ประสบการณ์เกือบ 6 ปี กับงานไม่ประจำ

สวัสดีค่ะ เราจะมาเล่าประสบการณ์ในการทำงานไม่ประจำของเรามาจะ 6 ปีแล้วค่ะ อย่างที่บอกว่าจะเข้าปีที่ 6 ในเดือนมีนาคมปีหน้านี้ค่ะ

25560826-004502.jpg
illust by meisan/draw with snote

เราเห็นหนังสือสองเล่มค่ะ ซึ่งขึ้นอันดับขายดี เล่มแรกเป็นหนังสือขายดีมานานมากแล้ว ชื่อการลาออกครั้งสุดท้าย ของคุณใบพัด ภาณุมาศ เล่มที่สองชื่อ งานไม่ประจำทำเงินกว่า ซึ่งติดอันดับขายดีในร้านหนังสือหลายๆร้าน รวมไปถึงหนังสืออื่นๆในแนวใกล้เคียงกันล้วนผลิตออกมาให้อ่านกันในช่วงนี้ค่ะ ทำให้เราคิดว่า ปัจจุบันคงมีคนทำงานอิสระอยู่ค่อนข้างเยอะมากทีเดียว และคงมีหลายๆคนตัดสินใจลาออกมาทำงานของตัวเอง

ถ้าถามเราว่าการลาออกจากงานประจำมาทำงานของตัวเองดีไหม จริงๆแล้วเรารู้สึกว่า มันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของเราเลยค่ะ ถึงแม้ว่าสตูดิโอที่เราเคยอยู่ จะเป็นสตูดิโอที่ดีมากก็ตาม ตอนที่เราอยู่ เราก็รู้สึกมีความสุขมากค่ะ แต่ด้วยจังหวะชีวิต และอะไรหลายๆอย่างทำให้เราออกจากงานประจำมาณ.ตอนนั้นค่ะ พอเราออกมา ก็พบว่าอยู่มาได้เรื่อยๆค่ะมีรายได้มากน้อยต่างกัน แต่ช่วงหลังๆนี่รายได้เราเสถียรแล้ว และถ้าเทียบกับจำนวนชั่วโมง เราทำงานน้อยกว่า แต่รายได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ และมีความสุขมากด้วย มีเวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลาเขียนบลอค อ่านหนังสือ ทำในสิ่งที่เราชอบมากขึ้น

สำหรับการทำงานวาด อย่างที่บอกคือช่วงหลังๆเรามักจะรับแต่งานที่เราอยากทำเท่านั้นค่ะ ซึ่งแสตนลีย์ที่เป็นครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของ IFS เคยบอกเราว่า งานด้านนี้มีอยู่สองอย่างค่ะ คืองานที่เงินดี แต่ว่าได้ออกไอเดียสร้างสรรค์น้อย กับ งานที่เราได้ออกไอเดียสร้างสรรค์เยอะ แต่เงินอาจจะน้้อย ซึ่งพอทำงานมาเรื่อยๆ ก็พบว่ามันจริง แต่มีงานบางประเภท ที่ได้ทั้งสองอย่างเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกงาน หลังๆมาเราพบว่า แต่ละคนควรจะหาจุดสมดุลย์ในชีวิตให้เจอค่ะ อย่างที่เคยบอกว่ามันจะมีงานบางประเภท ที่คุณถนัด เป็นงานที่คุณรัก และตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งคุณต้องหาจุดนั้นให้เจอ

สำหรับน้องๆที่มาเรียนกับเรา หลายๆคนก็อยากทำงานด้านนี้ค่ะ จริงๆแล้วเราเองก็ใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากทำงานด้านวาด แต่พอเราทำมาเจ็ดปีได้ ก็พบกับจุดอิ่มตัวบางอย่าง จุดอิ่มตัวที่ว่าคือ เราไม่อยากรับงานทุกงานที่เข้ามา แต่อยากทำงานเฉพาะงานที่เราอยากทำเท่านั้นค่ะ จุดนี้บางคนอาจจะเป็น ถามว่าจะรู้ได้ยังไง ก็บอกว่าคงต้องลองทำงานวาดเป็นอาชีพดูค่ะ ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบวาดรูปแล้วจะทำงานวาดเป็นอาชีพได้ เพราะคุณจะเจอกับความกดดันหลายๆอย่าง แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จะมีความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักค่ะ

