ตอบคำถาม:ฝึกวาดรูปตามแบบไปเรื่อยๆดีจริงหรือเปล่า

ตอบคำถามน้องโบท เราจำเป็นต้องวาดตามลายเส้นคนอื่นๆไปเรื่อยๆหรือเปล่า?

B’Boat Shawol
พี่มุ่ยคะ คือหนูมีคำถามค่ะ หนูเห็นนักวาดมาหลายคนแล้ว เขาบอกว่าเวลาที่เราจะวาดรูปออกมานั้น เราควรที่จะต้องวาดรูปตามลายเส้นคนอื่นไปเรื่อยๆจนเราคิดว่าเราชำนาญเราถึงจะหาสไตล์ของตัวเองได้จรืงรึเปล่าคะ แล้วถ้าเราไม่ทำตามที่เขาบอกล่ะคะ? เราทำของเราไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่รู้เราก็ศึกษาข้อมูลจากหนังสือที่เราซื้อมา มันจะได้ผลลัพท์เหมือนกันรึเปล่าคะ? ขอรบกวนด้วยนะคะ ..หนูอยากจะฝึกวาดรูปอย่างจริงจังกับเขาบ้างสักทีค่ะ

================================================

สวัสดีค่ะ น้องโบ้ท(คิดว่าน่าจะชื่อนี้นะคะ ขออนุญาติเรียกชื่อเล่น)

การที่น้องจะฝึกวาดรูปนั้น ต้องสามารถฝึกได้หลายวิธี โดยไม่จำเป็นที่จะต้องฝึกวาดตามนักวาดที่เราชอบเสมอไป ถ้าน้องอยากรู้วิธีฝึกวาดรูป พี่แนะนำ drawing from the right side of the brainหรือ Key to draw ค่ะ ทั้งสองเล่มจะมีแบบฝึกหัดที่หลากหลาย และไม่จำเป็นจะต้องวาดตามเสมอไปก็สามารถฝึกได้

25570113-144905.jpg

นอกจากนี้ Noah Bradley ก็เคยแนะนำว่า การศึกษางานจากคนอืนหรือ Master Study ถ้าเราฝึกจากอาร์ติสท์ที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว หรือตายไปแล้วจะดีกว่าการฝึกจากคนที่ยังมีชีวิตเนื่องจาก ลายเส้นเราจะเป็นไปตามเทรนด์ที่เราฝึก

ถ้าเราฝึกจากคนที่ตามแล้ว มันจะง่ายกว่าในการสร้างสไตล์ แต่จากที่พี่สอนมา วิธีในการวาดรูปแบบตะวันออก ถ้าน้องอยากเก่งอย่างรวดเร็ว การทำ master study หรือศึกษาจากนักวาดที่น้องชอบเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพียงแต่ไม่ใช่วิธีเดียวในการฝึก น้องต้องฝึกสิ่งเหล่านี้ผสมกันไปค่ะ พี่จะสรุปแนวคิดของ Key to drawing และ drawing from the right side of brain มารวมกัน

1.การฝึกวาด portrait ตัวเองหรือฉากในบ้าน โดยการใช้กระจก อันนี้เราจะต้องใช้ view finder(เป็นกรอบสี่เหลี่ยมที่เราสามารถทำเองได้ คือการตัดภาพเป็นกรอบ ขนาดประมาณ A5 แล้วก็เว้นขอบประมาณ 1 นิ้ว แล้วเอาพลาสติกใสติดด้านหลัง) จากนั้นให้เอา view finder มาแล้วก็เอาปากกาเมจิคลอกเส้นของคีย์หลักที่เราเห็นในภาพ คือลายเส้นที่ชัดเจนๆ บริเวณใบหน้าของเรา

25570113-124854.jpg

จากนั้นให้ลอกภาพที่เห็นใน vewfinder ก็อปปี้ภาพนั้นลงกระดาษ (เป็นแท่งถ่านเกิดจากการเผาไหม้ของวัสดุ อย่างเช่น กิ่งองุ่น)ระบายรูปจากนั้นค่อยๆวาดเส้นลงไปในภาพ บริเวณที่โดนแสงให้เอา Knead eraser (ยางลบที่มีลักษณะคล้ายดินน้ำมัน เอาไปลบบริเวณที่เป็นส่วนเกินค่ะ)

2.ฝึกวาดเก้าอี้ หรือของประกอบฉากอื่นๆ โดยใช้วิธีด้านบน แต่ไม่ต้องลอกทุกเส้นตอนใช้ viewfinder แค่วาดเส้นหลักๆก็พอ หลังจากนั้นก็พยายามต่อเติมเส้นโดยการวาด negative space แทนการวาดตัวเก้าอี้ อันนี้คือให้เราวาดส่วนที่เป็นพื้นที่ว่างที่เกิดจากการวางเก้าอี้ แทนการที่จะไปโฟกัสตัวเก้าอี้โดยตรง จะฝึกให้เรามอง positive negative space ออก

