หางานจากสำนักพิมพ์ยังไง?

สวัสดีต่ะวันนี้จะเป็นเรื่องของการทำงานวาดกับสำนักพิมพ์ต่างๆนะคะ ที่น้องๆหลายคนอาจจะสงสัยว่าสามารถเริ่มทำได้อย่างไร

 dragon2

1.ดูสไตล์งานของเราก่อนค่ะ ว่าสไตล์เราเป็นแนวไหน?

น้องไม่ควรจะทำงานทุกแนวนะคะ ควรจะทำแนวใดแนวหนึ่ง ทั้งนี้น้องอาจจะมีได้หลายลายเส้น อาจจะเปลี่ยนนามแฝงก็ได้ หรืออาจจะใช้ชื่อเดิม แต่พี่จะบอกว่าถ้าน้องใช้ชื่อเดิมในการทำงานทุกครั้ง เวลาคนเห็น เขาก็จะรู้ว่าน้องทำแนวนี้เป็น แต่สิ่งที่ไม่ค่อยโอเคเท่าไรคือ…บางทีน้องอาจจะไม่ได้งานที่ตัวเองอยากทำก็ได้

ดังนั้นถ้าไม่อยากรับงานแนวไหน ให้ปฏิเสธไปเลย และอย่าเอางานนั้นใส่ลงพอร์ทโฟลิโอค่ะ ในพอร์ทโฟลิโอของน้องอย่างที่พี่เคยบอกไปแล้วว่าควรจะมีเฉพาะงานที่น้องอยากทำก็พอ และไม่ต้องใส่งานไปทั้งหมดค่ะ  ทั้งนี้พี่ฟัง The art of freelancing ของ Noah Bradley เขาบอกว่า คนที่จะจ้างเรา เขาจะดูงานชิ้นที่แย่ที่สุดของเรา เพื่อจะดูว่า เวลาที่เราไม่มีอารมณ์ในการวาด จะออกมาเป็นยังไงค่ะ

2.เมื่อดูสไตล์งานแล้ว ขั้นต่อมาก็คือเลือกสำนักพิมพ์ที่เราอยากทำงานด้วยค่ะ

เช่น 1168,happy banana,enter,sataporn เป็นแนวแฟนตาซีค่ะ ถ้าแนวรักวัยรุ่นก็ต้องเป็น Jamsai แต่จะบอกว่างานสำนักพิมพ์นี่ ทำเพื่อให้ฐานลูกค้าเรากว้างขึ้นมากกว่าค่ะ หรือทำเพื่อให้คนรู้จักเรามากขึ้น ถึงจุดนึงแล้วน้องอาจจะไม่ต้องทำงานแนวนั้นๆก็ได้ถ้าน้องไม่อยากทำ เนื่องจากถ้าฐานลูกค้าน้องกว้าง น้องจะสามารถทำงานได้แนวที่หลากหลายมากขึ้น แต่ระวังสิ่งที่เรียกว่า pigeon hole ค่ะ นั่นก็คือ ถ้าน้องทำงานแนวที่ไม่ได้อยากทำ แต่ทำเพราะมันได้เงินดีมาเรื่อยๆ จะพบว่า น้องไม่สามารถหยุดทำงานแนวนั้นได้เนื่องจากคนได้ติดภาพน้องทำงานนั้นไปแล้ว

 3.อย่าลอกสไตล์คนอื่นมา

อันนี้อาจจะขัดกับสิ่งที่พี่สอนน้องๆนิดนึง การวาดภาพตามแบบ หรือวาดภาพตามคนอื่นเป็นวิธีฝึกที่ดีค่ะ แต่ถ้าน้องนำสไตล์ของคนใดคนหนึ่งมาใช้กับงานน้องแล้ว งานของน้องจะเหมือนคนๆนั้นไป เวลาดึงสไตล์มา ให้ดึงมาเฉพาะส่วนที่เราชอบจริงๆ ส่วนอื่นอย่าไปดึงมาหมดค่ะ ไม่ใช่ค่ะ  มันคือการที่น้องสไตล์ไปเหมือนเขา นายจ้างก็ไม่มีเหตุผลที่จะจ้างน้อง ไปจ้่างคนที่น้องก็อปปี้สไตล์เขามาจะดีกว่า เพราะฉะนั้น ควรพัฒนาสไตล์ของตัวเองขึ้นมาค่ะ ถึงแม้ตอนแรกจะฝึกฝนจากวาดลายเส้นตามนักวาดที่ชอบก็ตาม

