สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพบวิธีทำยังไงให้มีงานเข้าต่อเนื่องนะคะ สำหรับนักวาดฟรีแลนซ์่ค่ะ

25560712-095927.jpg
illustration by meisanmui commission for media associated.co.ltd

เราทำงานอิสระมา 5 ปีเกือบจะ 6 ปีแล้วค่ะ มีนาปีหน้าก็จะ 6 ปีแล้ว สอนมาจะครบ 3 ปีในเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยเราอยู่ได้โดยไม่มีงานประจำค่ะ ไม่มีช่วงไหนเลยที่เราขาดงาน เรามีงานตลอด ทั้งงานสอนและงานวาด ซึ่งหลังๆเราเน้นงานสอนมากกว่าและมักจะงดรับงานวาดที่เราไม่ได้อยากทำมากนักค่ะ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ต้องมีงานประจำก็สามารถอยู่ได้ค่ะ แต่คุณต้องมีงานหรือลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

มาดูกันว่าทำยังไงถึงจะมีงานเข้าอย่างต่อเนื่องนะคะ

1.สร้างพอร์ทโฟลิโอให้ดี

อันนี้เราพูดไว้แล้วในเอนทรี่ที่ผ่านๆมา เราเน้นย้ำว่าพอร์ทโฟลิโอสำคัญจริงๆค่ะ และคุณควรมีพอร์ทโฟลิโออย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์ แต่เราแนะนำว่า คุณควรมีออนไลน์พอร์ทโฟลิโออย่างน้อยค่ะ และควรสร้างพอร์ทให้ดีและน่าสนใจด้วย เพราะว่าพอร์ทโฟลิโอออนไลน์ใช้ต้นทุนน้อยและส่วนมากได้ผลดีค่ะ
ดูวิธีการสร้างพอร์ทโฟลิโอให้โดนใจลูกค้าตอนที่1 online portfolio
ดูวิธีการสร้างพอร์ทโฟลิโอให้โดนใจลูกค้าตอนที่ 2 offline portfolio

“คนจะสงสัยในสิ่งที่คุณพูด แต่จะเชื่อในสิ่งที่คุณทำ”ค่ะ เช่น คุณบอกว่าคุณเป็นนักวาดมืออาชีพ สามารถทำงานได้หลากหลายแนว และมีประสบการณ์สูง การพูดลอยๆเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้ลูกค้าเชื่อค่ะ แต่ถ้าคุณยื่นพอร์ทโฟลิโอให้ใครๆดู คุณไม่จำเป็นต้องพูดมากเพราะผลงานและประวัติคุณจะเป็นตัวฟ้องว่าคุณนั้นอยู่ในระดับใดค่ะ

และอย่าลืมว่า อย่าทำตัวจับฉ่าย ทำได้ทุกแนวค่ะ ควรจะเป็นนักวาดที่มีแนวทางเป็นของตัวเอง เก่งด้านไหนก็ทำด้านนั้นไปเลย อย่าสับสนปนเปค่ะ นอกจากว่าคุณอยากเป็น concept artist ในสตูดิโอต่างประเทศ ซึ่งคุณต้องสามารถออกแบบได้หลายๆอย่าง คือเก่งรอบด้าน แต่ถ้าคุณสังเกตุงาน concept art ของตะวันตก คุณจะรู้ว่าการทำแบบนั้น มันมีสไตล์ที่ชัดเจนอยู่แล้วค่ะ คืองานแบบตะวันตกจะค่อนข้างเป็นอุตสาหกรรม ไม่ได้เน้นความเป็นตัวตน หรือเป็นอาจารย์เป็นคนๆแบบฝั่งตะวันออกหรือฝั่งญี่ปุ่น เกมตะวันตก ไม่ค่อยมีใครสนว่าใครจะออกแบบหรืออยู่เบื้องหลัง ต่างจากเกมฝั่งญี่ปุ่น ที่ให้เครดิตคนออกแบบเยอะกว่า แต่เราจะบอกว่างานทางฝั่งตะวันตกนั้นใครได้ทำก็จะสกิลอัพขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ เพราะว่างานค่อนข้างโหด

