การฝึกจากวาดตามแบบอาจารย์ที่ชอบและข้อดีข้อเสีย

สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้ก็จะเป็นหัวข้อที่คิดว่าหลายๆคนคงเคยสงสัยมาก่อน
ว่าปกติแล้วคนเก่งๆวาดรูปเขาฝึกทักษะกันยังไง? สำหรับพี่นั้น
พี่เอาเทคนิคที่พี่ทำแล้วได้ผลมาสอนน้องที่มาเรียนค่ะ ก็เลยจะมาเล่าให้ฟัง
นั่นก็คือเทคนิคการทำ master study หรือฝึกวาดตามแบบ
ทั้งนี้ผู้ที่มาเรียนกับพี่เป็นหลายแบบค่ะ นั่นก็คือ มีพื้นฐานในการวาดรูปไม่เท่ากัน

 

ploy2

mai1 mai2 mai3 ploy1 wern

สำหรับน้องที่วาดรูปไม่เป็นเลยสักนิด แล้วถ้าน้องไปเรียนคอร์ส drawing
ในสถาบัน น้องจะเจองานโหด เช่น เจอวาดหุ่นปูนปั้น ซึ่งเด็กที่ไม่เคยทำงานอย่างนี้มาก่อนเลยก็จะทำไม่ได้
เพราะฉะนั้นการเรียนวาดเราควรลงเรียนคอร์สที่เป็น basic ก่อน
(หมายถึงเวลาลงเรียนของสถาบันอื่นด้วย ไม่ใช่ของที่นี่อย่างเดียว)
และสถาบันสอนวาด จะมีเด็กเตรียมเอนท์ที่ไฟวาดแรงมากๆฝีมือดีๆอยู่เยอะค่ะ
ยิ่งถ้าน้องไม่ได้จบสายการวาดหรือเรียนด้านวาดๆมาก่อนจะทำให้เวลาเรียนประหม่าในการเรียน
พี่แนะนำว่า หลักการวาดรูปให้เก่งนั้น น้องจะต้องค่อยๆฝึกจากพื้นฐาน

น้องอาจจะบอกว่าถ้าเข้ามาเว็บพี่น้องจะเจอน้องหลายๆคนตั้งคำถามเรื่องสายการวาดเป็นอาชีพ
และถามว่าถ้าจบคณะนี้ๆมา จะทำงานวาดได้ไหมเยอะ
ทำให้พี่รู้ว่าทิศทางในการทำบลอคของพี่ มันถูกต้องแล้ว
นั่นก็คือการโฟกัสที่การแนะแนวทางให้กับน้องๆที่ยังสับสน ไม่รู้จะทำงานวาดดีหรือเปล่า

ซึ่งหลังจากที่สอนมา 3 ปี(จะครบ 4 ปีในเดือนสิงหาคมปีนี้ค่ะ) เด็กเล็ก(ไม่ถึง10 ขวบ) สอนยากที่สุดค่ะ
เนื่องจากต้องคอยดูแลทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ที่สอนยากอีกคือเป็นการสอนกลุ่ม ซึ่งตอนนี้ยุบไปชั่วคราวค่ะ
เนื่องจากการสอนกลุ่มนั้นเจอเด็กหลายพื้นฐานในเวลาเดียวกัน เวลาสอนจะยากกว่าตัวต่อตัวมาก
จริงๆจะสอนต่อก็ได้ แต่เราตัดออกไปเนื่องจากจะเอาเวลาไปพัฒนาคอร์สสอนออนไลน์แทนค่ะ
แต่จากการสอนมา 15 รุ่นนั้น  ทำให้ทักษะการสอนเราเพิ่มพอสมควร เรารู้ว่าสอนเด็กเก่งยังไง
สอนเด็กไม่มีพื้นยังไง หรือสอนเด็กพื้นฐานน้อยยังไง
ส่วนไหนอนาคตจะเปิดหรือไม่คงต้องดูก่อน เพราะตอนนี้คอร์สตัวต่อตัวถูกจองล่วงหน้าไปเยอะแล้วจนถึงเดือนเมษา
แต่น้องๆก็ยังสามารถเลือกวันว่างแล้วลงได้อีก แต่เดือนนี้พี่จะเอาเวลามาทำคอร์สสอนออนไลน์คอร์สถัดไปค่ะ

