ทำความรู้จักพู่กันสีน้ำและการเลือกซื้อค่ะ

25570219-172229.jpg

พู่กันสีน้ำนั้นมีผลต่อการลงสีภาพอย่างมาก เนื่องจากความใสของสีน้ำ ไม่ใช่แบบสีน้ำมันที่ลงสีผิดก็ทาทับได้ตลอด ถ้าพู่กันเสียรูปทรงไปบ้างก็ไม่มีผลอะไร ตรงกันข้าม ถ้าใช้พู่กันที่ไม่ดี งานสีน้ำก็จะออกมาไม่สวย และงานสีน้ำก็มีความอ่อนไหว และกระดาษหรือสีที่ดีก็ไม่สามารถเซฟงานเอาไว้ได้ถ้าใช้หัวพู่กันที่พู่กันที่ไม่ได้รูปหรือเสียแล้วได้ วิธีนี้รวมไปถึงการจับพู่กันกลมเอียง 45 องศากับพื้นผิวที่เราทำงานอยู่ และค่อยๆหมุนแปรงช้าๆโดยที่หัวพู่กันจรดอยู่ที่พื้นกระดาษและวาดเส้นให้ออกมาสม่ำเสมอ ซึ่งสำหรับบางคนฝึกเทคนิคมานานมาก ทั้งที่จริงๆแล้วการที่มีหัวพู่กันดีๆ จับตั้งฉากกับพื้นผิว สามารถทำเทคนิคนี้ได้ง่ายๆ

มีความแตกต่างในหัวพู่กันสีน้ำ นอกเหนือไปจากคุณภาพและแบรนด์บนด้ามจับพู่กัน ซึ่งหัวพู่กันที่มีรูปร่างต่างกันจะให้สไตล์ที่แตกต่างกันไปด้วย พู่กันหัวกลมดูธรรมดามากๆสำหรับการลงสีน้ำและมีขายทั่วไป อย่างเช่น หัวพู่กันกลมสไตล์อังกฤษ แม้ว่าสไตล์อังกฤษจะไม่เป็นที่นิยมเท่าสไตล์ของอเมริกาเหนือ คนที่ลงรายละเอียดมากๆหรือวาดเส้นต่างก็ต้องการหัวพู่กันที่แตกต่างกัน ถ้าเรามีข้อมูลที่ดี เราสามารถเลือกชุดของหัวพู่กันที่เหมาะสมกับตัวเองได้

การทดสอบก่อนการใช้งานจริงสำคัญมากเมื่อซื้อมาแล้ว เราควรทดสอบหรืออย่างน้อยก็สำรวจหัวพู่กันให้ดีก่อนจะซื้อมา ด้วยวิธีการต่อไปนี้

เช็คความเป็นเนื้อเดียวกันของพู่กัน
พู่กันหลายๆแปรงมีแป้งอยู่ตรงหัวพู่กันเพื่อป้องกันการแตกของขนพู่กันก่อนใช้ โดยเราจะต้องเอาแป้งบนหัวพู่กันออกก่อนเพื่อเช็คสภาพความเป็นเนื้อเดียวกันของขนพู่กัน โดยการรูดแป้งออกโดยให้หัวพู่กันอยู่ระหว่างนิ้วสองนิ้ว หลังจากทำแล้วเราสามารถจะรีดหัวพู่กันโดยการกดเบาๆใกล้กับปลอกของพู่กันให้แผ่ออกเพื่อที่จะตรวจสอบ ให้ดูที่ความสม่ำเสมอในความยาวและไม่มีขนพู่กันที่ชี้ออกมาคนละทิศทางกับทิศของหัวพู่กัน และหัวพู่กันก็ไม่ควรถูกเล็มหรือตัดโดยเด็ดขาด

เช็คความเต็มของขนพู่กัน
หัวพู่กันนั้นควรจะแน่นและรู้สึกเต็มเมื่ออัดอยู่ด้วยกันตรงบริเวณปลอกพู่กัน(ferrule) หัวพู่กันที่มีขนน้อยกว่าจะอัดกันหลวมๆเพื่อที่จะทำให้พู่กันดูเต็ม พู่กันเหล่านี้ให้ความรู้สึกว่ามันกลวงๆ และอัดเข้ากันง่ายๆเมื่อเอามือบีบ เมื่อหัวพู่กันที่อัดแน่นจนเต็มจะลู่ไปด้านใดด้านหนึ่ง ใกล้กับปลอกพู่กัน ไม่ควรมีช่องว่างระหว่างหัวปลอกพู่กันกับขนพู่กัน

