สิ่งที่ดีที่สุดคือจุดเริ่มต้น

สวัสดีค่ะ เมื่อหลายวันก่อนไปซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมา มีแปลไทยแล้ว ของJon Acuff ขื่อstartค่ะ ซึ่งจอนเคยได้ทำงานกับ Dave Ramseyที่เป็นกูรูด้านการบริหารเงิน,ล้างหนี้ และเปิดคอร์สสอน

ก่อนอื่นขอเคลียร์เรื่องสอนนะคะ น้องยังสมัครคอร์สตัวต่อตัวได้เหมือนเดิม คอร์สกลุ่ม 5 คนที่เปิดเป็นรุ่นอาจจะงดไปก่อนค่ะ เพราะจัดการลำบากและพี่ทำงานหนักมากไม่ได้ ส่วนคอร์สเรียนรวมรอติดตามได้ค่ะ จะมีวิทยากรท่านอื่นๆมาช่วย

25561207-161457.jpg

เข้าเรื่องเลย จอนเปลี่ยนงานมาแล้ว 8ที่ กว่าเขาจะได้ทำงานแบบที่เขาฝันไว้ คือได้ทำงานกับ Dave Ramseyนักเขียนขื่อดัง. แต่สุดท้ายเขาก็ออกจากบ.ของDaveในที่สุด ซึ่งเขาบอกว่าการทำงานกับDaveเป็นความใฝ่ฝันหนึ่งของเขา ถ้าใครไม่รุ้จักDaveลองไปหาหนังสือเขามาอ่านนะคะ บางเล่มมีแปลในไทยแล้ว เช่น Total money makeover แล้วก็เขามีชื่อเสียงกับคำว่า snowball debt(เขียนอย่างนี้แต่อ่านว่าเด็ทนะคะ)

จะเล่าหลักการของsnowballให้ฟังค่ะ สมมติคุณมีหนี้อยู่ 4 อย่าง

เช่น

1.หนี้บัตรเครดิตใบที่1 30,000
2.หนี้บัตรเครดิตใบที่สอง 50,000
3.หนี้จากการกู้ยืมเพื่อการศึกษา 100,000
4.หนี้บ้าน 1.5 ล้าน

ซึ่งถ้าใครตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้คุณเริ่มแย่แล้ว แต่ยังไม่วิกฤติค่ะ สิ่งที่คุณต้องทำคือปลดหนี้ที่มีปริมาณต่ำสุดก่อน และเมื่อได้เงินก้อนมา โฟกัสที่หนี้ต่ำสุดและจ่ายเพิ่มเข้าไปมากกว่าขั้นต่ำซัก10-30%เช่นหนี้บัตรเครดิต30,000จ่ายขั้นต่ำ3,000ก็ให้จ่ายเพิ่มไปอีกสัก2-3,000บาท และนอกนั้นจ่ายขั้นต่ำทุกรายการและทำแบบเดิมจนกว่าจะหนี้หมด ขอประณีประนอมกับธนาคาร ว่าขอลดปริมาณการจ่ายชำระหนี้ ส่วนบ้านก็ถ้ารีไฟแนนซ์ได้ก็อาจจะทำ ตามหลักการของโรเบิร์ต คิโยซากิ เขาบอกไว้ว่าหนี้ทุกชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เป็นหนี้เลวค่ะ

สำหรับ start นั้นตอนที่เราอ่าน เรารู้สึกว่าเขาเขียนสำนวนอ่านยาก หรือว่าคนแปลพยายามแปลตรงตัวเลยก็ไม่รู้ เลยมีมุขโจ๊กฝรั่งที่ไม่อินอยู่ แต่ไปสะดุดตรงกลางๆเล่มค่ะ ที่เขาบอกว่า ยิ่งบริษัทเล็กเท่าไร ก็ควรโฟกัสหรือทุ่มพลังในจุดๆเดียวให้มากขึ้นๆเรื่อยๆ

