ทำความรู้จักและเลือกกระดาษเขียนสีน้ำ

ทำความรู้จักและเลือกกระดาษเขียนสีน้ำ

25570218-184643.jpg

กระดาษ คือ พื้นผิวที่ใช้ทำงานวาด,เพนท์และเขียนในช่วงสมัยก่อน จากผนังถ้ำ แผ่นดินเหนียว(สุเมเรียน 5000-2000 ก่อนคริสต์กาล)แผ่นกระดานไม้,แผ่นกระดาษโบราณจากต้นกก(2500 ก่อนคริสต์กาล)ไปสู่กระดาษที่ทำจากหนังสัตว์(1,500-250 ปีก่อนคริสต์กาล) Papyrus หรือกระดาษโบราณทำจากต้นกกที่ทอเป็นเส้นใยแล้วอัดเป็นแผ่นบางๆ ส่วนกระดาษหนังทำจากส่วนของหนังสัตว์ชนิดต่างๆเช่น หนังวัวและหนังแกะที่มีลักษณะพื้นผิวเรียบและนุ่ม คำว่า paper หรือกระดาษนั้น รากศัพท์มาจาก papyrus หรือต้นกกนั่นเอง

จากบันทึกประวัติศาสตร์ของจีนใน ad105 ในราชวงศ์ Hi-Ti ,Ts’ai lun ของ Leiyang ได้รับไอเดียในการทำกระดาษจากเปลือกไม้ หลังจากนั้นกรรมวิธีทำกระดาษ และกระดาษลักษณะนี้ก็ได้เผยแพร่ไปส่วนต่างๆของโลก และดูเหมือนว่าใครๆก็ใช้กันค่ะ ต้นไม้ที่ใช้ทำกระดาษได้แก่ต้นหม่อน (paper mulberry) และ Broussonetia papyrifera มีความเชื่อว่าราชวงศ์ Ts’ai ได้ทำกระดาษโดยมีส่วนผสมคือเปลือกต้นหม่อน,ปอ,และเศษผ้าเข้าด้วยกันกับน้ำและบดจนเป็นแผ่นกระดาษ ทำให้แห้งโดยสะเด็ดน้ำออกและเอาแผ่นกระดาษที่ได้ไปตากแสงแดด ตั้งแต่นั้นมา กระดาษที่เป็นกระดาษจริงๆก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก

หลายศษวรรษมาแล้ว พระภิกษุได้เผยแพร่การสร้างกระดาษไปยังญี่ปุ่นที่กระดาษเป็นสิ่งจำเป็นต่อหลายๆอย่างในสังคมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรม,พัด,และการตกแต่งบ้าน

ด้วยความที่กระดาษหาซื้อได้ง่ายและราคาถูกขึ้น การสื่อสารของมนุษย์จึงบรรลุเป้าหมายโดยการใช้การเขียนข้อความและรูปภาพ การเพนท์และการวาดภาพกระจายไปทั่วทุกแห่ง

ในปีค.ศ. 751 ตอนที่อาหรับกับจีนรบกันในเมือง Samarkland นั้น มีชาวจีนถูกจับเป็นเชลยศึก ซึ่งชาวจีนที่ถูกจับตัวไว้นี้ สอนกรรมวิธีการทำกระดาษให้อาหรับ 400 ปีต่อมากรรมวิธีการทำกระดาษได้เผยแพ่ไปสู่โลกตะวันตก,อิตาลี,ฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งต่อมาประเทศเหล่านี้ก็พัฒนากรรมวิธีการทำกระดาษมาจนถึงปัจจุบัน

กระดาษ Fabriano (อิตาลี) เริ่มอุตสาหกรรมผลิตกระดาษมาตั้งแต่ปี 1283 ในขณะที่กรรมวิธีในการทำกระดาษที่เป็นที่นิยมคือรีไซเคิลจากใยผ้าลินิน