Brush-Construction-96

เช็คปลายหัว
ในการที่จะเช็คตรงนี้นั้น เราต้องทำให้พู่กันเปียกก่อน ไม่ใช้แค่จุ่มน้ำแล้วสะบัดๆเท่านั้น หัวเซเบิล(sable)หรือ sable like นั้นหัวพู่กันจะรวมเป็นปลายแหลม เมื่อสะบัดน้ำออกจากหัวพู่กัน พู่กันที่เล็ก ขนนุ่มอย่างขนกระรอกจะปลายแหลมและคมเหมือนกับ sable แต่อันที่ใหญ่กว่าต้องอาศัยการจัดรูปทรงเพื่อให้มีปลายแหลม

เช็คการสปริงของหัวพู่กัน
การสปริงตัวของพู่กันคือการที่พู่กันสามารถกลับไปสู่รูปทรงเดิมได้หลังจากการใช้งาน วิธีหนึ่งที่จะทดสอบการสปริงตัวของพู่กัน sable ที่แห้งแล้วคือการนำพู่กันไปไว้ใกล้ๆกับหูของเรา บิดขนพู่กันและปล่อยอย่างรวดเร็ว คุณจะเห็นว่าขนพู่กันมีการกลับไปที่รูปทรงเดิม ส่วนการทดสอบพู่กันเปียก จัดปลายให้แหลมและจรดไปบนกระดาษในมุมฉาก และวาดเส้นบางๆและทำให้หนาขึ้นโดยการกดพู่กันลงไป เมื่อกดพู่กันลงไปได้ประมาณครึ่งนึงของขนพู่กัน ให้จบปลายเส้นไว้ตรงนั้น เส้นที่ได้จะคล้ายภาคตัดขวางของกงจักร และองศาที่พู่กันสปริงตัวกลับไปสู่รูปร่างเติมจะเป็นตัววัดการสปริงตัวของพู่กัน

ขนโคลินสกี้นั้นไม่เพียงแต่จะกลับไปสู่รูปร่างเดิมได้แล้ว ยังผ่านการทดสอบนี้แบบง่ายๆอีกด้วยและสามารถทำซ้ำๆได้ ส่วนขนกระรอกจะทำแบบทดสอบนี้ได้ดีเฉพาะตอนที่ขนพู่กันถูกกดลงไป 1 ใน 4 และจะไม่สปริงตัวกลับเมื่อกดลงไปสุดพู่กัน (ซึ่งลักษณะนี้ถือว่าดีในแปรงขนกระรอก แต่จะเสียเปรียบเมื่อเป็น sable เนื่องจากขนสัตว์เหล่านี้ใช้งานแตกต่างกัน)

Watercolor-Brushes-96

 

Hair-assembly-96

พู่กันกลมมาตรฐาน
พู่กันกลมนั้นใช้ในงานสีน้ำทั่วไป ในขณะนี้พู่กันหัวกลมที่นิยมที่สุดก็คือ Winsor&Newton series 7 ซึ่งชื่อนี้มาจากการที่ราชินีวิคตอเรียจ้าง Winsor&Newton ให้สร้างหัวพู่กันในขนาดที่เธอชอบ ซึ่งนั่นคือเบอร์ 7 ซึ่งแปรงอันนี้ของราชินีทำมาจากขน Kolinsky ปลอกเป็นเงิน และด้ามเป็นงาช้าง

ถึงแม้ว่าพู่กันลักษณะเดียวกันกับของราชินีไม่มีแล้ว แต่ชื่อเสียงของพู่กัน Winsor &newton series 7 ขน Kolinsky ยังมีอยู่ นอกเหนือจากนี้ก็มีหัวพู่กันจากโรงงานทางเยอรมันชื่อว่า Davinci ที่ส่งออกภายใต้ชื่อ Cosmos และ Realite’ โซเวียตนั้นห้ามส่งออกขน Siberian Kolinsky ที่ดีที่สุดส่งผลให้ถูกเปลี่ยนเป็น Kolinsky ของ Asian แทน โดย Davinci บอกว่าขนของพู่กันสีน้ำที่ดีที่สุดมาจาก Siberian Kolinsky ตัวผู้ 100% ปลอกพู่กันทำจากทอง ขนาดของหัวพู่กัน davinci นั้นทำตามรูปแบบของอังกฤษ ส่วนGrumbacher อ้างว่าหัวพู่กันสีน้ำที่ดีที่สุดใช้ขน Siberian Kolinsky ที่มีการตุนเอาไว้ก่อนที่จะถูกห้ามส่งออก

พู่กัน series7 ได้ครองตลาดในอเมริกาเพราะว่าคุณภาพดีและมีขนาดใหญ่ให้เลือกซึ่งขนาดที่จำเป็นใช้ได้แก่เบอร์ 12 และ 14 ที่หายาก และค่อนข้างยาว ระหว่าง 1นิ้วครึ่งและ 2 นิ้ว (เพื่อที่จะรักษาการสปริงตัวให้สูงสุดโดยการอัดขนพู่กันส่วนโคนให้ครึ่งนึงของพู่กันฝังอยู่ในปลอกพู่กัน) Winsor&newton อ้างว่าต้องการขนส่วนหางถึง 600 หางในพู่กันขนาด 12 นิ้ว,และใช้หางกว่าพันหางในขนาด 14 ในการที่จะคัดขนคุณภาพและความยาวเหมาะสมที่จะสร้างพู่กันเหล่านี้ซักโหลนึง