อันนี้เราเข้าใจว่า ในกรณีนี้คล้ายๆสาหร่ายเถ้าแก่น้อยตอนช่วงแรกๆเลยค่ะ คือเจ้าของคุณอิทธิพัทธิ์ เป็นเจ้าแรกๆในการทำสาหร่ายทอดในไทย และผลิตภัณฑ์หลักของเขาช่วงแรกมีอยู่ชนิดเดียวแต่หลายแบบ หลายรส เช่น สาหร่ายม้วน สาหร่ายเทมปุระ สุดท้ายพอพวกเบอร์ใหญ่ๆในตลาดมาลงด้วย ก็เกิดการแข่งขัน แต่เถ้าแก่น้อยก็ไม่ได้แตกไลน์ไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆในขื่อเดิม ช่องทางขายมีทั้งเซเว่นและหน้าร้านของตัวเอง เราได้ยินมาว่า การจะเอาของเข้าเซเว่น มันยากมากค่ะ และเซเว่นถ้าของไม่ได้รับความนิยมก็จะถูกจัดไว้หลืบๆจนในที่สุดถูกถอดออกจากร้าน

เปรียบเทียบเรื่องนี้ให้เหมือนลายเส้นของคนแต่ละคนกับการจีบสาวหรือการฟังเพลงก็ได้ คนแต่ละคนมีรสนิยมในความชอบไม่เหมือนกัน สมมติมีสาวสวยเดินมาห้าคน แล้วให้ผู้ชายให้คะแนน แต่ละคนก็จะให้คะแนนแตกต่างกันไปตามความชอบ เหมือนที่น้องๆชอบลายเส้นอ.คนละคน หรือ เหมือนสมัยก่อนที่พี่ไม่เข้าใจภาพของอ.อามาโนะ โยชิทากะเลย กว่าจะรู้ว่าอ.แกเทพมากๆต้องตอนเรียนจบแล้วหลายๆปี เสพย์งานเยอะ จนตอนนี้ ถ้าถามว่าขอบอ.โนมูระ หรือ อ.อามาโนะ จะตอบว่าชอบอ.อามาโนะ แต่อ.โนมูระเป็นแรงบันดาลใจช่วงเริ่มต้นค่ะ

25561207-161810.jpg
Nomura Tetsuya sensei

25561207-161932.jpg
Amano Yoshitaka sensei

อย่างในเกมจีบสาว คนที่จีบยากที่สุดมักจะเป็นคนที่สวยที่สุดในเกมนั้น และออกแบบมาตามเสปคของผู้ชายส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่คนทุกคนจะชอบจีบสาวที่สวยที่สุดในเกม สาวแต่ละคนก็จะใช้วิธีจีบไม่เหมือนกัน และมีรสนิยมและกิจกรรมต่างกัน
เหมือนคนใส่ Uniqlo อาจจะไม่สนใจ Zara หรือ Topshop Topman เพราะUniqlo จะเป็นเสื้อผ้าแนวใส่ง่ายๆไม่ตกยุคง่ายๆ ไม่ใช่ fast forward คือสวย แต่มาเร็วไปเร็ว

หนังสือ startยังบอกอีกว่า การเข้าไปแข่งขันกับรายเล็กๆหรือรายที่ใหญ่เท่าๆกัน อาจจะต้องทำแบบ me-too strategy หรือ บริษัทนั้นมีอะไร ก็เอาแบบกลยุทธนั้นบ้าง เพราะบริษัทใหญ่เงินหนากว่า มีงบเยอะ ทำให้สามารถกินส่วนแบ่งตลาดนั้นๆได้ สินค้าฮิตๆจึงมีสินค้ารสชาติใหม่ๆออกมามาก กรณีนี้สังเกตุได้จากพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เคยได้ยินมาว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่ลูกค้ามีroyalty หรือความภักดีต่อแบรนด์ต่ำค่ะ ถ้ารสไหนอร่อย ลูกค้ามักจะซื้อรสนั้นกินแทนทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขยันออกรสชาติใหม่ๆ เหมือนกับมันฝรั่งทอดค่ะ

