ตอบคำถาม:รวมคำถามในเดือนเม.ยและพ.ค

รวมคำถามที่น้องถามมากันช่วงนี้ค่ะ

25570514-150647.jpg
สวัสดีค่ะ พี่มุ่ยและพี่เต้ย (ขออนุญาตเรียกพี่นะคะ)
ชื่อ นุ่ม ค่ะ อายุ28ปี ทำงานแล้ว เป็นสัตวแพทย์ค่ะ บังเอิญว่ามีความคิดที่จะทำแล้วยังทำไม่ได้ทำคือ อยากจะเปลี่ยน text book ให้เป็นหนังสือที่มีภาพประกอบ อ่านแล้วเข้าใจง่ายและสนุก (อันนี้เป็นประสบการณ์ของตัวเองที่ไม่ชอบอ่านตำราตัวอักษรเยอะๆ เลยอยากอ่านเป็นการ์ตูน) ตัวเองนั้นเคยทำวารสารของที่ทำงาน อาศัยความชอบวาดรูปส่วนตัว ขอทำหน้าปก และทำคอลัมน์ที่ตัวเองรับผิดชอบให้เหมือนได้อ่านหนังสือการ์ตูน (มีตัวอย่างไฟล์ pdf แนบมาด้วยค่ะ) แต่ก็ทำไปแบบไม่มีพื้นฐานนะคะ วาดไปตามเท่าที่ทำได้ เลยอยากขอคำปรึกษาว่า ถ้าต้องการทำหนังสือตำราให้เป็นหนังสือที่มีภาพการ์ตูนประกอบ ควรจะต้องเรียนอะไรเพิ่มเติมบ้างคะ รบกวนขอข้อมูลค่ะ
และขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ ผู้ที่เป็นนักวาดภาพประกอบ เขาต้องเรียนจบด้านไหนมาคะ ต้องจบเฉพาะทางหรือปล่าว เห็นงานที่ทำมีหลากหลาย เช่น วาดภาพประกอบนิตยาสาร หนังสือ ภาพประกอบตามบริษัทโฆษณา สินค้าอุปโภคบริโภค ออกแบบลายหรือผลิตภัณฑ์ให้สินค้าต่างๆ งานเหล่านี้ต้องเรียนอะไรคะ แล้วเรียนเหมือนหรือต่างกันมั้ยคะ
ขอขอบคุณค่ะ

นุ่ม

Jiranij Jareonsawat, DVM
Dairy cattle and small ruminant service unit
Kasetsart Veterinary Teaching-Hospital Nongpho
===================================================
ตอบ:สวัสดีค่ะน้องนุ่ม
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ และขอบคุณที่เมล์มาหาทาง illustcourse เรา สำหรับเรื่องนี้ พี่มุ่ยคิดว่า
น้องนุ่มไม่จำเป็นจะต้องเขียนภาพให้อลังการหรือสวยมากค่ะ สำหรับรูปที่แนบมาถือว่าเป็นงานที่ใช้ได้ทีเดียวค่ะ

คิดว่าแนวทางที่น้องนุ่มควรโฟกัส คือการถ่ายทอดภาพออกมาให้ตรงกับสื่อที่เราต้องการจะใช้สื่อสารกับคนดูมากกว่าค่ะ เนื่องจากความสวยงามของภาพที่อลังการๆ มันก็อาจจะดี แต่งานภาพประกอบนั้น
ส่วนมากแล้วสิ่งที่เราต้องคำนึงโดยเฉพาะงานภาพประกอบที่ต้องมีการประกอบกับความรู้นั้น
จะต้องเขียนภาพให้ชัดเจน และไม่งงกับเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสาร

สิ่งที่น้องต้องศึกษาเพิ่มเติมและต้องทำคือ น้องควรศึกษาการ์ตูนหลายๆแขนงค่ะ พี่แนะนำว่าให้ลองซื้อกา์ตูนความรู้มาลองอ่านดู ว่าปกติแล้วการ์ตูนพวกนี้มีวิธีในการเล่าเรื่องอย่างไร แต่พี่คิดว่า การวาดการ์ตูนความรู้เป็นสีแบบที่อยู่ตามแผงทั่วไป มันจะต้องมีทีมทำ นั่นก็คือหาเนื้อเรื่อง แต่งเรื่อง หาข้อมูลความรู้ที่จะใส่ลงไป คนวาด คนลงสี เป็นต้นค่ะ

เพราะฉะนั้น น้องนุ่มควรจะซื้ออีกแบบมาดูด้วยนั่นก็คือแบบที่คนแต่งเรื่องแต่งเองและวาดเอง โดยส่วนมากในตลาดก็จะมีทั้งแนวที่ดูแล้วเน้นด้านภาพ บางคนก็เน้นเนื้อเรื่อง ลองซื้อหลายๆแบบมาศึกษาลายเส้นและวิธีการเล่าเรื่องเอาค่ะ ส่วนเบื้องต้นในการฝึกฝนนั่นก็คือ เราควรจะลองจากการเล่าเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน หรือการจับเอาหัวข้อบางอย่างมาเพื่อฝึกการถ่ายทอดเรื่องราวให้ได้ก่อน โดยเริ่มจากการ์ตูนแก็ก 4 ช่องขึ้นไป

โดยที่อย่าลืมว่า การที่เราจะทำแนวให้ความรู้นั้น สิ่งที่สำคัญกว่ามุขตลกและความสวยงามของภาพ นั่นก็คือการถ่ายทอดความรู้ของเรา จะต้องทำให้คนสามารถเข้าใจได้ โดยมีการเล่าเรื่องที่เหมาะสม จังหวะในการใส่ความรู้ที่น่าสนใจ

ส่วนเรื่องคอร์สอะไรที่น่าจะเหมาะกับน้อง พี่คิดว่าณ.จุดนี้น้องควรจะรู้แล้วว่าตัวเองชอบแนวไหนค่ะ จากงานที่แนบมา พี่คิดว่าลายเส้นน้องถือว่าน่ารักดีทีเดียวค่ะ พี่แนะนำว่าน้องควรเลือกเทคนิคที่ถนัด เช่น ถ้าถนัดลงสีมือ ก็ไปวาดมือให้คล่องก่อน ซึ่งข้อดีก็คือ งานคอมน้องก็จจะใช้เวลาปรับตัวเรื่องลายเส้นในคอมกับนอกคอมไม่นานนัก สิ่งสำคัญในการวาดภาพประกอบการ์ตูนนั้น ก็คือ การเล่าเรื่องอย่างที่พี่บอกไปแล้ว อุปกรณ์ที่ใช้และแนวภาพที่วาดก็ต้องสอดคล้องกับเนื้อหาที่เราตั้งใจจะนำเสนอด้วยค่ะ