การที่หาขนยาวๆนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ทำให้ราคาของหัวพู่กันอันใหญ่จึงสูงมาก จึงทำให้มีการเปิดกว้างไปสู่แบรนด์อื่นและชนิดของหัวพู่กันประเภทอื่นๆ หลายๆคนก็ไปมอง Raphael ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของบริษัท Max Sauer,โรงงานผลิตพู่กันของตะวันตก โดยขาวอเมริกันนั้นยังไม่ปรับตัวไปใช้ขนาดหัวพู่กันที่แตกต่างกันระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษ บริษัทหัวพู่กันในอังกฤษถึงแม้ว่าจะไม่เก่าแก่เท่าของฝรั่งเศส พู่กันของฝรั่งเศสนั้นมีชื่อเสียงเรื่องราคาย่อมเยาว์ในขนาดที่ใหญ่กว่า และใช้ขนสั้นกว่า ซึ่งดูแล้วราคาสมน้ำสมเนื้อถ้าหากเราทุนน้อย

ทั้งพู่กันอังกฤษและฝรั่งเศสมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าๆกัน แต่หัวพู่กันของฝรั่งเศสนั้นมีขนที่ยาวกว่า โดยเฉพาะในขนาด 000ถึง 1 หลังจากเบอร์ 7 ก็ไม่มีการเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวเท่ากับพู่กันอังกฤษ ยกตัวอย่างเช่นเบอร์ 12 ในฝรั่งเศส จะเท่ากับประมาณเบอร์ 10 ของอังกฤษ นอกจากนี้พู่กันยังรูปร่างและรูปทรงต่างกันเล็กน้อย บริษัทอย่าง Winsor&newton,Realite,Raphael ยังคงผลิตอยู่ท่ามกลางหัวพู่กันที่ดีที่สุดที่หาได้ในปัจจุบัน เวลาซื้อพู่กันWinsor&newton สิ่งที่ควรจะดูคือ “ผลิตในอังกฤษ” หรือ made in england ที่ปั๊มอยู่บนด้ามพู่กัน

Kolinsky

kolinsky sable

โรงงานน้อยแห่งที่ใช้ขน Siberian kolinsky ที่สังเกตได้จากขนที่มีสีเหลืองสว่าง-แดง พบได้โดยทั่วไปในตลาดที่มีเฉดกว้างตั้งแต่อ่อนไปยังแก่จนเป็นสีน้ำตาลอมแดงกลาง พู่กันจีนของ sable ได้ใช้ขน sable เกรดต่ำกว่า สัญลักษณ์ของพู่กันที่ดีคือหัวเป็นสีเข้มและสว่างในบริเวณใกล้กับปลอก สิ่งบ่งชี้ว่าหัวพู่กันจะคุณภาพดีไหมก็คือพู่กันสามารถใช้งานในการเพนท์ได้ดีหรือไม่ เพราะฉะนั้นก่อนซื้อควรทำการทดสอบพู่กันก่อน

Red Sable

rafael_red_sable_xlg
ตัวแบ่งระหว่างขน sable แดงที่ดีกับขน Kolinsky เกรดรองนี้แบ่งได้ยากมาก ผู้ใช้งานเริ่มต้นอาจจะไม่สามารถแยกแยะได้ อย่างไรก็ดีในตลาดมักจะไม่มีความชัดเจนระหว่างขน sable แดงทั้วไปและขนKolinsky ทั่วไป ไม่ว่าขน Sable แดงจะดีหรือไม่นั้น ปลายหัวต้องลู่เรียวแหลมได้ง่าย แต่ทั้งๆที่ลดการสปริงตัวแล้วก็ยังสามารถกลับไปสู่รูปทรงเดิมได้ง่าย ขน Sableที่ใช้ทำพู่กันมักจะมีสีค่อนข้างเข้ม

Sable หรือ brown sable
ขน Sable ทำมาจากสัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายพังพอน สามารถหาได้ทั่วไปในขณะที่ขน sable แดงนั้นราคาสูงขึ้น และเริ่มจะหายาก พู่กันชนิดนี้อย่างดีเหมาะกับผู้ฝึกหัดหรือว่านักเรียน

