สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับ entry ที่หลายๆคนสงสัยมานาน(หรือเปล่า?)

“ทำงานวาดๆอย่างไรให้อยู่ได้โอเค”….
25560302-155141.jpg

ที่จริงจะบอกว่ามันไม่ยากเท่าไรค่ะ
แต่ต้องอึด และมีทัศนคติ(mindset)ที่ดี
แต่คนมักจะล้มเลิกไปก่อนจะถึงจุดที่สบายได้จริง
ล้มเหลวไม่มี มีแต่ล้มเลิกค่ะ
อีกทั้งนิยามจุดสบายของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ(แล้วแต่คน)
 
นิยาม”จุดสบาย”ในอาชีพสำหรับเรา
  คือ….
1.สามารถเลือกงานเฉพาะที่อยากทำ
2.มีรายได้พอๆกันกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือมากกว่า
3.ไม่ต้องพึ่งพางานจากที่ใดที่หนึ่งเป็นหลัก
 
ซึ่งจะบอกว่าจะถึงจุดสบายอันนี้ได้้นี่
เรียกได้ว่าคุณจะต้องเหนื่่อยเลือดตาแทบกระเด็นก่อนค่ะ
คุณต้องกิน นอน หายใจ เป็นการวาดรูป
คิดเกี่ยวกับการวาดและงานตัวเองตลอดเวลา
หลายๆคนมักจะอยากออกมาจากการทำงานประจำ
ไม่มีใครที่อยากทำงานเป็นลูกน้องตลอด
แต่ว่าพอถามว่า พร้อมจะเหนื่อยแค่ไหน?
คนส่วนใหญ่มักจะส่ายหน้า
จึงมีคนเพียง 1% เท่านั้นที่อยู่รอด ในอาชีพนักวาดหรือนักเขียน
 
ถ้ามีคน 1,000 คนที่ชอบวาดรูป และอยากเป็นนักวาด(นักเขียน นักดนตรี)
500 คนจะเลิกเมื่อรู้ว่าอาชีพนี้เสี่ยง
ที่เหลืออีก 500 คนจะพร้อมที่จะเสี่ยง
แต่พอทำไปสักพัก 250 คนจะเลิก
เพราะ…1.รวยช้า 2.ความอดทนไม่พอ 3.ไม่มีรายได้เข้ามา
อีก 250 คนทำต่อ….
แต่ทำไปซักพัก 125 คนจะเลิก….เนื่องจากเหตุผลด้านบน
อีกสักพักครึ่งนึงก็จะเลิก เหตุผลคือ “เหนื่อยเกินไป”
สุดท้ายจะมีคนที่เหลือรอดจาก 1,000 คนประมาณ 5 คน
5 คนนี้พร้อมจะทำ“ทุกอย่าง”เพื่อที่จะสำเร็จในอาชีพ
แต่สุดท้ายอีกครึ่งนึงจะเลิกไปเพราะ “ทำเท่าไรก็ไม่สำเร็จซักที”
(Einstein ถึงบอกไว้ว่า… 
insanity=doing the same thing and expecting different result)
อีก 2 คนจะกลายเป็นคนที่อยู่ได้อย่างสบายในอาชีพ
1 ในนั้นจะไปถึงระดับ international และอยู่ได้อย่างสบายจริงๆค่ะ
 
ฟังแล้วรู้สึกท้อไหม?
ถ้าไม่ท้อ คุณคือ “คน 1 คน” ที่ว่าแล้วค่ะ
คุณขาดแค่…“การลงมือทำ”
 
ขออนุญาติไม่บอกรายได้ต่อเดือนของเรานะคะ
แต่ว่าณ.จุดนี้เราไม่ต้องมีงานจากที่ใดที่หนึ่งเป็นพิเศษ เราก็อยู่ได้ค่ะ
 
แล้วจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องทำอย่างไรบ้าง?
 