ดังนั้นถ้าให้แนะนำน้อง พี่คิดว่าน้องน่าจะลงคอร์ส Graphic illustration ของพี่เต้ย แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องลงนะ ถ้าน้องสามารถฝึกเองได้ และอยากประหยัดเงิน น้องสามารถฝึกเองก็ได้ค่ะ แต่การเรียนนั้นมันเป็นแค่การย่นระยะเวลาในการลองผิดลองถูกของเรา ที่แนะนำคอร์สนี้เนื่องจากน้องจะได้เรียนวาดในคอมส่วนหนึ่ง ซึ่งน้องอาจจะบอกหรือคุยกับพี่เต้ยผู้สอนก่อนจะเรียนว่า น้องต้องการเรียนเพื่อไปวาดภาพประกอบการ์ตูนแนวความรู้ ซึ่งพี่คิดว่า การวาดการ์ตูนแนวความรู้ สิ่งที่สำคัญที่ดึงดูดก็เป็นเรื่องลายเส้นเช่นกันแต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดเท่านั้น

แต่แนวโน้มที่คนจะอ่าน มักจะดูว่าภาพประกอบดูโอเคไหม การจัดรูปเล่มเป็นอย่างไร ซึ่งภาพที่สวย ในสายตาคนทั่วๆไป อาจจะสวยแบบรับได้คือ อาจจะมีจุดเด่นในงานบางอย่าง ที่ทำให้คนจดจำงานของน้อง แต่งานน้องอาจจะเป็นงานที่สวยแบบเรียบๆ หรือสวยแบบดูง่ายๆ บางคนที่วาดเส้นละเอียดๆโหดๆ มักจะดูถูกคนวาดลายเส้นง่ายๆว่าไม่ได้ใช้ทักษะในการวาดภาพเลย

แต่อย่าลืมว่าคนวาดลายเส้นง่ายๆนี่แหละค่ะ จับใจคนได้ดี เนื่องจากเพราะความง่ายของงาน มันทำให้เข้าถึงคนหลายๆวัย รวมไปถึงพวกภาพประกอบพ็อคเกตบุคส่วนมาก ไม่ได้ใช้งานแนวการ์ตูนญี่ปุ่นหรือแนว manga มาวาดเป็นหน้าปก ถ้ารวมเอาทุกหมวดนะ หมวดใหญ่ที่นักวาดปกได้วาดแนวการ์ตูนญี่ปุ่นส่วนมากเป็น แนวรัก,แฟนตาซีหรือแนวมืดๆดราม่าๆหน่อย โดยที่กลุ่มลูกค้าของแนวนี้ก็คือเด็กม.ต้นและม.ปลายค่ะ

ส่วนที่ถามว่าคนที่ทำภาพประกอบหนังสืออยู่ขณะนี้ต้องจบอะไร แล้วแต่ว่าน้องดูงานแนวไหนค่ะ ถ้าเป็นพวกปกนิยายรัก,แฟนตาซี,หรือดาร์คๆที่มีขายอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็มีปกการ์ตูนอยู่ด้วย ถ้านับว่านักวาดวาดการ์ตูนส่วนมากเรียนอะไร ก็หลายๆคนเรียนอาร์ทโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรมหรือมัณฑณศิลป์หรือออกแบบนิเทศศิลป์ รองลงมาก็เป็นสถาปัตย์ทุกแขนง

และลำดับสุดท้ายคือเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการออกแบบหรือการวาดรูปเลย ซึ่งหลายๆคนก็เก่งขึ้นมาได้ ถ้าถามว่า มันแตกต่างกันไหมระหว่างคนเรียนกับไม่เรียน อย่างแรกเลยถ้าน้องเรียนออกแบบ มันเป็นการปรับรสนิยมของน้องค่ะ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงที่น้องต้องทำงานกับลูกค้า เราต้องรู้ว่าลูกค้าที่ต้องการงานลักษณะไหน และกลุ่มลูกค้าน้องอยู่กลุ่มไหน

โดยส่วนมากแล้วพี่แนะนำว่าถ้าน้องไม่จบตรง ทักษะที่น้องต้องฝึกก่อนนั่นก็คือภาษาอังกฤษ เนื่องจาก น้องจะสามารถดูวีดีโอสอน ลงคอร์สเรียน และศึกษาด้วยตนเองได้มากกว่าคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นน้องดูได้เลยว่า นักวาดที่ไม่ได้จบตรง(หรือจบตรง)แต่ว่ามีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี จะสามารถมีความก้าวหน้าในอาชีพได้พอๆกันหรือมากกว่าคนที่ไม่เป็นภาษาอังกฤษเลย นอกจากนี้ การที่น้องไม่เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้น้องไม่สามารถรับงานจากต่างประเทศที่เงินดีกว่าได้

อาจารย์พี่บอกว่า เราเข้ามาคณะสถาปัตย์ ทำงานออกแบบ แต่พบว่า นักเรียนหลายๆคนที่บ้านไม่ได้มีฐานะที่ดีมากนั้น จะมีจุดเสียเปรียบในเรื่องของรสนิยมอย่างมาก นั่นก็คือ สังเกตุได้เลยว่า เพื่อนที่มีรสนิยมดี จะหยิบจับอะไรก็ดูมีสไตล์ จะออกแบบอะไรก็ออกมาแล้วมันดูใช่มากกว่า คนที่ฐานะทางบ้านธรรมดาหรือปานกลาง หรือฐานะไม่ดีนัก น้องสามารถเข้าถึงส่วนที่เป็นรสนิยมดีๆได้ ผ่านทาง”หนังสือ”ค่ะ นั่นก็คือน้องต้องเสพย์สิ่งที่มีรสนิยมที่ดีก่อน ซึ่งสิ่งนี้นั่นเองที่คนไม่ได้เรียนออกแบบต่างจากคนที่ได้เรียน เนื่องจากคนเรียนออกแบบไม่ว่าจะสาขาไหนก็ตามนั้น จะมีตาที่ดูออกว่างานไหนดี งานไหนไม่ดี และสามารถหยิบจับ ผสมสิ่งต่างๆได้อย่างลงตัวกว่าคนที่ไม่ได้จบโดยตรง คนเรียนออกแบบจึงสามารถไปทำงานในสายใกล้ๆเคียงกันได้เนื่องจากได้รับการเทรนหรือฝึกคิดงานมาก่อน