ทั้งนี้คนที่เป็นนักวาดรู้สึกดีนะคะ ที่งานน้องไปเหมือนหรือคล้ายงานเขา เพราะนักวาดชอบที่จะได้เห็นว่าตัวเองมีอิทธิพลต่องานคนอื่น ยิ่งเห็นชัดยิ่งชอบ แต่ที่ไม่ชอบก็คือ ลอกจนเหมือนเป๊ะ วาดออกมาลายเส้นเดียวกัน subject ในการวาดอันเดียวกัน อันนี้ไม่ใช่แรงบันดาลใจแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นระวังณ.จุดนี้ด้วยค่ะ

4.ค้นหาสำนักพิมพ์

อันนี้ก็ต้องใช้อากู๋(google)ช่วยแล้วค่ะ ก็พิมพ์ไปเลยว่า “สำนักพิมพ์” เดี๋ยวก็จะมีสำนักพิมพ์มาให้น้องเลือกเป็นทิวแถว แต่ไม่ควรร่อนสมัครไปซะทุกสำนักพิมพ์ที่มีค่ะ เนื่องจาก น้องควรจะโฟกัสเฉพาะสำนักพิมพ์ที่สไตล์ใกล้เคียงกับงานที่น้องอยากทำที่สุด ถ้าหว่านไปเรื่อยๆ ส่วนมากจะเจอสำนักพิมพ์ ที่ให้เราเทสต์งานฟรีเยอะ ซึ่งเราจำเป็นต้องทำด้วยค่ะ ในช่วงแรกๆ เนื่องจาก เราไม่สามารถเลือกงานได้มากนัก ก็ต้องเทสต์งานก่อน ถ้าเทสต์ผ่านแล้วถึงจะได้งานค่ะ

สำหรับบางสำนักพิมพ์ น้องการจะต้องมีการจัดรูปเล่ม จัดหน้าปกให้เขาด้วย ก็จะได้เงินส่วนนี้อีกต่างหาก จากการจัดหน้าปกหนังสือนิยาย หรือปกหนังสืออื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีสำนักพิมพ์บางสำนักพิมพ์เปิดรับผู้ร่วมงานผ่านทางเว็บสมัครงานต่างๆลองๆเข้าไปเช็คดูนะคะ ก็จะเจอสำนักพิมพ์หลากหลายเลยค่ะ ที่เราสามารถรวมงานได้

 5.ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากสำนักพิมพ์ทำอย่างไร

อันนี้ก็คือ  เมื่อน้องส่งพอร์ทโฟลิโอไปแล้ว เงียบ หายต๋อมไปเลย จะทำยังไงได้กับเรื่องนี้ พี่ต้องบอกว่า มีหลายสิ่งที่น้องสามารถทำได้ค่ะ นั่นก็คือ พัฒนางานให้ดีต่อไป เนื่องจาก มันอาจจะไม่ใช่ช่วงที่สำนักพิมพ์รับคนใหม่ๆมาทำงาน เพราะฉะนั้น ช่วงนี้น้องจะต้องสลับไปทำงาน probono พวก  project ส่วนตัวของน้องที่น้องทุ่มเททำมัน แล้วขายคนทั่วไปให้ได้ก่อนค่ะ

จริงๆแล้วสำนักพิมพ์มักจะเลือกจ้างคนที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งในโลกออนไลน์อยู่แล้ว คนที่ไม่ได้สร้างฐาน fanbase  มาก่อนเลยก็จะลำบากหน่อย คนที่ลำบากขึ้นอีกนั้นก็คือคนที่สไตล์ไม่ใช่สไตล์ที่ขายคนหมู่มากได้ ทั้งนี้น้องต้องหา niche ของตัวเองให้เจอ เช่น ถ้าน้องพูดคำว่า “ทำงานวาดภาพประกอบ” มันกว้างไปค่ะ น้องต้องจำกัดวงลงไปอีก เช่น “ทำงานวาดภาพประกอบ-นิทานเด็ก” หรือ “ทำงานวาดภาพประกอบ-แม็กกาซีนผู้ใหญ่” ตรงนี้ก็จะทำให้น้องรู้ได้ว่าจริงๆแล้วน้องควรจะสมัครงานกับสำนักพิมพ์ไหน

ถ้าหากไม่ได้รับการติดต่อกลับ ก็ไม่ต้องพารานอยด์ เนื่องจากเป็นกันแบบนี้ทุกคนค่ะ ไม่ว่าน้องจะเป็นนักวาดที่มีชื่อ หรือไม่มีชื่อก็ตาม ทุกคนล้วนเคยเจอปฏิเสธงานมาทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญที่น้องจะต้องเจอคนที่ไม่ปฏิเสธงานน้อง คนที่ให้โอกาสน้องทำงาน ถ้าหาไม่เจอ รีบสร้าง fanbase ของตัวเองแล้วเน้นขายคนทั่วไปค่ะ