เราคิดว่าควรเลือกสายที่คุณเป็นก่อนค่ะ
อาชีพวาดๆนั้นมีหลายสายนะคะ
 
ถามตัวเอง
 
1.คุณชอบวาดรูปตาม”โจทย์”…หรือชอบวาดรูปตาม”ใจ”
ถ้าคุณเป็นคนชอบวาดรูปตามโจทย์ อาชีพนักวาดนั้นเหมาะกับคุณมากค่ะ
เพราะคุณต้องทำงานตามโจทย์ตลอดเวลา
ถ้าคุณชอบวาดรูปตามใจคุณไม่ใช่นักวาดแต่เป็นศิลปินหรือ artist นะคะ
ซึ่ง artist เป็นได้ยากกว่านักวาด(มากๆ)ค่ะ
เพราะคืออาชีพที่วาดรูปตาม”ใจ”อย่างเดียว
แล้วอยู่ได้รอด ซึ่งหลายๆคนก็ต้องเริ่มจากเป็นนักวาดหรือช่างเขียน (illustrator)
ก่อนแล้วค่อยเป็น artist ยกตัวอย่างเช่น Jame Jeans เขียนภาพให้กับ DC
อยู่หลายปี จน retire ตัวเองออกมาทำงานส่วนตัวอย่างเดียว
หรือ Yoshitaka Amano วาดให้ final fantasy แล้วก็ออกมาทำงานตัวเอง
คนที่เป็น Artist อย่างเดียวก็อย่างเช่น Audrey Kawasaki ค่ะ
ออก show ตาม gallery อย่างเดียว แล้วก็ขาย print เป็นรอบๆ
 
 
2.ลายเส้นคุณเป็นที่นิยมขนาดไหน กลุ่มลูกค้าคุณคือใคร?
ข้อนี้ก็คือจำนวนคนที่ติดตามผลงานของคุณค่ะ
มีคนสำรวจออกมาแล้วค่ะ ว่าการที่ศิลปิน(ด้านใดก็ตาม)
เช่น นักร้อง นักเขียน หรือ นักวาด จะอยู่รอดนั้น
จะต้องมีฐาน fan ประมาณ 1,000 คนค่ะ
ซึ่ง 1,000 คนนี้จะต้องไม่ใช่ fan แบบธรรมดา แต่ต้องเป็น “Royalty fan”
คือคนที่พร้อมจะซื้อผลงานของคุณนั่นเอง
ซึ่งถ้าตัวลายเส้นคุณเป็นที่นิยมอยู่แล้ว ข้อนี้ก็จะสบายขึ้นค่ะ
ถ้าไม่….คุณจะต้องมีวิธีทำให้ภาพคุณน่าสนใจขึ้น
อาจจะเป็นการเขียนให้เป็นเนื้อเรื่อง ใส่ข้อความคมเข้าไป
เอาความแตกต่างเข้าสู้ค่ะ
 
 
เมื่อได้คำตอบแล้ว…คุณก็….“ลงมือทำ”ค่ะ ตามสายที่ตัวเองเลือก
-ถ้าคุณเป็นสายวาดตามโจทย์ ทำพอร์ทแล้วหว่านไปให้สำนักพิมพ์ต่างๆค่ะ
พอร์ทควรจะเป็นงานที่สอดคล้องกับแนวทางของสำนักพิมพ์นั้นๆไม่เช่นนั้น
คุณจะไม่ได้งาน
-ถ้าคุณเป็นสายวาดตามใจ ใช้อินเตอร์เนทให้เป็นประโยชน์ค่ะ
เริ่มจากเขียนเป็น content ฟรีก่อน เพื่อเก็บฐานผู้ติดตามผลงานค่ะ
 
 
การลงมือทำที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิต
ไม่ใช่การลงมือทำแบบธรรมดา แต่การลงมือทำแบบที่เรียกว่า
“Massive Action” หรือการกระทำแบบมากๆค่ะ
 
จริงๆถ้าใครอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้บอกได้เลย
ว่าโอกาสสูงมากที่คุณจะทำได้.
ขอให้ทุกคนที่อ่านจบกลายเป็น “1 คน” ที่ว่านั้น
เอาใจช่วยค่ะ อ่านเสร็จก็ไปลงมือทำอะไรสักอย่างเลยนะคะ
 
แถมคำตอบจากพี่โหน่ง วงศ์ทนงค่ะ
 
 edit เพิ่มเติมนะคะ
 
“ความทุ่มเท” ในความคิดของเราที่จะทำให้
ทำอาชีพนี้แล้วอยู่สบาย
คือ ความทุ่มเท ระดับ”ปิดทางถอย“ค่ะ
สำหรับเรานั้น จะไม่หวนกลับไปทำงานประจำอีกแล้ว
หลายๆคนที่ทำๆ แล้วไม่สำเร็จ หรืออยู่ไม่ได้
เพราะมีที่ๆให้คุณหวนกลับไปอยู่ หรือถ้าไม่สำเร็จก็ไม่อดตาย
สำหรับเรา ถ้าทำไม่สำเร็จก็คืออดตายนั่นเองค่ะ
เราถึงถอยไม่ได้อีก พอสู้แบบถอยไม่ได้แล้ว
มันเลยทำให้เกิดการกระทำที่เยอะมาก
และลองทำอะไรหลายอย่างมาก
จนรู้ว่าอะไร work หรือไม่ work