แต่ไม่ใช่หมายความว่าคนจบไม่ตรงจะทำงานไม่ได้ น้องแค่ทำในสิ่งที่คนจบตรงทำนั่นก็คือการฝึกวาดและเสพย์สิ่งที่รสนิยมดีๆ ซึ่งจริงๆแล้วการเสพย์รสนิยม ไม่ได้หมายความว่าน้องต้องไปอ่านวอลเปเปอร์ ต้องไปกินสตาร์บัคส์เสมอไป ทุกวันนี้มีเว็บ และเว็บบลอคออนไลน์ เครือข่ายสังคมมากมายให้น้องได้เลือกเสพย์รสนิยมค่ะ

นอกจากนี้คือเรื่องของฟอนท์หรือรูปแบบตัวอักษรที่ใช้ในวารสารหรือในการ์ตูนของน้อง ได้แก่เรื่องสีฟอนท์และการวางรูปแบบและแบบของฟอนท์ยังดูไม่ลงตัวนะคะ พยายามอย่าใช้สีแดงเข้ม สีน้ำเงินเข้มลงในงานวาดภาพประกอบในกรณีที่สีในงานวาดไม่มีสีทั้งสองสีดังกล่าว เนื่องจากสีเหล่านี้ พอไปประกอบกับภาพแล้วมันทำให้นึกถึงฟอนทท์และการเลือกสีของคนยุคเก่าในการสร้างเว็บไซต์ค่ะ

คิดว่าคำตอบของพี่จะทำให้น้องมีความกระจ่างพอสมควรนะจ้ะ

===================================================
ขอเป็นนามสมมุตินะค่ะ ชื่อ b ค่ะ
บางครั้งเคยเจอ นักวาดที่วาดโอเค แต่ดูไม่มีเสน่ห์ แต่อีกคนวาดสวยน้อยกว่าคนแรก แต่กลับมีเสน่ห์มากกว่า
ทำไมเป็นงั้นเหรอค่ะ

ตอบ:เป็นเพราะว่าวาดสวย ไม่ได้หมายความว่างานน้องมีสเน่ห์ค่ะ และนิยามของเสน่ห์กับสวยของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน น้องถามเรื่องนี้มันเหมือนกับว่า ไปถามผู้ชายฝูงหนึ่งแล้วให้คะแนนผู้หญิงสวยๆที่เดินผ่านมา แน่นอนว่า แต่ละคนไม่ชอบสาวเหมือนกัน บางคนชอบสาวแว่นผมยาว,บางคนชอบสาวผมสั้น,บางคนชอบสาวหุ่นมีน้ำมีนวล บางคนชอบสาวผอม หรือเหมือนกับว่า ไปถามคนอื่นๆว่าชอบดาราคนไหนมากกว่ากัน และคิดว่าใครมีเสน่ห์มากกว่ากัน น้องจะได้รับคำตอบหลากหลาย เรื่องนี้มัน subjective เกินไปค่ะ มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวของคนๆนั้นค่ะ

เช่น น้องไปถามเพื่อนว่าเพื่อนน้องชอบดาราคนไหน คิดว่าดาราคนไหนสวย เพื่อนน้องก็จะตอบมาหลากหลายแบบ คนที่สวยไม่ได้หมายความว่ามีเสน่ห์ คนมีเสน่ห์ ไม่จำเป็นต้องสวย เช่น คุณโอปอลล์ ปณิสรา คนๆนี้มีเอกลักษณ์ของเขาค่ะ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องหน้าตาสวย แต่การกระทำ การพูดจา การใช้ภาษา มารยาท การแต่งตัวและอื่นๆ จะเป็นสิ่งที่ตัดสินคนแต่ละคนว่ามีสเน่ห์แค่ไหน

ซึ่งเสน่ห์ของภาพวาดก็เหมือนกัน มันก็แล้วแต่คนว่าคนๆนั้นคิดว่างานมีสเน่ห์คืออะไร?เช่นถ้าการมีเสน่ห์ของน้องนั้นคือเส้นสวย หรือการวาดตาสวย ปากสวย อะไรแบบนี้มันเป็นเรื่องยิบย่อย ในขณะเดียวกัน กับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ได้ดูเทคนิคอลังการๆในการวาดเป็นหลัก ก็จะมองว่าการเพนท์แนวตะวันตกไม่สวย ไม่มีสเน่ห์ ซึ่งเรื่องนี้เฉพาะตัวจริงๆค่ะ
===================================================
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ illustcourse มากครับ ที่เขียนสิ่งดีๆมาตลอด นั่งอ่านไปก็เหมือนทำให้ตัวเองฮึดสู้ขึ้นมาทุกครั้ง พร้อมจับดินสอขึ้นมาวาดภาพตลอด

อาจจะยาวมากนะครับ ขออภัย
ผมชื่อ โต๋ ครับ พึ่งเรียนจบ ม.6 รอแอดมิชชั่นครับ
อนาคตของผม มันอาจจะดูเด็กๆไปสำหรับบางคนครับ คือ : วาดภาพ Wallpaper ตั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวเองครับ หากวันหนึ่งคอมที่ตัวเองใช้ มีภาพ Wallpaper ของตัวเองตั้งอยุ่ หรือบางคนเอาไปตั้ง จะรู้สึกภูมิใจขนาดไหน

