สวัสดีค่ะ เมื่อวานเพิ่งดูหนังเรื่องหนึ่งชื่อ monster university มา ซึ่งเป็นหนังของ pixar ค่ะ ดูไประหว่างนั่งรถไปเชียงใหม่หนังไม่ยาวมากค่ะ

25561210-141418.jpg

เรื่องนี้เป็นภาคต่อของmonster inc แต่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน นั่นคือเล่าย้อนนั่นเอง
เลยจะมารีวิวปนกับการเขียนถึงแบบไม่สปอยล์เรื่องนะคะ ในภาคนี้ตัวเอกคือ ไมค์ วาโซว์สกี้ ที่เป็นมอนสเตอร์ตาเดียวตัวเขียวน่ารักๆ กับตัวเอกอีกตัวคือ ซัลลิแวน ที่เป็นมอนสเตอร์ตัวใหญ่ ขนเขียวลายม่วง

ในเรื่องนี้จะพบว่า ไมค์เป็นมอนสเตอร์ที่เก่งมาก คือเป็นจอมวางแผน จะสอบหรือจะทำอะไรก็ได้เอหมด ตรงข้ามกับซัลลิแวนที่ไม่สนใจในการเรียนเลย แต่ซัลลิแวนมีร่างกายที่ใหญ่บึกบึนและมีความน่ากลัวแบบมอนสเตอร์ซึ่งไมค์ไม่มี ไมค์หน้าตาจะออกไปทางตลกๆมากกว่า และออกเนิร์ดๆ แต่มีความมั่นใจในตัวเองสูง สองตัวนี้ไม่กินเส้นกันตั้งแต่ครั้งแรกๆที่เจอกันแล้วค่ะ พี่กับน้องเราบอกว่าเราเหมือนไมค์ วาโซว์สกี้ค่ะ 55

ซึ่งต่อมาทั้งสองตัวก็มีปัญหากับอาจารย์ใหญ่(เป็นมอนสเตอร์ที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องแล้ว) แถมดุด้วย อ.ใหญ่ได้ทำโทษทั้งคู่โดยการไล่ออกจากคณะเขย่าขวัญ ทำให้ทั้งไมค์และซัลลี่ต้องไปทำภารกิจอะไรซักอย่าง นั่นก็คือ การร่วมลงแข่งสุดยอดนักหลอกหลอน แต่สมาชิกในกลุ่มเขาล้วนแต่เป็นมอนสเตอร์ที่ดูตลกทั้งนั้น แต่ไม่มีรัศมีความน่ากลัวเลย ทั้งนี้แต่ละตัวก็มีความฝันว่าอยากจะออกไปหลอกหลอนเด็กให้กรี๊ดซักครั้ง เขาได้พนันกับอ.ใหญ่ว่าถ้าเขาชนะเกมนี้อ.จะต้องให้เข้ากลับเข้าคณะอีกครั้ง แล้วการผจญภัยของไมค์ก็เริ่มขึ้น

ในเรื่องจะแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพ และ การร่วมทีมกันค่ะ แล้วก็ดูแล้วนึกถึงตอนเอนทรานซ์ ในระหว่างที่เอนท์แล้วก็เรียนๆไป ไม่รู้ทำไมว่าเพื่อนบางคนที่ได้ออกแบบดีมาก และดูเหมือนเข้าใจสิ่งที่ครูสอนทั้งหมด และนักเรียนแบบในเรื่องก็มีอยู่จริงๆ คือคนที่ฉลาดวางแผนแต่ทำแบบไม่เก่ง หรือ คนที่มีความสามารถเก่งหรือพรสวรรค์แต่ไม่ตั้งใจเรียน คนที่ไม่ได้ประสบการเรียนในคณะถูกรีไทร์ออกมาแล้วก็เป็นเจ้าของธุรกิจ