กลับเข้าสู่หัวเรื่องของวันนี้ นั่นก็คือ concept artist ชื่อดัง Noah Bradley
กล่าวว่า การฝึกวาดจากอาจารย์หรือทำ  master study นั้นจะต้องทำโดยหาศิลปินที่ตายแล้ว
ในอดีตที่เราชอบผลงานมาลองแกะงานและวาดตามดู
เนื่องจากการฝึกโดยวาดตามอาจารย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันทำให้งานเราไปติดลายเส้นอาจารย์คนนั้น
และกลายเป็นเส้นแบบที่อินเทรนด์และงานจะดูไม่คลาสสิค คือ timeless หรือว่าไม่ว่าจะยุคไหนก็เป็นที่นิยม
ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากเนื่องจากลายเส้นของคนหนึ่งคนตลอดชั่วชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาหลายครั้งค่ะ

เลเวลแรกสำหรับผู้ที่หัดวาดรูปใหม่ๆ คือ น้องควรรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง
และมีทักษะโดยที่ไม่ต้องใช้แรงพยายามมากๆในการทำสิ่งนั้นๆ
เช่น ก่อนหน้านี้ที่เราลังเลว่าจะทำงานสอนดีไหม?ถ้ามาสายนี้แล้ว
เราอาจจะไม่ได้วาดรูปหนักเท่าเดิมหรือพัฒนาไปให้สุดทาง

คุณจะรู้ได้ยังไงว่าสายที่คุณเดินนั้นถูกต้องแล้ว เรามีคำตอบค่ะ

การที่คุณจะรู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานไหนนั้น มีวิธีดูไม่ยาก
นั่นก็คือ คุณใช้เวลาฝึกนิดเดียวก็เป็นแล้วค่ะถ้าคุณจับจุดได้ อีกอย่าง เวลาที่ฝึกอะไร แล้วมีคนร่วมฝึกทำด้วยกันนั้น
มันจะทำให้ levelup เยอะมาก นั่นก็คือคุณต้องโพสต์ผลงานเพื่อรับ feedback จากคนทั่วไป
ซึ่งงานแต่ละงาน มันก็จะมีวิธีวัดแตกต่างกัน เช่น จำนวนไลค์,จำนวน +fav ใน Deviantart
ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไปดราฟงานคนอื่นๆมาแล้วบอกว่าตัวเองวาดนะคะ
การดราฟสามารถทำได้ คือคุณไม่ควรแอบอ้างผลงาน ควรจะบอกที่มา(ถ้าไม่ลืมไปว่าเซฟมาจากที่ไหน)

ทั้งนี้น้องไม่ควรยึดติดกับจำนวนการกด like,fav เป็นหลักค่ะ
เนื่องจากรสนิยมคนเราไม่เหมือนกัน คนแต่ละคนชอบงานแตกต่างกัน
คุณควรใส่ใจฐานแฟนๆหรือลูกค้าของคุณมากกว่าค่ะ ไม่ว่าจะมีจำนวนเท่าไร
แต่พวกเขาเหล่านั้น ทำให้คุณมีกำลังใจในการวาดรูปต่อไป

ส่วนการที่สอนให้น้องวาดไม่เป็นไปวาดหุ่น วาดdrawing ถึกๆตั้งแต่แรก
ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ มันก็ดี คือมันเป็นBasic ของการวาดรูป ซึ่งถ้าน้องวาดไม่เป็นเลย
น้องควรจะฝึกวาด และ render สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม,วงกลมให้ได้ก่อน
ก่อนที่จะวาดรูปอื่นๆที่ยากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราสอนในคอร์ส digital painting ค่ะ
และส่วนมากก็จะเรียนแล้วได้ผลกันเกือบทุกคน

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเรียนแกะภาพจาก master หรือ master study
ซึ่งหลายๆคนอาจจะเห็นจากภาพที่เราสอนน้องๆที่โพสต์ลงในเพจ
ที่น้องๆหลายๆคนทำได้ดีค่ะ ทั้งนี้ถ้าจะก้าวต่อไปข้างหน้า เราจะต้องเรียนแบบ ลอก”เรียน” แบบ
ไม่ใช่ “ลอกเลียนแบบ” ระหว่างการต้องทำภาพแต่ละภาพให้เหมือนนั้น
มันฝึกวิธีการคิดของน้องให้คิดแบบย้อนกลับ คือหาเทคนิคที่ทำได้ออกมาคล้ายภาพนั้นๆ
ซึ่งถ้าน้องฝึกแบบนี้มากพอไลบรารี่หรือข้อมูลในหัวน้องจะเยอะ น้องจะรู้เวลาทำภาพต่อไปเราควรเพนท์ยังไง

ส่วนพี่สอนเด็กยังไง ถ้าเด็กพื้นฐานน้อยหรือพื้นฐานปานกลาง
พี่จะให้ดราฟเส้นเลยค่ะ แล้วเพนท์ตาม(ไม่ใช่เพนท์ทับภาพวาดนะคะ)
ส่วนเด็กที่มีพื้นฐานปานกลางถึงสูง พี่จะให้น้องไม่ดราฟ แล้ววาดให้เหมือนค่ะ

