“แบรนด์”สิ่งที่ทำให้นักวาดแต่ละคนแตกต่างกัน

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องแบรนด์นะคะ
คนที่ไม่รู้จักคำว่าแบรนด์เลยอาจจะงงว่ามันคืออะไร ยี่ห้อซุปไก่สกัดหรือเปล่า?

25560316-101949.jpg

จริงๆแล้วคำว่าแบรนด์คือความรู้สึกของผู้บริโภคโดยรวมที่มีต่ออะไรสักอย่างค่ะ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นดารา,สินค้า,ร้านอาหาร,หรือธุรกิจใดๆก็ตามหรือแม้แต่นักวาดก็ตาม แบรนด์ไม่ใช่ตราสินค้าหรือโลโก้ของสินค้าค่ะ แต่แบรนด์คือความรู้สึก

เช่น เวลาเราพูดถึงอาจารย์โอบาตะ ทาเคชิ เราก็จะนึกถึงอาจารย์ที่วาดแต่ภาพอย่างเดียวไม่วาดเนื้อเรื่อง และมีลายเส้นสวยระดับเทพ มักจะวาดหนุ่มสาววัยรุ่นที่ใส่เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ทันสมัย,เวลาพูดถึงนินเทนโด เรานึกถึงบริษัทที่ทำเครื่องเกมที่เหมาะสำหรับคนทุกเภททุกวัย,พูดถึงสตาร์บัคส์ นึกถึงร้านกาแฟระดับพรีเมียมที่เหมาะกับการนั่งจ่อมนานๆเล่นเนทและนั่งทำงาน,พูดถึงบอดี้ ชอป เรานึกถึงเครื่องสำอางค์ที่รักษ์โลกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นและไม่ทำร้ายธรรมชาติ,พูดถึงแอปเปิ้ล เรานึกถึงบริษัทที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆและเป็นบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ไฮเทคที่ทันสมัยและดีไซน์ดีเป็นต้น

มีน้องหลายคนมักจะมาถามเราเรื่องการตั้งราคาค่ะว่าเวลาทำงานวาดตั้งราคายังไง?
จะบอกว่าสิ่งที่มีผลต่อการตั้งราคานั่นคือเรื่องของ”แบรนด์”ด้วยค่ะ

แสตนลีย์หรือเจ้านายเก่าเราที่สิงคโปร์เคยบอกเอาไว้ค่ะ ว่า แม้แต่เสียงพูดโทรศัพท์ก็คือแบรนด์ค่ะ
หลายๆคนมักจะบอกว่า วาดสวยอย่างเดียวก็พอ
ก็คงทำให้ได้งานหรือว่าสามารถตั้งราคางานได้สูงๆแล้ว
จริงๆไม่ใช่ค่ะ ลูกค้าจะมองคุณตั้งแต่ วิธีการแต่งตัว,ทรงผม,การพูดการจา,การดีลงานของคุณ
เพราะสิ่งเหล่านั้นที่คุณส่งออกมามันคือแบรนด์ของคุณนั่นเองค่ะ

แบรนด์คือสิ่งที่ผู้บริโภคเก็บเล็กผสมน้อยจนให้คำจำกัดความต่อคุณค่ะ คุณวิทวัส ชัยปาณี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแบรนด์บอกไว้ว่า ผู้บริโภคจะมีภาพต่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งในใจจากการเก็บเล็กผสมน้อยเหมือนนกที่เก็บฟางมาสร้างรังทีละเล็กละน้อย

คนเราซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพราะ”อารมณ์”ค่ะ ไม่ใช่เพราะเหตุผลเป็นหลัก ส่วนมากแล้วเราซื้อเพราะเราอยากได้ภาพที่มีจากการใช้สิ่งนั้นๆหรือได้สิ่งนั้นๆมาค่ะ แล้วเราค่อยหาเหตุผลในการซื้อทีหลัง
ไม่เช่นนั้นคนคงไม่ซื้อไอโฟน ทั้งๆที่มีโทรศัพท์ที่ราคาถูกที่โทรออกได้มากมาย

แล้วเกี่ยวยังไงกับนักวาด?
เกี่ยวตรงที่ การที่คุณจะขายงานได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับแบรนด์ของคุณนั่นเองค่ะ
คุณวางตัวเองไว้ที่จุดไหน?การตั้งราคาที่ต่ำๆไว้ก่อน ไม่ได้นำมาซึ่งความยั่งยืนเสมอไปค่ะ
เพราะสุดท้ายแล้วถ้าคุณเป็นนักวาดที่ราคาต่ำสุด ลูกค้าจะไม่ได้จ้างคุณเพราะคุณเป็นคุณ
แต่จ้างเพราะคุณสามารถทำงานได้ราคาถูก ซึ่งถ้าลูกค้าเจอคนใหม่ที่ถูกกว่าคุณก็จะจากไปได้ง่ายๆค่ะ

สิ่งที่สำคัญคือ คุณไม่สามารถตั้งราคางานตัวเองไว้สูงๆได้ถ้าคุณไม่ได้ทำงานได้ระดับนั้นจริงๆค่ะ
อย่างที่บอกคือคนเราจะยอมจ่ายให้กับอะไรที่สมกับราคาของมันเสมอเหมือนคำกล่าวที่ว่า
you pay what you get นั่นเองค่ะ

แล้วจะเริ่มสร้างแบรนด์ได้ยังไง?
นอกจากคุณต้องวาดรูปได้ดีแล้ว ควรจะดูแลการแต่งกาย การพูดการจา และสิ่งอื่นๆด้วยค่ะ
เพราะโดยรวมแล้วนั่นคือสิ่งที่ลูกค้าตัดสินคุณก่อน และการสร้างแบรนด์คุณควรมีความสม่ำเสมอในการออกผลงานในช่องทางต่างๆค่ะ และมีความสม่ำเสมอในเรื่องของสไตล์หรือลายเส้นในการวาด
ย้ำคำพูดในเอนทรี่ที่แล้วค่ะ “ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทุกอย่างสำหรับคนทุกคน”ค่ะ