ตอบคำถามน้องทิพย์:เรียนสายไม่ตรงกับวาดแล้วจะเลือกทำงานด้านไหน

สวัสดีค่ะ ตอบคำถามน้องทิพยนะคะสวัสดีค่ะพี่มุ่ย อยากจะรบกวนขอคำปรึกษาค่ะ /จริงๆหนูติดตามบลอก/งานเขียนของพี่มานานอยู่พอสมควร เคยแอบเล็งว่าจะมาเรียนคอร์สที่พี่เปิดสอนด้วยเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้เรียนสักที ช่วงหลังๆเห็นพี่ตอบคำถาม/ให้คำปรึกษากับเด็กๆหลายคน เลยอยากจะมาขอคำปรึกษาดูบ้างค่ะ

แนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อ ทิพย์ ค่ะ ตอนนี้อายุ 22 แล้ว กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ
อยากจะคุยเพื่อเล่าประสบการณ์ ถามความคิดเห็น แล้วก็ขอคำปรึกษาจากพี่มุ่ยหน่อยน่ะค่ะ

หนูเป็นเด็กที่ชอบวาดรูป เริ่มชอบแล้วหัดวาดจนยึดถือเป็นงานอดิเรกจริงจังตั้งแต่ตอนเข้าชั้นมัธยมต้นน่ะค่ะ

หนูชอบวาดรูปมากจนเคยอยากเรียนไปทางสายที่เกี่ยวข้องกับการวาดและอยากประกอบอาชีพเกี่ยวกับการวาดด้วยล่ะค่ะ แต่พอดีผลการเรียนค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ดี ทางบ้านเลยอยากให้เรียนในสายที่สามารถประกอบอาชีพแล้วมีรายได้มั่นคงมากกว่า แอบสารภาพว่าหนูติดตามบลอกของพี่พอรู้ว่าพี่เรียนภูมิสถาปัตยกรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วเคยอยากเอาอย่างไปลองยื่นดูบ้าง ได้เข้าไปสัมภาษณ์ด้วยค่ะ แต่ตอนที่คุณแม่พาไปสัมภาษณ์แล้วคุณแม่บ่นใหญ่เลยจนตอนนั้นรู้สึกว่า นี่ถ้าเลือกมาเรียนคณะนี้จริงๆคุณแม่คงไม่มีความสุขเท่าไหร่

แต่ตอนนั้นอยากเรียนคณะนั้นมากเลยค่ะ สุดท้ายหนูเลยได้เรียนทีอื่นแทน ตอนแรกเสียดายพอสมควรเลยค่ะ แล้วการมาเรียนในคณะที่เลือกตอนนี้ก็ไม่ได้จัดว่ามีความสุขกับการเรียนมากนัก แรกๆเคยนึกเสียดายที่ไม่ได้เลือกเรียนคณะเกี่ยวกับด้านวาดๆอย่างที่ตั้งใจไว้ ถึงจะรู้ว่าเรียนสถาปัตย์ก็ไม่ได้วาดการ์ตูน แต่บางทีเวลาท่องหนังสือสอบเยอะๆก็รู้สึกว่าอย่างน้อยถ้าเทียบกันดูเราก็น่าจะอยากวาดรูปสถาปัตยกรรมมากกว่า แต่ถึงตอนนี้ก็ไม่ได้เสียดายแล้วล่ะค่ะ ยิ่งอ่านบลอกหลังๆที่พี่มุ่ยเขียน ขนาดตัวพี่เองยังไม่ได้มีความสุขกับการเรียนวิชาบางอย่างของสถาปัตยกรรมศาสตร์เลย แล้วพอย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองอีกทีเลยรู้สึกว่าจริงๆแล้วเราก็อาจจะไม่ได้อยากจริงๆ อาจจะไม่ได้จะมาเรียนแล้วจะมีความสุขจริงๆก็ได้ ตอนนี้เลยรับสภาพแล้วก็โอเคกับการเรียนในปัจจุบันดีค่ะ