มันต่างกันนะคะ ระหว่าง copy ไปแอบอ้าง กับ copy เพื่อศึกษา ทั้งนี้การทำงานแต่ละอัน
การวาดให้เหมือนเลยนั้นเป็นการเข้าถึงจิตใจของคนที่กำลังวาดรูปนั้นๆอยู่ นั่นก็คือ master ที่เป็นอาจารย์ เรา
เหมือนกับหมอที่ต้องมีการผ่าศพอาจารย์ใหญ่ นักวาดก็ต้องทำการแกะรูป
หาเทคนิคมาประยุกต์ใช้กับการวาดภาพ

เราเคยได้ยินมาจาก Adam Khoo(นักธุรกิจสายการศึกษาที่ดังมากในสิงคโปร์)
เขาบอกว่าเขาได้ซื้อ CD ของผู้ที่้เป็นนักพูดที่ประสบความสำเร็จหลายคนมาดู
แล้วก็พยายาม modeling น้ำเสียง,ท่าทางการเดิน วิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของนักพูดคนอื่นๆค่ะ
ผลคือเขาสามารถดึงเทคนิคของนักพูดเก่งๆเหล่านั้นมาเป็นของตัวเองได้

ในวงการศิลปะ ที่มักจะเจอคนลัดขั้นตอนมากมาย ควรคิดว่า
ยังไงๆก็ควรที่จะอยากพัฒนาผลงานที่เป็นของตัวเองค่ะ
ไม่ใช่เป็นเหมือนอาจารย์คนอื่น แต่ถ้าเรารู้ทักษะ แล้วรวมกับลายเส้นของเรา มันก็จะเหมือนเอาผลไม้หลายๆอย่าง
ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นออกมาเป็น smoothie  นั่นก็คือน้องควรฝึกจาก master หลายๆคนและมี reference
ในการวาดหลายๆแหล่งเพื่อจะทำให้งานน้องดู unique

หนังสือ how to draw ทั่วไป จะเห็นได้ว่า มีการวาดเป็นขั้นๆให้ดูและบอกวิธีในการวาดขั้นนั้น
ซึ่งจริงๆเราจะบอกว่าเด็กบางคน ไม่สามารถพัฒนาได้จากการอ่านเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากทักษะของคนเราไม่เท่ากัน บางคนมีทักษะ
อ่านภาษาเป็นหน่อย ไปหาซื้อ how to draw ต่างประเทศมาอ่าน
บางคนฝีมืออัพ บางคนฝีมือไม่อัพ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคน get เนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือมากน้อยแค่ไหน
ซึ่งการเรียนคอร์สต่างๆ หรือการดูวีดีโอ แล้วฝึกตามก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งค่ะ

การฝึกวาดตามแบบหรือ master study นั้นต้องทำควบคู่กันไปค่ะ
กับการฝึกพื้นฐานการวาดในเรื่องอื่นๆและไม่ควรวาดตามอาร์ติสท์แค่คนเดียว
เนื่องจากโอกาสติดสไตล์มาจะมีสูงค่ะ
ทั้งนี้น้องควรจะมีใครสักคนเป็นที่ปรึกษา ช่วยดูงานให้น้อง
ซึ่งคนๆนั้นควรวาดรูปได้เก่งพอสมควร เช่น อาจจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น
การที่มีเพื่อนร่วมชั้นวาดรูปเล่นด้วยกันนั้น ก็จะสนุกค่ะ
แข่งขันกันวาดรูปว่าใครจะออกมาสวยกว่า
แต่พอแก่ๆตัวไปอยากจะบอกว่า ไม่อยากแข่งขันค่ะ
อยากวาดรูปแบบสงบๆมีกลุ่มแฟนไม่ต้องเยอะล้นมากก็ได้

ข้อดีของการฝึกวาดตามอาจารย์ที่ชอบ

  1. ทำให้น้องเก่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
  2. รู้เทคนิคขั้นตอนในการทำงานของนักวาดแต่ละคนโดยคิดแบบ reverse engineer
  3. มีกำลังใจที่จะวาดต่อไป เพราะรู้สึกว่า ภาพแนวนี้เราทำได้

ข้อเสียของการฝึกวาดตามอาจารย์ที่ชอบ

  1. ติดลายเส้นอาจารย์มาได้ง่ายถ้าไม่มีคนคอย guide ให้หรือช่วยดูงาน
  2. มีโอกาสที่จะเอาไปใช้งานแบบผิดๆสูง

สำหรับเอนทรี่นี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