ส่วนตัวผมชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กแล้วครับ พ่อผมเวลาว่างก็จะวาดรูปครับ (วาดๆเขียนๆไป) บางทีผมมองดูอยุ่ข้าง ท่านก็จะเอาดินสอกับกระดาษหนึ่งแผ่นมาให้ครับ (คงได้พรสวรรค์มากจากพ่อ ฮ่า) วาดเรื่อยมาจนช่วงเข้ามัทยมต้น ผมก็ติดเกมหนักครับ หนักแบบว่าไม่สนใจรอบข้างว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่สนใจ เล่นเกมอย่างเดียว แล้วกลับมาวาดจริงๆจัง ตอน ม.4 ครับ ยอมรับเลยว่าผมไม่เคยเรียนพิเศษเรื่องพวกนี้เลย พื้นฐานศิลปะก็รู้งบ้างไม่รู้บ้างครับ คือที่วาดๆ ผมจะดูจากอนิเมะครับ ภาพแฟนอาร์ตต่างๆ แล้วก็วาดตามเอาครับ แน่นอนครับช่วงมัทยมปลาย มีเรื่องเครียดมากมายในชีวิต ทั้งเรื่องคณะในอนาคต มหาลัย การบ้านของแต่ละวิชา เรื่องคณะผมก็ไม่รู้ว่าตัวผมเองถนัดอะไร จนเพื่อนมาแนะนำครับ ผมเลยหาข้อมูลอ่าน (มีด้วยเหรอว่ะ คณะที่เกี่ยวกับวาดการ์ตูน) เลยวาดเต็มที่ครับ วาดเสร็จก็ให้เพื่อนดู บกพร่องตรงไหน แก้จุดไหนบ้างแล้วก็นำมาแก้ไขครับ “ถึงมันจะไม่ใช่สิ่งที่ตนถนัด วาดผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่เวลาวาดรูป ผมรู้สึกมีความสุขไปกับมัน ถึงบางทีผมเห็นผลงานคนอื่น แฟนอาร์ตคนอื่น ท้อขึ้นมาบ้าง กดดันตัวเองบ้าง แต่ถ้าให้เลิกวาดรูปยังไงอันนี้ก็เลิกไม่ลงครับ”

ตอนนี้รอผลของม.รัฐครับ หากไม่ได้ คงจะไปม.เอกชนครับ ใจจริงอยากเข้า ม.รังสิตครับ คณะดิจิทัลอาร์ต สาขาคอมพิวเตอร์อาร์ตครับ ด้วยอุปกรณ์ที่พร้อมครับ แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงเช่นกัน
กลัวทางบ้านไม่ไหว

ขออภัยหากเขียนผิดพลาด ตกหล่นไปนะครับ ผมต้องการที่จะปรึกษาใครสักคนหนึ่ง จนเจอ illustcourse เข้า ก็ขอขอบคุณอีกทีครับ
===================================================
ตอบ:สวัสดีค่ะ ขอบคุณน้องที่อีเมล์มาหาพี่นะคะ และขอบคุณที่ตามอ่านบทความต่างๆ

ถ้าถามพี่นั้น จุดมุ่งหมายของน้อง ถ้าน้องอยากจะทำงานสายวาดรูป น้องยังมีเป้าหมายที่ต่ำไปหน่อยค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องไปแหวกฟ้าตะกายดาวอะไรขนาดนั้น แต่การวาดวอลเปเปอร์ให้ตัวเองได้ใช้ และคนอื่นได้ใช้ น้องไม่ต้องกดดันอะไรเลยเนื่องจากเรื่องนี้ใครๆก็ทำได้ค่ะ

เพราะฉะนั้นในการตั้งเป้าหมายด้านหน้าที่การงาน เป้าหมายที่ดี ควรเป็นเป้าหมายที่อยู่สูงกว่าน้องเป็นอยู่ปัจจุบันนี้พอสมควร เป็นเป้าหมายที่น้องคิดถึงทีไร ก็ตื่นเต้นในการที่จะลงมือทำ ในขณะเดียวกัน ก็ควรตั้งเป้าหมายให้อยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสมด้วยค่ะ นั่นก็คือ สมมติน้องอยากไปทำงานประเทศญี่ปุ่น อยากไปเป็นนักเขียนการ์ตูนอะไรแบบนี้ น้องก็ต้องเซ็ทเวลาให้เหมาะสมกับอายุของน้อง โดยที่เป้าหมายควรจะมีระยะสั้นและยาว เช่นถ้าน้องจะไปทำงานญี่ปุ่นน้องรู้แล้วว่าน้องต้องเรียนภาษาเพิ่มเติม น้องก็ทำการลงเรียนตั้งแต่เนิ่นๆ อายุยังน้อยๆอยู่

ส่วนเรืองการเรียนอย่าไปเครียดกับมันมากค่ะ พอถึงจุดหนึ่งแล้วน้องจะรู้เลยว่าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยนี่ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น มันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วน้องจะพบว่า คนเก่งๆกว่าน้องที่จบไม่เท่าน้องมีอยู่เยอะมาก และมีอยู่ทั่วโลกค่ะ สำหรับพี่มองมาจุดนี้พี่ว่าการศึกษาไทย ยังสนับสนุนให้เด็กแข่งกันเรียนอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อทำอาชีพที่มั่นคงและเลี้ยงตัวเองได้อย่างมีความสุข พ่อแม่ไม่ได้สนับสนุนความสามารถพิเศษของลูกเท่าที่ควร ลูกถูกเทลงแม่พิมพ์ที่พ่อแม่ต้องการแล้วหลอมให้ตรงตามเบ้าที่กำหนดเอาไว้ และทิ้งให้ความฝันเป็นสิ่งที่กินไม่ได้ไป

ฉะนั้นระหว่างที่น้องตะบี้ตะบันเรียนอยู่นี่ ถามใจตัวเองค่ะ ว่าอยากเป็นอะไร?อยากให้อะไรกับโลกใบนี้ น้องบางคนอาจจะนึกว่า ถ้าพูดถึงระดับเสกลโลก เรามีผลน้อยมาก แต่เรื่องนี้มันเหมือนกับเป็นบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค นั่นก็คือสิ่งที่เราทำเล็กๆน้อยๆในวันนี้ มันอาจจะส่งผลกระทบได้ในระดับประเทศหรือโลกก็ได้ค่ะ

เบ้าหลอมของผู้ปกครองหรือสิ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องการก็คือการเห็นลูกได้เรียนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยดีๆ และพยายามผลักดันลูกให้ไปอยู่ในจุดที่ตัวเองต้องการ ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้เด็กเลือกในสิ่งที่คิดว่าผู้ปกครองจะพอใจหรือไม่กล้าเดินออกนอกเส้นทางที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ เหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้บอกให้น้องไปต่อต้านผู้ปกครอง ต่อต้านพ่อแม่ แต่บางทีน้องจะต้องสำรวจตัวเองว่า เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่คนอื่นขีดไว้ให้หรือเปล่า?