หนูคิดว่าตอนเด็กๆเวลาวาดรูปไปเรื่อยๆ ฝึกแ้ล้ววาดเก่งขึ้น จะชอบวาดมากขึ้น ในหัวเราจะมีแต่ความรู้สึกที่อยากเก่งขึ้น อยากวาดสวยขึ้นๆๆ ไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็น passion ขึ้นมาว่า ให้ฉันทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้วาดรูปเก่งขึ้น พอคิดอีกที หนูรู้สึกว่า ตอนนั้นที่อยากเรียนสถาปัตย์ก็เพราะรู้สึกว่า อยากเรียนอะไรก็ได้ที่ได้เรียนเกี่ยวกับการวาด จะได้วาดรูปสวยขึ้น แต่ไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องอื่นๆเลยค่ะ /จริงๆช่วงนี้มีเด็กๆน้องๆหลายคนที่อายุน้อยๆแต่วาดเก่งมาก แล้วก็ขยันมากๆด้วยเลยได้สะท้อนตัวเองในอดีตเหมือนกัน แต่หนูไม่ได้มีผลงานสวยโดดเด่นเท่าน้องๆหลายๆคนนะคะ แต่หนูคิดว่าหนูอาจจะโชคดีพอสมควรที่ไม่ได้เด่นดังในเรื่องการวาดนัก เพราะมันทำให้หนูได้กลับมาย้อนมองตัวเองในหลายๆเรื่องเลยค่ะ

ช่วงหนึ่งตอนที่เรียนอยู่ปีสองได้ลองเข้าไปเล่นคอมมูนิติ้เกี่ยวกับการสร้างตัวละครออริจินัลแล้วนำไปเล่นดำเนินเนื้อเรื่องกับตัวละครของคนอื่นที่ช่วงนั้นกำลังเป็นที่นิยม พอเข้าไปเล่นแล้วหนูเลยได้เห็นและได้คุยกับคนใหม่ๆที่ชอบวาดรูปเหมือนกัน ทังที่อายุน้อยกว่าและมากกว่าแล้วก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างในโลกที่เกี่ยวกับการวาดมากขึ้นล่ะค่ะ พอมีคนเยอะๆ และมีคนที่วาดรูปได้ดีอยู่รวมกันเยอะๆตอนนั้นมีความรู้สึกว่าเอางานไปเทียบกับงานของคนอื่นไม่ติดเลยค่ะ แอบรู้สึกเสียใจนิดหน่อยเหมือนกัน แต่พอรู้สึกเสียใจแล้วเลยได้ย้ินกลับมาคิดว่าจริงๆแล้วที่เราอยากวาดรูปเราอยากทำเพราะอะไร จากที่เมื่อก่อนค่อนข้างโฟกัสไปในทางที่ว่า อยากวาดรูปเพราะอยากจะเก่งขึ้น เลยเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการโฟกัสเหตุผลที่เราอยากจะวาดรูปจริงๆ วาดรูปเพื่อความสุขและความพอใจของตัวเองมากกว่า

หลังจากเปลี่ยนมุมมองกับการวาดของตัวเองได้แล้ว รู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้เก่งขึ้นมากนัก แต่ค่อนข้างมีความสุขมากกว่าเดิมพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ หนูชอบที่พี่มุ่ยเขียนหลายอันที่ย้ำให้พยายามวาดรูปให้เป็นตัวเอง วาดด้วยจิตวิญญาณและความรู้สึก มากๆเลยค่ะ เห็นด้วยมากๆเลยเพราะหนูเองตอนที่หันมามองว่าตัวเราวาดรูปเพราะอะไรแล้วเปลี่ยนมุมมองใหม่หันมาวาดรูปโดยเน้นที่ความสุขของตัวเองมากกว่าที่จะเอาไปเทียบกับคนอื่นหรือคิดนั่นคิดนี่แล้วรู้สึกมีความสุขขึ้นเยอะเลยค่ะ จะไม่ค่อยรู้สึกกดดันตัวเองมาก (น่าจะมีอาร์ตบลอกหรือกดดันในบางช่วงเหมือนกันค่ะ แต่จะไม่รู้สึกว่ามันหนักหน่วงเหมือนช่วงที่อยากวาดเก่งขึ้นๆอย่างเดียว)

