จุดที่ใช่อย่างใจฝัน

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเล่าว่าทำยังไงให้อยู่ในจุดที่เราอยากเป็นได้ยังไงนั่นก็คือ

317107_10150347508863914_1652638491_n

-ตอนนี้เราได้ทำงานอย่างใจชอบ ในเวลาที่อยากทำ มีอิสรภาพ ไม่ขึ้นอยู่กับองค์กรใดๆ

-เป็นฟรีแลนซ์มาได้ 5 ปีกว่าแล้ว มีงานอย่างต่อเนื่อง

-ได้รายได้ที่เราพอใจ รายได้พอดูแลครอบครัว

-อยากวาดเมื่อไรก็วาด,อยากเขียนเมื่อไรก็เขียน ไม่มีเจ้านาย

ซึ่งก็นับว่ามาไกลพอสมควรค่ะ เราเองตอนออกจากงานประจำใหม่ๆก็ไม่นึกเลยว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้ ทั้งนี้เคยเล่าให้ฟังไปหลายเอนทรี่แล้ว ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้เราได้ผ่านอะไรมาบ้าง  และถ้าถามว่า เราทำยังไงจึงมาถึงจุดนี้ได้เราก็จะเล่าให้ฟังค่ะ เราก็เคยหลงทางไปพอสมควร กว่าจะจับแนวทางของตัวเองได้ ก็ล้มลุกคลุกคลานประมาณ 2-3 ปี แต่มันทำให้เรามีประสบการณ์ที่หลายๆคนยากจะมีประสบการณ์เหมือนเรา

เอาเป็นช่วงแรกในการออกจากงานประจำก่อนเลย จริงๆแล้วเราออกมาโดยมีเงินติดตัวอยู่ประมาณ 5 หมื่น เนื่องจากได้เงินเดือนของเดือนนั้นมาด้วย ซึ่งจะบอกว่าเราไม่เคยเก็บเงินได้เลยค่ะ ในช่วงที่เราทำงานประจำอยู่ เนื่องจากเราใช้ซื้อของ ซื้อหนังสืออาร์ทบุค หมดเลยทุกเดือน มีให้ทางบ้านบ้าง แต่พอเงินเดือนเราเยอะ ก็มือเติบ ซื้อของโน่นนี่ ทำให้ออกมาเป็นหนี้บัตรเครดิตซักระยะนึงค่ะ แล้วก็จ่ายหนี้หมด ปัจจุบันเราก็ยังใช้บัตรเครดิตอยู่ แต่จ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน

ซึ่งช่วงหลังจากออกจากงานประจำนั้น เป็นช่วงที่เราไม่กลัวอะไรเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่า เราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ ในทางสายวาด เนื่องจากเราไม่ต้องทำงานประจำที่ส่วนมาก ไม่ได้มีชื่อเราติดอยู่ในงานนั้นๆแต่เป็นชื่อของสตูดิโอ และงานส่วนมากก็เป็นงานการ์ดเกม ยังไงก็ตามเราก็รู้สึกว่า บริษัทที่เราเคยอยู่ก็เป็นบริษัทที่ดีค่ะ และถือว่าตลอดมาเราได้ทำงานประจำในสายที่ชอบเสมอๆ แค่นี้เราก็คิดว่าเราโชคดีแล้วค่ะ

ช่วงลาออกจากงานประจำ เราโหมวาดรูปทุกวัน วาดทุกวันจริงๆค่ะ วันละรูปๆ ซึ่งรู้สึกว่าตอนนั้นขยันวาดรูปมากๆ แล้วก็ส่วนมากงานที่เด่นๆ ก็มักจะเป็นช่วงทำงานประจำอยู่และหลังจากออกประจำใหม่ๆเนื่องจากตอนนั้นทักษะยังค่อนข้างดีอยู่ คือมือยังวาดได้คล่องเนื่องจากทำแต่งานวาด และช่วงที่โหมทำงานนั่นแหละคือ ทำให้ต่อมางานได้ลงสื่อหลายสื่อ