ในขณะเดียวกัน ก็มีสินค้าบางชนิดที่ไม่สามารถเปลี่ยนรสชาติได้เลย ถ้าเปลี่ยนจะเสียลูกค้าไป เช่น มีอยู่ครั้งที่โค้ก พยายามจะออกรสชาติใหม่บ้าง โดยการปรับปรุงสูตรโค้ก ปรากฏว่ากลายเป็นเรื่องใหญ่เลย ผู้บริโภคไม่ยอมรับ จนโค้กต้องเปลี่ยนชื่อโค้กใหม่ว่า new coke หลังจากนั้นก็เจ๊งค่ะ กลับมาทำรสเดิมๆต่อไป

ส่วนเรื่องลายเส้น มันก็เป็นเหมือนเรื่องยุคสมัยเช่นกัน อะไรที่เคยฮิตเมื่อ5-6ปีก่อน ก็อาจจะไม่ฮิตตอนนี้แล้วก็ได้ และอะไรที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ ก็อาจจะไม่ฮิตใน10ปีข้างหน้า ในโลกยุคถัดไปคนจะเก่งขึ้นในอายุน้อยขึ้นๆ เพราะความรู้จะไม่ถูกจำกัดอยู่ในโรงเรียนเสมอไป และจะมีเศรษฐีที่อายุน้อยขึ้นเรื่อยๆ

คนเขียนstartเขาก็เคยสับสนในชีวิตช่วงหนึื่งค่ะ ว่าเขาอยากเป็นนักพูดที่เขียนได้ หรือนักเขียนที่พูดได้ แล้วเขาก็ตอบตัวเองว่า เขาอยากเป็นนักเขียนมากกว่า ส่วนเรื่องพูด ถ้าหนังสือเขาได้รับความนิยมก็จะได้ออกไปพูดด้วย สุดท้ายเขาก็ได้เป็นนักเขียนที่ได้ออกไปพูดบ่อยมาก และช่วงแรกๆสำหรับหลายๆคนที่อยากเป็นนักพูด เขาแนะนำให้ไปทำงานอาสาตามสถานบำบัดค่ะ เพราะจะเป็นที่ฝึกพูด หรือหนังสือบางเล่มก็ให้ไปเข้าร่วม toast masterของประเทศนั้นๆ

เหมือนเราที่บางครั้งเราก็สับสน ว่าเราอยากเป็นอะไรกันแน่ ระหว่างครู,นักเขียน,นักวาด จากนั้นเราก็หาคำตอบได้ว่า ทำงานอะไรก็ได้ที่ทำให้เรามีความสุข บางครั้งเราก็อยากทำอะไรหลายๆอย่างดูบ้างเพื่อท้าทายตัวเองว่าจะทำได้หรือเปล่าค่ะ ถ้าถามเราว่าชอบอันไหนมากกว่ากัน ตอบยากจริงๆ เพราะชอบหมดเลยค่ะ

แล้วมันตรงกับความสามารถของเราด้วย คือเราชอบพูด ชอบอธิบาย ชอบให้และแบ่งปันความรู้ ชอบวาดและเขียนอะไรก็ได้ที่อยากทำโดยไม่ต้องกังวลว่าจะขายได้หรือเปล่า แต่ให้เรียงจริงๆก็คงเป็น [วาด=เขียน]>สอน สรุปคือ สอนเป็นงานเลี้ยงชีพ ถนัด และรัก ที่จะทำให้อุดมการณ์ของเราเป็นได้จริง คือได้วาดและเขียนตามใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

