วง
3 มีความมานะที่จะทำแผนการนั้นให้ลุล่วง

เป้าหมายของเราคือ การเป็น Concept Artist ในสตูดิโอแอนิเมชั่น เราเลยร่างหลักสูตรสำหรับ Concept Artist ขึ้นมา อ้างอิงจาก “สิ่งที่เราต้องรู้/ ทักษะที่เราต้องเป็น” ที่เราได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ

จากหลักสูตร เราเอามาวางแผนประจำวันว่า ในหนึ่งวันเราจะวาดอะไรบ้าง เราตั้งชื่อแผนการวาดในปีนี้ว่า ABCDraw plan

A คือ Adam Project โปรเจคศึกษาคนและสัตว์ เราตั้งชื่อว่าอดัม เป็นนัยว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะวาดคนสัตว์ได้ดั่งใจนึก
B คือ Bunniville วาดโปรเจคกระต่ายพันตัว
C คือ Commission วาดงานรับจ้าง เป็นรายได้
D คือ Draw out วาดฝึกมือ สเก็ตช์นอกบ้าน วาดประกวด และอื่นๆ หมุนเวียนกันไป



3.จิ้วมีวิธีศึกษาการวาดรูปด้วยตัวเองยังไงบ้างคะ เช่นอ่านหนังสือ หรือ ทำยังไง มีหนังสืออะไรแนะนำเพื่อนๆ น้องๆไหมคะ

ตอนเช้าเราเปิด Google Reader อ่านบล้อก ที่เราสมัครไว้ ได้แรงบันดาลใจและความรู้จับฉ่ายเหมือนอ่านหนังสือพิมพ์
ต่อมา เราเริ่ม Adam Project ศึกษาการวาดคน เราศึกษาทีละอย่าง ตอนนี้ศึกษาเรื่อง”ผม” เราอ่าน Figure Drawing ของ Jack Hamm เรื่องนี้(<=พี่ก็ชอบหนังสือ Jack Hamm ค่ะ :)) แล้วก็เข้า Deviant Art ลอง serch หา Tutorial เกี่ยวกับผมมาอ่านเพิ่ม เสร็จแล้วก็ Snapshot จุดที่น่าสนใจใส่ โปรแกรม Evernote (โปรแกรมสมุดบันทึก) สะสมเป็นเกร็ดเรื่อง “ผม” ไว้ เผื่อวันนึงทำงานในสตูดิโอ มีปัญหาเรื่องวาดผม ก็มาย้อนเปิดดูได้ จากนั้นเราก็ serch google หาภาพผมแบบต่างๆมาวาด และถ้ามีเวลา ก็จะเปิดภาพของนักวาดที่ชอบมาศึกษาว่าเขาวาดผมกันยังไงบ้าง

หนังสือเกือบทั้งหมดที่ซื้อจะเป็น The Art of เบื้องหลังของแอนิเมชั่น เราเอามาอ่านดูว่าจำทำงานแบบนี้ต้องวาดยังไง ถ้าเพื่อนๆชอบวงการไหนก็ซื้อหนังสือสายนั้นมาอ่านละกันครับ
ทั้งนี้ขอแนะนำเว็บที่ตัวเองชอบมากๆ

http://characterdesign.blogspot.com/
http://characterdesignnotes.blogspot.com/
http://one1more2time3.wordpress.com/
http://theartcenter.blogspot.com/
http://radhowto.blogspot.com/
http://sevencamels.blogspot.com/