Nylon

nylon_brush
sable สีขาวหรือว่าสีทอง ที่เอา Nylon มาทำราคาย่อมเยาว์กว่าและทำให้งานเสร็จเหมือนกัน หัวแปรงที่ทำมาจากใยสังเคราะห์นี้ ปลายก็เรียวแหลมเช่นกัน แต่จะดูแลรักษายากโดยเฉพาะขนาดใหญ่ ถึงแม้พู่กันสามารถสปริงตัวได้ดี จนดูเหมือนว่าจะดีเกินไป ก็ยังมีขน Sable ที่ไม่แพงแต่เทียบกับ Nylon แล้วก็ยังแพงกว่า ถึงอย่างนั้นปลายพู่กันไม่ค่อยแหลมและแทบไม่มีการสปริงตัวของพู่กันเลย ซึ่งการที่ปลายแหลมและสปริงตัวได้ดี เป็นคุณสมบัติที่ควรพิจารณาก่อนว่าพู่กันสามารถอุ้มน้ำได้ดีหรือไม่ ซึ่งสิ่งนี้พู่กัน Nylon จะเสียเปรียบ เนื่องจากพู่กัน Nylon ไม่อุ้มน้ำ และน้ำมักจะไหลออกจากปลายพู่กันรวดเร็วมากเมื่อจรดลงไปบนกระดาษ ที่พื้นผิวอุ้มน้ำได้ดีกว่าอย่างกระดาษเขียนสีน้ำ

การพยายามพัฒนาพู่กันขนสังเคราะห์เพื่อที่จะทำให้พู่กันอุ้มน้ำได้ดีขึ้นเจอกับขีดจำกัด
การทำภาพพิมพ์หรือเคลือบผิวหน้าด้วยเส้นใย Nylon นั้นจะเป็นการลดแรงตึงผิว(ที่ส่งผลต่อการไหลของสี)และทำให้สีไหลได้ช้าขึ้น ทั้งนี้คุณสมบัติการอุ้มน้ำของพู่กันไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดนัก พู่กันขนสังเคราะห์จึงไม่สามารถอุ้มน้ำได้ดีเท่าเส้นขนสัตว์ธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเพนท์ในพื้นที่ใหญ่ๆจึงถูกจำกัดด้วยคุณภาพของพู่กัน ส่วนมากเราต้องระบายย้ำที่เดิมประมาณ 4-5 ครั้งเทียบกับพู่กันขนสัตว์ที่อุ้มน้ำได้ดีและสามารถเพนท์บริเวณกว้างๆได้โดยไม่มีปัญหา

การพยายามที่จะพัฒนาพู่กันขนสังเคราะห์นั้นมีเรื่อยๆ บริษัทที่โดดเด่นด้านนี้ได้แก่ ProArte ที่พยายามจะใช้ Nylon รุ่นที่ 3 ชื่อว่า Prolene แรงตึงผิวของพู่กันนั้นมากกว่าพู่กัน Nylon ธรรมดา ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆจากการทำพู่กันแบนให้เปียกโดยเอาไปจุ่มน้ำแล้วยกค้างไว้จนกว่าน้ำจะไหลลงมาหมด พู่กันสังเคราะห์ธรรมดาจะมีปลายพู่กันเป็นรูปซิกแซกหรือฟันปลา ส่วนพู่กันที่ทำจาก prolene จะไม่เป็นอย่างนั้น ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าสีน้ำจะไหลได้ดีกว่าเมื่อใช้เส้นใยชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดเท่าไรในเรื่องของการอุ้มน้ำของพู่กันขนสังเคราะห์ ซึ่งราคาของพู่กันสังเคราะห์จาก prolene นั้น มีราคาสูงในเสปคเดียวกันเราสามารถหาพู่กันขน Sable แดงได้แค่เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย

ใยของ nylon แตกต่างจากขนสัตว์ทั่วไปเนื่องจากมันจะม้วนตัวบริเวณปลายหัวได้ง่ายแทนที่จะลู่ลง ซึ่งถ้าขนพู่กันม้วนเราสามารถแก้ได้โดยล้างน้ำอุ่น ซึ่งการล้างน้ำอุ่นจะช่วยให้รูปร่างขนที่ม้วน บิดงอกลับไปเหมือนเดิม(ถ้าเป็นขนสัตว์ข้ามทำแบบนี้เด็ดขาด)

ส่วนผสมระหว่าง nylon กับเส้นขนธรรมชาติ
การเพิ่มขนธรรมชาติลงในเส้นไนลอนนั้นเสริมสมรรถภาพของพู่กันโดยทำให้ราคาไม่ขึ้นไปด้วย การรวมกันนี้ลดการสปริงตัวที่มากเกินไปของไนลอนและเพิ่มการอุ้มน้ำของพู่กัน ถึงแม้ว่าพู่กันลักษณะนั้นจะเทียบไม่ได้กับพู่กัน red sable ทั่วไปก็ตาม พู่กันแบบนี้ใช้ได้ดีพอสมควรและเป็นตัวเลือกที่รับได้เมื่อราคาเป็นปัจจัยแรกๆที่เราคำนึงถึง