2.หาลูกค้า

ช่วงแรกๆคือคุณจะต้องหาลูกค้าก่อนค่ะ วิธีหาลูกค้าก็จริงๆแล้วต่อเนื่องมาจากข้อแรก คือคุณต้องทำพอร์ทก่อน หลังจากนั้นคุณก็อีเมล์พอร์ทโฟลิโอส่งไปยังสำนักพิมพ์หรือบริษัทที่คุณสนใจ วิธีหาชื่อบริษัท ก็หาเอาจาก google เลยค่ะ ค้นหาสำนักพิมพ์และที่อยู่ติดต่อ

เวลาส่งอีเมล์ พยายามส่งอีเมล์ให้ดูว่าเราเขียนถึงบริษัทนั้นๆ ไม่ใช่ก็อปปี้อีเมล์แล้วแปะแล้วส่งไปหลายๆบริษัท แบบนั้นมักจะไม่ได้งานค่ะ เขียนบอกว่าเราติดตามงานของสำนักพิมพ์มาสักพัก และสนใจจะร่วมงานด้วย ส่งผลงานและประวัติคร่าวๆแนะนำตัวว่าเราเป็นใครมาจากไหนค่ะ โดยส่วนมากแล้วการจะได้งานก็คือเราต้องรู้จักคนในของสำนักพิมพ์นั้นๆบ้างค่ะ
ถ้างานเราผ่าน ส่วนมากสำนักพิมพ์ก็จะมีการเทสต์งานค่ะ ก็คืออาจจะให้เราลองทำงานตัวอย่างให้ดู ขั้นตอนนี้ถ้างานเราผ่านเราก็จะได้งานนะคะ

ส่วนงานฟรีแลนซ์ในต่างประเทศ คุณต้องดูว่าคุณจะรับงานจากบริษัทหรือบุคคลทั่วไปค่ะ ถ้าเป็นการรับงานจากบริษัท โดยส่วนมากคุณต้องรู้จักอาร์ทไดเรคเตอร์ของบริษัทนั้นๆหรือ กรณีที่งานคุณโดดเด่นมากๆในโลกออนไลน์จะมีบางกรณีที่อาร์ทไดเรคเตอร์ติดต่อมาเอง แต่น้อยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วคุณต้องพรีเซนต์งานคุณให้อาร์ทไดเรคเตอร์ที่รู้จักดูก่อน หลังจากนั้นก็จะมีการเทสต์งานเช่นกันค่ะ ในบางกรณี อย่างที่เคยบอกไว้ใน entry ก่อนๆค่ะ ว่างานคอนใหญ่ๆเช่นพวกคอมิคอน จะมีอาร์ทไดเรคเตอร์ไปรวมกันเยอะ และบางกรณีก็จะมีการเปิดรับสมัครงานด้วย เราก็ควรเอาพอร์ทไปพรีเซนต์ค่ะ

ส่วนถ้าคุณต้องการรับงานจากบุคคลทั่วไป งานคุณจะต้องได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ในระดับหนึ่งค่ะ แล้วคุณจะมีลูกค้าต่อเนื่อง เวลาทำงานพยายามทำให้เต็มที่ค่ะ เพราะว่าเมื่อลูกค้าเห็นแล้วชอบก็จะมาจ้างคุณ และถ้าคุณมีพอร์ทโฟลิโอเยอะๆที่นี้คุณจะสบายมากค่ะ เพราะว่ามันจะเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อลูกค้าใหม่ๆเห็นงานคุณแล้วชอบ ก็จะมาจ้างคุณค่ะ

3.โปรโมทงานอยู่เสมอ

ขั้นตอนนี้คือ คุณควรโพสต์งานที่เสร็จแล้วลงพอร์ทโฟลิโอออนไลน์ของคุณและพวก facebook page,deviantart,cghub,cgsociety อย่างสม่ำเสมอค่ะ ขั้นตอนนี้หลายๆคนมักจะทำไม่ได้กันค่ะ อย่าลืมว่าความต่อเนื่องในผลงานเป็นสิ่งสำคัญค่ะ และงานคุณถ้าโดดเด่นออกมาจากโลกออนไลน์ โอกาสที่คุณจะได้งานมีสูง และถ้างานคุณดี ส่วนมากเวลาไปสมัครงานประจำก็จะได้งานด้วยค่ะ