6.การเทสต์งาน

เรื่องของการเทสต์งานนั้น จะพบว่าเมื่อน้องติดต่อสำนักพิมพ์สำเร็จ เขาก็จะให้น้องเทสต์งาน โดยจะมี brief จริงเพื่อให้น้องทำงานนั้นๆค่ะ ซึ่งน้องต้องผ่านการเทสต์งาน เขาถึงจะให้น้องทำ และมันก็จะฟรีล้วนตรงนี้แหละ พี่เคยเจอมาหลายรูปแบบมากเรื่องของการเทสต์งาน บางทีทำจนเสร็จแล้ว ก็เจอสำนักพิมพ์บอกว่าไม่เอา ซึ่งตอนนี้แหละ กำลังใจของน้องจะหด เนื่องจากน้องจะคิดเองว่า น้องไม่เหมาะกับงานแนวนั้นๆ และอาจจะสงสัยตัวเองว่า ทำไมแค่งานง่ายๆขนาดนี้ น้องทำแล้วมันไม่ผ่าน น้องต้องเข้าใจว่า แต่ละสำนักพิมพ์มีมาตรฐานไม่เหมือนกัน และลายเส้นน้องมันจะฟ้องว่า น้องอยากทำหรือไม่อยากทำงานนั้นๆ กับสำนักพิมพ์นั้นๆ

ถ้าน้องอยากร่วมงานกับสำนักพิมพ์นั้น ปกติน้องก็จะทำงานเทสต์ให้มันสุดฝีมือของน้อง ส่วนสำนักพิมพ์ที่น้องเฉยๆ ค่อนไปทางไม่ได้อยากร่วมงาน น้องก็จะไม่ได้ทำให้สุดฝีมือ ทั้งนี้ น้องอาจจะเคยได้รับการติดต่อ จากสำนักพิมพ์ที่เขาชอบงานน้องมากๆ และอยากให้ไปร่วมงาน พอไปร่วมงานจริงๆ ก็เจอ reject งานอีก ดังนั้นไม่ว่าน้องจะอยู่ในสถานการณ์ไหน งานน้องโดนปฏิเสธได้เสมอค่ะ

แล้วถ้าถามว่าเราจะต้องทำอย่างไรเมื่องานเทสต์เราไม่ผ่าน ก่อนอื่นน้องต้องเลิกคิดว่า ฝีมือเราไม่ดี งานง่ายๆเราทำไม่ได้ น้องต้องยอมรับก่อนว่า งานน้องมันอาจจะไม่เหมาะกับแนวนั้น หรือจริงๆแล้วลึกๆน้องไม่ได้อยากทำงานแนวนั้น หรือถ้าน้องอยากทำงานแนวนั้น แต่ดันเทสต์ไม่ผ่าน

มันอาจจะเป็นเพราะว่า งานน้องยังไม่ถึงมาตรฐานจริงๆ หรือไม่ทางสำนักพิมพ์ก็ตั้งเกณฑ์ไว้สูง น้องไม่จำเป็นจะต้องไปคิดมากเรื่องนี้ค่ะ เนื่องจาก บางครั้งเราก็ไม่รู้ล่วงหน้าจนกว่าทางสำนักพิมพ์จะปฎิเสธงานน้อง ถ้าน้องอยากได้งานจากสำนักพิมพ์ไหนๆ พยายามทำเทสต์ให้เต็มที่ แล้วปล่อยวางกับผลลัพธ์ อย่าไปโทษตัวเองว่าเราไม่เก่งอย่างนั้นอย่างนี้ค่ะ

7.ได้งานแล้ว

อันนี้ต้องขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ และถ้าน้องได้งานแรกแล้ว งานต่อๆไปถ้าน้องทำผลงานได้ดี น้องก็จะได้งานอย่างสม่ำเสมอค่ะจากสำนักพิมพ์นั้นๆ แล้วถ้าถามพี่ว่าควรทำอย่างไรต่อไปณ.เสต็ปนี้ ก็คืออย่าวางใจค่ะ ว่าน้องจะได้งานจากสำนักพิมพ์ตลอด เพราะว่ามันอาจจะยากเนื่องจากนักวาดเก่งๆมีเยอะ สำนักพิมพ์มีตัวเลือกเยอะ ณ.ปัจจุบัน การที่น้องทำงานกับสำนักพิมพ์ไหนๆ น้องต้องทำงานให้มาตรฐานน้องคงที่เสมอ นั่นก็คือทุกปกมีความตั้งใจ ใส่ใจพอๆกัน และสิ่งที่สำคัญคือ ความคงที่ของลายเส้นและการลงสี มันควรมาตรฐานพอๆกันทุกปก นั่นก็คือถ้าน้องเอาปกมาวางเรียงกัน ไม่มีอันไหนโดดออกมาค่ะ