หัวพู่กันชนิดนี้ผสมเส้นขนธรรมชาติลงไปประมาณ 10-15% ทำให้สมดุลย์กับเส้นขนสังเคราะห์ที่ใส่เข้าไป โรงงานบางโรงงานมีการโฆษณาบิดเบือน โดยที่กล่าวอ้างว่าพู่กันของตนประกอบด้วยเส้นขนธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ใช่ ขนธรรมชาติสามารถแยกแยะออกได้จากขนสังเคราะห์จากการสำรวจอย่างละเอียดด้วยตาเปล่า ถึงแม้ว่าการใช้แว่นขยายจะสังเกตได้ดีกว่า มีการทดสอบระหว่างขน sable ที่เบลนด์กับขนสังเคราะห์ กับ ขนแกะว่าอะไรจะดีกว่ากัน ปรากฏว่าขนแกะที่ราคาถูกกว่าใช้งานได้ดีกว่า อุ้มน้ำได้ดีกว่าและสปริงตัวน้อยกว่าขน Sable ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ขนสังเคราะห์อย่างnylon ควรจะมี

ขนวัว(sableline)
Sableline หรือขนวัว มีการสปริงตัวที่ดีและไม่มีปลายแหลมเป็นจุดเนื่องจากลักษณะของขน ซึ่งแนะนำว่าควรจะใช้ขนNylon สังเคราะห์ปนขนสัตว์ธรรมชาติจะดีกว่าแปรงขนวัว

ขนกระรอก

squirrel_brush
พู่กันอย่างดีที่ทำจากขนกระรอกเทียบได้กับขน sable อย่างดี เวลาเพนท์แล้วจะได้ภาพที่มีลักษณะลื่นไหลและดูนุ่ม โดยที่ขนกระรอกนั้นมีการสปริงตัวน้อยกว่าและอุ้มน้ำได้ดีกว่าขน Sable มันเลยเป็นพู่กันที่ทำเทคนิคดังกล่าวได้ดี ขนกระรอกอาจจะไม่ใช่ตัวแทนของขน sable แต่มักจะใช้ร่วมกันมากกว่า พู่กันขนกระรอกควรจะมีขนาดเป็นสองเท่าจากขน Sable แดงที่ใช้มากกว่า พู่กันขนกระรอกขนาดใหญ่พิเศษเรียกว่า Mops ซึ่งอธิบายลักษณะและการใช้งานของมันตามชื่อดังกล่าว คือ พู่กันประเภทนี้จะอุ้มน้ำปริมาณมากๆและเป็นหัวพู่กันที่เพนท์ได้ดี

ขนพู่กันที่นุ่มอย่างนี้ควรที่จะทำให้เปียกอย่างทั่วถึงและแช่ในน้ำประมาณ 5-15นาทีก่อนการใช้งาน (ยิ่งหัวพู่กันใหญ่ยิ่งต้องใช้เวลานาน) เพื่อลดฟองอากาศและแรงตึงผิวจากพู่กัน ใช้พู่กันโดยการตั้งตรงหรือตั้งฉากกับพื้นผิวกระดาษจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการจับแบบดินสอ ยิ่งขนาดใหญ่มาก ขนกระรอกควรจะจัดตัวให้เป็นปลายแหลมที่พู่กันควรจะคงตัวลักษณะนั้นและไม่ใช้บริเวณโคนพู่กัน

designer round

designer_round
พู่กันกลมแบบดีไซน์เนอร์คล้ายคลึงกับแบบกลมขน Kolinsky ทั่วไปนอกจากปลายที่เรียวแหลมกว่า รูปร่างแบบพิเศษเหมาะกับฝีพู่กันที่แม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเหมาะกับงานลายเส้นและงานวาดภาพประกอบทั่วไป พู่กันลักษณะนี้จึงค่อนข้างอเนกประสงค์ นักวาดภาพสีน้ำแนวกราฟฟิคและนักวาดภาพประกอบที่ต้องการรายละเอียดของภาพมากๆนอกเหนือไปจากภาพแนวกึ่งนามธรรม

Designer Quills

designer_quill
คล้ายกับพู่กันกลมยกเว้นรูปร่างบางกว่าและยาวกว่า ขนที่อยู่ในปลอกพู่กันทำจากก้านขนนกหรือพลาสติคแทน เหตุผลที่เป็นก้านขนนกเนื่องจากการป้องกันไม่ให้ขนเสียสภาพจากปลอกพู่กันที่เป็นเหล็ก ในการที่ใช้ปลอกแบบนี้ไม่สามารถใช้สารละลายที่แรงๆได้