กระดาษ Arches (ฝรั่งเศส) ตั้งโรงงานขึ้นในเมือง Lorraine ในปี 1492 ประวัติศาสตร์อันมีสีสันของอุตสาหกรรมกระดาษในฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสอย่างแนบแน่น ทั้งในงานวรรณกรรมและศิลปะการเพนท์ภาพต่างใช้กระดาษ Arches รวมไปถึงการพิมพ์ผลงานที่สมบูรณ์ของวอลแตร์ โปรเจคเริ่มต้นในปี 1784 ที่ต้องการกระดาษถึง 70 ตันของกระดาษทำมือ Arches และยังมีหนังสือของนโปเลียน”การบรรยายถึงอียิปต์” พิมพ์ในระหว่างปี 1807-1823 โดยใช้กระดาษไปร่วม 2 ล้านแผ่น ทำด้วยมือทั้งหมด Arches ได้เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมในปี 1895 โดยใช้แม่พิมพ์ทรงกระบอกในการทำเส้นใยกระดาษที่มีคุณภาพ กระดาษ Arches ยังคงผลิตในโรงงานเดิมตั้งแต่ปี 1492 และต่อมาก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระดาษตระกูล canson


0015843000000-st-01-arches-watercolor-blocks-beauty-shot

ตั้งแต่ปี 1557 โรงงานกระดาษของ canson ได้ผลิตกระดาษชั้นดีและมีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์นั่นก็คือการประดิษฐ์บอลลูนลมร้อนของพี่น้องตระกูลมองโกลฟิเยร์ ที่ประดิษฐ์บอลลูนลมร้อนจากกระดาษของ canson ในปี 1783 และหลังจากนั้นตระกูล Canson จึงเป็นผู้ดูแลกิจการต่อมาจนปัจจุบัน เมื่อเราไปตามห้างที่มีขายกระดาษ canson ที่ถูกตัดเป็นเล่มจะมีรูปลูกบอลลูนอยู่ข้างหน้ากระดาษนั้นค่ะ

Montgolfier_brothers_flight

ในปี 1690 ใกล้กับเมืองฟิลาเดเฟีย ชาวเยอรมัน WIlliam Rittenhouse ก่อตั้งโรงงานผลิตกระดาษในอเมริกาเหนือ ชาวอเมริกันยุคบุกเบิกได้รับการอบรมจากโรงงานของ William นี้

ในปี 1892 Horace Moses ก่อตั้ง โรงงานผลิตกระดาษ Mitteneague(หลังจากนั้นกลายเป็น Strathmore บริษัทผลิตกระดาษชื่อดัง)ด้วยเครื่องทำกระดาษเพียงหนึ่งเครื่อง ซึ่งชื่อ Strathmore นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากความสวยงามของดอก Thistle ที่บานเต็มที่ในหุบเขาของสก็อตแลนด์

กรรมวิธีผลิตกระดาษสีน้ำด้วยมือ

ในอดีตนั้น กระดาษเขียนสีน้ำทำมาจากผ้าลินิน,ป่าน หลังจากที่ถูกบดเส้นใยจนละเอียดเป็นเศษๆแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดและย้ายไปสู่ถังขนาดใหญ่ แม่พิมพ์ที่ทำจากการสานลวดเป็นตารางถี่ยิบและเข้ากรอบด้วยไม้ จุ่มแม่พิมพ์ลงในน้ำที่มีเส้นใยผสมอยู่เพื่อให้เส้นใยเรียงตัวกัน และน้ำจะไหลผ่านตารางลวดไป เมื่อกระดาษเกาะตัวหนาได้ที่แล้ว แม่พิมพ์จะกลับกลายเป็นคล้ายกับผ้าห่มที่ให้กระดาษแผ่นใหม่ได้ยึดติด กระดาษแผ่นใหม่จะอยู่ด้านบนสุดและกรรมวิธีทำด้วยมือนี้จะทำในขั้นตอนซ้ำๆกัน จนกระทั่งสร้างกระดาษให้เป็นหลายๆชั้น หลังจากนั้นชั้นของกระดาษจะถูกนำไปรีดน้ำออก กระดาษทำมือมีความแตกต่างเนื่องมาจากผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนกันในแต่ละแผ่น และกระดาษทั้งสี่ด้านที่ทำมือนั้นจะมีขอบทั้งสี่ที่เป็นลุ่ยๆไม่ใช่ตัดเรียบ

กระดาษทำมือยังมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ามีราคาแพงกว่ากระดาษที่ทำด้วยเครื่องจักร กระดาษที่ทำด้วยเครื่องจักรนั้นจะให้คุณภาพที่สม่ำเสมอกันมากกว่ารวมไปถึงผิวสัมผัสด้วย โดยปกติกระดาษประเภทนี้จะมีกรอบสองด้าน ในขณะที่อีกสองด้านถูกตัดให้ลุ่ย เลียนแบบกระดาษทำมือ

