วิธีจัดการกับอุปสรรคของนักวาด

สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับวิธีจัดการอุปสรรคของนักวาดกันนะคะ

25560520-124355.jpg

1.ฝึกเท่าไรก็ไม่เก่งขึ้น
ข้อนี้ต้องถามตัวเองก่อนค่ะ ว่าคุณฝึกวาดด้วยวิธีไหน ความถี่แค่ไหน ฝึกวาดแล้วได้เอาให้ใครดูบ้างหรือเปล่าค่ะ เพราะว่ามันจะมีผลต่อพัฒนาการของคุณพอสมควร การที่คุณจะเก่งขึ้นได้ คุณควรเอาผลงานให้คนที่มีสายตาเฉียบคม ที่สามารถวิจารณ์คุณได้อย่างตรงไปตรงมาดู คุณจะได้มุมมองในการทำงานใหม่ๆขึ้นเยอะ และนำเอาคำติชมไปปรับปรุงผลงาน

แต่ว่าเวลาคุณโพสต์งานคุณก็อาจจะเจอกับคำติชมเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทุกคำติชม ที่คุณควรเอามาปรับปรุง เพราะบางคนก็บอกว่าคุณวาดหัวเล็กไป บางคนก็บอกว่าโอเคแล้ว แต่ตาเล็กไป พอปรับตามความต้องการของทุกคนหมด กลายเป็นว่าคุณสูญเสียความเป็นตัวเองและบางครั้งเผลอๆงานแย่ลงด้วยซ้ำ วิธีดูว่าควรปรับตามไหน ก็ลองดูว่าอันที่มีคนพูดถึงบ่อยๆค่ะ นั่นแปลว่าเป็นส่วนที่คุณควรจะปรับปรุงในงาน

การฝึกวาดรูปที่ได้ผลคือฝึกหลายๆแบบต่อไปนี้ผสมกันค่ะ

1)ฝึกพื้นฐานการร่างภาพและขึ้นโครงภาพด้วย life drawing
ด้วยการทำ contour หรือ วาด gesture โดยเป็นการวาดมีแบบ(ไว้จะขยายความในอนาคตค่ะ)
2)ฝึกโมเดลอาร์ติสท์ที่ชอบ
ด้วยการวาดให้เหมือน
3)ฝึกถอดลายเส้นนักวาดที่ชอบ
ให้ทำเสมือนว่าเราเป็นนักวาดคนนั้นและก็วาดออกมาให้เทคนิคเหมือนคนๆนั้นแต่เป็นตัวเราวาด
4)ฝึกวาดงานของตัวเอง
พยายามทำผลงานให้เต็มที่และเสก็ตซ์บ่อยๆค่ะ

2.ไม่มีไฟในการวาดรูป,วาดรูปไม่ออก
ข้อนี้เคยเขียนไว้แล้วกับวิธีการแก้ปัญหาหมดไฟในการวาดรูป ปัญหานี้ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นเพราะคุณมีปัญหาชีวิตด้านอื่นๆที่ยังแก้ไขไม่ได้ คุณควรแก้ไขปัญหาชีวิตด้านนั้นๆของคุณให้ผ่านไปได้ก่อน หรือทำใจให้สบายแล้วก็พักวาดรูปสักพักค่อยกลับมาวาดใหม่ อย่าฝืนค่ะ

3.ไม่มีงานเข้า
สำหรับข้อนี้คงเป็นปัญหาที่นักวาดใหม่ๆมักจะเจอกันค่ะ ซึ่งจะบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่คุณจะต้องเจอสักช่วงนึงในชีวิต วิธีคือ คุณต้องจัดการให้ดีค่ะ ช่วงไหนที่ไม่มีงานเข้า คุณควรทำผลิตภัณฑ์หรือหนังสือตัวเองไว้ขายเพื่อมีรายได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องพึ่งพางานจากภายนอกอย่างเดียว สิ่งที่ควรส่วนมากทำคือ เวลาไม่มีงานเข้ามักจะตระหนกตกใจ ต่อให้คุณเก่งมากขนาดไหน ถ้าคุณเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ที่ไม่มีงานจากที่ใดที่หนึ่งป้อนมาเป็นหลักคุณก็จะเจอช่วงนี้ค่ะ วิธีแก้นอกจากที่บอกไปแล้วก็คือต้องมีรายได้จากหลายๆทางร่วมด้วยค่ะ