การเป็นนักวาด แล้วได้รับงานที่ชอบ ที่อยากทำ ทำกับลูกค้าที่ดี ลูกค้าที่เข้าใจเรา เราก็จะมีความสุขค่ะ
ซึ่งจริงๆ ณ.ตอนที่เราเป็นนักวาด ทำงานวาดเป็นงานหลัก เราก็มีความสุขค่ะ แต่ถ้าเทียบกับตอนนี้แล้ว เรารู้สึกมีความสุขกว่า ที่อยู่ในจุดที่สามารถเลือกได้ ไม่ใช่เป็นฝ่ายที่ไม่มีทางเลือก และต้องทำทุกงานเพื่อยังชีพค่ะ

น้องๆที่มาเรียนกับเรา บางคนมาเรียนคอร์ส ดิจิตัลเพนท์ ซึ่งคอร์สนี้เราจะสอนวิธีเรียนเทคนิคของนักวาดที่ชอบ ซึ่งจริงๆเรื่องนี้ ก็สอนยากมาก เพราะเวลาจะสอน ต้องบอกว่านี่คือการศึกษานะ ไม่ใช่ว่าเราสอนเพื่อไปให้ก็อปปี้งานของคนอื่นๆอย่างเดียว แต่เราเรียนรู้เทคนิคคนอื่น เพื่อดึงข้อดีมาปรับใช้กับงานของเราค่ะ สุดท้ายแล้วเราสอนเพื่อให้เด็กรู้จักสังเคราะห์และแยกแยะ และสุดท้ายเพื่อต่อยอดให้เป็นตัวเองได้มากกว่าค่ะ ซึ่งเราจะย้ำเสมอว่า ทักษะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญรองลงมา เพราะคุณสามารถใช้เทคนิคที่คุณถนัด ซึ่งมันอาจจะเป็นเทคนิคง่ายๆไม่ซับซ้อน แต่ถ้าภาพของคุณสามารถเข้าถึงคนส่วนใหญ่ หรือคนทั่วไปได้ คุณก็จะเป็นนักวาดที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า เพราะสุดท้ายแล้วงานคุณต้องสามารถขายได้นั่นเองค่ะ ถ้าคุณจะเป็นนักวาดมืออาชีพนะ

สำหรับเรารู้สึกว่าคนที่ลาออกมาทำงานของตัวเอง คือคุณรู้แล้วว่าคุณจะไปทางไหนต่อในชีวิตค่ะ และรู้แล้วว่าจะหาเลี้ยงชีพยังไง ในปีแรก บอกเลยว่าจะลุ่มดอนค่ะ ถ้าลูกค้ายังไม่มี หรือคุณยังไม่เจอช่องทางในการทำมาหาเลี้ยงชีพ เรามีน้องคนหนึ่งที่รู้จักค่ะ น้องคนนี้เคยทำงานประจำสองที่ในครั้งเดียว แล้วปัจจุบัน เขาทำงานขายของตลาดนัด ปรากฏว่าน้องเขาได้รายได้มากกว่าพนักงานประจำ และตั้งเป้าว่าจะหาให้ได้เดือนละ 300,000 ซึ่งถ้าเป็นพนักงานประจำ ได้เงินเดือนระดับนี้ต้องผู้บริหารเท่านั้น น้องเขาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยมากค่ะ นอกจากนี้ ยังมีหลายๆคนที่ขายของตลาดนัดแล้วมีบ้านมีรถเป็นของตัวเองเรียบร้อย ทั้งนี้ ไม่ได้จะบอกให้ลาออกมาขายของตลาดนัดนะคะ แต่จะบอกว่า อาชีพที่ดูเหมือนว่ารายได้จะน้อย แต่จะพบว่า ทุกอาชีพ ล้วนมีกลุ่มคนที่ทำรายได้สูงในกลุ่มอาชีพนั้นๆ ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตามค่ะ ถ้าคุณเป็นคนเก่งในสายอาชีพของตัวเอง คุณจะเป็นผู่้ที่มีรายได้สูง คนเหล่านี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก หลายๆคนไม่ได้มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ แต่หาเงินได้มาก และประสบความสำเร็จในสายอาชีพของตัวเองค่ะ

