ตอบคำถามน้องทอฟฟี่:ถูกผู้ปกครองยึดอุปกรณ์วาด

สวัสดีค่ะพี่มุ่ย หนูชื่อ ทอฟฟี่(omnivore)ค่ะ
คือๆ หนู อยากปรึกษาพี่มากเลยค่ะ ตอนนี้หนูหมดกำลังใจมากค่ะ

ตอนนี้หนูเรียนอยู่ม.3ค่ะ คือความจริงแล้ว
หนูได้อ่านบทความของพี่หลายอย่างมันดีมากเลยค่ะ
แต่วันนี้หนูจะมาปรึกษาคือ หนูโดนห้ามวาดรูปค่ะพี่

คือแม่หนูอยากให้เรียนอย่างอื่นซึ่งไม่ใช่วาดรูป คือหนูเข้าใจค่ะ
แต่ว่า หนูอยากวาดรูปไปด้วยน่ะค่ะ เมื่อวันก่อนแม่จับได้ว่าหนูกำลังหัดวาดรูปอยู่
แม่เลยเก็บอุปกรณ์หนูไปทิ้งหมดเลยค่ะพี่ ตอนนี้หนูเหลือแค่ดินสอกดหนึ่งแท่ง
ยางลบแล้วก็กระดาษ แต่ว่าหนูเชื่อว่าหนูจะวาดต่อไปค่ะ ไม่รู้สิคะ
แม่หนูเคยบอกว่า แค่ดินสอแท่งเดียว ก็สร้างผลงานที่ยิงใหญ่ได้

แต่ว่าวันนี้ คำนี้ทำให้หนูหมดกำลังใจเลยค่ะ หนูกลัวค่ะ ว่าจะไม่ได้วาดรูปอีก
ไหนจะที่โรงเรียน หนูยอมรับเลยค่ะว่าหนูเรียนสายวิทย์คณิตแต่ไม่เก่งอะไรสักอย่างเลย
แล้วหนูก็ชอบวาดรูปมากเลยค่ะ แต่หนูวาดไม่สวย หนูมักจะโดนติอยู่เสมอเลยค่ะ

ซึ่งหนูคิดว่าก็ดีอย่างจะได้ปรับปรุง แต่วันนี้มันทำให้หนูร้องไห้ค่ะ
มันทำให้หนูอยากหยุดวาด หนูทำได้ แต่ว่าไม่มีใครเลย ไม่มีใครเชื่อว่าหนูทำได้
ทุกคนล้อหนูว่าแค้นี้ก็ทำไม่ได้ทั้งๆที่หนูทำได้ หนูทำได้ค่ะ
แต่ทุกคนทำให้หนูไม่เชื่อมั่นในตัวเอง หนูทำได้ หนูอยากพิสูจน์ แต่ มันสายไปค่ะ
หนูโดนล้อตลอดเลยค่ะ หนูไม่อยากโดนล้อเลยค่ะ
หนูไม่มีกำลังใจเลยค่ะ หนูอยากทำได้ด้วยตัวเอง

หนูแค่คิดว่าหนูทำได้ และหนูเชื่อว่าหนูทำได้ และหนูกำลังทำมัน
แต่ทุกคน รวมทั้งแม่ที่หนูคิดว่าแม่คือคนให้กำลังใจ
กลับมองทุกอย่างที่หนูกำลังวาดออกมาตามความรู้สึก ทุกคนบอกว่ามันไร้สาระ
ทุกคนบอกว่า มันก็แค่นั้น แต่หนูคิดว่า มันดีมากที่หนูวาดได้

หนูไม่มีกำลังใจเลยค่ะ หนูไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น
หนุแค่อยากทำในสิ่งที่ชอบในขณะเดียวกันก็ทำตามที่แม่ต้องการ
แต่ว่า หนูไม่รู้เลยค่ะ หนูไร้สาระขนาดนั้นเลยเหรอคะ
แหะๆ^^ พล่ามยาวไปหน่อย ขอโทษด้วยค่ะ
พอดี กำลังหมดกำลังใจเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงดี ขอคุณนะคะ ^^

=============================================

25570129-153244.jpg
สวัสดีค่ะน้องทอฟฟี่
พี่รู้สึกเข้าใจสิ่งที่น้องกำลังประสบอยู่นะคะ
เรื่องการหมดกำลังใจที่จะวาดรูป พี่ก็เคยเป็นเหมือนกัน
ช่วงที่ชีวิตเจอมรสุมมากๆ วาดรูปไม่ออกเลยเป็นปีๆค่ะ