ซึ่งพอหลังจากนั้นมาซัก 1-2 ปี ก็ยังไม่ค่อยเข้าที่ เราก็ยังวาดรูปเยอะเหมือนเดิมค่ะ วาดอาทิตย์ละ 2-3 รูป ก็ถือว่าค่อนข้างเยอะ แต่งานที่ติดต่อมาให้ทำ ก็เป็นพวกให้ทำไปก่อนแล้วจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ แต่สุดท้ายก็เป็นงานฟรี แล้วก็เจอลูกค้าหลายรูปแบบ ซึ่งจริงๆแล้วตอนนี้ถ้าหากคุณมีทักษะอื่นๆในการทำงานที่นอกเหนือไปจากงานวาดก็จะดีกว่าค่ะ เนื่องจากการอยู่เป็นฟรีแลนซ์โดยพึ่งพางานวาดอย่างเดียวเป็นไปได้ลำบากถ้าฐานลูกค้าไม่แน่นหรือไม่ได้เป็นฟรีแลนซ์ประจำของที่ใดที่หนึ่ง อย่างเช่น น้องสาวเราตอนนี้ เป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ สามารถอยู่ได้อย่างสบายๆค่ะ โดยแค่รับงานจากคนรอบตัว

ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เรากลับมาทำงานปกนิยาย จริงๆถ้าถามความรู้สึกเรา เราชอบงานปกที่เราทำแนวแฟนตาซีนะคะ แต่แนวนั้นไม่ค่อยมีงานเยอะเท่าปกนิยายรัก และสุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำงานปกต่อ แต่ถ้าถามเราว่าเราจะกลับไปทำงานปกนิยายอีกไหม คิดว่าไม่แล้วค่ะ ยกเว้นจะเจองานที่บรีฟน่าทำงานจริงๆ งานที่เรารู้สึกดีที่สุดที่ได้ทำคือ งานปกนิยายในเครือ ecommerce magazine ค่ะ ซึ่งได้วาดอย่างที่อยากวาดจริงๆ รองมาก็ปกนิยายแฟนตาซีของแจ่มใสค่ะ ชุด magic cafe วาดแล้วสนุกดี และรู้สึกดีตอนชอบงานตัวเอง

และก็มาถึงช่วงที่ทำ commission อันนี้จริงๆก็เพลินๆค่ะ ก็รับทำมา 1 ปีเหมือนที่เคยเล่าให้ฟังในหลายเอนทรี่ก่อนๆ จริงๆแล้วก็สนุกดีเวลาทำ แต่พอทำไปกลับมาถามตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ?สิ่งนี้คือสิ่งที่เราอยากได้จริงๆหรือเปล่า เราอยากเป็นแบบนี้จริงๆไหม ปรากฏว่า เราไม่อยากค่ะ เราอยากทำงานที่มีความหมาย งานที่ช่วยเหลือคนอื่นๆได้ ซึ่งจริงๆแล้วงานวาด มันก็ดีค่ะ ถ้าเจอลูกค้าดีๆและบรีฟดีๆ แต่พอเจอบรีฟที่เราไม่ชอบ กลับกลายเป็นว่า ไม่อยากวาด ซึ่งถ้าเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้อยู่กลางๆได้ คิดว่าการทำงานประจำในสายวาดๆน่าจะดีกว่าเป็นฟรีแลนซ์เนื่องจากเป็นการบังคับตัวเองให้วาดรูปไปเรื่อยๆเหมือนกับตอนที่เราทำงานประจำในช่วงแรก

ถ้าถามความรู้สึกเราว่า ยังอยากทำงานจ็อบวาดอื่นๆอีกไหม เราคิดว่าคงต้องอยู่ที่บรีฟ ลักษณะงานและลูกค้าคือใครมากกว่า ถ้าหากเป็นลูกค้าที่เราทำงานด้วยแล้วโอเคเราก็อาจจะทำค่ะ แต่ตอนนี้เราไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่งานเข้ามาทุกอันต้องทำ เราสามารถเลือกได้ในระดับนึง ว่าเราอยากทำงานไหน เพราะว่าเราไม่ได้ทำงานวาดเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งถ้าถามว่าทำไมเราถึงเลือกแนวทางที่ไม่ค่อยได้วาด หรือวาดน้อยลง เนื่องจาก เรารู้ตัวว่าเราชอบวาดในสิ่งที่อยากวาด และเวลาที่อยากวาดมากกว่า และเน้นทำโปรเจคของตัวเอง