บางคนอาจจะบอกว่าถ้าชอบสอนขนาดนั้น ทำไมไม่สอนฟรี ก็จะบอกว่า เราสอนฟรีไปแล้วค่ะ เมื่อวันที่ 30พ.ยที่ผ่านมา นักเรียนเก่าที่เคยลงคอร์สตัวต่อตัว หรือนักเรียนที่มีผลงานพัฒนาชัดเจน หรือนักเรียนที่ลง cg ที่เรามีเบอร์ติดต่ออยู่ก็จะโทรไปชวนมา แล้วค่าใช้จ่ายคือค่าสถานที่เราออกเอง เพราะเราทำงานด้วยความรู้สึกว่าอยากให้คนเรียนกับเราเก่งขึ้นจริงๆ ทั้งนี้ก็มี youtubeของเราเองด้วย ถ้าใครอยากฝึกตามนั้นก็ฝึกได้ ฟรีจ้ะ รวมไปถึงเว็บ illustcourse นี้ด้วยที่เราทำขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ความรู้ฟรีๆ

สำหรับหนังสือที่เราจะพูดถึงวันนี้อีกเล่มที่ซื้อมาด้วยกันก็คือ กลยุทธแลนเชสเตอร์ค่ะ เขาอธิบายว่าทำยังไง sme ถึงจะสู้คนที่มีสายป่านยาวๆกว่าได้ มีแบบธุรกิจใหญ่ด้วย เช่น กรณีนิสสัน โตโยต้า และฮอนด้า ซึ่งนิสสัน สมัยก่อนเกือบไล่โตโยต้าทันแล้ว แต่โตโยต้าโหมสุดแรง ใช้การตลาดทุกอย่างที่คิดได้ ทำให้ทิ้งห่างไปเรื่อยๆ นิสสันก็ดันไปทำตามกลยุทธของโตโยต้า แทนที่จะโฟกัสที่ชนะฮอนด้าที่ไล่ตามมาอย่างหวุดหวิด ทำให้สุดท้ายแม้แต่ฮอนด้ายังแซงนิสสันไป ส่วนโตโยต้าก็เป็นที่หนึ่งไปค่ะ

ทั้งนี้ตามหลักการแล้วเราไม่ควรจะโฟกัสไปที่การแข่งขันค่ะ ถือว่าทุกคนล้วนมีสิทธิ์ที่จะทำมาหากินเท่าๆกัน ใครระบบดีกว่า คนพร้อมกว่า หรือมีอะไรดีกว่าคนอื่นก็เหมาะสมจะได้ส่วนแบ่งเค้กชิ้นใหญ่ไป ส่วนคนที่เป็นรายย่อยก็เน้นความเป็นตัวของตัวเองให้มาก ทำให้สินค้าหรือภาพวาดดูพรีเมียมมากๆ พยายามหนีจากแนวตลาดทั่วไป ก็จะได้ลูกค้าอีกระดับหนึ่งค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณเริ่มทำแล้วหรือยัง? เหมือนชื่อหนังสือเล่มนี้่นั่นแหละ ‘start’ ถ้าออกตัวไป มันก็จะต้องรักษาโมเมนตัมที่ทำให้เคลื่อนต่อไปโดยไม่ต้องใช้แรงมาก

ในหนังสือกล่าวว่าถ้าคุณมีความสนใจหลายๆอย่าง และคุณจะเริ่มทำสิ่งเหล่านั้น อย่างใดอย่างหนึ่ง มันเหมือนกับบางเรื่อง ที่คุณต้องมานับหนึ่งใหม่เลย อย่างเช่น เรื่องความชอบในการเขียน เราเขียนอะไรอ่านเอง จดไดอารี่ และเขียนคอลัมน์ตั้งแต่สมัยยังมีกลุ่มการ์ตูนอยู่เลยค่ะ และบลอคก็เขียนมาเรื่อยๆหาสำนวนตัวเอง เราไม่ได้คิดว่าถ้าทุ่มสุดตัวให้งานวาดมากกว่านี้ เราอาจจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ แค่อยากจะทำในสิ่งที่มีความสุขเท่านั้นค่ะ.

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดและต้องทำให้ดีที่สุดของแต่ละคนคือ ‘จุดเริ่มต้น’ค่ะ