ส่วนนี้คุณควรทำมากถ้าคุณโฟกัสลูกค้าที่เป็นคนทั่วๆไปค่ะ ซึ่งการจ้างทำงานศิลปะ เขาจะเรียกกันว่าการ commission ค่ะ การทำงานให้ลูกค้าทั่วไปนั้นเราเรียกว่า personal commission ซึ่งการทำงานลักษณะนี้จะชาร์จน้อยกว่าสำนักพิมพ์ประมาณครึ่งนึง หรือถ้าคุณมีชื่อเสียงมาก อาจจะชาร์จสูงก็ได้ค่ะ ราคาที่เราชาร์จมักจะอยู่ที่ 25$-250$ แล้วแต่ว่าลักษณะงานนั้นเป็นอะไรค่ะ เช่นเสก็ตซ์หรืองาน fullcg ถ้่า full cg ก็จะราคาแพงกว่าค่ะ

และมีเว็บหนึ่งที่ยังไม่มีคนไทยเข้าไปทำเท่าไร อยากจะเล่าให้ฟัง เราเห็นฝรั่งทำกันเป็นล่ำเป็นสันมาก นั่นคือ fiverr ค่ะ เว็บนี้จะเป็นการทำงานอะไรก็ได้แล้วชาร์จในราคา 5$ ค่ะ ซึ่งจริงๆดูเหมือนจะน้อย แต่ว่าพอเราเข้าไปดูคนที่ทำได้เยอะๆในนี้ ก็จะเป็นการวาดรูปเวคเตอร์ง่ายๆโดยถอดคาแรคเตอร์จากรูปถ่ายของผู้ว่าจ้าง ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักในการทำแต่ละรูป ถ้าต้องการ feature เพิ่ม ก็จะชาร์จเพิ่ม ถ้าใครสนใจและมีความรู้ด้านภาษาอาจจะไปลองทำดูค่ะ

และอันนี้เราแนะนำนะคะ ถ้าอยากมีลูกค้าเพิ่มคุณควรเขียนบลอคให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอค่ะ เราจะบอกว่าทำวิธีนี้แล้ว เรามีงานเข้าอย่างต่อเนื่องค่ะ เพราะโดยส่วนมาก หลายๆคนจะใช้ google search มา และพอ search keyword คำว่า “นักวาดภาพประกอบ” เว็บนี้จะขึ้นหน้าแรกๆใน google ค่ะ และพอผู้ว่าจ้างเข้ามาดู profile และผลงานของเรา ก็จะติดต่อจ้างงานเรา ถ้าคุณใช้วิธีเดียวกัน กรณีนี้คุณจะได้ลูกค้าที่เป็นคนทั่วไปไม่ใช่บริษัทค่อนข้างเยอะค่ะ

4.รักษาลูกค้าประจำ

ตามกฏ 80/20 นะคะ คือ ลูกค้า 80% ของคุณจะเป็นลูกค้าที่เป็นลูกค้าขาจร มาครั้งเดียวแล้วไม่กลับมา อีก 20% เป็นลูกค้า premium ค่ะ คือจะกลับมาจ้างคุณบ่อยๆและต่อเนื่องยาวนาน การจะอยู่ได้ คุณควรรักษาลูกค้าประจำเอาไว้ให้ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด และเมื่อออกผลงานอะไรก็ส่งไปให้ลูกค้าอยู่เสมอๆ ส่งการ์ดอวยพรไปให้ หรือจะเป็นการส่งโน็ตหรือของขวัญไปให้ในปีใหม่ก็จะเป็นการทำให้ลูกค้านั้นไม่ลืมเรานะคะ

และในหนังสือ Book Yourself Solid (affiliate link:อันนี้นักวาดฟรีแลนซ์ควรหามาอ่านค่ะ) เขากล่าวว่าคุณควรมี red velvet rope policy ค่ะ อันนี้ก็คือเทียบกับการที่มีเพื่อนคุณจัดปาร์ตี้ขึ้นมาปาร์ตี้หนึ่ง โดยที่ตรงประตูมีเส้นเชือกกำมะหยี่คั่นอยู่หน้าประตู คนที่มีคุณสมบัติครบเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านเชือกนี้เข้าไปในปาร์ตี้ได้