4.งานเข้าเยอะ
อันนี้จะเรียกว่าอุปสรรคก็คงไม่ใช่ แต่สำหรับบางคน รับงานมาเยอะเกินจนทำไม่ไหว ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกันเป็นโดมิโนค่ะ ซึ่งทำให้ชีวิตคุณแย่ลง วิธีคือ คุณควรรับเฉพาะงานที่ทำให้คุณก้าวหน้าต่อไปในชีวิตหรือสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายในชีวิตของคุณเท่านั้นและควรเลือกลูกค้าไม่ใช่ว่ารับงานทุกงานที่จ้างคุณค่ะ คุณควรดูด้วยว่าถ้าทำงานกับลูกค้าคนนี้แล้วมันสอดคล้องกับเป้าหมายโดยรวมในการเป็นนักวาดของคุณหรือเปล่า และช่วยให้คุณเติบโตในการเป็นนักวาดหรือเปล่า

5.ใช้เงินไม่พอในแต่ละเดือน
ควรบริหารเงินและลดค่าใช้จ่ายลงค่ะ ลองอ่าน entry เป็นนักวาดอย่างไรให้ไส้ไม่แห้ง
มีข้อความหนึ่งบน wall ของเพื่อนเราที่โดนใจมาจนปัจจุบันนี้คือ “it’s not your salary that make you rich.It’s your spending habit”ค่ะ คือ ไม่ใช่จำนวนเงินเดือนที่จะทำให้คุณมีฐานะขึ้นมาได้แต่มันคือวิธีการใช้เงินของคุณค่ะ
วิธีบริหารเงินอย่างง่ายๆคือเก็บ 10% เข้าบัญชีเงินฝากค่ะ

6.ไม่มีแรงบันดาลใจในการวาดรูป
ควรเปิดหูเปิดตาด้วยการหาแม็กกาซีนต่างประเทศมาดู,ดูอาร์ทบุคสวยๆ,ไปเที่ยวสถานที่สวยๆแล้วถ่ายรูปมา,ไปเจอนักวาดด้วยกันแล้วนั่งคุยกันเพื่อหาแรงบันดาลใจในการวาด,ดูงานคนอื่น มีหลายวิธีในการแก้ค่ะ แต่ประเด็นคืออย่าพยายามรีดตัวเองหรือเค้นตัวเองว่าต้องวาดรูปให้ออกหรือต้องหาแรงบันดาลใจมาวาดให้ได้ ส่วนมากแล้วแรงบันดาลใจมักจะอยู่รอบๆตัวเรานี่แหละค่ะ พยายามหยิบจับสิ่งรอบตัวเราแล้วสร้างมาเป็นแรงบันดาลใจในการวาด เช่น เห็นน้ำ ก็อาจจะเอาไปวาดเป็นคาแรคเตอร์ดีไซน์ หยดน้ำ,เห็นขนมก็เอาไปวาดเป็นคนอย่างในเพจภูติขนมไทยเป็นต้น

7.เจอคำวิจารณ์แรงๆ
ข้อนี้ต้องดูเจตนาคนวิจารณ์ค่ะ ว่าเขาวิจารณ์เพราะเป็นห่วงอยากให้เราพัฒนาหรือปรับปรุงจริงๆหรือด้วยเหตุผลอื่นๆ ถ้าเขาวิจารณ์เพราะอยากเห็นเราพัฒนาจริงๆก็ควรฟังคำติชมของเขาค่ะ แต่อย่าเอามาเป็นอารมณ์และอย่าเฟลกับการวาดรูปเพียงเพราะเจอคำติชมที่แรงๆ เราเชื่อว่าคนทุกคนล้วนเจอทั้งสิ้นค่ะ ถ้าคุณคิดจะโพสต์ผลงานในวงกว้าง ย่อมมีคนที่ชอบ และไม่ชอบผลงานของคุณ

