5 ข้อควรคำนึงในการคิดราคางานวาด

 
มีน้องๆถามมากันเยอะค่ะ เลยนำมาตอบตรงนี้ว่าคิดราคางานวาดภาพประกอบยังไง
ก่อนอื่น ราคางานวาดภาพประกอบแบ่งเป็น 2 แบบ นะคะ
1.แบบขายขาด ในกรณีนี้เราขายงานไปเป็นสิทธิ์ขาดแก่ผู้ว่าจ้างค่ะ ซึ่งรูปแบบของสิทธิ์ขาดนั้นก็มีหลายแบบ
เช่น exclusive คือแบบที่ขายให้เฉพาะกับผู้ว่าจ้างรายนั้นๆโดยเฉพาะ รายเดียว
โดยเจ้าของสิทธิ์สามารถนำภาพไปทำอะไรก็ได้ แบบนี้จะว่าจ้างที่ราคาสูงมากค่ะ

2.แบบเปอร์เซ็นต์ แบบนี้จะใช้ในกรณีที่ผู้ผลิตสินค้าหรือทางโรงงานผลิต
ขอซื้อ license เราไปผลิตสินค้าต่างๆเช่น เสื้อยืด หรือของชำร่วย
แบบนี้จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ค่ะ

หลักๆแล้วก่อนเราจะคิดราคางานวาดภาพประกอบ เราต้องดูก่อนค่ะว่า

1.ลิขสิทธิ์แบบไหน แบบขายขาดหรือเป็นเปอร์เซ็นต์
ถ้าเป็นงานรับจ้างวาดทั่วไป ถือเป็นงานขายขาดค่ะ
จะมีขายขาดแบบเรายังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ กับแบบที่
ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างโดยสมบูรณ์

2.เอางานเราไปทำสินค้าอะไรบ้าง
อาจจะมีการตกลงให้ชัดเจนว่า ถ้ามีการนำภาพประกอบ
ไปผลิตขายเป็นสินค้าชนิดอื่นๆจะต้องคิดราคาแยกต่างหากค่ะ
เช่น นำไปทำเสื้อยืด,การ์ด,ถุงผ้า,สินค้าเบ็ดเตล็ด

3.มีความละเอียดเท่าไร
ยิ่งความละเอียดสูง ราคาจะสูงขึ้นค่ะ
เพราะว่าต้องใช้พลังงานในการทำมากขึ้น

4.ระยะเวลาในการทำงานเป็นอย่างไร
ถ้างานเร่ง คิดอีกราคาหนึ่งค่ะ (แพงขึ้น)

5.ปริมาณงานเท่าไร มีแบ็คกราวน์ไหม คาแร็คเตอร์กี่ตัว เป็นแบบครึ่งตัว หรือเต็มตัว หรือ SD
ราคาจะต่างกันค่ะ เพราะว่าปริมาณงานของแต่ละอันจะไม่เท่ากัน
และความเหนื่อยก็ไม่เท่ากัน

การคิดราคานั้น ไม่ควรคิดต่ำเกินไป หรือมีการตัดราคากันค่ะ
เพราะสุดท้ายแล้วนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว
ยังทำให้ personal brand ของคนนั้นๆเสียด้วย
แต่การตั้งราคาต่ำในช่วงแรก อาจจะเป็นการสร้่างฐานลูกค้าให้เยอะก่อนก็ได้
กรณีนี้ถ้าหากตั้งไว้ต่ำมาก พอจะอัพราคาขึ้นสูงจะทำได้ยากค่ะ
และถ้าราคาต่ำมากจะทำให้อยู่รอดยากด้วย
ควรคิดราคาที่เหมาะสมทั้งเราและลูกค้าค่ะ
ดูว่าราคาไหนเป็นที่รับได้ในตลาดและเราอยู่ได้
ราคามาตรฐานของแต่ละคนนั้นจะไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับสไตล์งาน,ชื่อเสียงของนักวาดแต่ละคนค่ะ