มีคนเคยไปสัมภาษณ์คนแก่ที่ใกล้จะเสียชีวิตแล้วจำนวนหนึ่ง ว่ารู้สึกเสียใจเรื่องไหนบ้างที่ผ่านมา คนแก่ตอบว่า ถ้าเป็นไปได้อยากใช้ชีวิตให้คุ้ม โดยการเสี่ยงลองทำสิ่งที่อยากทำมากขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นน้องอาจจะต้องถามตัวเองวันนี้ว่าทางเลือกไหนก็ตามในโลกนี้ ที่เราอยากเดิน มันใช่สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ หรือสิ่งที่ทำเพราะคนอื่น เช่นผู้ปกครอง,ครู,เพื่อนกำหนดมา เพราะคนกลุ่มที่ว่ามีอิทธิพลทางความคิดของเราโดยไม่รู้ตัวแน่นอนค่ะ

สุดท้ายพี่ก็หวังว่าน้องจะเลือกเดินในเส้นทางที่น้องต้องการและเหมาะสมกับตัวน้องเองได้ค่ะ

===================================================
พี่มุ่ย สวัสดีครับ
พอดีได้เข้าไปอ่านในเวบของพี่มุ่ย แล้วสนใจ+มีความสงสัยเรื่องงานวาดภาพประกอบ
ผมมีงานอดิเรกชอบวาดรูปแนวการ์ตูน เทคนิคสีน้ำ ผสมกับ copic marker ครับ
ลองฝึกด้วยตัวเองมาประมาณ 1 ปีแล้ว คิดว่าฝีมือพัฒนาขึ้น และพอจะสามารถนำไปหางานได้ อยากรบกวนช่วยดูงานและขอถามคำถามเล็กน้อยครับ

1.ถ้าสนใจงานได้วาดภาพประกอบ ทั้งหนังสือเด็ก นิยาย นิตยสาร ฯลฯ เริ่มแรกต้องมีอะไรไปนำเสนอ สนพ.บ้างครับ นอกจากผลงาน
2.ถ้าผมถนัดแต่การวาดมือ ใช้โปรแกรมในคอมฯ ไม่ได้เลย จะเป็นอุปสรรคในการหางานมั้ยครับ

ก็รบกวนถามเท่านี้ฃะกันครับ
ขอบคุณมากครับ

ปั๋น

===================================================

ตอบ:สวัสดีค่ะน้องปั๋น
ตอนนี้น้องทำเป็นงานอดิเรกอยู่คนที่คิดแบบนี้เยอะมากนั่นก็คือจะหารายได้พิเศษจากการทำงานวาด ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ผิดแต่ โดยมากคนที่คิดว่ามันเป็นงานอดิเรก และไม่ได้อยากจะหารายได้จริงๆจังๆ ก็จะไม่ได้งานในสายนี้ เพราะว่ามีคนที่คิดทำจริงจังเป็นอาชีพ คนวาดเก่งเยอะ และนักวาดที่ดังๆอีกเพียบถ้าเราคิดว่ามันเป็นงานอดิเรก ข้อดีคือ เราจะไม่ต้องกดดันมาก เนื่องจากเรามีงานอย่างอื่นเลี้ยงชีพอยู่แล้ว แต่ข้อเสียคือเราอยากไปได้ไกลในสายนี้ยังไงก็อาจจะต้องทำเป็นอาชีพ โดยลงมาวาดภาพประกอบเต็มตัว หรือจะมีอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้วและวาดเป็นงานอดิเรก รับจ็อบจากคนใกล้ตัว แบบนั้นก็ไม่ต้องคิดมากค่ะ ลงมือทำได้เลย

ถ้ามาแบบน้อง คือต้องการจะหายรายได้พิเศษจริงๆ พี่คิดว่า น้องไม่ควรเลือกเสนอสำนักพิมพ์ค่ะ แต่ถ้าน้องอยากลองดูก็ได้นะ ไม่มีอะไรเสียหาย ถามว่าทำไมถึงไม่ควรส่งสำนักพิมพ์ เนื่องจากการส่งสำนักพิมพ์มีอัตราการแข่งขันสูงและใช่ว่าน้องจะสามารถใช้อะไรก็ได้วาดรูป ในกรณีที่น้องชอบโคปิค มีไม่กี่สำนักพิมพ์ค่ะ ที่ให้น้องทำงานภาพประกอบด้วยการลงสีโคปิค เนื่องจากสำนักพิมพ์ทั่วไปในปัจจุบัน มักจะรับงานดิจิตัลมากกว่า ยกเว้นบางแนวเช่น แนวภาพประกอบนิ่มๆ รักใสๆ อาจจะมีใช้สีน้ำได้ แต่ไม่เคยเห็นสีโคปิคที่ทำเป็นอาชีพในเมืองไทย

ถ้าน้องชอบโคปิคมาก พี่แนะนำให้น้องถามตัวเองเอาค่ะ ว่าน้องอยากจะทำงานกับลูกค้ากลุ่มไหน ไทยหรือต่างประเทศ ,บริษัทหรือคนทั่วไป ถ้าน้องเลือกที่จะทำกับประเทศไทย คนแข่งขันด้วยกันก็อาจจะมีทั่วไปตามปกติ และก็มีบางส่วนตัดราคากันเห็นๆเหมือนอาชีพอื่นๆ นั่นก็คือ มีพวกน้องๆที่เป็นนักศึกษา นักเรียน รับทำภาพประกอบราคาถูกๆมากมาย

สำหรับคำถามน้องอีก 2 ข้อ
1.ถ้าสนใจงานได้วาดภาพประกอบ ทั้งหนังสือเด็ก นิยาย นิตยสาร ฯลฯ เริ่มแรกต้องมีอะไรไปนำเสนอ สนพ.บ้างครับ นอกจากผลงาน

-น้องต้องจำกัดแนวของตัวเองก่อนค่ะ เช่น ทำภาพประกอบหนังสือเด็ก ก็เลือกไปเลยว่าจะไปแนวไหน ไม่ใช่เอามันทุกแนว ทำได้ทุกแนว ไม่ควรค่ะ น้องควรจะชัดเจนในตัวเองพอสมควร พอเลือกได้แล้วว่าชอบทำแนวไหน ค่อยเลือกที่จะติดต่อสำนักพิมพ์นั้นๆค่ะ และต้องส่งพอร์ทโฟลิโอที่สอดคล้องกับงานของสำนักพิมพ์นั้นๆด้วยค่ะ และส่งอย่าเยอะค่ะ ไม่เช่นนั้นมันจะดูสแปม และน้องควรจะเขียนอีเมล์ใหม่ทุกครั้งในการติดต่อสำนักพิมพ์ใดสำนักพิมพ์หนึ่ง ไม่ใช่การก็อปปี้แล้ววางค่ะ ส่วนสิ่งอื่นๆที่น้องจะนำเสนอนอกจากพอร์ท อาจจะเป็นตัวอย่างงานที่ทำจริงๆของเรา และคุณภาพของงานน้องต้องเทียบเท่ากับระดับงานในประเภทเดียวกันในข่ายที่สำนักพิมพ์รับได้ นอกจากนี้อาจจะแนบ resume ไปด้วยก็ได้ค่ะ