จริงๆตอนนี้ก็มีความสุขดีไม่ได้มีปัญหาที่หนักใจมากหรอกค่ะ แต่อยากปรึกษา เผื่อจะได้ลองเตรียมตัวสำหรับอนาคตดูน่ะค่ะ เพราะตอนนี้เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันเรียนคณะอื่นหลายๆคนก็กำลังจะเรียนจบแล้วเตรียมตัวไปทำงาน เลยเริ่มมองว่าอีกปีสองปีที่เราจะเรียนจบแล้ว เราจะทำงานแบบไหนดีแล้วเตรียมตัวยังไงดี เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากพี่มุ่ยหน่อยค่ะ

งานวาดของหนูจะเป็นประมาณนี้ค่ะ

เคยลองพยายามถามจากเพื่อนว่าคิดว่างานของเราเป็นยังไง ส่วนใหญ่เพื่อนจะตอบมาในทิศทางประมาณว่า งานของหนูค่อนข้างเน้นลงสีสันสดใส เส้นธรรมดาแต่มีเอกลักษณ์นิดหน่อย (อยากลองถามความเห็นของพี่มุ่ยแล้วก็ขอคำแนะนำในการพัฒนางานด้วยเหมือนกันค่ะ)นอกเหนือจากงานวาดทั่วไปหนูชอบวาดรูป SD ด้วยค่ะ /จริงๆไม่เชิงชอบแต่พอวาดเล่นแล้วอัพไปในแต่ละที่แล้วดูจะไำด้รับการตอบรับค่อนข้างดี (บางทีดีกว่างานวาดทั่วๆไปอีกค่ะ)

ทั้งสามรูปในนี้เป็นรูปที่วาดนานแล้วพอสมควรค่ะ แต่รู้สึกว่าเส้นหนูจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากแล้ว อีกอย่างช่วงหลังๆไม่ค่อยได้วาดรูปแล้วลงสีจริงๆจังๆมากเลยเลือกรูปที่ค่อนข้างสมบูรณ์มาน่ะค่ะ

ก่อนหน้านี้ช่วงกลางๆปีที่แล้วหนูเคยส่งเมลไปสมัครงานกับสำนักพิมพ์ที่พิมพ์การ์ตูนความรู้ดูด้วยค่ะ ได้รับการพิจารณาให้ลองเทสงานลงสีดู โดยให้ลงสีไสตล์อนิเมชั่น แต่ผลออกมาก็ไม่ผ่านค่ะ ได้รับคอมเมนต์มาว่าลงแสงเงายังไม่ค่อยถูกต้อง แต่ก็คิดว่าดีที่ได้รับคอมเมนต์กลับไปพัฒนาเหมือนกันค่ะ

นอกจากเรื่องวาดรูปแล้วเคยไปฝึกเรียนวาดการ์ตูนคอร์สสั้นๆมาด้วยค่ะ เรียนแล้วรู้สึกสนุกดี ชอบการเขียน/คิดสตอรี่บอร์ดด้วยเหมือนกันค่ะ (สงสัยเพราะเป็นคนชอบคิดนั่นคิดนี่) รู้สึกว่าสนุกที่ได้คิดว่าจะสื่อสารความคิดออกมาได้ยังไง สนุกที่จะหาวิธีที่จะทำให้คนที่ดู/อ่านงานของเราเข้าใจ

ตอนนี้เลยสงสัยว่า ในอนาคตถ้าหนูอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ชอบ เกี่ยวกับการวาดหรือเขียน หนูน่าจะเหมาะกับงานประเภทไหนและถ้าอยากเตรียมตัวล่วงหน้าบ้างควรฝึกและพัฒนาอะไรให้กับงานของตัวเองดีคะ?