สำหรับนักวาดเก่าๆคงต้องบอกว่ารักษาคุณภาพงานให้ดีๆค่ะ เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่ ลายเส้นทันสมัยๆ เก่งๆมีเยอะมากเลยณ.ปัจจุบัน ถ้าคุณภาพงานคุณไม่ถึงคุณอาจจะเจอเด็กใหม่ๆที่เพิ่งทำงานและขยันๆไฟแรงๆแซงไปได้ แต่อย่าไปคิดมากค่ะ ถ้าคุณได้งานสม่ำเสมออยู่แล้ว ก็พยายามทำงานทุกชิ้นให้ดี ใส่ความตั้งใจลงไปก็พอค่ะ

8.ทำงานกับสำนักพิมพ์อื่นๆ

อันนี้บางสำนักพิมพ์ถ้าน้องได้งานแล้ว น้องจะไม่สามารถทำงานกับสำนักพิมพ์อื่นๆได้ หรือไม่สำนักพิมพ์ก็ไม่อนุญาติให้ไปทำงานสไตล์เดียวกันนี้กับสำนักพิมพ์อื่น ซึ่งอันนี้ บางกรณี บางสำนักพิมพ์ น้องอาจจะโดนดองงาน ก็คือ ไม่ได้ส่งงานมาให้น้อง ในขณะเดียวกัน น้องก็ไม่สามารถไปทำงานกับสำนักพิมพ์อื่นๆได้ น้องอาจจะตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อันนี้ก็ควรไปคุยกับสำนักพิมพ์ค่ะ ว่าถ้าหากไม่มีงานอย่างต่อเนื่องคงต้องขอไปทำกับเจ้าอื่น เนื่องจากน้องต้องทำมาหากินค่ะ  ถ้าไม่มีงานก็จะแย่ณ.จุดนี้ แต่คุยกับสำนักพิมพ์ดีๆนะคะ

9.ทำผลงาน personal ของตัวเอง ระหว่างรองานสำนักพิมพ์

ในเวลาที่น้องไม่ได้รับการติดต่อจากสำนักพิมพ์ใดๆมาเป็นระยะเวลาสักพักหนึ่ง น้องควรโฟกัลที่การทำงานส่วนตัวของน้อง ซึ่งมันควรจะมีงานชิ้นที่เป็น masterpiece ของน้องที่ใช้ระยะเวลานานในการวาดออกมาค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้ว น้องควรจะโฟกัสที่งานส่วนตัวให้เยอะมากๆด้วยซ้ำ เนื่องจากมันเป็นงานที่น้องสามารถขายให้กับฐานลูกค้าที่น้องมีอยู่ไ้ด้โดยไม่ต้องพึ่งพางานจากสำนักพิมพ์

ทั้งนี้ช่วงแรกๆฐานลูกค้าน้องอาจจะน้อย อาจจะยังไม่สามารถอยู่ได้แบบเต็มตัว เพราะฉะนั้นช่วงแรก น้องอาจจะต้องอาศัยงานจากสำนักพิมพ์ ทั้งนี้งานจากสำนักพิมพ์ ไม่ว่าจะสำนักพิมพ์ใดนั้น มันไม่มั่นคงทั้งนั้นแหละค่ะ และน้องอาจจะถูกลอยแพได้กับทุกสำนักพิมพ์นั้นแหละ เพราะฉะนั้นพยายามคิดว่า การทำงานกับสำนักพิมพ์มันคือการทำงานให้คนส่วนมากเห็น เพื่อสุดท้ายแล้วเราจะสามารถทำงานที่เป็นเรา  100% และสามารถขายได้นั่นเองค่ะ