ต่อมาก็เป็นช่วง 3-5 ปีหลังจนถึงปัจจุบันนี้ อันนี้เป็นช่วงที่เราทำงานสอนแล้วค่ะ ซึ่งเราก็ได้ทำเว็บ illustcourse นี้ขึ้นมา เราวางแผนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในการทำเว็บนี้ เนื่องจากเราจะทำให้เว็บเป็นแหล่งรวมข้อมูลของการวาดภาพประกอบ ซึ่งเราก็เขียนบทความอย่างต่อเนื่องมา 3 ปี กว่าๆ ทำให้เว็บติดหน้า 1 ในหลายๆคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องอย่างที่เคยเล่าให้ฟังเรื่องน้องที่มาเรียนที่ illustcourse  ส่วนมากจะเป็นเด็กมหาวิทยาลัย

พอทำงานสอนแล้วเรารู้สึกว่าเราชอบค่ะ และงานสอนนั้นทำให้เราค้นพบตัวตนอีกด้านเนื่องจาก ทำให้เราต้องเขียนบทความลงเว็บอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราไม่มีทุนก้อนใหญ่ในการเปิดสถาบัน และการเปิดสถาบัน ทำให้สูญเสียการใช้ชีวิตแบบอิสระไป  การที่ไม่มีทุนเป็นก้อน เราก็เลยต้องอาศัยบลอคเป็นที่โปรโมทคอร์สเรียนต่างๆและให้ความรู้ไปด้วยเลยกลายเป็นว่า ชอบเขียนบทความไป แต่งานวาดเราก็ไม่ได้ทิ้งค่ะ แต่ไม่ค่อยได้วาด  fullcg เยอะๆเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง

ซึ่งช่วงแรกๆที่เราสอนใหม่ๆ เรายังปรับตัวไม่ค่อยถูก คืองานวาดๆก็ยังอยากทำอยู่ แต่งานสอนก็ชอบ แต่พอทำงานวาดไปอีก กลายเป็นว่า เราถามตัวเองอีกรอบ ว่าสิ่งนี้ใช้สิ่งที่เราอยากเป็นหรือเปล่า เราอยากให้คนจดจำภาพเราแบบนี้หรือเปล่า? คำตอบก็คือเราไม่ได้อยากค่ะ เราไม่อยากอยู่ในสถานภาพที่ไม่สามารถเลือกงานได้ เราอยากทำกิจการของตัวเองมากกว่า ซึ่งงานสอนให้สิ่งนั้นได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องอุดมการณ์ สมมติว่าเราไม่ต้องกังวลเรื่องเงินแล้ว ก็คงสอนเป็นวีดีโอนั้นเองค่ะแต่ก็ออกเดินทางไปเที่ยวด้วย

ซึ่งเราก็ค้นหาตัวเองมาตลอดว่าทำอะไรแล้วโอเคค่ะ งานที่เราใฝ่ฝันคืออะไรกันแน่ ถ้าไม่ใช่การวาด เราก็เลยอยากบอกทุกคนว่า  passion หรือสิ่งที่เราชอบทำ มีหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง บางทีโตขึ้นแล้วความชอบ หรือ passion อาจจะเปลี่ยนไป สิ่งที่สำคัญก็คือ เราควรจะหาตัวเองให้เจอ ยิ่งเร็วยิ่งดี เราจะได้มีเวลาในการลองผิดลองถูกมากกว่าคนอื่น ยิ่งเริ่มตั้งแต่สมัยเรียนได้ยิ่งดีค่ะ

สำหรับเรานั้นตอนแรก งานวาด เป็นงานเดียวที่เรารู้สึกว่าเราชอบทำ เราเป็นเด็กที่ถ้าไม่สนใจก็จะเรียนให้ผ่านๆไป แต่ถ้าสนใจเราจะทุ่มเต็ม 100%  หลายๆคนไม่แน่ใจในชีวิต ยังไม่รู้ว่าควรจะเลือกคณะไหน และส่วนมากคำถามที่ถามเข้ามามักจะอยู่ในข่ายนี้ นั้นก็คือ เปลี่ยนสายมาทำงานวาดดีไหม,ไม่ได้เรียนวาดทำอย่างไร พี่จะบอกเหมือนเดิมว่า พอร์ทโฟลิโอสำคัญที่สุด และอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้คนๆนึงไปไกลกว่าคนอีกคนนึงคือ

It’s not what you know.It’s who you know 

นั่นก็คือสิ่งทีสำคัญไม่ใช่ว่าน้องรู้อะไร แต่รู้จักใครมากกว่า นั่นก็คือเรื่องของ connection ค่ะ และพอเราทำงานไปสักพัก มันก็จะบอกไปแบบปากต่อปาก ต่อกันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นควรตั้งใจทำงานทุกชิ้นที่เป็นงาน  private,commercial ให้ดี