มันจะมีงานบางประเภทค่ะ ที่คุณชอบ แต่ไม่เหมาะที่จะทำเป็นอาชีพ ยกตัวอย่างเช่น เราชอบงานเขียนมากค่ะ แต่เราไม่สามารถทำงานเขียนเป็นอาชีพได้ เหตุผลคือ เราไม่สามารถเขียนในสิ่งที่คนอื่นๆกำหนดมาได้หรือเขียนตามโจทย์ได้ และไม่สามารถปั่นต้นฉบับออกมาจำนวนมากๆได้ด้วย เราชอบเขียน แต่จะเขียนในสิ่งที่อยากเขียน ในพื้นที่ของเรา และ platform ของเราเท่านั้นค่ะ เราจะเขียน ในเวลาที่เราอยากเขียนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถทำงานเขียนเป็นอาชีพได้

เหมือนกัน ถ้าคุณคิดว่า คุณไม่สามารถวาดรูปได้ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะอยากวาดหรือไม่ ไม่ว่าโจทย์นั้นจะเป็นยังไง ไม่ว่าคุณจะเบื่อขนาดไหนก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาที่เป็นงาน คุณสามารถทำงานนั้นๆออกมาได้ และเสร็จลุล่วงตามกำหนดเวลา คุณก็จะถือว่าเป็นคนที่ทำงานวาดเป็นอาชีพได้ หรือเป็นนักวาดมืออาชีพนั่นเองค่ะ ซึ่งเราเคยสัมภาษณ์คุณวิน ปวิชชา ที่ทำงานดรีมเวิร์ค เขาก็บอกว่าความเป็นมืออาชีพ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นนักวาด ข้อนี้เราเห็นด้วยค่ะ ความเป็นมืออาชีพในที่นี้ คือคุณจะต้องสามารถรับได้ทุกอย่าง เช่น การทำงานแล้ว ไม่ผ่าน โดนแก้ หรืออะไรก็ตามที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของการสามารถทำงานได้เสร็จลุล่วงในเวลาด้วย นี่เป็นเหตุผลที่ทำไม คนเก่งๆมีเยอะ แต่คนที่เลือกจะทำงานด้านนี้เป็นอาชีพมีน้อยกว่า เพราะหลายๆคนไม่สามารถรับสิ่งที่ตามมา หลังจากการเป็นมืออาชีพได้ค่ะ

คนที่จะลาออกจากงานประจำมาส่วนใหญ่ หลายๆคนก็มักจะอยากเปิดร้านโน่นนี่เป็นของตัวเอง บ้างก็ขายเสื้อผ้า ขายอาหาร ขายกาแฟ หรืออยากเป็นนักวาดภาพประกอบ นักเขียนการ์ตูน ซึ่งคุณต้องดูด้วยนะคะ ว่าลาออกมาทำสิ่งเหล่านี้เป็นอาชีพแล้วคุณมีความสุขมากเท่าเดิมหรือไม่ เคยอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง ที่เราชอบเข้าไปหาข้อมูล ปรากฏว่ามีสมาชิกคนหนึ่งในเว็บบอร์ด บอกว่าเบื่องานประจำมาก อยากลาออกมาทำงานอิสระ ก็มีหลายๆคน เข้าไปแนะนำสมาชิกคนนี้ บ้างก็ให้ขายของออนไลน์ บางคนก็บอกให้ขายหมูปิ้ง มีสูตรให้เสร็จศัพท์เลยค่ะ แต่พอเราอ่านปุ๊บเรารู้สึกเลยว่า หมูปิ้งเนี่ย ไม่ได้ทำง่ายๆเลยนะ ต้องตื่นแต่เช้า มาเตรียมอุปกรณ์ หาทำเล คนเยอะๆ ปิ้งหมูควันขโมง กว่าจะทำอร่อย ลูกค้าติดใจ ก็อาศัยระยะเวลานาน คู่แข่งที่ทำหมูปิ้งเหมือนกันก็เยอะ บางคนการจะทำงานประจำต่ออาจจะเป็นเรื่องง่ายกว่าทำสิ่งเหล่านี้เสียอีก และชีวิตคนเรา สำหรับบางคนการจะตัดสินใจลาออกเป็นเรื่องยากจริงๆค่ะ แต่การลาออกมาแล้วอยู่ให้รอด อาจจะเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า