2.ถ้าผมถนัดแต่การวาดมือ ใช้โปรแกรมในคอมฯ ไม่ได้เลย จะเป็นอุปสรรคในการหางานมั้ยครับ

-ถ้าเป็นในปัจจุบันนี้ จะตอบว่าเป็นอุปสรรคแน่ค่ะถ้าหากน้องเลือกทำกับสำนักพิมพ์ ถ้าน้องไม่เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน อย่างน้อยน้องควรจะหาเครื่องมือวาดเส้นลงสีที่ตัวเองถนัด อาจจะไม่ใช่ photoshop เนื่องจาก Photoshop เป็นโปรแกรมที่ learnng curve สูงพอสมควร นั่นก็คือ สำหรับบางคนไม่ใช่ว่าจะลองๆใช้ไปแล้วจะทำเป็นได้ในระยะเวลาไม่นาน น้องอาจจะต้องฝึกฝนอีกประมาณ 1-2 ปีเป็นอย่างต่ำ กว่าน้องจะคล่อง ไม่เช่นนั้นต้องหาที่เรียนค่ะ เครื่องมืออื่นๆที่น้องสามารถใช้ได้ ได้แก่ mangastudio5,paint tool sai เป็นต้น

แต่ถ้าน้องบอกว่าลูกค้าน้องคือคนธรรมดาทั่วไป เช่น รับวาดภาพประกอบพรีเซนต์งานแต่ง,วาดภาพประกอบให้กับธุรกิจขนาดเล็ก,ทำลายเสื้อขาย น้องจะใช้อุปกรณ์อะไรก็ไม่มีใครว่าค่ะ อยากจะใช้อะไรก็ใช้ได้เลย
นอกจากนี้พี่ดูงานแล้ว น้องทำงานแนวน่ารักมาก งานแบบนี้น่าจะเข้าถึงคนทั่วไปไม่ยาก อยู่ที่ความสม่ำเสมอในนการโพสต์งาน พี่คิดว่าน้องควรจะทำงานคอมิคออริจินอลของตัวเอง แบบพิมพ์เองขายเองเลย น่าจะดีกว่าค่ะ

===================================================
สวัสดีค่ะ

ขอสอบถามว่า ถ้าอายุมากแล้ว ประมาณ 40 ไม่อยากทำงานประจำ อยากเริ่มทำงานด้านวาด แบบเป็นงานอิสระ แต่ไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน และแค่พอขีดเขียนเป็นการ์ตูนได้เล็กน้อย (วาดเฉพาะหัวกับลำตัวช่วงบน)เคยทำบน tablet ส่วนโปรแกรมวาดภาพแบบ illusrtrator ก็ไม่เคยใช้ จะเริ่มต้นอย่างไรดี และจะมีลู่ทางในการเข้าไปทำงานด้านนี้ได้ไหม อย่างไรคะ

นอกจากนี้ มีความสนใจเขียนรูปประกอบ แต่ยังไม่เคยทำมาก่อนเลย

ขอบคุณค่ะ

ตอบ:สวัสดีค่ะ อันนี้มาเคสเดียวกับน้องด้านบน นั่นก็คือจะหารายได้พิเศษจากการวาดรูป
ก่อนอื่น พี่ลองจินตนาการว่า ตัวพี่เป็นสำนักพิมพ์หรือ เป็นคนที่จะว่าจ้างพี่ทำงานดูค่ะ
ลองถามตัวเองว่า ถ้าลายเส้นประมาณนี้ วาดได้ประมาณนี้ เป็นเราเราจะจ้างตัวเองไหม และเราจะจ้างทำอะไร
เนื่องจากงานภาพประกอบ หรือวาดการ์ตูนนั้นมีหลากหลายสาขามากมาย พี่อาจจะเป็นแม่บ้านที่อาจจะมีลูกแล้วก็อยากจะหารายได้พิเศษมาจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้าน หรืออาจจะเป็นคนโสดก็ตามแต่ การที่อายุพี่มากกว่าคนที่ทำงานในวงการนี้นานๆจะมีข้อเสียเปรียบคือ ความเป็นสมัยนิยมของลายเส้นของตัวพี่นั่นเองค่ะ

ถ้าถามว่าจะเข้าสู่วงการนี้ได้ไหม ขึ้นอยู่กับพี่ให้เวลาตัวเองเท่าไร เช่นฝึกฝนจนกว่าลายเส้นจะพอที่จะทำงานได้ราวๆกี่ปี และได้ทำงานจริงอีกกี่ปี นอกจากนี้พี่บอกว่า พี่ยังใช้โปรแกรมวาดภาพประกอบอย่าง illustrator ไม่ได้ อยากแนะนำว่า ถ้าให้บอกว่าต้องทำอะไรก่อน พี่ต้องถามตัวเองก่อนค่ะ ว่าลูกค้าพี่คือคนกลุ่มไหน?สำนักพิมพ์,เอเจนซี่,สตูดิโอหรือเป็นคนทั่วไป จากที่ฟังพี่เล่ามาดูเหมือนกับว่าพื้นฐานยังน้อยอยู่ค่ะ คงต้องเรียนพิเศษเรื่องโปรแกรมเพิ่มเติม ถ้าถามว่าวาดมือได้ไหม ได้ค่ะ แต่คนวาดมือต้องงานโดดเด่นมาก และทำจนคล่องในระดับหนึ่งจนรู้จังหวะ ช่วงที่พี่ฝึกฝนลายเส้นนี้ ก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์โดยการฝึกโปรแกรมไปด้วย

นอกจากนี้แล้วกรณีของพี่นี้ถ้าหากอยากจะเข้ามาทำงานในวงการภาพประกอบจริงๆจังๆ ต้องศึกษาเพิ่มให้มากที่สุด และศึกษาลายเส้นของนักวาดรุ่นใหม่ๆบ้างค่ะ คนชอบคิดกันเยอะว่าเดี๋ยววาดรูปเก่งแล้วจะทำงานพาร์ทไทม์จากการวาด ซึ่งจริงๆ วงการนี้เป็นวงการที่หางานและได้งานโหดหินมากค่ะ นั่นก็คือ ใช่ว่าเก่งแล้วจะได้งานต่อเนื่อง ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย บางคนวาดงานส่วนตัวสวยๆ ไปเจองานเทสต์แล้วดับก็มี (โดนวิจารณ์กลับบ้าง หรือไม่ก็โดนปฎิเสธงาน ถ้าใจไม่แข็งจริงๆ ก็อาจจะย้วย เลิกคิดฝันและกลับไปทำงานประจำกันต่อไปก็มี)