พู่กันเหล่านี้ใช้ขน sable แดงหรือขน Kolinsky โดยสร้างขึ้นมาจากชั้นของเส้นขนสองถึงสามชั้นและเรียงตัวเป็นลำดับชั้น สามารถทำได้โดยนำกลุ่มขนสั้นๆที่มีความยาวเท่ากันและล้อมรอบโดยกลุ่มขนกลุ่มที่สองของขนที่ยาวกว่าและยาวเท่าๆกัน และทำซ้ำโดยทำกลุ่มที่สามของขนที่ยาวกว่าอีก ซึ่งหัวพู่กันที่สร้างขึ้นมานี้สามารถอุ้มน้ำได้ขนเกือบถึงส่วนปลอกเพราะฉะนั้นปลายจึงแหลมเป็นพิเศษ

หัวพู่กันชนิดนี้มีชื่อในเรื่องของความแหลม,การสปริงตัว,และการตอบสนองอย่างรวดเร็วของพู่กัน ซึ่งไม่อาจจะเทียบกับหัวพู่กันชนิดอื่นๆได้ พู่กันชนิดนี้จะสุดยอดมากในงานวาดภาพประกอบ,งานลายเส้น และใช้กับสี Tempera

Script brush

script_brush

 

หัวพู่กันชนิดนี้มีขนยาวที่สุดของพู่กันกลมทั้งหมด หัวพู่กัน Script นั้นเหมาะกับการเขียนตัวอักษร หัวพู่กันจึงแหลมและไม่ใช่เป็นหัวแบบตัด หมวดหมู่ของพู่กันชนิดนี้ส่วนมากจะใช้ขนหลายๆชนิด โดยปลอกมักจะเป็นเหล็กหรือก้านขนนก ใช้การทำงานพาณิชย์ศิลป์พวกเขียนตัวอักษรต่างๆได้ดี โดยที่ความนิยมในหัวพู่กันชนิดนี้เสื่อมลงไปเมื่อมีการสร้างตัวอักษรและป้ายโดยเทคนิคแบบอื่นๆไปแล้ว อย่างไรก็ตามพู่กันนิดนี้สามารถสร้างเอฟเฟคพิเศษให้กับงานสีน้ำของเราได้ รวมไปถึงงานลายเส้น และงานวาดภาพประกอบ

หัวพู่กันแบบ Script มักจะใช้ขน Sable แต่ก็มีการผลิตโดยใช้ขนกระรอกและขนวัวด้วยเช่นกัน ขนพู่กันที่ยาวมากๆมักจะไม่สปริงตัวเท่าไร เนื่องจาก โคนพู่กันเผยเหนือปลอกพู่กันทำให้ความยาวอยู่ในขั้นที่ใช้งานได้ ความยาวมากๆนั้นทำให้นักวาดที่มีทักษะสามารถวาดเส้นยาวๆสม่ำเสมอกันโดยไม่หยุดเหมือนกับการใช้พู่กันกลมทั่วๆไป

Spotter Brush

spotter_brush
พู่กันชนิดนี้มักจะใช้กับการจุดๆสีที่เหลว คนส่วนมากเข้าใจผิดว่า Spotter คือพู่กันขนาดเล็กพิเศษที่มีปลายยาวและแคบ ซึ่งแปรงดังกล่าวจะให้เส้นประเล็กๆไม่ใช่จุด
Spotter ที่แท้จริงคือขน Sable ที่สั้น หรือ หัวพู่กัน Kolinsky ที่สั้นเรียวจนเป็นจุดแหลม ถึงแม้ว่า Spotter จะผลิตออกมาโดยมีขนาดเล็กมาก ขนาด 10 และ 12 นิ้วเป็นประโยชน์ไม่ใช่แค่นักออกแบบกราฟฟิคเท่านั้น แต่เหมาะกับนักวาดภาพสีน้ำที่ต้องการจะลงสีในบริเวณที่แคบมากๆในสโตรกเดียวมากกว่าสโตรกหลายๆสโตรกที่ซ้อนกันเมื่อใช้พู่กันกลมทั่วไป

Lettering brush
lettering_brush

หัวพู่กันชนิดนี้ประกอบไปด้วย Rigger,Lettering quill,และ onestroke Rigger และ Lettering Quills คือพู่กันหัวกลมที่มีปลายตัดมากกว่าจะเป็นปลายจุดแหลม ส่วน onestroke นี่เหมือนกับพู่กันแบนทั่วๆไป แต่ขนยาวกว่า ซึ่งส่วนมากพู่กันลักษณะนี้จะใช้เขียนตัวอักษรแต่คนส่วนมากมักจะใช้เล่นเอฟเฟคพิเศษ

Rigger

rigger
Rigger นั้นเหมือนกับหัว Script ที่หัวเป็นลักษณะปลายตัด ซึ่งปลายของพู่กันถูกจัดรูปมาไม่ใช่เกิดจากการตัดปลายขนเอา ซึ่งแต่ละโรงงานก็ทำเบอร์มาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าทำจากโรงงานไหน เพราะว่าไม่มีมาตรฐานแน่นอนสำหรับพู่กันชนิดนี้