4.artist ที่จิ้วชอบคือใคร และทำไมถึงชอบ

จริงๆแล้วเยอะมาก แต่ขอเลือกมา 5 คน

Bobby Chiu – เป็นศิลปินที่ปากกัดตีนถีบเพื่ออิสระตัวจริง เปิดสตูดิโอชื่อ Imagism ของตัวเอง ชวนเพื่อนๆในฮอลลีวู้ดเปิดโรงเรียนสอนวาดรูปออนไลน์ พิมพ์หนังสือขาย ทำ Appขายใน Iphone ทำ Podcast ทำเว็บประกวดวาดภาพประจำวัน เปิด Channel UStream สัมภาษณ์สดนักวาดในวงการ และคงจะมีอะไรใหม่ตามมาอีกในอนาคต นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักวาดทั่วๆไปเขาทำกันน่ะครับ! (ว่าไปก็คล้ายๆคนแถวนี้นะ :D)
Florian Satzinger – นักออกแบบตัวละครที่วาดแต่เป็ด! เป็ดหน้าคล้ายๆโดนัลด์ ดั้กด้วย เป็ดเอเลี่ยนบ้าง เป็ดมังกรบ้าง เป็ดต่างดาวบ้าง เป็ดสี่แขนบ้าง เป็นตัวอย่างว่า วาดในสิ่งที่เราชอบ ทำให้เจ๋งเป้ง ก็รุ่งได้
Pascal Campion – นักวาดภาพประกอบที่มีภาพใหม่ให้ดูทุกวัน! ภาพของเขามาจากแรงบันดาลใจและความงามจากสิ่งเล็กๆน้อยๆใกล้ตัว อย่างลูกชาย ลูกสาว หน้าต่างตอนหิมะตก ร้านขายของในซานฟรานซิสโก ดินเนอร์กับครอบครัว การวาดรูปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชีวิตของเขาจริงๆ
Rad Secrist – สตอรี่บอร์ดอาร์ตติส ที่เคยหยุดวาดรูปไปสองปี เพื่อศึกษาการวาดภาพอย่างเข้มข้นจริงจัง ตอนนี้ทำงานที่ดรีมเวิร์คส์และใช้สองชั่วโมงก่อนเริ่มงานศึกษาการวาดก่อนทุกครั้ง
Nicolas Marlet – นักออกแบบตัวละคร ใน The Art of Kung Fu Panda เป็นรูปที่เขาวาดไปเกือบครึ่ง! งานของเขาเป็นประเภทที่วาดโดยสนใจ Shape ของตัวละครก่อนแล้วค่อยคำนึงถึง Form แบบสุดขั้ว มีสเน่ห์ และอารมณ์ขัน

5.จิ๋วคิดว่าองค์ประกอบสำคัญในการเป็นนักวาดคืออะไรคะ

เราไม่ได้ดูถูกอาชีพอื่นนะครับ แต่เราเชื่อว่าอาชีพอย่าง รปภ ภารโรง ขายเต้าฮวย ทำนองนี้ เป็นอาชีพที่ต้องจำใจทำ ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง แต่คงไม่มีใครตกงาน ต้องดิ้นรนหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ด้วยการผันตัวมาเป็นนักวาดแน่ๆ

นักวาดเป็นอาชีพที่เต็มใจทำ เพราะมันสนุก! เด็กๆสนุกกับการขีดเขียนเล่นทั้งนั้น แต่อะไรที่เปลี่ยนจากงานอดิเรกมาเป็นงานประจำ ความมันส์จะเปลี่ยนเป็นความเซ็งตามไปด้วย สิ่งสำคัญของการเป็นนักวาด คือความรู้สึกสนุกหรรษาที่ได้วาด

หลายคนไม่รู้ว่าความสนุกนี่มันต้องรักษาและเพิ่มพูนไว้นะ ถ้าอากาศร้อนจนหงุดหงิด เราจะเปิดแอร์วาดรูป โอ๋ตัวเองไว้ก่อน เราใช้ wacon cintiq วาดรูป หน้าตามันเหมือนเครื่องเกม ดี ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังเล่นมากกว่าทำงาน พูดถึงเกมส์แล้ว ถ้านักวาดคนไหนรู้สึกว่าเล่นเกมส์สนุกกว่าวาดรูป นี่ เราว่าอันตราย…

6.ถ้าพูดถึงคำจำกัดความของงานตัวเอง จิ๋วคิดว่างานตัวเองนี่เป็นยังไงบ้างคะ อยากให้อธิบาย

เรารีดความเป็นเด็กของเราใส่ไปในภาพที่วาด ความไร้เดียงสา อ่อนโยน เรื่องสนุกๆตลกๆ ฮีโร่ผู้กล้าเท่ๆ เจ้าหญิง พระราชา เสือสิงโต แม่ลูก ลองนั่งดูภาพที่ตัวเองวาดก็รู้สึกว่าเหมือนลิตเติ้ลฟุตที่เคยดูตอนเด็กๆ ฮ่าๆๆ

หลายคนรู้สึกว่าสไตล์ของเราแปลกๆ ที่มาคือ เวลาเราวาด เราคิดถึง รูปร่าง ก่อน โครงสร้าง ทีหลัง คือ เราเริ่มดีไซน์ตัวละครโพสท่าผ่านรูปร่าง(เส้นขอบนอก) ง่ายๆ อย่างหยดน้ำ หรือเครื่องหมายตกใจ เสร็จแล้วค่อยมาเช็ครูปทรงภายใน เช่นทรงกลมของหัว แกนสันหลัง ข้อต่อ แขนขา