ยังไงก็ตามเชื่อว่าถ้าพี่พยายามจริงๆ ฝึกฝนลายเส้น โพสต์งานออนไลน์สม่ำเสมอ ศึกษาศิลปินมากๆขึ้น และเสนองานสำนักพิมพ์เมื่องานพร้อม พี่ก็อาจจะได้งานและประสบความสำเร็จในการทำงานวาดได้ค่ะ

===================================================

สวัสดีค่ะพี่มุ่ย หนูชื่ออุ้ม อายุ22 ย่างเข้า23ค่ะ ตอนนี้ถือวุฒิปวส.เพราะหนูเกเรียนหนีไปทำงานแล้วก็ตัดสินใจเองว่าจะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพราะหนูไม่ได้เรียนตรงสายด้านวาดรูปค่ะ (แถมหนูยังโกหกเพื่อนในออนไลน์บางคนด้วยว่ามหาลัย เพราะตัดปัญหาคำถามว่าปีอะไรแล้ว คือหนูไม่อยากอธิบายให้ใครๆรู้ว่าหนูเรียนพาณิชย์ค่ะ บางทีมันก็พูดไม่ออกเพราะสังคมไม่ค่อยยอมรับวุฒินี้เท่าไหร่) ใจหนึ่งหนูก็อยากเรียนต่อค่ะ เพราะเทียบโอนอีกแค่สองปีครึ่งก็จบมหาลัยแล้ว แต่อีกใจก็ไม่อยากใช้เงินพ่อแม่แล้วค่ะ หนูอยู่วัยที่สมควรทำงานเองได้แล้ว อีกอย่างก็คือวุฒิหนูไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวาดรูปเลย ถึงถือใบปริญญาไปก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี อยากใช้เวลาฝึกฝีมือแล้วก็หาเงินมากกว่าค่ะ สุดท้ายก็ตัดสินใจทิ้งใบเทียบโอนแล้วสมัครงานค่ะ

นี่เป็นรูปล่าสุดที่หนูวาดค่ะ (เป็นรูปจัดเต็มที่สมัครงานแล้วโดนเทสงาน แต่ไม่ผ่านค่ะเพราะบ.ญี่ปุ่นบอกว่าหนูวาดดูเป็นฝรั่งเกินไป..)
แต่ปกติแล้วหนูจะวาดอยู่มีมาตรฐานเท่าภาพด้านล่างนี้ค่ะ
นอกเหนือจากนั้นก็จะมีเพจFB https://www.facebook.com/einazen
กับ DA http://our-times.deviantart.com/
สองอันนี้ค่ะ

หนูพยายามเริ่มโปรโมตตัวเองด้วยการลงรูปถี่ขึ้นค่ะ แต่ของDAหนูปล่อยร้างมานานมากแล้ว ตอนนั้นหนูสมัครตั้งแต่ม.ต้นแต่ก็ไม่ใส่ใจลงรูปเท่าไหร่เพราะรู้สึกลงรูปไม่สวย รูปที่วาดตอนนี้ก็มีแต่รูปวาดเล่น ลงไปแล้วจะดีเหรอ? แล้วปล่อยมันร้างมาตั้งหลายปีเพิ่งกลับมาลง จะมีคนดูมั้ยนะ? หรือสมัครDAใหม่ไปเลยจะดีที่สุด?

ส่วนเรื่องสมัครงานหนูก็เริ่มไม่รู้จะไปทางไหนดีค่ะ เพราะการ์ตูนเป็นเรื่องหนูก็อยากวาด วาดได้ แต่หนูไม่อึด วาดหลายๆหน้าไม่ได้ จะวาดแบบวาดภาพประกอบก็ไม่รู้จะหันไปทางไหนดีเพราะคู่แข่งเยอะเหลือเกิน ดูตามเวปก็มีแต่รับสมัครตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่รู้ยังรับอยู่ไหม เกิดคำถามในใจเต็มไปหมดเลยค่ะ

ตอนนี้หนูก็หาคอมมิชชั่นกินบ้างนิดๆหน่อยๆค่ะ แต่เงินก็ไม่พอใช้หรอกค่ะ ไม่กล้าเรียกมาก เราเพิ่งเริ่มเปิดรับ กลัวไม่มีคนจ้างวาด

หนูควรจะทำยังไงดีคะพี่มุ่ย? เงินเก็บหนูก็เริ่มหมดแล้ว ไม่อยากขอพ่อแม่ จะหางานหาเงินยังไงดีคะพี่
===================================================
ตอบ:สวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นพูดถึงงานนัองก่อนนะคะ งานสวยดีค่ะ ดู แล้วพอจะทำเป็นอาชีพได้ ซึ่งจริงๆแล้ว การแก้ไขปัญหาที่น้องว่ามานั้น มันมีหลายอย่างค่ะ ขึ้นอยู่กับน้องจะเลือกเดินไปทางไหนมากกว่ากัน เช่น น้องต้องแยกแยะ ระหว่างงานในฝัน,งานเลี้ยงชีพ,และงานสนองความต้องการของตนเอง มีคนที่เป็นนักวาดภาพประกอบมากมาย ที่้เข้าใจผิดมาตลอด เนื่องจากเห็นนักวาดภาพประกอบออกมาเยอะแยะเต็มไปหมด ก็เลยคิดว่าวงการนี้ไม่น่าจะยาก บางคนถึงกับรู้สึกว่า ตนเองนั้นมีฝีมือมากกว่านักวาดภาพประกอบทั่วๆไปที่ได้ตีพิมพ์อีก เหตุไฉนจึงไม่ได้งาน?