Lettering quills
mack_lettering_quill_179
พู่กันชนิดนี้ใกล้เคียงกับ Rigger นอกจากว่าปลอกพู่กันทำจากก้านขนนกแทนที่ปลอกเหล็ก มีให้เลือกทั้งขนกระรอก,Nylon,หรือวัว รวมไปถึง Sable ขนกระรอกนั้นสปริงตัวน้อยที่สุดและมีความยาวกว่า ใช้ได้กับสีน้ำที่ผสมสารเคลือบเยอะๆ Sable, ขนวัว,Nylon มีการสปริงตัวที่ดีกว่าและควบคุมง่ายกว่าใช้ได้ดีกับสีน้ำที่เหลวๆ

พู่กันแบน

flat_watercolor_brush
พู่กันแบนนั้นใช้ลงสีพื้นที่ใหญ่ๆ (wash)ใช้ในการวาดขอบหรือมุมของสิ่งก่อสร้างและรูปทรงเรขาคณิตและพื้นที่ใหญ่มาก เบอร์ที่ใช้กันมากที่สุดนั้นคือ 1/4,1/2,3/4 และ 1 นิ้ว หัวพู่กันแบนมักจะมีด้ามที่สั้นกว่า แต่ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย มีด้ามพลาสติคปลายตัดและ Grumbacher คือโรงงานแรกที่ทำพู่กันลักษณะนี้ ซึ่งปลายด้ามสามารถนำมาเล่นเอฟเฟคพิเศษได้ โดยพู่กันปลายตัดนั้นมักใช้ขนที่สปริงตัวได้ดีกว่าเช่น Sable,ขนวัว,Nylon หรือ Nylonแบบผสม

พู่กันขน Sable แบน

flat_watercolor_sable
พู่กันขน sable แบนนั้นมักจะหาได้ยากมากแล้วเนื่องจากราคาที่สูง และโรงงานที่ผลิตมักจะไม่ชอบผลิตสิ่งของที่ขายยากหรือขายได้ช้า พู่กันขน sable ต้องใช้ขนเยอะประมาณหนึ่งในการทำพู่กันขนาด 1 นิ้วทั่วไป และราคาอยู่ที่ประมาณ 60-100 เหรียญสหรัฐ คนส่วนมากเลยไม่อยากซื้อพู่กันที่ได้ใช้ไม่ค่อยมากหรือความถี่ในการใช้งานน้อยและเทียบกับราคาทีแพง แต่สำหรับคนที่วาดโดยใช้พู่กันแบนก็พอจะมีข้อได้เปรียบอยู่บ้าง

เพราะว่าขนพู่กันมีการสปริงตัวที่ดี อุ้มน้ำได้ดี พู่กันsable แบน ทำให้เกิดมุมแคบๆได้จากปลายหัว ซึ่งสามารถเห็นได้จากการทำให้หัวพู่กันเปียกและสะบัดน้ำออก หลังจากนั้นหมุนแปรงไปด้านข้าง เมื่อคุณดูที่มุมหัวพู่กัน รูปร่างจะคล้ายกับภาพตัดขวางของปีกเครื่องบิน ขนที่อยู่ใกล้ๆกับบริเวณปลอกพู่กันจะอัดตัวกันแน่น บริเวณตัวพู่กันนั้นจะเป็นบริเวณที่หนาที่สุด ส่วนหัวนั้นมุมจะคมเหมือนมีดโกน ซึ่งขอบที่มีเอกลักษณ์เด่นนั้นจะใช้ได้สองวิธี ได้แก่ใช้ด้านแบนของพู่กันในการที่จะระบายครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ๆ ส่วนวิธีที่สองคือการใช้มุมของพู่กันในการจะเพนท์เส้นเล็กๆ และมุมแคบมากกว่าจะเป็นขอบแบนๆ การเพนท์เส้นตรงด้วยพู่กันแบนนี้จะง่ายกว่าการใช้พู่กันกลมมาก

พู่กัน sable แบนที่แย่ๆหรืออันที่โดนตัดปลายหัวเนื่องจากการผลิตที่ไม่มีคุณภาพ จะไม่มีขอบที่คม คุณสามารถสังเกตได้ตอนที่หัวแปรงยังแห้งอยู่ โดยดูที่ความยาวของเส้นขน ดูที่ปลายหัวที่ชี้มาทางคุณ ถ้าหัวพู่กันถูกตัดไปจะมีขนสองสี ลองทำให้พู่กันเปียกและทดสอบดูว่ามันให้เส้นที่คมหรือไม่

พู่กันขนวัวแบน
ขนวัว(sableline) มีการสปริงตัวแต่ไม่มีปลายแหลมเป็นจุด พู่กันแบนที่ทำจากขนวัวเหมือนที่ทำจากขน sable เมื่อใช้กับพื้นที่ใหญ่ๆหรือมีปริมาณมากๆ แต่ขนวัวนั้นจะไม่มีขอบคมที่สามารถวาดเส้นตรงได้

