เป็นนักวาดยังไงให้ไส้ไม่แห้ง

สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับเอนทรี่ เป็นนักวาดยังไงให้ไส้ไม่แห้งนะคะ

25560519-201007.jpg
สำหรับอาชีพนี้ หลายๆคนก็คงจะกลัวว่าถ้าทำแล้ว รายได้จะโอเคหรือเปล่า จะเลี้ยงตัวเองได้ไหม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าจริงๆแล้วคำว่าไส้แห้ง เป็นคำที่คนนิยามกันไปเองทั้งนั้นค่ะ จะไส้แห้งไส้ไม่แห้งอยู่ที่การบริหารเงินของแต่ละบุคคลด้วย สำหรับเราแล้ว คำว่าไส้แห้ง คือ ไม่สามารถหารายได้มาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ซึ่งโดยปกติแล้วคนส่วนมากมักจะกลัวกัน ก็เลยไม่ออกมาทำงานที่ชอบเป็นงานหลัก แต่จะบอกว่าในยุคนี้ เป็นยุคที่คุณสามารถออกมาทำอะไรของตัวเองได้มากค่ะ เพราะว่าโอกาสในการโปรโมทผลงานตัวเองมีเยอะ และการทำงานฟรีแลนซ์เป็นกระแสของการทำงานของโลกยุคนี้ค่ะ

ถ้าถามเราว่า ตอนที่เราเป็นนักวาด รายได้ดีไหม ก็จะตอบว่า รายได้ของการเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ถือว่าโอเคค่ะ เมื่อเทียบจำนวนชั่วโมงในการทำงานกับรายได้ที่ได้ ถ้าคุณทำงานเยอะ ก็จะได้เงินเยอะตามไปด้วย แต่สุดท้ายแล้ว เราก็จะแนะนำว่า ถ้าอยากอยู่ได้อย่างยั่งยืน ควรสร้างงานของตัวเองค่ะ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

ถ้าถามว่าเป็นนักวาดยังไงให้ไส้ไม่แห้งเราก็จะแนะนำดังนี้ค่ะ
1.บริหารเงิน
ในหนังสือที่ดีๆหลายเล่มต่างก็บอกว่า การบริหารเงินที่ดี คือคุณควรหักเงิน 10%หลังจากทำงานทุกก้อน เข้าบัญชีเงินเก็บค่ะ เพราะถ้าคุณไม่หักสุดท้ายแล้วเงินจะหมดไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นจะเติบโตใกล้เคียงกับที่เราหาได้เสมอค่ะ

และควรทำให้การเก็บเงินของคุณเป็นอัตโนมัติ เหมือนคุณไม่เห็นเงินก้อนนั้นเลย เช่น ให้ตัดบัญชีเข้าอีกบัญชีโดยอัตโนมัติค่ะ และบัญชีที่คุณควรจะเริ่มมีก่อนเลยคือบัญชีเงินเก็บฉุกเฉิน หรือไม่ก็ควรจะมีเงินเก็บไว้ 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เพื่อให้สามารถอยู่ได้เฉยๆ 6 เดือนถ้ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นค่ะ และควรจะนำเงินไปลงทุนในเครื่องมือที่คุณถนัด ถ้าคุณไม่ถนัดเรื่องการลงทุน แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมค่ะ เพราะว่าสามารถนำมาหักภาษีได้ แต่อย่าดูผลประโยชน์เรื่องภาษีเป็นหลักค่ะ ให้ดูอัตราผลตอบแทนที่ได้รับด้วย และควรลงทุนตามความเสี่ยงที่เราสามารถรับได้ค่ะ

บัตรเครดิต มีได้ 1-2 ใบค่ะ อย่าเกินนั้น และชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนทุกงวดค่ะ อย่าจ่ายขั้นต่ำ,ถ้าคุณจะซื้อของเงินผ่อน คุณควรมีค่าสินค้าที่คุณจะต้องจ่ายอยู่แล้วถึงรูดบัตรซื้อสินค้าชนิดนั้นๆค่ะ