ขอเล่าอีกนิดว่าตอนที่หาสาเหตุที่เราชอบวาดรูปได้ รู้สึกว่าเราวาดรูปจริงจัง/วาดได้ดีเวลาืที่มีความรู้สึกบางอย่างที่อยากจะสื่อออกไปน่ะค่ะ เลยชอบการเขียนการ์ตูนด้วยเหมือนกัน

เท่าที่มีความคิดอยู่ตอนนี้คิดว่าอาจจะจบมาแล้วทำงานสายวิชาชีพไปแล้วก็ค่อยๆผลักดันงานวาดที่เป็นงานอดิเรกขึ้นมาในช่วงที่มีเวลาว่างก็ค่อยๆหัดไปน่ะค่ะ เพราะหนูเองไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำงานที่ชอบเป็นงานประจำเท่าไหร่ คิดว่าถ้าเอามาได้ให้คนอื่นอ่าน/ดูแล้วเอาไปเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทนบ้างก็ดี

ถ้าสามารถยืนได้ด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองชอบล้วนๆได้แล้วก็อาจจะค่อยเลิกทำงานประจำแล้วมาทำเรื่องที่ตัวเองชอบเต็มตัว ไม่แน่ใจว่าจะดีมั้ย อีกอย่างเห็นเพื่อนบางคนที่ไม่ได้เรียนมาในสายวาดแล้วอยากทำงานในสายแทนทำงานประจำเดิมเขาก็ฝึกแบบจริงจังมากทีเดียวล่ะค่ะ เหมือนกับว่าเขาจะพยายามเก่งขึ้นจะได้ขายงานแล้วอยู่กับตรงนั้นได้แทนงานประจำเดิม เลยสงสัยเหมือนกันว่าระหว่างการที่ทุ่มเทเต็มที่แบบสุดๆไปเลย กับการค่อยๆผันตัวจากงานประจำเดิมทีละนิดแบบไหนน่าจะดีกว่ากันคะ /หรือจริงๆพี่มุ่ยจะว่าแล้วแต่ความพร้อมของหนูเองหรือขึ้นกับเรื่องอื่นๆก็อยากฟังความเห็นน่ะค่ะ

หนูยอมรับว่าเดี๋ยวนี้ไม่ได้ขยันวาดมากเท่าสมัยก่อนล่ะค่ะ เพราะพอไม่ได้รู้สึกอยากเก่งจนฝึกๆๆแบบทุ่มเทสุดๆแล้ว แรงจูงใจที่จะทำให้วาดบ่อยๆก็ลดลงเหมือนกันค่ะ จพเหลือแค่ พอนึกจะวาดแล้วถ้าสะดวกก็ลองวาดออกมา แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไว้วันหลังหรือบางทีก็ลืมๆไป พอดีว่าเรียนที่คณะก็หนักพอสมควรค่ะ ไม่ถึงกับว่าไม่มีเวลาจะขยับตัวไปไหนหรือทำอะไรเลย แต่ว่าถ้าไม่ได้ตั้งใจเรียนและให้เวลากับมันมากพอการเรียนก็จะตกลงเยอะอยู่พอสมควร ช่วงหลังๆที่รู้สึกแล้วว่าไม่ต้องรีบร้อนอยากเก่งหรือว่าอยากจะวาดให้สวยอย่างเดียวแล้วก็เลยวาดรูปน้อยลงไปน่ะค่ะ (ช่วงนี้ 1 อาทิตย์ก็ได้วาดเฉฮลี่ยประมาณ 3 รูป ส่วนงานที่ทั้งวาดทั้งลงสีอาจจะเหลือแค่ประมาณเดือนละรูปน่ะค่ะ) ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเราวาดรูปน้อยเกินไปรึเปล่า ถ้าเรายังอยากจะพัฒนาและอยากจะนำเสนอผลงานของตัวเองมากกว่านี้น่ะค่ะ

ขออภัยนะคะ ไม่แน่ใจว่าตัวเองเขียนวกไปวนมามากเกินไปหรือเปล่า เขียนๆไปแล้วยาวมากๆเลย คิดว่าอาจจะมีพิมพ์ผิดไปบ้างหรือเขียนติดกันจนอ่านยากไปหน่อย

ขอบคุณพี่มุ่ยเลยค่ะที่อ่านจนจบ
unnamednarcissus_field_by_crezia-d5o3bhz___wheel_of_fortune____by_crezia-d4va5er

=============================================================

สวัสดีค่ะน้องทิพย์

ก่อนอื่นก็พี่จะบอกว่าพี่อ่านจนจบตั้งแต่บรรทัดแรกถึงบรรทัดสุดท้ายนะ เขียนยาวโอเคจ้ะ ละเอียดดี ทำให้ประเมินสถานการณ์ถูก และพี่เข้าใจน้องนะคะ