กระดาษในยุคสมัยใหม่ใช้คำว่า rag ในการแสดงถึงเส้นใยธรรมชาติ แต่โดยพื้นฐานแล้วเส้นใยฝ้ายจะเอามาใช้งาน Rag คือน้อยกว่า 100% จะมีผสมเส้นใยป่าน,เส้นใยสังเคราะห์,หรือเยื่อไม้ในส่วนผสม ซึ่งลักษณะนี้จะเป็นกระดาษเกรดนักเรียน

กระดาษมีกรดมากไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดี

กระดาษที่ทำด้วยไม้หรือเส้นใยป่านจะมีค่าความป็นกรด(Acid)ที่สูง และคุณภาพจะต่ำลงตามกาลเวลา เช่น บางทีกระดาษก็เหลืองซะอย่างนั้น กระดาษที่มีคุณภาพดีจะเขียนไว้ว่า Acid free หรือมีค่า Ph เป็นกลาง

แล้วกระดาษสังเคราะห์ล่ะ?

กระดาษสังเคราะห์ทำมาจากเส้นใยต่างชนิดกัน เช่น Tyvec พื้นผิวมีความทนทานสูง แต่มักจะต้องปรับตัวเรื่องเทคนิคในการลงสีให้เข้ากับกระดาษชนิดนั้นๆเนื่องจากคุณสมบัติการการดูดซับน้ำและคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกันกับกระดาษที่ใช้เส้นใยธรรมชาติอย่างที่เราคุ้นเคยกัน

7 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อกระดาษเขียนสีน้ำเบื้องต้น

1.น้ำหนักและพื้นผิว
กระดาษเขียนสีน้ำมีน้ำหนักและผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน การเลือกกระดาษแต่ละแบบให้ดูว่าชอบเทคนิคการลงสีน้ำแบบไหน แล้วก็เลือกกระดาษและพื้นผิวของกระดาษที่ใช้ ซึ่งคนแต่ละคนก็ชอบงานลักษณะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการเลือกกระดาษจึงเป็นเรื่องของความชอบเฉพาะตัวค่ะ

2.คุณสมบัติในการอมน้ำหรือดูดซับน้ำ
กระดาษเขียนสีน้ำ ไม่เหมือนกระดาษที่ใช้ดรออิ้งทั่วไปและไม่เหมือนกับกระดาษที่ใช้ทำงานภาพพิมพ์ กระดาษสีน้ำนั้นสามารถชะลอเวลาในการดูดซับน้ำได้ เมื่อชะลอการดูดซับน้ำ ทำให้เม็ดสีเกาะตัวอยู่ที่ผิวกระดาษ ซึ่งจะทำให้เราสามารถแก้ไขงานได้เวลาที่เราลงพลาด และ สามารถลงสีทับได้หลายๆครั้งในขณะที่กระดาษไม่ยุ่ย และสีจะสดใส ในการทดสอบด้วยตัวเองเราอาจจะลองเอากระดาษร้อยปอนด์ธรรมดามาลงสี เทียบกับกระดาษเขียนสีน้ำดูว่าแตกต่างกันยังไง

3.ราคา
กระดาษเขียนสีน้ำ มีไล่ลำดับตั้งแต่ถูกจนถึงแพง คิดราคาแผ่นละ 20-30 จนแผ่นละหลายร้อย ถ้าคุณต้องการผลงานที่มีคุณภาพดี การเลือกกระดาษเป็นส่วนที่สำคัญ ไม่ควรใช้ กระดาษถ่ายเอกสาร,กระดาษ Cartrige(เป็นกระดาษผิวเรียบ ใช้ในการลงงานหมึกได้ดี) และกระดาษอื่นๆที่ไม่ได้เป็นกระดาษเขียนสีน้ำโดยตรงเนื่องจากคุณภาพงานจะออกมาแตกต่างกันมาก

4.Texture ของกระดาษเขียนสีน้ำ
ผิวสัมผัสของกระดาษเขียนสีน้ำ เป็นสิ่งต้นๆที่ต้องคำนึงถึงในการพิจารณาเลือกกระดาษเขียนสีน้ำ