เคยได้ยินมาว่า ปกติแล้วจะมีคนอยู่สามกลุ่มค่ะ คือ คนที่ชอบคุณ,คนที่เฉยๆกับคุณและคนที่ไม่ชอบคุณ คนที่ไม่ชอบคุณ ทำยังไงเขาก็ไม่ชอบคุณค่ะ คุณควรเลิกสนใจและพยายามทำให้คนกลุ่มนี้มาชอบคุณ แต่ควรทำให้คนที่เฉยๆกับคุณชอบคุณและทำให้คนที่ชอบคุณ ยิ่งชอบคุณขึ้นไปอีกค่ะ

8.ที่บ้านห้ามให้วาดรูป
ข้อนี้เป็นปัญหาที่หลายๆคนอาจจะเจอ เรื่องนี้คงต้องแล้วแต่บ้านของแต่ละคนแต่วิธีการแก้ปัญหาอย่างแรกเลยคงต้องเป็นเลือกที่จะคุยกับที่บ้านดูค่ะ คุยดีๆอย่าให้มีปากมีเสียงกันนะคะ ลองพูดดูว่าสิ่งที่คุณทำนั้นเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆในชีวิต ซึ่งความสุขของคนที่ยั่งยืนมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกค่ะ หนึ่งในนั้นคือการที่ได้ทำสิ่งที่เราชอบอย่างอิสระไม่มีใครมาบังคับจิตใจ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดถ้าใครได้เจอค่ะ เพราะมันจะทำให้คุณมีความสุขได้เรื่อยๆเพียงแค่ได้ทำสิ่งนั้น เพราะฉะนั้นเลือกที่จะคุยกับที่บ้าน เพื่อความสุขระยะยาวของคุณค่ะ

9.ขาดความมั่นใจในการวาดรูป
ข้อนี้คงต้องแก้ไขด้วยการลงเรียนวาดรูปเพื่อให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นค่ะ หรือว่าอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาความมั่นใจของตัวเอง จริงๆแล้วมีเทคนิคลัดหนึ่งที่เราได้มาจาก tom hopkins ค่ะ ชื่อว่าเทคนิค fake it until you make it เช่น ถ้าคุณเป็นคนไม่มั่นใจเลย ให้พูดกับตัวเองในกระจกว่าเราเป็นคนมั่นใจมาก ทุกๆวันมองกระจก ยิ้มอย่างมั่นใจ สุดท้ายทำต่อเนื่องกันเรื่อยๆคุณจะกลายเป็นคนมั่นใจจริงๆ ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่าอีโก้น้อยด้วยนะคะ คือรู้จักน้อมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ของผู้อื่นบ้าง

10.โดนก็อปงาน/เอางานไปใช้โดยไม่ให้เครดิต
ข้อนี้หลายๆคนที่งานเริ่มเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์คงเจอกัน วิธีคือคุณควรเขียนเครดิตให้ชัดเจนในเว็บค่ะ เช่น เป็น creative commons ถ้าคนอยากเผยแพร่ต้องต้องแสดงที่มาเป็นต้น แต่ก็มีวิธีแก้อื่นๆเช่นใส่ลายน้ำลงในภาพ ถ้ากลัว ส่วนเรื่องโดนก็อปงาน อันนี้คงต้องทำใจส่วนหนึ่งค่ะ เพราะเราไม่สามารถห้ามให้คนก็อปงานได้ ลองคิดในแง่ดีว่า ถ้าคนก็อปงานเราแปลว่างานเราต้องดีในระดับหนึ่งค่ะ ถ้าเขาก็อปจนเหมือนเลยแล้วเอาไปโพสต์ตามที่ต่างๆถ้าเจอก็คงต้องบอกเขาว่าช่วยให้เครดิตด้วยค่ะ ตามมารยาท เรื่องนี้่คงต้องเรียนรู้กันเยอะค่ะสำหรับคนไทย