พี่จะเล่าเรื่องการเรียนคณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ให้ฟัง ตอนแรกพี่ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แค่คิดว่า เข้าไปเรียนสถาปัตย์ จะได้วาดฉากการ์ตูนเก่งขึ้น และเรียนสายวิทย์มา ไม่รู้จะลงอะไรดี ก็เลยเลือกสถาปัตย์  ตอนนั้นพ่อพี่ก็เคยคัดค้านนะ อยากให้ไปเรียนพวกเศรษฐศาสตร์

แต่จริงๆพี่ก็รู้สึกดีในระดับหนึ่ง เนื่องจาก การเรียนคณะนี้ สอนทักษะการออกแบบ ทำให้เราออกมาปุ๊บ สามารถทำงานสายวาดๆหรือสายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบได้ทันทีค่ะ เช่น การสมัครทำงานประจำเป็นคอนเซปต์อาร์ติสท์ในบริษัทเกม นอกจากนี้ระหว่างที่พี่เรียนอยู่ พี่ไม่ตั้งใจเรียนเลย เอาเวลาไปทำงานวาด ฝึกทำเว็บด้วยตัวเองตั้งแต่ปีหนึ่ง ทำพอร์ทโฟลิโอ จริงๆพี่เคยคิดว่า ถ้าเราตั้งใจเรียนกว่านี้ก็คงจะดี แต่มานึกๆดู ถ้าพี่ตั้งใจเรียนคณะสถาปัตย์ พี่ก็อาจจะออกมาเป็นภูมิสถาปนิก อาจจะไม่ได้คิดว่าเราจะเป็นนักวาด แต่ทั้งนี้การที่เรียนสถาปัตย์ ไม่ได้เรียนวาดโดยตรงก็จะเสียเปรียบเรื่อง การวาดสัดส่วน,การให้แสงเงาภาพ เรื่องพวกนี้ต้องฝึกเองเลยค่ะ

พี่เคยบอกแล้วว่าพี่ไม่ได้เป็นเด็กที่เก่งในคณะสถาปัตย์ค่ะ เคยคิดว่าเราอยากทำงานให้มันออกมาดี แต่ไม่เข้าใจว่ามันทำยังไง พออาจารย์สั่งมา ให้คิดแบบ หัวก็ตื้อ วาดอะไรไม่ออก จนสุดท้ายก็ต้องทำให้แบบมันออกมาจนได้ พี่คิดว่าน้องอาจจะโชคดีที่ไม่ต้องเจอความรู้สึกแบบนี้นะคะ  ทั้งนี้คนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่แน่น้องเรียนสถาปัตย์แล้วอาจจะชอบก็ได้ค่ะ

ทั้งนี้มันเหมือนกับที่สตีฟจ็อบบอกว่าชีวิตคนเราคือการลากเส้นต่อจุด จุดแต่ละจุด อาจจะทำให้ชีวิตคนเราไม่เหมือนกันค่ะ สิ่งที่น้องเป็นอยู่ทุกวันนี้ คือทางเลือกที่ดีที่สุดที่น้องได้เลือกทำลงไปแล้ว ไม่ต้องไปมองย้อนในอดีต ว่าวันนี้เราน่าจะตัดสินใจแบบนี้ เพราะมันจะทำให้เราไปพะวงกับสิ่งที่มันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เพราะมันเป็นอดีต สิ่งที่น้องควรโฟกัสคือปัจจุบันหรือวันนี้ค่ะ

ส่วนการที่น้องไม่ได้จบสายวาดๆหรือเป็นสายวิทยาศาสตร์ เช่น เภสัชนั้น ลองดูตัวอย่าง Asuka111,Kappa ทั้งสองคนนี้ไม่ได้จบวาดๆแต่เก่งค่ะ เพราะเขาทำงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามพี่เห็นว่าครอบครัวน้องค่อนข้างจะเข้มงวดเรื่องการเรียน จากที่พี่อ่านตรงที่คุณแม่น้องบ่นเรื่องเรียนคณะสถาปัตย์ (จริงๆสถาปัตย์เกือบทุกสาขาถือเป็นอาชีพด้านอาร์ทที่จัดว่ารวยสุดแล้วนะ ถ้าเก่งๆ แถมไปทำงานต่างประเทศง่ายสุดด้วย)