โดยที่ในเนื้อเรื่องจะปูมาให้อินกับเรื่องเหมือนชีวิตประจำของคนเราจริงๆ คือ โตขึ้นมา ไปเรียน เสร็จแล้วก็ทำงานบริษัท ตอนแรกอ.ใหญ่ไม่ให้ไมค์เข้าร่วมเรียนวิชาเขย่าขวัญต่อไป (ดูท่าทางมอนสเตอร์ที่ได้เรียนวิชานี้จะดูเจ๋งมาก)เรานึกถึงตอนที่อ.ไม่ให้เราทำทีสิสสวนสนุกค่ะ เราเลยทำสวนสัตว์แทน

เราจะพบว่า บางที ความใฝ่ฝันของเรา กับสิ่งที่เราอยากจะเป็นนั้นมันอาจจะสวนทางกันอยู่ก็ได้อย่างในเรื่องค่ะ สิ่งที่เราชอบในเรื่องคือ ถึงแม้มอนสเตอร์แต่ละตัวดูไม่ได้น่ากลัวและหลอกเด็กได้เหมือนตัวเก่งๆ แต่ก็สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก คือถึงบางตัวไม่ได้เก่งเรื่องการหลอกคนให้กลัว ซึ่งถือเป็นงานสำคัญที่ค่านิยมในโลกนั้นกำหนดขึ้นมา แต่ละตัวก็มีอาชีพที่ทำได้ในสังคมมอนสเตอร์ เหมือนสังคมของโลกเราปัจจุบันที่คนเราสามารถมีงานได้หลายๆอย่าง ที่เหมาะสมกับตัวเองค่ะ

และสิ่งสำคัญที่เรื่องนี้จะสื่อคือเรื่องของมิตรภาพ,การพัฒนาจิตใจของตัวละครแต่ละตัวอีกด้วย คนเราจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีเพื่อน,คนรัก,และครอบครัวที่ดีด้วยค่ะ นอกจากจะสอนเรื่องดังกล่าวแล้วยังสอนเรื่องความเป็นผู้นำด้วย เพราะไมค์เป็นตัวละครที่คอยวางแผน ให้เพื่อนในช่วงแรกๆนะคะ แต่เพื่อนๆของเขากีมีงานตัวเองด้วยเช่นกัน แต่ละคนล้วนเป็นผู้นำในงานของตัวเอง

ถ้าพูดถึงการออกแบบ เรื่องนี้เป็นหนังครอบครัว ก็ดูออกแบบมาเข้ากับ theme ของเรื่องดี สีสันสดใสสวยงามตามสไตล์pixar สำหรับเนื้อเรื่องก็สนุกแบบเรื่อยๆดี มุขที่ดูหลายๆคนจะสนุก บางจุดก็มีเดาง่าย บางทีก็หักมุมแต่ส่วนที่ให้ลุ้นมีน้อยและสั้นก็เลยเฉยๆกับตอนจบเพราะรู้อยู่แล้วว่าน่าจะออกมาในรูปนี้

ประเด็นหลักที่ดีของการสอนในเรื่องที่ว่า ถ้ามีงานที่ต้องใช้ทีมเวิร์ค เราก็ต้องมีความเป็นผู้นำ รู้จักตัดสินใจเองในเรื่องสำคัญของชีวิต เชื่อใจในเพื่อนหรือหุ้นส่วนหรือทีมของเรา แม้บางอย่างมันไม่ออกมาตามผลที่เราคิดรือวางแผนไว้ก็ควรพยายามปรับค่ะรวมๆแล้วชอบมากค่ะ [rating:4.5] เราคิดว่าเราชอบคอนเซปต์ของพล็อตเรื่องกับมุขนะคะ

สำหรับส่วนที่ไม่ถูกใจมีนิดหน่อยตรงที่จุดหักมุมของเรื่องไม่แรงพอที่จะทำให้คนอินถึงขนาดสงสารหรือมีความรู้สึกร่วมกับตัวละครค่ะ สำหรับพี่ชายเรา ดูแล้วเขาบอกว่าเหมืิอนเรื่องของสตีฟ จ็อบ กับ สตีฟ วอชเนียกค่ะ 55