เราคิดว่าหลายๆคนคงจะสงสัยค่ะ
ว่าทำงานวาดแล้วเป็นงานที่อยู่รอดจริงหรือเปล่า?

25560304-133555.jpg

ที่จริงไม่ว่าคุณจะทำงานสาขาไหนนั้น บอกเลยว่า
ถ้าคุณกลายเป็น 10% ที่อยู่บนยอดปิรามิดของสายอาชีพนั้น
คุณไม่มีทางอดตายแน่นอน คือรอดแน่ๆและรอดแบบสบายด้วย

ไม่ได้พูดเพื่ออวดตัวเองอะไรนะคะ ขออภัยด้วย
แต่คนพูดคำพูดนี้คือ”ไบรอัน เทรซี่” ที่เป็นนักเขียนชื่อดังค่ะ

และถ้าคุณเป็น 1% ในสายอาชีพ คือสบายๆแล้วค่ะ
แต่ว่า ระหว่างนั้นอาจจะต้องแลกด้วยอะไรบ้าง
1.จำนวนชั่วโมงในการฝึกฝน
2.ความพยายาม
โดย Malcolm gladwell บอกเอาไว้ว่าคนเราจะเก่งอะไรได้ใช้เวลาฝึกประมาณ
10,000 ชั่วโมงค่ะ ในการที่จะเป็นระดับโลกในอะไรสักอย่าง
เวลาที่เราหมดไฟวาดรูปวันไหน
เราจะนึกถึงคำพูดนี้ว่า “แล้วเมื่อไรฉันจะถึง 10,000 ชั่วโมง ถ้ายังขี้เกียจแบบนี้”
หรือวันไหนขี้เกียจไปเล่นนู่นนี่มากไปหน่อย
ก็จะคิดว่า “โธ่ เสียเวลาทำอย่างอื่นแบบนี้แล้วเมื่อไร จะถึง 10,000 ชั่วโมง”

หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก
และส่วนใหญ่แล้วจะรู้สึกท้อไปก่อนจนกว่าจะถึงจุดที่สบายในอาชีพได้จริง
ส่วนใหญ่แล้วจะต้องฝ่าฟันเยอะหน่อย
ก็ต้องทำใจว่าอาชีพนักวาด โดยเฉพาะ ฟรีแลนซ์
สถานภาพมันกึ่งๆว่าเราจะทำธุรกิจส่วนตัวแล้วเพียงแต่ไม่มีลูกจ้างเท่านั้นเอง
เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจก็มีบางอย่างที่เราอาจจะไม่ได้เงินเลยช่วงแรก
แต่เราต้องลงแรงไปก่อนค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนจะเลิกไปก่อน
และจะท้อตอนช่วงนี้แหละ
+ไปทำงานกินเงินเดือนเพราะยังไม่เห็นตัวเงินทันท่วงที

สำหรับหลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงมาทำกิจการของตัวเอง
เราไม่มีงานประจำมา 5 ปีแล้วค่ะ
คือ บอกตรงๆว่าช่วงแรกเลือกเป็นฟรีแลนซ์
เพราะปัญหาสุขภาพบางอย่างค่ะ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว
แต่ถ้าถามว่าจะกลับไปทำงานประจำไหม ไม่อยากกลับแล้วค่ะ
ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ครอบครัวเราค่อนข้างจะแปลกกว่าคนอื่นๆนะ
โดยเฉพาะพ่อเราไม่อยากให้เราทำงานประจำ
ที่เราเตือนๆเรื่องสุขภาพในบล็อคก็เพราะเหตุนี้แหละ

และสิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกเรื่อง
จริงๆการทำอะไรอย่าคิดว่าจะไปฟาดฟันใคร แข่งกับใครหรืออยู่เหนือใคร
ความคิดแบบนั้นมันจะทำลายตัวเองในที่สุดค่ะ
เพราะสุดท้ายแล้ว ใครก็ตามที่คิดจะอยู่เหนือคนอื่นตลอดเวลา
ไม่มีทางมีความสุขได้แน่นอน
เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่ทุกอย่างจะอยู่อย่างจีรัง
เพราะคนๆนั้นจะไล่ในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ ก็คือการอยู่เหนือคนอื่น
มันเป็นไปไม่ได้ที่ใครสักคนจะอยู่เหนือคนทุกคนบนโลกนี้
เหมือนกับคนๆนั้นกำลังไล่สถานภาพที่ไม่มีอยู่จริง
เหมือนหนูกำลังวิ่งงับหางตัวเองไปเรื่อยๆไม่มีจุดจบ
เพราะฉะนั้นให้คิดว่าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นก็พอ