ส่วนเรื่องลายเส้นน้องพี่ว่าน่ารักดีค่ะ สดใส แนวผู้หญิง เลือกสีสันได้สวยดี ที่น้องบอกว่าผลตอบรับของงานchibi  ค่อนข้างดีนี้พี่ก็เห็นด้วยนะ งานน้องวาดSDน่ารัก ดูมีเอกลักษณ์กว่าภาพตัวเต็ม ที่ต้องฝึกอีกคือการให้แสงเงาและการเลือกสีเพิ่มเติมค่ะ  ที่บอกว่าวาดอาทิตย์ละ 3 ภาพพี่ว่าเยอะแล้วนะคะ พยายามฝึกให้ได้ประมาณนี้ไปเรื่อยๆระหว่างที่เรียน และประคับประคองผลการเรียนต่อไปให้ได้

ส่วนเรื่องที่น้องฝึกวาดรูปเบาลงเพราะไม่ได้ทะเยอทะยานว่าจะต้องเก่งแล้ว พี่คิดว่าดีค่ะ เราควรทำประมาณที่เราพอจะไหว ไม่ใช่เคร่งเครียดกับมัน ตอนแรกการวาดจะเป็นงานอดิเรกไปก่อนก็ได้ค่ะ และอย่างที่พี่บอก น้องควรจะ keep ตารางในการแบ่งเวลามาวาดรูปสักประมาณวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วันเป็นอย่างต่ำ

ส่วนถ้าให้พี่แนะนำว่าแบบน้องควรจะทำงานแบบไหนดี พี่คิดว่าเรื่องนี้น้องควรจะถามตัวเองด้วย เนื่องจาก คนที่ตัดสินใจเลือกคือน้องเอง เหมือนที่พี่เคยตอบน้องๆหลายๆคน พี่ไม่สามารถสั่งน้องให้ไปทางซ้าย หรือ ไปทางขวาสิได้ แต่พี่แค่ให้ข้อมูลได้เฉยๆ พี่จะบอกว่า น้องสามารถทำงานวาดได้ ในปัจจุบัน คนทำหน้าปกนิยายเยอะมากแล้ว และการแข่งขันเยอะ เวลาคนวาดภาพประกอบ ก็จะนึกถึงแต่สายปกนิยาย แต่พี่คิดว่า น้องควรวาดเป็นเว็บคอมิคเลยค่ะ

ถ้าน้องชอบสายวาดการ์ตูนนะ แต่ถ้าไปสายนักวาด พี่ก็แนะนำให้โพสต์งานในเว็บต่างประเทศบ้าง แล้วก็รวมเล่มขายได้อีกเหมือนกัน แต่ช่วงแรกๆ น้องอาจจะต้องการเงินจากการทำงานประจำก่อน เก็บเงินสักพัก ได้จังหวะดีๆค่อยออกค่ะ เนื่องจากพี่คิดว่าทางบ้านน้องอาจจะมีปัญหา ถ้าน้องออกมาทำฟรีแลนซ์ทันที จากที่น้องเล่าให้พี่ฟัง น้องควรมีเงินเก็บอยู่ได้อย่างน้อย 1 ปีโดยไม่มีงานทำ เอาแบบอยู่ได้สบายๆหน่อยนะคะ แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นสำหรับคนส่วนมากคือ เก็บเงินอยู่นั่นแหละ แล้วไม่ตัดสินใจออกซักที ทั้งนี้ชีวิตหลังจากไม่มีงานประจำ น้องต้องขยันกว่าเดิมค่ะ ให้โอกาสตัวเองปีนึงเต็มๆเลยในการฝึกฝน ทำพอร์ท และสร้างฐานลูกค้าค่ะ