ภาพด้านล่างนี้คือตัวอย่างของการวาด positive negative space ตัวพานที่เราเห็นนั่นคือ positive space ส่วนพื้นที่สีดำที่อยู่รอบๆ การที่เราจะวาดรูปได้ดี เราต้องวาดทั้งสองส่วนให้สวย ถ้าน้องดูรูปนี้ น้องจะเห็นว่ามันสามารถมองได้สองด้าน มองอีกด้านหนึ่ง เหมือนกับคนกำลังหันหน้าเข้าหากันค่ะ

25570113-125126.jpg
3.ใน Key to drawing สอนการวาด contour drawing การวาด contour นั้นก็คือการที่เราวาดตามเส้นที่เราเห็น อาจจะใช้แบบจริงหรือว่าภาพถ่าย แต่แนะนำว่าแบบจริงจะโอเคกว่า โดยพยายามมองกระดาษน้อยที่สุด

25570113-145156.jpg

เวลาฝึกให้ฝึกสองแบบคือ พยายามไล่สายตาไปยังขอบของภาพแบบที่เราเห็น และค่อยๆเก็บรายละเอียดด้วยสายตาคือการมองแบบสลับกับการวาดตามเส้นที่เห็น วาดไปเรื่อยๆทีละเล็กละน้อยโดยพยายามไม่ยกปากกาออกจากรูปจนกว่าจะวาดเสร็จ อีกแบบคือ ห้ามมองกระดาษที่วาด มองแต่แบบ แบบนี้เรียก blind contour drawing ค่ะ

4.Master study ในที่นี้คือการศึกษาการวาดตามแบบนั่นเอง ในความคิดของเรานั้น การศึกษาจากน้กวาดที่ตัวเองชอบ โดยไม่จำเป็นว่าคนๆนั้นจะตายไปหรือมีชีวิตอยู่ เนื่องจากเราคิดว่า บางครั้งเราต้องพยายามศึกษา trend ของโลกในขณะนั้น

การพยายามวาดให้เหมือนเป๊ะ มันเป็นการฝึกสมอง เหมือนกับการ reverse engineer ว่าคนๆนั้นทำสไตล์นั้นได้อย่างไร เมื่อทำไปเรื่อยๆ พร้อมกับฝึกทักษะอื่นๆไปเรื่อยๆด้วย น้องจะเก่งขึ้น แต่ควรจัดตารางฝึกอย่างสม่ำเสมอค่ะ นอกจากนี้ใน ​Key to drawing บอกไว้ว่าน้องควรฝึกวาด โดยพยายามจินตนาการว่าเราได้กลายเป็นศิลปินคนนั้นไปแล้ว แล้ววาดรูปออกมา เหมือนสะกดจิตตัวเองค่ะ

ส่วนเรื่องที่น้องบอกว่าควรฝึกวาดตามคำแนะนำของหนังสือไหม มันจะได้ผลหรือเปล่า เรื่องนี้แล้วแต่ว่าน้องฝึกตามที่น้องได้เรียนรู้จากหนังสือหรือเปล่า ถ้าน้องฝึกตามหนังสือ แล้วพยายามปรับเทคนิคนั้นๆให้เ้ข้ากับตัวเองโดยสม่ำเสมอน้องจะเก่งขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้น การถามว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล เหมือนกับการถามว่า ถ้าเราอ่านตำราฟิลิกส์ เราจะสอบฟิสิกส์ได้ไหม?มันขึ้นอยู่กับความน้องสามารถฝึกฝนและเข้าใจแบบเรียนนั้นๆมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ถ้าน้องอ่านเคมี ในวันรุ่งขึ้นที่จะสอบฟิสิกส์ อันนี้ก็อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรน้องได้มากนัก สุดท้ายนี้ก็หวังว่าน้องจะได้แนวทางในการฝึกโดยสังเขปค่ะ ถ้ายังไงสมัครสมาชิก illustcourse ในนั้นจะมีอีเมล์ส่งให้น้องเกี่ยวกับวิธีการฝึกค่ะ

================================================================

สมัครสมาชิกรับข่าวสารจาก illustcourse โดยลงชื่อด้านล่างนี้ค่ะ เมื่อลงชื่อสมัครสมาชิกแล้ว สิ่งที่จะได้รับทันทีคือ E-book 24 หน้า ชื่อ “5ขั้นตอนสู่การเป็นนักวาดมืออาชีพ” นอกจากนี้จะได้รับ Tips,technique การวาด ส่งให้ทุกอาทิตย์ รวมถึงรับข่าวสารการเปิดคอร์ส,หนังสือและ DVD ที่จะออกก่อนใครๆ