เหมือนกับลูกค้าของคุณนั่นเอง คือคุณควรมีนโยบายส่วนตัวของคุณค่ะ ว่าลูกค้าแบบนี้ถึงจะทำงานด้วย เช่น ต้องจ่ายให้คุณ 50% ก่อนเริ่มงาน หรือแก้ไขงานได้กี่ครั้ง ลูกค้าที่ไม่ดี ลูกค้าที่ชิ่ง เราควรหลีกเลี่ยงในการทำงานด้วยค่ะ คนไทยส่วนมากไม่รู้ข้อนี้ เพราะว่าหลายๆคนไม่ค่อยศึกษาความรู้จากการอ่านหนังสือแนวๆนี้่เท่าไร เราเลยเล่าให้ฟังว่า ถ้าเป็นชาวต่างประเทศ เขาจะไม่รับทุกงานที่เข้ามาค่ะ เขาจะดูก่อนว่าลูกค้านั้นเป็นประเภทไหน เป็นคนยังไงค่ะ

5.พัฒนางานอย่างต่อเนื่องและอย่าท้อ

ข้อนี้จำเป็นมากค่ะ เพราะเราจะสังเกตุเห็นได้ว่าปัจจุบันมีเด็กเก่งๆเยอะมาก และการที่เราเป็นนักวาด ก็จะเจอนักวาดรุ่นใหม่ๆ เก่งๆที่ยอมทำงานในราคาที่ถูกกว่าอยู่เรื่อยๆค่ะ เพราะฉะนั้นคุณควรจะลงทุนในการอัพสกิลของคุณอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลงเรียนคอร์สทั้งไทยและต่างประเทศ ซื้อหนังสือมาอ่าน ดูดีวีดีความรู้เท่าที่หาได้เป็นต้นค่ะ และฝึกฝนฝีมืออยู่สม่ำเสมอ ดูเทรนด์ใหม่ๆในงานวาด และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆค่ะ

และอย่าท้อ อันนี้สำคัญ โดยส่วนมาก ไม่ใช่ทุกงานที่เหมาะสมกับคุณและคุณจะได้ทำนะคะ บางครั้งคุณเทสต์งานแล้วไม่ผ่านก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะว่างานนั้นคุณอาจจะไม่เหมาะที่จะทำก็ได้ค่ะ อย่าโทษตัวเองว่าเป็นเพราะเราฝีมือไม่ดีหรือคนอื่นเก่งกว่า จริงๆเรื่องฝีมือกับความเหมาะสมเป็นคนละเรื่องกัน เช่นคุณอาจจะเก่งแนวคอนเซพอาร์ทตะวันตกมาก แต่พอให้เทสต์งานแนวนิยายวัยรุ่น คุณกลับทำแล้วไม่ผ่าน เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพราะฝีมือคุณไม่ดี แต่คุณไม่เหมาะกับงานนั้นๆค่ะ ซึ่งคุณควรหาที่ๆเป็นแนวของคุณให้เจอ ถ้างานฟรีแลนซ์มันน้อยเกินไปในแนวของคุณ ก็แนะนำว่าหางานประจำทำไปก่อนเท่าที่ทำได้ค่ะ

6.ศึกษาด้านธุรกิจ,การตลาด,การสร้างแบรนด์เพิ่มเติม

อันนี้จริงๆอย่าไปซีเรียสกับมันมากค่ะ ให้ศึกษาอย่างสบายๆไม่ใช่ทุ่มเทอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะไม่ใช่นักวาดทุกคนที่จะสนใจเรื่องนี้ แต่อยากจะบอกว่าคนที่รู้เรื่องนี้ จะเป็นคนที่ไม่ขาดลูกค้าค่ะ เพราะคุณจะรู้ว่าทำยังไงถึงมีลูกค้าอย่างต่อเนื่องซึ่งคุณจะหาไม่ได้หรอกในหนังสือสอนวาดรูป เรื่องนี้ต้องศึกษาหนังสือแนวธุรกิจเท่านั้นค่ะ คุณจะเข้าใจทักษะที่จำเป็นค่ะ