ส่วนถ้าให้พี่บอกว่างานน้องเหมาะกับงานประเภทไหน พี่คิดว่าเป็นงาน illustration หรือสาย illust ค่ะ ไม่ใช่ concept artist,ถ้าเป็นสาย concept artist หรือพวกงานประจำออกแบบคาแรคเตอร์ น้องต้องฝึกฝนการออกแบบมากกว่านี้หน่อยค่ะถ้าจะไปสายนั้น อาจจะลองสร้างคาแรคเตอร์ chibi ที่น่าสนใจ จาก topic ที่สร้างสรรค์อย่างเช่น ออกแบบสัตว์เลี้ยงให้เป็นคน อะไรประมาณนี้ค่ะ ถ้าน้องเป็นสายอิลลัส อย่าไปโฟกัสที่การวาดปกหนังสือนะคะ อย่างที่พี่บอก ยกเว้นน้องอยากฝึกหนักจริงๆ เพราะงานด้านการวาดปก ตอนนี้แข่งขันโหดแล้วค่ะ เพราะคนเก่งๆลงมาทำเยอะแล้ว เราควรหาตลาดใหม่ๆที่คนทำไม่เยอะมาก พี่แนะนำ ทำอะไรก็ตามฟรีไปก่อนตอนนี้ เพราะเราเพิ่งอยู่ปี 2 กว่าจะจบก็เก็บเลเวลได้เยอะแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจว่าอยากทำงานวาดเต็มตัวหรือเปล่าค่ะ

ที่พี่บอกว่าให้น้องทำฟรีๆไปก่อน เพราะช่วงแรก น้องอย่าพึ่งตั้งเป้าหมายเรื่องเงินเป็นหลัก เพราะน้องจะถูกจำกัดอยู่ในกรอบ สิ่งที่น้องลองทำ อาจจะฟรี หรือทำงานตัวเองออกมาเท่าทุน ไม่ได้กำไรมากนัก แต่ช่วงเวลาที่น้องอยู่ในวัยเรียน น้องยังมีโอกาสลองผิดลองถูก และลองดูว่าอาชีพนี้มันเหมาะกับเราหรือเปล่า ถ้าเราจบแล้วมันอาจจะสายเกินไปเนื่องจากเราต้องเลือกไปแล้วว่าจะทำอาชีพอะไร อย่างเช่น การที่พี่เขียนบทความหรือตอบคำถามน้องลงบลอค อย่างที่บอกคือ พี่ไม่ได้เงินนะคะ จากการทำสิ่งเหล่านี้ แต่การที่พี่เขียนบลอค มันยิ่งทำให้อาชีพการงานพี่ดีขึ้น เนื่องจากเวลาน้องๆอยากจะลงเรียนวาดๆ ก็จะนึกถึงพี่ก่อน เป็นต้นค่ะ

ส่วนการที่น้องบอกว่า จะทำงานประจำไปก่อนแล้วค่อยๆทำงานวาดเป็นงานอดิเรกดีไหม ถึงตอนนั้นแล้ว พี่ว่าน้องจะตัดสินใจได้เองว่าควรจะไปทางไหนดีค่ะ สำหรับพี่ พี่รู้สึกว่า มันเหมือนกับการส่งยานอวกาศออกไปนอกโลก คือ ต้องมีแรงหนีศูนย์กลางมากพอ ที่จะทำให้ยานอวกาศนั้นพ้นวงโคจรของแรงโน้มถ่วงโลกได้ มันก็เหมือนกับการที่น้องจะต้องทำงานอดิเรกงานยามว่างแล้วทำงานประจำไปด้วยนั่นแหละ สิ่งที่น้องควรทำคือ น้องต้องหาจุดสมดุลย์ให้เจอว่าน้องจะทำงานวาดเป็นงานอดิเรก ทำงานประจำเป็นงานหลัก แล้วหาเวลามาทำสิ่งที่ชอบยามว่างดี หรือจะวาดเต็มตัวไปเลยดี

พี่คิดว่าน้องต้องลองทำงานวาดตอนเรียนนี่แหละ พยายามออกผลงานส่วนตัว น้องจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วน้องชอบทำอะไรกันแน่ ชอบทำส่วนไหน ชอบทำแบบไหน ฝึกสังเกตุตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนไม่จบ น้องจะได้เลือกทางที่เหมาะที่สุดสำหรับน้องได้

ขอให้น้องตัดสินใจได้ค่ะ