หลายๆคนอาจจะบอกว่า…โห ให้ไปเป็น 10% ของสายอาชีพ
อย่างนี้ ไม่ต้องแข่งขันกันแย่เหรอ
คุณไม่ต้องแข่งกับใครเลยค่ะ นอกจากตัวเองเท่านั้น คือพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะล้มเลิกไปก่อน
เป็นเพราะว่าคิดว่าการเป็นคนเก่งในสายอาชีพนั้นๆหรือ 10% นั้นยาก
ที่จริง มันง่ายกว่าที่คิดค่ะ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะถอดใจไปก่อน
ส่วนใหญ่แล้วคนที่อยู่ใน 10% ที่ว่า ไม่ใช่เพราะเก่งอย่างเดียวค่ะ
แต่เป็นเพราะ”อึด”มากกว่า
ที่จริงแล้วอย่างที่เคยบอกไปค่ะว่า คุณไม่มีทางล้มเหลวในการทำอะไรแน่นอน
ถ้าคุณไม่ล้มเลิกไปก่อน และเปลี่ยนวิธีไปเรื่อยๆเมื่อรู้ว่าวิธีไหนไม่ได้ผล

บางคนบอกว่า วาดการ์ตูนอาจจะอดตายได้ ไม่รวยหรอก…
แปลว่าคุณไม่รู้จักคนที่ชื่อ วอลต์ ดิสนีย์ ?
วอลต์ ดิสนีย์รวยได้เพราะการ์ตูนค่ะ
จริงๆไม่ได้อยากให้ทุกคนคิดว่าจะต้องรวยขนาดเป็นล้านๆ เป็น multi millionaire
แต่ว่าคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าอาชีพนักวาดจน
ขอบอกว่าไม่จนค่ะ ถ้าคุณทำอาชีพใดก็ตามสำเร็จ คุณไม่มีทางจน
แต่ที่ใครยังจน เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้ทุ่มเทแรง
ให้กับอะไรก็ตามที่เขาทำอยู่อย่างเต็มที่

จริงๆมันอยู่ที่ขนาดความฝันว่าใหญ่แค่ไหนต่างหาก
แต่บางคนอาจจะคิดว่าฝันใหญ่มาก ก็ทรมานมาก เวลาไปไม่ถึงฝัน
เราอยากให้หลายๆคนนึกถึงคำนี้ไว้ค่ะ
shooting for the moon even if you miss you will land among the star
คือ เวลาเล็งเป้าหมายนั้นเล็งให้ถึงดวงจันทร์อย่างน้อยเราก็ได้ดวงดาว
ถึงพลาดบ้างแต่ว่ายังไงระหว่างนั้นเราก็ได้อะไรมากกว่าการมีเป้าหมายเล็กๆแน่นอน
แต่เราควรใช้หลักศาสนาพุทธมาควบคุมตัวเองด้วย
คือ อย่าดีใจมาก อย่าเสียใจมาก
เวลาสำเร็จ ก็เฉยๆ เวลาผิดหวังก็เฉยๆ
เพราะว่ามันจะทำให้เราทำใจได้เวลาอะไรไม่เป็นอย่างที่เราคิด

ที่จริงในตำราที่เขียนเกี่ยวกับความสำเร็จเกือบทุกเล่มที่เราอ่าน
มักจะเขียนว่า “ให้โฟกัสในสิ่งที่เรารักค่ะ โดยทำในงานที่เรารัก”
หลายๆคนอาจจะยังทำไม่ได้เพราะครอบครัวอาจจะยังไม่สนับสนุน
ตรงนี้เราก็เข้าใจนะคะและเอาใจช่วย

สู้ๆค่ะ