จริงๆแล้วพี่แนะนำให้น้องมองกระจกเงา
แล้วยิ้มกับตัวเอง ในทุกๆวัน เวลาล้างหน้า แปรงฟัน ก็ยิ้มไปด้วย
มันจะฝึกให้เราเป็นคนที่มีความสุขตลอดเวลา นี่เป็นเทคนิคที่พี่ใช้
ส่วนพี่ก็โดนแม่ว่าเหมือนกันสมัยก่อน แม้แม่พี่อาจจะไม่แรงเท่าแม่น้อง
คือยึดอุปกรณ์การวาดไปเลย แต่แม่พี่มักจะบ่นแทนค่ะ
เช่น เขียนบลอคให้อ่านฟรีๆแล้วเราได้อะไรตอบแทนบ้าง
แต่แม่พี่ไม่ได้พูดห้ามไม่ให้ทำนะคะ แค่ตัดพ้อเฉยๆ เวลาเห็นพี่ป่วย แม่พี่มักคิดว่าทำงานหนักไป
สำหรับพี่การเขียนบลอคเป็นการผ่อนคลายชนิดหนึ่ง
พี่คิดว่าบุพการีของเราทุกคนล้วนอยากให้ลูกได้ดีกันทั้งนั้น เพียงแต่ แต่ละคนใช้วิธีแตกต่างกันที่จะสอนลูก บางคนก็ใช้ไม้อ่อน บางคนก็ใช้ไม้แข็ง

ส่วนพี่ ถามว่าทำให้แม่เลิกบ่นได้ยังไง เรื่องที่เขียนบลอคให้คนอ่านฟรีแล้วไม่ได้เงิน
พี่เฉยๆมากสำหรับเรื่องเงินที่ได้จากการเขียนบลอค มันเป็นสิ่งที่พี่ชอบทำและรู้สึกดีเวลาได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ พี่พยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้น เช่น ทำงานให้เขาเห็นและอธิบายเพิ่ม ว่าการเขียนบลอคดียังไง ทำให้การเขียนบลอคนั้น เป็นเรื่องที่โอเค คือพ่อแม่รับได้

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ พ่อพี่ไม่สนับสนุนให้ทำหนังสือเลย เพราะพ่อบอกว่าทำหนังสือแล้วมักจะทุนจมได้ง่ายๆ พี่ก็ยังทำอาร์ทบุคออกมาถึงแม้จะเจอพ่อคัดด้าน

ทั้งนี้ไม่ได้บอกให้น้องดื้อด้านหัวชนฝา คือขัดใจบุพการีทุกอย่าง สิ่งที่น้องต้องทำคือ พยายามทำให้ทุกอย่างที่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำให้ดี เช่น ตั้งใจเรียนหนังสือ ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตั้งใจทำมาหากิน ทำให้พ่อแม่รู้ว่าเราไม่ได้ทำอะไรออกนอกลู่นอกทาง และการวาดรูปนี่เป็นงานอดิเรกที่ทำให้เราพัฒนาสมองด้านขวาด้วย ถ้าเราตั้งใจเรียน พอเราจบมาจะทำอาชีพอะไรพ่อแม่น่าจะไม่ว่าค่ะ

พี่เคยได้ยินหลายๆคนที่วาดรูปเก่งมากๆตอนนี้ พ่อแม่ก็ไม่สนับสนุนตั้งแต่ตอนแรกค่ะ แต่เขาสามารถฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ แสดงให้พ่อแม่เห็นว่าทำงานด้านนี้ไปได้ด้วยดีนะ พ่อแม่ก็จะไม่มีปัญหากับเราค่ะ
การที่คุณแม่ของน้องยึดอุปกรณ์การวาดไปนั้น ท่านอาจจะอยากให้น้องโฟกัสเรื่องการเรียนให้ดีก่อน

ส่วนเรื่องที่ว่าอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าทำได้ น้องต้องทำด้วยการกระทำนะคะ ไม่ใช่คำพูด อาจจะ challenge ตัวเองโดยการบอกกับพ่อแม่ว่า ถ้าเอนท์ติด คณะนี้ๆ ให้แม่อนุญาติให้เราวาดรูปต่อไปนะ หรือไม่ก็หักดิบเลย คือเลือกเรียนคณะวาดๆไปเลยค่ะ น้องอาจจะเลือกมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อหลายๆมหาวิทยาลัย เพราะถ้าแม่น้องมีปัญหาเรื่องการวาดภาพของน้อง การที่ท่านจะอนุญาติให้น้องเรียนม.เอกชนอาจจะยาก

แต่ถ้าน้องเอนท์ติดคณะวาดๆ น้องก็ได้เรียนวาด และก็ได้พัฒนาฝีมือไปด้วย พ่อแม่อาจจะด่าน้องช่วงแรกๆ แต่ถ้าน้องสามารถอธิบายให้ท่านเข้าใจได้ก็ดีค่ะ ทั้งนี้ พี่ไม่รู้ว่าบ้านน้องมีทัศนคติเรื่องนี้อย่างไร เพราะบางที การเลือกคณะอาจจะเกิดขึ้นจากคนรอบตัวหว่านล้อม หรือการที่เห็นคนดังๆเรียนคณะนั้นๆก็อยากเรียนบ้างเป็นต้น เวลาเลือกคณะไหนให้ถามตัวเองว่า ถ้าเราต้องมีชีวิตอยู่กับการทำสิ่งนี้ๆ ไปตลอดระยะเวลา 40-50 ปี เราจะยังรู้สึกโอเคกับมันไหม