ซึ่งประเด็นสำคัญสำหรับคนทั่วๆไปคือ ไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากออกแรงสุดตัวเหมือนงานอิสระ และไม่อยากลงทุนค่ะ ซึ่งถ้าครบสามอันนี้เมื่อไร แนะนำว่า งานประจำเหมาะสำหรับคุณแล้วค่ะ เพราะไม่ต้องเสี่ยง ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องลงทุน ลงแค่แรงในการทำงานของตัวเอง ถามว่าเราต้องลงทุนอะไรบ้าง ส่วนมากก็เป็นลงแรงค่ะ เราอดทน เขียนบทความลงใน website เป็นปีๆ ทำวีดีโอ youtube สอนมาเป็นปีๆ และ เปิดสอนมาอย่างต่อเนื่อง กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ ที่เมื่อหลายๆคนเซิร์จมาเจอ เห็นผลงานนักเรียน ก็ติดต่อมาเรียนกับเรา หลายๆคนที่เห็นงานวาด ผ่านทางออนไลน์ ก็มาจ้างให้ทำงานหลายๆชิ้น ทำเองไม่ไหว ก็ส่งต่อไปให้น้องสาวช่วยทำค่ะ ซึ่งกว่าจะถึงจุดนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องสั่งสมประสบการณ์มาหลายปีด้วยกันค่ะ

สำหรับการลงทุนนั้น ถ้าคุณอยากจะเป็นนักวาดอาชีพ คุณก็ต้องลงแรงก่อนคือ วาดผลงานให้ดีที่สุดโพสต์เรื่อยๆ ๆ จนกระทั่งมีคนสนใจงานของคุณ ติดต่อมาให้คุณทำงาน หรือว่าจะเสนอพอร์ท ตามสำนักพิมพ์ต่างๆดู แต่ที่เราเห็นส่วนมาก ก็มักจะอยู่เฉยๆ รอให้งานมาหา คิดว่าเก่งแล้ว ก็เลยคิดว่า เดี๋ยวงานก็คงมา ซึ่งจริงๆไม่ใช่เสมอไปค่ะ ยกเว้นคุณจะสั่งสมชื่อเสียงไว้ดีระดับนึงแล้ว ถึงจุดนั้นงานอาจจะวิ่งมาหาคุณเอง

สำหรับยุคนี้นั้นก็คงต้องบอกว่าใช้อินเตอร์เนทให้เป็นประโยชน์เช่นเคยค่ะ และอย่าเริ่มจากอะไรที่ใหญ่เกินตัวมาก ทำให้เป็นหนี้เป็นสิน เดือดเนื้อร้อนใจ ทำอะไรเล็กๆ ค่อยๆโตอย่างมั่นคงจะดีกว่าค่ะ และยุคนี้ก็คงจะเป็นยุคที่หลายๆคนทำงานอิสระกันเยอะขึ้นจริงๆและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคตเนื่องจากเป็นกระแสของโลกใบนี้ค่ะ

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์เช่นเคยค่ะ