หลายๆคนมีอคติหรือ bias กับเรื่องนี้ ว่าเป็นอาร์ติสท์หรือนักวาดไม่ควรเอาเรื่องธุรกิจเข้ามาปะปน ควรมุ่งมั่นทำแต่สิ่งที่รักอย่างเดียว ก็ถูกครึ่งนึงนะคะ ถ้าคุณทำสิ่งที่รักอย่างเดียว โดยไม่สนเลยว่าจะมีลูกค้าหรือไม่ คุณจะอยู่ในโลกแห่งความฝันค่ะ โลกแห่งความจริงคือ อาร์ติสท์หรือนักวาดต้องอยู่รอดให้ได้และคุณต้องขายงานของคุณนั่นเอง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ

แต่ก็ควรฝึกฝนฝีมือด้านการวาดรูปด้วยค่ะ ซึ่งถ้าคุณไม่อยากศึกษาเรื่องนี้ เราก็แนะนำว่า ให้หางานประจำทำเถอะค่ะ หรือไม่ก็หาลูกค้าประจำ ไม่งั้นคุณจะลำบากแน่นอนค่ะ ยกเว้นคุณจะเป็นนักวาดที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งแล้วหรือมีฐานลูกค้าอยู่บ้างคุณถึงจะสบาย มีงานเข้าต่อเนื่องอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว หรือสามารถขายงานได้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งทั้งวงการนี่คนกลุ่มนี้เป็นส่วนน้อยค่ะ ราวๆ 10% ของนักวาดทั้งหมด หรืออาจจะไม่ถึง และส่วนนี้เกี่ยวข้องกับฝีมือประมาณ 60%เท่านั้น ที่เหลือคือความสามารถในการหาลูกค้า รักษาลูกค้า โปรโมทผลงาน ขายงานของคุณค่ะ ซึ่งคนที่บอกว่าไม่สนใจเรื่องธุรกิจก็มักจะทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวค่ะ

มีนักวาดมากมายค่ะ ที่เก่งแต่พอขายงานแล้วไม่ประสบความสำเร็จในการขายงานค่ะ ซึ่งถ้าให้เราแนะนำคือคุณควรศึกษาเรื่องพวกนี้เพิ่มเติมค่ะ อย่าไปอคติกับมัน คุณจะสำเร็จในงานคุณได้ถ้าคุณสามารถขายงานของคุณได้ค่ะ
ซึ่งโดยส่วนมากคนมักจะเข้าใจผิดว่า ถ้าคุณเก่งแล้วคุณจะมีงานเยอะ เราสังเกตุเห็นคนที่ได้งานเรื่อยๆมักจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด หรือเทพแบบสุดๆค่ะ แต่จะเป็นคนที่จัดการงานได้ดี ส่งงานตรงเวลา ลายเส้นสม่ำเสมอ(คือสามารถคาดเดาผลลัพธ์ที่ออกมาได้) มีความรับผิดชอบมากกว่าค่ะ

ซึ่งถ้าคุณศึกษาเรื่องนี้คุณจะพบว่า การที่ใครจะมาจ้างคุณนั้น เขาจะต้องมี trust หรือความเชื่อถือในตัวคุณ ว่าคุณจะสามารถทำงานนั้นๆให้เสร็จลุล่วงไปได้ ซึ่งความเชื่อใจหรือชื่อเสียงนั้นสร้างได้ยาก ทำลายได้ง่ายค่ะ แค่คุณทำผิดพลาดนิดเดียวคนก็หมดความเชื่อถือแล้วค่ะ

ซึ่งหนังสือแนวนี้ดีๆในไทยน้อยค่ะ เราแนะนำว่าควรซื้อหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านค่ะ เพราะความรู้ดีๆ ส่วนใหญ่จะไม่แปลเป็นไทยค่ะ หนังสือเกี่ยวกับการหาลูกค้านี่แนะนำ Book Yourself Solid ที่บอกไปแล้วกับ Wealthy freelancerค่ะ(affiliate link)