ส่วนเรื่องที่โดนล้อเลียน พี่ก็เคยโดนเพื่อนล้อค่ะ โดนล้อว่า มุ่ย D- เพราะพี่ได้เกรด D-(อีกครึ่งประจุจะ f)ในการเรียนมหาวิทยาลัย เพราะพี่เรียนในคณะไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง แต่เรียนแย่ มีบางวิชาเท่านั้นที่ได้ a ทำให้พี่รู้ตัวว่า เราถนัดและไม่ถนัดอะไรบ้าง และถ้าเราจะประสบความสำเร็จ เราต้องเลือกสายไหน ต้องทำอะไรบ้าง พี่ไม่ได้ให้คำล้อเลียนของเพื่อนมามีผลต่อชีวิตมาก เช่น กลุ้มใจเรื่องโดนล้อเรื่องเรียน พี่ก็แค่ทำทุกอย่างไปตามสัญชาติญาณตัวเอง เช่น เรารู้ตัวว่าเรียนไม่เก่ง ก็ไม่เลือกที่จะทำงานด้านสถาปัตย์ และวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง ทำในสิ่งที่เราชอบหรือรัก

ส่วนเรื่องทำยังไงเพื่อนและคนรอบตัวถึงจะไม่ล้อเลียน นั่นก็คือ ทำให้สำเร็จในด้านนั้นๆไปเลยจริงๆค่ะ ในเรื่องนั้น แล้วเพื่อนก็จะไม่ล้อเลียนเรา แต่ถึงเพื่อนจะล้อเลียนเรา ก็ขอให้น้องอย่าไปใส่ใจมาก เพราะคนเราเกิดมานี่ คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่ออยู่แล้วค่ะ ยิ่งดังมากเท่าไร เราก็ยิ่งเจอกับคนวิจารณ์หรือล้อเลียนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นใจต้องนิ่งค่ะ เวลาโดนล้อ ก็เฉยๆ เดินไปข้างหน้า ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนล้อ

จะเล่านิทานเรื่องนึงให้น้องฟังค่ะ เรื่องกบหูหนวก

มีการแข่งขันกันระหว่างบรรดากบทั้งหลาย ซึ่งเป็นการปีนเสา กบตัวใดปีนขึ้นไปสูงสุดจะได้เป็นหัวหน้าเหล่ากบ ทุกตัวต่างปีนขึ้นไปๆเรื่อยๆ แล้วก็ค่อยๆหล่นลงมาด้านล่าง กบตัวที่หล่นลงไป พยายามส่งเสียงให้พวกที่อยู่ข้างบนรู้ว่า อย่าพยายามต่อไปเลย พวกนายปีนเสาไม่สำเร็จหรอก กบหล่นลงมาเรื่อยๆ เหลือเพียงตัวเดียวที่กำลังปีนอยู่ เสียงร้องของกบที่้อง นายทำไม่ได้หรอกๆ ดังขึ้นๆๆ เจ้ากบตัวนั้นมันปีนสูงขึ้นๆไปเรื่อยๆจนถึงยอดเสา ปรากฏว่า…มันเป็นกบหูหนวก เลยไม่ได้ยินเสียงกบด้านล่างที่ร้องว่าทำไม่ได้หรอก

เพื่อนน้องที่บอกว่าน้องทำไม่ได้ ก็เหมือนกับกบพวกนั้น ถ้าน้องฟังเสียงกบตัวอื่นมากๆ มันจะทำให้ฝังลงในจิตใต้สำนึก ว่าน้องเป็นคนไม่เก่ง น้องแย่ บางทีเราก็ต้องทำตัวคล้ายกบหูหนวก ถ้าเราอยากอยู่ข้างบน ที่เขาว่ากันว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งน้องปีนสูงเท่าไร พวกกบตัวด้านล่างๆก็จะคอยฉุดน้องลงมา
สิ่งที่สำคัญคือ น้องเชื่อหรือเปล่า ว่าตัวน้องเองทำไม่ได้ เสียงคนอื่นมีค่าไม่เท่ากับความมั่นใจของน้องเอง น้องต้องมีความเชื่อมั่นก่อนว่าตัวเองทำได้ ไม่ต้องรอให้คนอื่นๆบอกว่าน้องเป็นคนเก่ง แต่น้องต้องเชื่อว่าน้องเป็นคนเก่ง มีศักยภาพเทียบเท่าคนอื่น

หวังว่าน้องทอฟฟี่จะมีความสุขกับการวาด และขอให้คุณแม่เข้าใจน้องค่