จริงๆแล้วมันคือสไตล์การ์ตูนยุค Modern ของฝรั่งน่ะครับ นึกถึง โยกี้ แบร์ ฟลินท์สโตน หรือพวกย้อนยุคอย่าง มาดากัสการ์ หรือ Up เราสังเกตว่า ญี่ปุ่นจะวาดตัวละครเน้นโครงสร้าง เพราะทำซ้ำได้ง่าย เวลาทำอะนิเม หรือมังงะ ผู้ช่วยจะได้ไม่ปวดหัว แต่ของฝรั่งนี่ เปลี่ยนเรื่องที ก็เปลี่ยนสไตล์ที ที่ทำแบบนี้ได้คงเพราะอุตสาหกรรมการ์ตูนเขามีทุนเยอะกว่าญี่ปุ่น

7.จิ้วหาแรงบันดาลใจในการวาดยังไงบ้างคะ

เวลาเราไปไหนเราพกสมุดสเก็ตช์ตลอด เราจะสเก็ตช์นู่นนี่ โดยเฉพาะผู้คน สนุกจริงๆ และก็ชอบคิดอะไรแปลกๆได้ระหว่างนั้นแหละ ก็จะจดไว้ เป็น keyword  เช่น “กระต่ายสามหัว” “หมากฝรั่งบิน” “ปั่นจักรยานขึ้นเขา” “สวนลอยฟ้าบาบิลอนที่ลอยฟ้าจริงๆ” อะไรแบบนี้ บางครั้งภาพมันก็ปึ้ง! ขึ้นมา เราก็ thumbnail sketch ตรงนั้นเลย



8.อยากให้อธิบายขั้นตอนการทำงานของจิ้ว

ถ้าโจทย์ที่จะวาดชัดเจนมากๆ ก็ลุยได้เลย แต่ถ้าโจทย์มันกว้างๆ ก่อนอื่นก็ต้องคิดคอนเซปท์ให้แคบลงก่อน
จากนั้นก็ศึกษาสิ่งที่จะวาด จาก reference หรือ serch google เราชอบสะสมภาพขั้นตอนนี้เลยกินเวลาอยู่ อย่างต้องวาดทะเลทราย เราก็จะเซฟภาพทะเลทรายหลายๆแบบเก็บไว้ในคลังภาพเรา อ้างว่าเอาไว้อ้างอิง แต่จริงๆคือความสุขที่ได้เก็บแหละ
ต่อมาก็จะตีกรอบเล็กๆในกระดาษ แล้วก็เริ่มดีไซน์ภาพที่จะวาด เราสนุกกับการดีไซน์ shape การพยายามทำให้องค์ประกอบมันไหลต่อเนื่องกันในภาพ แล้วก็ต้องไม่ลืมเล่าเรื่องด้วยนะ
พอสเก็ตช์จนได้แบบที่ถูกใจแล้ว ก็จะเอาไปวาดต่อในคอม เราใช้โปรแกรม Corel Painter เพนท์ภาพ ครับ

มีสูตรลับที่ลักจำเขามาอย่างนึงคือ ภาพที่วาดเสร็จแล้วอย่าเพิ่งส่งลูกค้า หรืออัพโชว์สาธารณะโดยทันที เก็บไว้คืนสองคืนแล้วมาดูอีกที ดีกว่าเห็นจุดบกพร่องหลังจากส่งงานไปเสียแล้ว



9.ได้ยินว่าจิ้วไปอยู่ญี่ปุ่นมาสักพักหนึ่ง อยากให้เล่าให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้าง
และการไปอยู่ญี่ปุ่นนี่มีผลกับงานของเราไหมคะ

ไปเป็นเด็กวัดที่นั่นครับ กวาดเช็ดวัด ทำอาหารล้างจาน รับใช้พระต้องเช้า วาดรูปตอนกลางคืน ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดคือ บนรถไฟครับ เราต้องเข้าเมืองไปเรียนภาษา ใช้เวลาบนรถไฟเกือบสองชั่วโมงต่อวัน เรานั่งสเก็ตช์คนรถไฟ เยอะ มาก เป็นปึก สนุกสุดๆ เวลาเจ้าอาวาสขออาสาไปรับของโยมในเมือง เราจะเสนอตัวก่อนเลย คนอื่นก็นึกว่าเราเสียสละ หารู้ไม่ว่านั่นช่วงไพรมไทม์ของเรา ฮ่าๆ