7.ทำข้อ 1 ถึง 6 ซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง

จะมีคนส่วนหนึ่งค่ะ ที่กล้าออกจากงานประจำมา แต่พอออกมากลับพบว่า หาลูกค้าไม่ได้หรือไม่มีลูกค้า ก็โหมทำงานหนักโปรโมทตัวเอง หางาน หาลูกค้าอยู่พักหนึ่ง เสร็จแล้วก็แรงตกค่ะ ท้อ กลับไปทำงานประจำแบบเดิมดีกว่า ไม่เหนื่อย จริงๆแล้วถ้าคุณเป็นคนมี connection เยอะ และทำงานประจำมาแล้วประมาณ 3-5 ปี คุณจะมีลูกค้าอยู่แล้วส่วนหนึ่งอาจจะเป็นจากบริษัทเก่าหรือคนรู้จักจากบริษัทเก่า หรือบริษัทที่เคยทำงานฟรีแลนซ์ด้วยค่ะ ซึ่งคุณอาจจะเริ่มจาก connection ที่คุณมีก่อนก็ได้ค่ะ

อย่างที่เราบอกคือ หลายๆคนมักจะโหมโปรโมทงานหรือโหมหาลูกค้าในช่วงเดียว พอไม่มีลูกค้าก็ไม่ทำอะไร และหมดแรงไปก่อน คุณควรทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ไปด้วยระหว่างนั้นค่ะ อาจจะเป็นการสร้างพอร์ทโฟลิโอชิ้นที่ดีๆ และไม่ใช่การทำพักๆแล้วหยุด แต่ควรทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องค่ะ และทำงานกับลูกค้าเก่าหรือรักษาลูกค้าเก่า ง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่นะคะ

จริงๆเราจะบอกว่ามันเป็นเรื่องค่อนข้างยากค่ะ ยาก 2 จุด คือตอนตัดสินใจจะออกจากงานประจำ และระหว่างที่ทำฟรีแลนซ์อยู่ค่ะ เพราะช่วงแรกๆคุณจะไม่ได้เงินเยอะและสม่ำเสมอเท่าทำงานประจำหรอกค่ะ ซึ่งณ.จุดนี้หลายคนจะท้อก่อนค่ะ และคิดว่าการทำฟรีแลนซ์หรือทำอาชีพอิสระมันเหนื่อย แต่ถ้าคุณสามารถทำข้อ 1-6 อย่างสม่ำเสมอและทำได้สำเร็จ คุณจะมีรายได้พอๆกันหรือมากกว่าพนักงานประจำค่ะในประมาณปีที่ 2 ค่ะ ช่วงปีแรกถึงปีที่สองอาจจะลุ่มๆดอนๆค่ะ สุดท้ายนี้ก็สู้ๆกันทุกคนค่ะ ขอให้ทำสำเร็จและมีลูกค้ากันเรื่อยๆทุกคนนะคะ

สำหรับนักวาดที่มีทักษะทางด้านอื่นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพได้ เช่น การแปล,การเขียน,การออกแบบเว็บ,การออกแบบกราฟฟิค คุณอาจจะทำงานเหล่านี้เลี้ยงชีพไปก่อนก็ได้ค่ะ เพราะการจะทำเต็มตัวในสายการวาด คุณจะต้องมีลูกค้าประจำส่วนหนึ่งหรือคุณจะต้องมีชื่อแล้วในระดับหนึ่งค่ะ คุณจึงจะอยู่ได้ ระหว่างนั้นคุณก็สร้างพอร์ทโฟลิโอ,หาลูกค้า โพสต์งาน ทำตาม
เสต็ป 1-6 อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ค่ะ ทำอย่างน้อย 1-2 ปี จะเริ่มเห็นผลค่ะ ช่วงปีแรกๆในการออกจากงานประจำ อาจจะเป็นช่วงที่คุณหาแนวทางของตัวเองอยู่ค่ะ เช่น จะทำงานรับจ้างอย่างเดียวดี,หรือจะทำงานส่วนตัวแล้วขาย เป็นต้น ซึ่งแต่ละคน ก็มีแนวทางที่ว่านี้ไม่เหมือนกันค่ะ ลองดู entry แนวทางในการทำมาหาเลี้ยงชีพจากการวาด ดูค่ะ