10011-group3ww-l

hot press
กระดาษอัดร้อน จะมีผิวสัมผัสเรียบและบางทีก็ถูกเรียกว่า “smooth” เหมาะกับคนที่ลงสีน้ำที่มีรายละเอียดสูงๆเช่น ภาพพฤกษศาสตร์ นอกจากนี้ยังใช้ร่วมกับการลงหมึกและเก็บรายละเอียดด้วยสีน้ำได้ค่อนข้างดี

coldpress
กระดาษอัดเย็นหรือ not มีลายกระดาษที่เห็นค่อนข้างชัด และไม่เหมาะกับงานที่มีรายละเอียดสูงมาก แต่คุณสมบัติที่สำคัญของกระดาษอัดเย็นนั่นก็คือการเป็นกระดาษอเนกประสงค์ที่สามารถเล่นเทคนิคของสีน้ำได้หลากหลายกว่ากระดาษอัดร้อน ซึ่งกระดาษชนิดนี้จะเป็นการใช้ประโยชน์จากผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน และถ้าคุณเป็นผู้เริ่มต้นลงสีน้ำใหม่ๆ ผู้สอนจะแนะนำให้คุณใช้กระดาษประเภทนี้ กระดาษอัดเย็นไม่มีค่ามาตรฐานใดๆ เนื่องจากผิวสัมผัสมันจะแตกต่างกันไปตามแต่โรงงานที่ผลิต ยกตัวอย่างเช่น กระดาษของ Strathmore แบบอัดเย็นนั้นมีลายกระดาษที่ใหญ่และหยาบกว่า Arches ซึ่งการเลือกกระดาษแต่ละประเภทนี่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมส่วนตัวของผู้วาดอย่างที่บอกไป

Rough
กระดาษผิวหน้าหยาบ คุณสมบัติก็ตามชื่อเลยคือ หยาบ บางทีก็เรียกว่า Torchon เหมาะกับฝีแปรงกล้าๆชัดเจนๆ เช่นพวกภาพ landscape และไม่เหมาะกับมือใหม่

5.น้ำหนักของกระดาษ
ความหนาของกระดาษเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในส่วนถัดไป โดยน้ำหนักของกระดาษเราจะเรียกเป็นปอนด์ (หรือแกรมต่อเมตร) ยิ่งจำนวนปอนด์สูง กระดาษยิ่งหนา กระดาษที่คนนิยมใช้กันมากที่สุดก็คือกระดาษ 300 แกรมหรือ 140lb เพราะว่าคุณภาพดีสำหรับนักวาดส่วนใหญ่ ถ้าหากคุณต้องการทำงานในเสกลที่ใหญ่ขึ้น หรือการลงสีที่หนักหน่วงขึ้นคุณอาจจะเลือกกระดาษที่หนาขึ้นถึงขนาด 300lb หรือ 620 แกรม ก็เป็นที่นิยมสำหรับศิลปินทั่วไป

กระดาษที่บางลงมา เป็น 200gsmก็มีขายเช่นกัน และส่วนมากจะราคาถูกกว่ากระดาษหนา 300แกรม ทั้งนี้การที่มือใหม่ใช้อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างเนื่องจากกระดาษย่นและม้วนหลังจากลงสี ซึ่งถ้าคุณจะใช้กระดาษชนิดนี้คุณควรทำการขึงกระดาษด้วยกระดานและกระดาษกาวน้ำก่อนค่ะ เพราะฉะนั้นมือใหม่หลีกเลี่ยงกระดาษประเภทนี้ค่ะ

6.ขนาดกระดาษและรูปแบบของกระดาษ

aqquarello
แบบ pad หรือเล่ม ที่จะมีกระดาษราวๆ 15-50 แผ่น (ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก) มีแบบที่สันถูกกาวทาไว้ด้านหนึ่งหรืออีกอันก็คือแบบสันกระดูกงู(spiral bound) แบบสันกระดูกงูดีตรงที่เราสามารถเก็บเป็นเล่มๆไว้ด้วยกันได้ เช่น เวลาไปเที่ยวหรือไปเสก็ตซ์นอกสถานที่ ซึ่งอาจจะใช้เป็นไดอารี่จดบันทึกเสก็ตซ์การเดินทางโดยเพนท์ไปด้วย ส่วนสันกาวนี่จะดึงออกแยกเป็นแผ่นๆได้ง่ายเมื่อกระดาษแห้งและพร้อมจะลงสีในแผ่นต่อไปทันที ซึ่งมีหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ขนาด postcard ไปถึง 18″x24″ นิ้ว(45-60cm)