ดูวิธีการบริหารเงินสำหรับนักวาดที่นี่ค่ะ

2.มีรายได้จากหลายทาง
ในที่นี้ คุณควรจะสร้างแหล่งรายได้ไว้หลายๆทางค่ะ เช่น สร้างผลิตภัณฑ์ หรือเขียนหนังสือของตนเองเพื่อขาย,ขายปรินท์ ไม่ควรจะทำงานรับจ้างเพียงอย่างเดียว เพราะการมีแหล่งรายได้แหล่งเดียวนั้นเป็นอะไรที่เสี่ยงค่ะ เพราะคุณไม่รู้ว่าแหล่งรายได้ของคุณจะหยุดหรือหายไปเมื่อไร เช่น สำนักพิมพ์ที่คุณทำงานฟรีแลนซ์ด้วยประจำเลิกจ้างคุณ เป็นต้น เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เสมอค่ะ

เพราะฉะนั้นเราควรจะพัฒนาอะไรที่เป็นของตัวเองจริงๆที่ไม่ขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์หรือบริษัทไหนๆด้วย
ยกตัวอย่างของเรานะคะ ตอนนี้เรามีหนังสืออาร์ทบุค 2 เล่ม ที่สามารถพิมพ์ซ้ำได้เรื่อยๆ และ dvd 2 แผ่นค่ะ และยังมีสินค้าอื่นๆที่จะจัดทำขึ้นมาอีกในอนาคต ซึ่งสินค้าเหล่านี้ขายได้เรื่อยๆ เป็นรายได้ที่ทำครั้งเดียว แล้วมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆค่ะ ถึงแม้จะไม่ใช่อะไรที่เป็นรายได้หลักนัก แต่ก็ช่วยค่าใช้จ่ายต่างๆในบ้านได้ เพราะว่าถ้าจะให้เป็นรายได้หลักจะต้องมีจำนวนสินค้ามากพอค่ะ

3.สร้างฐานลูกค้าให้แน่น
คนที่จะอยู่ได้ในสายนี้ ก็คือ ฐานลูกค้าของคุณจะต้องแน่นค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่คุณเป็นฟรีแลนซ์ คุณควรมีงานหลักจากบริษัทสัก 2-3 บริษัทหรือลูกค้าหลายๆคน เพื่อกระจายความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่อย่ารับงานจนทำไม่ไหวค่ะ ควรดูกำลังความสามารถของตัวคุณเองด้วย วิธีการสร้างฐานลูกค้านี่ก็ดูก่อนค่ะ ว่าคุณโฟกัสที่ลูกค้ากลุ่มไหน ถ้าเป็นลูกค้าที่เป็นบริษัท ก็ควรจะทำงานให้มีพอร์ทที่น่าสนใจมากพอ,อีเมล์พอร์ทโฟลิโอไปให้สำนักพิมพ์หรือลูกค้าที่เปิดรับงาน จากนั้นก็เก็บรายชื่อลูกค้าไปเรื่อยๆค่ะ

ถ้าคุณคิดจะเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ถ้ายังไม่มีลูกค้าประจำหรือลูกค้าไม่มากพอ อย่าเพิ่งลาออกจากงานค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่เสี่ยง ยกเว้นคุณคิดจะสร้างฐานลูกค้าไปด้วย โดยยอมรับได้ถ้ารายได้ช่วงแรกน้อย หรือ อาจจะไม่มีรายได้เข้ามาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งบางทีคุณอาจจะต้องลงแรงไปก่อนโดยที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่จะได้รับทีหลัง อาทิเช่น โพสต์งานลงบล็อคอย่างสม่ำเสมอ ถ้าลูกค้าของคุณเป็นคนทั่วไปก็อาจจะต้องสร้างงานของตัวเองแล้วออกผลงานใหม่ๆบ่อยๆค่ะ จะออกกับสำนักพิมพ์หรือจะพิมพ์เองก็ได้ ถ้าพิมพ์เอง อาจจะต้องมีหลายปกหน่อยถึงจะอยู่ได้