สำหรับเว็บ illustcourse นี้ เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมาก เนื่องจาก วิธีคิด แนวทางการใช้ชีวิต มุมมองต่อโลกของเรา นำมาไว้ในนี้หมด ซึ่งมันจะต่างกับเว็บทั่วไปที่สอนวาดหรือหนังสือสอนวาดรูปทั่วไป

มีน้องบางคนอีเมล์มาบอกว่า เราเขียนสไตล์จิตวิทยา ก็เป็นมุมมองที่แปลกดีค่ะ และเราก็ลงทุนลงแรงกับเว็บนี้เยอะ เนื่องจากช่วงหลังนี้เขียนบทความเองตลอดเลย และทุกครั้งที่เขียนบทความจะพยายามให้มันถึง 2,000 คำและเป็นบทความคุณภาพ เพื่อให้ผลการค้นหาใน google ดีขึ้น ผลสรุปคือ เราแทบจะไม่ได้ทำ seo เลย เนื่องจากบทความที่พิมพ์ช่วงหลังจากได้ไอแพดมา ก็พิมพ์ใส่ไอแพดตลอด ทำให้ไม่สามารถใส่คีย์เวิร์ดได้เพราะอัพจากไอแพดโดยตรง ก็เลยใส่แต่ tag เว็บก็ยังทำอันดับดีได้ในหลายๆคีย์เวิร์ด

ซึ่งน้องหลายคนอาจจะมองว่า ทำไมคนโน้นงานเยอะ คนนี้งานแน่น คนนี้มีงานตลอด มันเป็นเพราะเรื่องของการวางแผนในการทำงานค่ะ เช่น พี่ตั้งเป้าว่าจะต้องติดหน้า 1 google คีย์ สอนวาดการ์ตูน,นักวาดภาพประกอบ,นักวาดการ์ตูน,สอน digital paintingฯลฯ คีย์พวกนี้พอพิมพ์ไป illustcourse หรือไม่ก็ video ที่เราสอนวาด จะอยู่ลำดับต้นๆของผลการค้นหา ณ.เวลานี้ ซึ่งก็ได้อานิสงค์ของการตั้งใจทำเรียบร้อย ทั้งนี้การติดหน้าหนึ่งไม่สำคัญเท่ากับการที่เนื้อหาเวลาเขียนต้องระลึกว่า เราเขียนให้คนอ่าน ไม่ใช่บอทอ่าน แม้ว่าบอทจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บลอคอันดับดีก็ตาม

เรื่องที่บอกว่าให้หาจุดที่ใช่สำหรับคุณก็คือ จุดที่คุณได้ทำทั้งงานเลี้ยงชีพ และงานที่คุณรักพร้อมๆกัน ไม่ว่ามันจะเป็นงานประจำ,ฟรีแลนซ์,พาร์ทไทม์ หรืออื่นๆก็ตาม คุณควรหาว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่คุณต้องการในชีวิตนี้ สิ่งที่อยากจะทำให้สำเร็จคืออะไรบ้าง ความฝันของคุณคืออะไร ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้จะทำให้คุณเดินอย่างมีจุดมุ่งหมายในแต่ละวันมากขึ้น ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยขนาดไหน

พี่ชายของเรา เป็นฝ่าย pr อยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เนื่องจากต้องผ่อนบ้าน 2 หลัง พี่เราเลยทำงานประจำ แต่ว่ามักจะหาเวลามาทำสิ่งที่ชอบเสมอนั่นก็คือการปั่นจักรยาน บางทีก็ซื้อขายจักรยาน บางทีก็ขายเลนส์กล้อง จะบอกว่าแม้คุณจะทำงานประจำและเหนื่อยขนาดไหน ก็ควรแบ่งเวลามาทำงานอดิเรก เพราะว่าคุณอาจจะสามารถพลิกงานอดิเรกเป็นงานประจำได้ค่ะ

สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ เริ่มหาเป้าหมายในชีวิต และเขียนมันลงไปในกระดาษ ยาวเท่าไรก็ได้ แต่ควรเขียนปีที่เราควรจะทำสำเร็จไปด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายที่ลอยเกินไป การตั้งเป้าหมายให้อยู่สูงหน่อย มันจะทำให้คุณออกแรงเยอะๆกว่าเป้าหมายต่ำๆค่ะ

สุดท้ายก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์เช่นเคยค่ะ