ก่อนอื่นพี่ขอแนะนำทางที่ extream กว่าก่อน นั่นก็คือ น้องอาจจะต้องตกลงกับพ่อแม่ให้ดีๆ ว่าน้องจะใช้เวลาเท่าไร ในการหางานวาดๆให้ได้ อาจจะเป็น1-2ปี พี่คิดว่าการที่น้องเริ่มใน DAน้องมาช้าไปเนื่องจากDAได้เลยจุดพีคมานานแล้ว นั่นก็คือจุดที่คนเล่นเยอะมากเสียจนมันอิ่มตัวหรือ saturate นักวาดภาพที่ยังได้งานจากช่องทางนี้อยู่คือนักวาดใหม่ๆที่ทักษะการวาดภาพสูงๆ ทำงานโดนใจคนส่วนมากเยอะ กับคนที่เป็นที่นิยมแล้วในนั้น ซึ่งงานที่เป็นที่นิยมจะค่อนข้างเป็นฟอร์แมทเดิมๆ นั่นคือ หญิงสวย ชายหล่อกันเต็มเว็บ ไม่ได้บอกว่าการวาดหญิงสวยชายหล่อเป็นเรื่องไม่ดีนะคะ แต่จะบอกว่ามันเหมือนกับคนทั่วไปชอบดูงานแนวนี้ นักวาดจึงต้องปรับตัวบางส่วน ให้ลายเส้นถูกใจคนส่วนมาก หรือคนที่เป็นตัวเองแล้วงานแมสหรือขายได้อยู่แล้วจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แล้วถ้าเราไม่อยากปรับตัวทำอย่างไร เราต้องหาที่ๆเป็นตัวเองค่ะ นั่นก็คือที่ๆเราสามารถจะวาดแนวของตัวเองหรือทำงานของตัวเองแล้วมีคนซื้อ นอกจากนี้น้องอย่าเพิ่งยึดติดว่าเราต้องทำงานวาดๆให้ได้เท่านั้น เราจะไม่ทำอาชีพอื่น บางทีน้องอาจจะปิดกั้นตัวเองเกินไป เนื่องจากการทำงานอย่างอื่น อาจจะทำให้น้องสามารถมีเวลามาทำงานวาดๆที่รัก โดยไม่ต้องกังวลว่างานจะขายได้หรือไม่ ซึ่งถ้าน้องจบ ปวส. มา การสมัครงานแล้วได้งานที่ดีๆโดยที่ไม่ได้ทำงานเลยมาเป็นเวลาประมาณสองสามปี ก็จะถูกนายจ้างถามค่ะ ว่าน้องทำอะไรในเวลาสองสามปีนั้น นอกจากนี้การสมัครงานก็ยังยากเนื่องจากป.ตรีเดินชนกันไปหมด

สิ่งที่พี่พูดมันคือโลกแห่งความเป็นจริงค่ะ เนื่องจากพี่อายุ 30+แล้ว จึงมีแนวคิดในการทำงานอีกแบบหนึ่ง ถ้าน้องอยู่ในวัยฝัน แรงยังเยอะอยู่ โรคภัยไม่มี น้องสามารถทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งที่น้องรักได้อย่างเต็มที่ แต่น้องจะต้องอย่าลืมว่า เราจะต้องมีความฝันที่เบสบนความเป็นจริง นั่นคือ practical แล้ว น้องควรสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้โดยไม่ทิ้งงานวาดที่ฝันไว้ไปก่อน

นอกจากนี้พี่ยังเคยเล่าให้ฟังแล้วในเอนทรี่ที่ผ่านๆมาว่าการทำงานภาพประกอบเป็นงานอดิเรก กับเป็นอาชีพจริงๆนั้นต่างกันมาก ในโลกแห่งความจริงก็คือ น้องต้องทำงานตามบรีฟหรือทำงานตามคำสั่งตลอดเวลา ซึ่งส่วนมากแล้วบริษัทที่มาจ้างน้อง เขาจ้างให้น้องเขียนภาพ เพื่อต้องการให้หนังสือ หรือผลิตภัณฑ์เขาขายได้ ซึ่งมันไม่ใช่เวลาเติมเต็มความต้องการของน้องนั่นก็คือการวาดรูปตามใจตัวเองอย่างมีความสุข หรือไม่ใช่เวลาที่มานั่งทดลองเทคนิคหรือแนวการวาดใหม่ๆแล้ว เราต้องตีโจทย์แตกและสามารถวาดให้ภาพนั้นออกมาให้ได้ ไม่ว่าน้องจะมีสภาพจิตใจอย่างไรหรือร่างกายอย่างไร เช่น น้องอาจจะป่วยแต่การรับจ้างวาดน้องต้องทำงานให้เสร็จในเวลาที่กำหนดให้ได้ รวมถึงลายเส้นของน้องนั้นต้องขายได้ด้วย นั่นก็คือ บางที ถ้าลายเส้นของน้องมันไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก น้องอาจจะมีปัญหาในการหางานวาดในตลาดทั่วๆไปเนื่องจากแนวงานไม่สอดคล้องกับงานที่ขายได้มากๆ

นักวาดชื่อดังคนหนึ่งคือคุณปอม(ปอมชาน-pommechan)เป็นนักวาดภาพประกอบชื่อดังของไทยที่ได้ทำงานในต่างประเทศ และได้ทำงานกับลูกค้ารายใหญ่ๆคนนี้เขาไปเรียนต่อด้านวาดภาพประกอบที่อังกฤษและต่อมาได้ไปทำงานในเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์เพื่อหารายได้ ส่วนตอนกลางคืนก็ทำงานที่ตัวเองรัก นั่นก็คือการวาดภาพประกอบ ต่อมาเธอฉุกคิดได้ว่าถ้าทำงานเคาน์เตอร์ แบบนี้ต่อไปคงไม่ไหว เลยตัดสินใจกู้ธนาคารมาพิมพ์พอร์ทโฟลิโอของตัวเอง ส่งไปตามเอเจนซีต่างๆ(ต่างชาติเขาเรียกว่า representationค่ะ คือจะเป็นคนคอยหางานป้อนนักวาดและเก็บค่าหัวคิวหรือค่าคอม)จนได้บริษัทแห่งหนึ่งเป็น Agentให้ เธอจึงได้ทำงานหลายอย่างตั้งแต่ออกแบบลายผ้าพันคอ,เสื้อ,เพนท์ผนังร้าน topshop ในประเทศอังกฤษค่ะ

พี่แนะนำว่าถ้าน้องต้องการงานโดยด่วน เนื่องจากเหตุผลอะไรก็ตาม น้องควรจะหางานที่ทำให้น้องหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทั่วๆไปได้ แล้วก็สร้างฐานลูกค้าในยามว่าง และเมื่อได้จังหวะที่เหมาะสมค่อยออกมาทำงานวาดโดยตรงหรืออาจจะลองสมัครงานประจำด้านวาดๆดูโดยเลือกงานบริษัทที่ไม่จำกัดวุฒิค่ะ

ขอให้น้องได้งานที่ต้องการค่ะ