พู่กัน Nylon แบน

flat_nylon_brush
Nylon สปริงตัวดีเมื่อทำเป็นพู่กันแบน มีขอบคมในการวาดเส้นยาวๆแต่ Nylon ไม่อุ้มน้ำ จึงไม่สามารถทำเทคนิคที่ใช้พู่กันขนธรรมชาติทำได้อย่างเช่น การลงสีช้าๆและใช้พู่กันแห้งปาดขึ้นไปบริเวณที่สียังเปียกอยู่ ซึ่ง nylon ที่ไม่อุ้มน้ำทำเทคนิคนี้ได้ยาก

พู่กันผสมขน nylon และขนสัตว์ธรรมชาติ
พู่กันแบบผสมนั้นราคาจะถูกกว่า และสามารถใช้แทนที่ขน sable ได้ แนะนำขน nylon ผสมขนแกะซัก 10% หรือมากกว่านั้น

พู่กันแบนขนแกะหรือแพะ
ขนแกะหรือแพะอุ้มน้ำได้ดี แต่ไม่มีการสปริงตัว ส่วนมากพู่กันพวกนี้ใช้ระบายสีพื้นที่ใหญ่ๆแต่ไม่เหมาะกับการเรนเดอร์หรือระบายส่วนที่ละเอียด

พู่กันแบนขนกระรอก

flat_squirrel_brush
พู่กันขนกระรอก คล้ายขนแกะ ไม่ค่อยสปริงตัว แต่อุ้มน้ำได้ดี คุณภาพของขนกระรอกชั้นดี เช่น Kazan ให้คุณภาพที่ดีกว่าและนุ่มกว่าขนแกะ เพราะฉะนั้นจึงใช้บริเวณที่ละเอียดๆกว่าได้

พู่กันสีน้ำทรงรี
oval_watercolor_brush

พู่กันทรงรีนั้นคล้ายๆกับพู่กันกลมกับแบนผสมกัน ส่วนมากทำจากขนกระรอก โดยพู่กันที่ดีที่สุดคือขนกระรอก Kazan สไตล์ของพู่กันแบบนี้สร้างมาให้ใช้กับการลงสีอย่างต่อเนื่อง ถ้าคุณระบายสีด้วยพู่กันแบน ขอบของการเพนท์จะตรงและสร้างขอบที่แข็ง ในขณะที่พู่กันหัวรีจะไล่สีลงมาส่วนที่แคบกว่าและสามารถขยายเป็นบริเวณกว้างได้ พู่กันทรงรีนั้นไม่ควรที่จะซื้อมาแทนพู่กันแบนขน Sable และควรใช้ร่วมกับพู่กันแบน

Mop brush

mop_brush
พู่กัน Mop สร้างจากขนกระรอก มีขนาดใหญ่ ซึ่ง Kazan ให้ขนที่ดีที่สุด ส่วนกระรอกสีน้ำเงินเป็นอันดับรอง พู่กัน Mop เกรดต่ำกว่ามักจะใช้ขนม้าหรือขนอย่างอื่นที่ถูกกว่า ให้ฝีพู่กันที่หยาบกว่า พู่กัน mop ขนาดใหญ่สร้างได้ยาก และไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เรามักจะเจอพู่กัน mop เกรดรองลงมาถูกเล็มขนด้วยกรรไกร ถ้าคุณกังวลในเรื่องการใช้งานเพนท์สี พู่กันที่ราคาถูกและคุณภาพต่ำกว่าเหล่านี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มันจำเป็นที่เราควรเลือกพู่กันที่ทำจากขนคุณภาพดีอย่างกระรอก Kazan การสังเกตเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากถ้าพู่กันประเภทนี้ถูกตัดขน ขนมันจะไม่สามารถรวบเป็นปลายแหลมได้ซึ่งมีผลต่อการควบคุมพู่กันที่ดี

มีพู่กัน mop ที่เรียงขนรอบๆ plug หรือที่ว่างเพื่อจะประหยัดขนที่ต้องใช้ในการสร้างพู่กันและทำให้หัวคมขึ้น ในขนาดพู่กันที่ใหญ่ขึ้นเราสามารถรู้สึกถึง plug นั้นได้โดยการกดนิ้วไประหว่างขนที่ใกล้ๆกับปลอกพู่กัน การลดปริมาณขนนั้นจะทำให้ลดความสามารถในการอุ้มน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ซีเรียสนักถ้าคุณต้องการปลายขนที่แหลมมากกว่าความสามารถในการดูดซับของเหลวของพู่กัน

credit

เรียบเรียงจาก http://www.trueart.info/western_brushes.htm