10.ทำงาน commission  ระหว่างรองานสำนักพิมพ์ 

อันนี้พี่คิดว่ามันเหมาะกับน้องที่ลายเส้นอาจจะไม่เป็นที่นิยมในไทย หรือเป็นที่นิยมในไทยด้วยต่างประเทศด้วย โดยส่วนมากคนที่ดังมากๆในไทย ในต่างประเทศจะซาลงเนื่องจากบ้านเรากับต่างประเทศนี่ชอบงานคนละขั้วกันค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะมีคนที่ดังทั้งในและนอกประเทศ แต่ถ้าดังมากๆในประเทศเราก็จะเป็น average หรือนิยมปานกลางในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเราต้องดูเทรนด์ว่ามันควรไปทางไหนมากกว่ากัน และเราควรเลือกโพสต์ที่ใดถึงจะดี แต่เวลาวาดรูป พยายามเน้นความสุขของตัวเองเป็นหลักค่ะ ดูว่าเราชอบทำงานแนวไหนถึงจะมีความสุข

ถ้าน้องฐานลูกค้าไม่แน่นเลย ทำงานกับสำนักพิมพ์ ก็ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนติดต่อมา,ทำงาน commission ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากประกาศไปแล้วเงียบเป็นเป่าสาก,อันนี้น้องต้องดูแล้วค่ะ ว่าปัญหามันคืออะไร?นักวาดบางคนก็ติดอยู่ในสถานะนี้ยาวนานมาก นั่นก็คือ ทำอะไรออกไปก็ feedback ไม่ค่อยดีเท่าไร

จริงๆถ้าถามพี่ พี่รู้สึกอย่างเห็นได้ชัดว่า algorithm ของ facebook กับ deviantart  มันเปลี่ยนไป และคนเล่นมากขึ้น ทำให้คนกด fav,like  น้อยลง ปกติ จะสามารถโฟกัสได้ว่าควรอัพเดทให้ติด rank 8 ชั่วโมงเป็นหลัก กลายเป็นว่า 8 ชั่วโมงนี่ยังติด rank ได้ยาก ทั้งนี้มันอาจจะมาจากการทำงานที่เราไม่ได้ทำเต็มที่ก็ได้ค่ะ เพราะช่วงหลังพี่เองก็ทำแต่งานวาดเล่น บางคนที่ดังๆอยู่แล้วก็ไม่ค่อยได้รับผลกระทบตรงนี้เท่าไรค่ะ

ทั้งนี้ในการทำงานนั้น น้องไม่ส่ามารถทำงานให้ถูกใจคนทุกกลุ่มได้ค่ะ คนที่ไม่ชอบงานน้อง เขาก็จะไม่ชอบลายเส้นน้อง หรือถ้างานเขียน เขาไม่ชอบสำนวน ไม่ชอบวิธีเขียน ไม่ชอบมุมมองของน้อง คนที่ไม่ชอบเรานี่มันเปลี่ยนยากจริงๆ และไม่ต้องไปพยายามเปลี่ยนเขาด้วยค่ะ อย่างที่ย้ำๆไปแล้วในเอนทรี่ที่แล้วๆมา แค่น้องมีฐานลูกค้าที่ชอบงานน้อง พร้อมที่จะสนับสนุนงานน้องก็พอแล้วค่ะ ณ.จุดนี้

ส่งท้าย

ณ.ตอนนี้ก็ครบ 10  ข้อแล้วแต่อยากฝากไว้ว่า จริงๆแล้วน้องควรจะมีพื้นที่ในการแสดงผลงานของตัวเอง ซึ่งที่นั้นควรจะเป็น homepage  ของน้องค่ะ ซึ่งการที่น้องไม่มี homepage นั้น ทำให้งานของน้องมันกระจัดกระจายไม่เป็นหลักแหล่ง แต่พอน้องย้ายมา homepage น้องจะเจอบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไป นั่นก็คือจากคนคอมเมนต์งานน้องเยอะๆ ก็กลายเป็นน้อยลง

ทั้งนี้ถ้าน้องคำนึงถึง brand ตัวเองระยะยาว น้องควรจะมี  homepage อย่างยิ่งค่ะ ซึ่งเวลาที่น้องไม่มีงานจากสำนักพิมพ์ใดๆเข้ามา น้องควรโฟกัสที่การพัฒนาและอัพเดทโฮมเพจ ถามว่าพี่ได้อะไรจากการทำ homepage  ของตัวเอง จะบอกว่าได้เยอะมากค่ะ เนื่องจากน้องหลายคน search เจอแล้วก็ลงเรียน ซึ่งหน้าตาของโฮมเพจและวิธีในการโพสต์ของน้องจะดึงดูดลูกค้ามา ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือ น้องควรสร้าง​homepage ที่ดึงดูดลูกค้าที่เหมาะสมมาค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์เช่นเคยค่ะ