472-9watercolor_block_X

แบบblock หรือแบบบล็อคกาว สิ่งที่ต่างจากแบบ pad คือ แบบ block จะมีกาว 4 ด้านต้องเอาคัตเตอร์มากรีดออกทีละแผ่น จุดได้เปรียบคือการที่มีสันกาวสี่ด้าน ทำให้กระดาษไม่ย่น และการที่เอามาใส่รวมกันเป็นเล่มนั้นทำให้มีกระดาษชั้นล่างๆรองกระดาษอันบนอยู่ทำให้วาดถนัดเหมือนการติดกระดาษลงบอร์ดไม้ ซึ่งก็สะดวกต่อการพก แต่ว่าถ้าดึงออกเป็นแผ่นหลังจากวาดเสร็จแล้วต้องหาที่เก็บดีๆค่ะ

แบบแผ่น มีข้อดีคือคุณสามารถลองกระดาษหลายๆชนิดได้โดยไม่ต้องซื้อเป็นเล่มที่ราคาสูงกว่ามากเนื่องจากคิดค่าตัดและเข้าเล่มลงไปด้วย ซึ่งเหมาะกับการเพนท์ที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ๆเช่นกัน และจำเป็นเมื่อคุณทำงานขนาดใหญ่กว่า 18×24 นิ้ว ซึ่งส่วนมาก งานการ์ตูนไม่ต้องการกระดาษขนาดใหญ่ เราสามารถซื้อแผ่นใหญ่มาตัดแบ่งได้หลายแผ่น ส่วนกระดาษเหลือ สามารถเพนท์เป็นพวกที่คั่นหนังสือก็ได้ กระดาษที่ขายเป็นแผ่นมักจะมีขนาดประมาณ 22×30 นิ้ว ซึ่งบางทีสามารถซื้อเป็นแพ็คได้ แพ็คหนึ่งจะมีประมาณ 4-10 แผ่น

แบบม้วน อันนี้ไม่ค่อยเห็นคนไทยซื้อหรือขายสักเท่าไร ขนาดประมาณ 44-60 นิ้ว และยาว 10 หลา เหมาะกับคนที่รู้ตัวว่าชอบกระดาษชนิดไหนและทำงานเป็นปริมาณมากๆต้องการเซฟค่ากระดาษก็ซื้อเป็นม้วนเลยๆเพราะคิดแล้วมันถูกกว่าเยอะ ถ้าอยากเพนท์ก็แค่เอามาตัดให้เป็นแผ่นขนาดที่ต้องการ นอกจากนี้การซื้อเป็นม้วนยังเหมาะกับงานที่ขนาดใหญ่กว่า 22×30″

7.อื่นๆ
-ควรเช็คก่อนว่าเป็นแบบ Acidfree หรือไม่ก่อนจะทำการซื้อ ซึ่งส่วนมากกระดาษเกรดนักเรียนทั่วๆไปมักจะมีค่ากรดสูง ทำให้กระดาษเหลือง และเราต้องมาเสียดายงานดีๆที่วาดไปแล้วทีหลัง
-ความขาวของกระดาษ มีผลต่อภาพรวมของงานเมื่อวาดเสร็จ นักวาดหลายๆคนมักจะชอบกระดาษขาวสว่างๆ บางคนอาจจะชอบขาวนุ่มๆ โรงงานบางโรงมีกระดาษขาวมากให้เลือกใช้ เช่น Arches หรือ Fabriano
-ความสะอาด บางคนไปซื้อกระดาษแล้วไม่เก็บให้ดีๆ มือเปื้อน แล้วเอามือไปจับกระดาษทำให้กระดาษดีๆเสียได้ เราจึงความคำนึงถึงความสะอาด นอกจากรอยที่เกิดขึ้นโดยตรงจากนิ้วมือแล้ว ไขมันจากนิ้วก็ทำลายภาพที่เพนท์ได้เช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาไปซื้อถ้าเป็นไปได้ให้ซื้อแพ็คที่มีพลาสติคหุ้มหรือให้ร้านใส่ถุงแนวยาวให้ และควรเช็คความเรียบร้อยและความสะอาดก่อนซื้อค่ะ

credit
เรียบเรียงจาก
http://www.wikihow.com/Choose-Artists’-Watercolor-Paper
http://www.watercolorpainting.com/papers.htm