กิจกรรมส่วนใหญ่มันไม่ต้องใช้สมอง เช่นล้างจาน สวดมนต์ นั่งสมาธิ ระหว่างนั้นเราก็นึกไปเรื่อยแหละ ว่าจะวาดอะไรดี การนั่งสมาธินี่ ช่วยฝึกนึกภาพในใจได้ดีเลยแหละ แต่พอไม่ถูกบังคับให้นั่ง นั่งแป้บเดียวก็ขี้เกียจแล้ว

เมืองเอบิน่าที่เราเคยอยู่ก็สวยมากครับ อยู่หลังเขา มีแม่น้ำ ทุ่งข้าว คล้ายๆกับในเกม Persona 4 เลยแหละ ประสพการณ์เด็กวัดเกือบสองปีที่นั่น เป็นอะไรที่วิเศษมาก เรื่องไม่ดีก็เยอะแต่เรื่องดีๆเยอะกว่า เราก็ดันจำได้แต่สิ่งดีๆ ความสุขในภาพที่เราวาดก็คงมีส่วนผสมจากความทรงจำในตอนนั้นไม่มากก็น้อย

10.อยากให้จิ๋วฝากอะไรถึงน้องๆที่รักการวาดรูปค่ะ

1. คนที่อยากเป็นนักวาดอาชีพ แล้วยังว่างๆ ไม่มีงานทำ ทำไม่ไม่สมมุติตัวเองว่ามีงานทำล่ะ? ลองทึกทักเอาสิว่า SquareEnix จ้างเราออกแบบตัวละคร ของ Final Fantasy 17 Capcom คอมมิชชั่นเราออกแบบ บอส 8 ตัว ของ Rockman 12 (ถึงยังหว่า) Dreamworks จ้างเราออกแบบ ใบปิดหนัง กังฟูแพนด้า 4 และอื่นๆ แล้วก็วาดมันให้เป็นเรื่องเป็นราวเลย ปีที่แล้วเราทำหนังสือ เสือ 100 ตัว ด้วยความรู้สึกแบบนี้แหละ และมันก็ช่วยเพิ่ม พอร์ต เพิ่มระดับความสามารถเราไปหลายขีดจริงๆ

(เป็นวิธีคิดที่ดีมากค่ะ)



2. คนที่เพิ่งวาดรูป ตอนอายุ2x ขึ้นไป คุณอาจรู้สึกผิดหวังในตัวเองและอิจฉา เวลาเห็น “นักออกแบบตัวละครมืออาชีพอายุ 13ขวบ” หรือ “ผลงานของเด็กอายุ 15 ที่สวยกว่ามืออาชีพในวงการซะอีก” แทนที่จะหดหู่และต่อว่าตัวเองว่าตอนเด็กๆมัวทำอะไรอยู่ ให้ลองมองใหม่ คุณเห็นโอกาสในเด็กๆพวกนี้ไหม ถ้าเขาเก่งขนาดนี้ได้ตั้งแต่อายุ 13 แสดงว่า เขาใช้เวลาฝึกไม่ถึง 8 ปี ก็เป็นมืออาชีพได้แล้ว ศิลปินนักวาด ต่างจากนักกีฬาอาชีพ ตรงที่แทบไม่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพร่างกายอะไร (ยกเว้นคุณอยากเป็น “นักวาดที่กล้ามมือแข็งแรงระดับโลก” หรือ “วิ่ง100 เมตรไปวาดไปได้”) และก็ไม่เหมือนพวกนักเปียโน นักแสดง ที่ต้องฝึกหูแต่เด็ก หรือวิชาชีพมีวันหมดอายุ นักวาดไม่ถูกจำกัดด้วยอะไรทั้งนั้น

สำคัญคือมีเป้าหมายชัดเจน ว่าอีกกี่ปี เราจะวาดรูปในแบบที่เราตั้งใจ รู้ว่าจะวาดเพื่ออะไร เขียนหลักสูตรของตัวเองขึ้นมา ตกหลุมรักกระบวนการ เพลิดเพลินกับการวาด สนุกไปกับการเดินทางของตัวเองกันเถอะครับ


=================================================

พี่อ่านแล้วรู้สึกทึ่งในความคิดและความพยายามของจิ้วเขาจริงๆค่ะ
เอาใจช่วยขอให้จิ้วไปถึงฝันที่วางไว้ และจะคอยติดตามผลงานดูการเติบโตของจิ้วไปเรื่อยๆค่ะ
may the force be with you 😀