เทคนิคนี้ใช้ได้กับอาชีพอื่นๆด้วยไม่ใช่เฉพาะนักวาดค่ะ เช่น ถ้าคุณเป็นนักออกแบบเว็บ ก็ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบธีม,การใช้ตัวอักษรที่ทำให้เว็บดูน่าสนใจเป็นต้น การเขียนบล็อคหรือโพสต์บทความลงบล็อคจะสร้างความรู้สึกเป็น authority ค่ะ คือทำให้คุณดูเชี่ยวชาญในงานของคุณ เมื่อลูกค้าเห็น ก็จะรู้สึกเชืี่อถือและมาจ้างคุณค่ะ ซึ่งเราเองมีลูกค้าติดต่อมาเพราะเห็นบทความที่เราโพสต์ในนี้หลายคนทีเดียวค่ะ

4.ทำการตลาดให้ตัวเอง
ในส่วนนี้ค่อนข้างสำคัญค่ะ ก็คือเทคนิคในการโปรโมทผลงานตัวเองนั่นเอง คือถ้าคุณมีทักษะที่ดี แต่ไม่มีทักษะในการโปรโมทผลงานของตัวเองเลย ก็ยากที่จะมีลูกค้าเข้ามาค่ะ คุณควรเลือกช่องทางในการโปรโมทตัวเองที่เหมาะสม อาจจะเป็น community ที่คุณสนใจ และทุ่มเทโพสต์งานอย่างต่อเนื่องค่ะ ถ้าคุณมีลูกค้ามากพอ ก็จะมีรายได้ที่อยู่ได้อย่างโอเคค่ะ โดยปกติแล้วถ้าออกมาเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ แล้วมีฐานลูกค้าอยู่บ้าง คุณจะถึงจุดเสถียร คือลูกค้าเริ่มบอกปากต่อปาก และก็จะมีลูกค้าใหม่เข้ามาหาคุณเรื่อยๆค่ะ

jeanna pool จากหนังสือ marketing for solos กล่าวไว้ค่ะว่าการตลาดควรเป็นสิ่งที่คุณทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่คุณต้องการลูกค้า

5.หางานประจำที่ได้วาดรูป
อันนี้ก็คงจะเป็นเบสิคเลย สำหรับคนที่กลัวไส้แห้ง การมีรายได้ประจำอาจจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยกว่าการออกมาเป็นฟรีแลนซ์ค่ะ แต่ต้องอย่าลืมด้วยว่าแรงของคนเรามีจำกัดเหมือนกัน และทำงานประจำไปนานๆ โอกาสในทำอะไรของตัวเองก็น้อยกว่าค่ะ และงานประจำยังทำให้เราชะล่าใจในการใช้เงิน เพราะรู้สึกว่ายังไงก็มีเงินเข้ามาทุกเดือน ทำให้ใช้เงินแบบไม่ระมัดระวัง ถ้าให้เราแนะนำอะไรสำหรับคนที่ทำงานประจำในสายการวาด ก็คงเป็นอย่าเอาชีวิตไปฝากไว้กับบริษัท 100% ค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็คงต้องสร้างอะไรที่เป็นของตัวเองไว้ด้วยเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นค่ะ

6.คิดก่อนใช้เงินทุกครั้ง
สำหรับอันนี้ก็คงจะต้องประหยัดและตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งไปค่ะ ถ้าหากคุณเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ก็คงจะต้องลดมาตรฐานความเป็นอยู่บางอย่างของคุณไปค่ะ เช่น โดยปกติกินกาแฟสดเป็นประจำวันละแก้ว ก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นกินกาแฟสำเร็จรูปที่บ้าน,ปกติใช้เงินซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอางค์เยอะ ก็ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงบ้าง แล้วก็พยายามหักห้ามกิเลสตัวเองไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นต่อชีิวิต,มือถือใช้โปรประหยัดๆ พยายามอย่าโทรนาน ถ้าโทรนานเลิือกใช้โทรศัพท์บ้าน ก็จะทำให้อยู่ได้ค่ะ