จริงๅเรื่องนี้เคยโพสในเว็บนี้ไปหลายครั้งค่ะแต่เนื่องจากคิดว่ายังไม่ค่อยมีคนไปอ่านย้อนหลังกอปรกับบ.กซันเขียนเรื่องนี้พอดี และมันยาวจนไม่สามารถโพสในเฟสโดยไม่โดนหั่นได้
ขอตอบยาวๆ รวมๆนะคะ ยาวมากจริงๆ

เรื่องอ่านฟรีในเว็บถ้าติดก็ซื้อค่ะ ไม่ได้แอนตี้แสกน ในต่างประเทศทำกันนานแล้วเรื่องเวบคอมิคให้อ่านฟรี และมีรวมเล่มใครจะซื้อก็ซื้อได้ แต่ว่าถ้าจะเอามาใช้ในไทยอาจจะต้องปรับโมเดลบางอย่าง นักวาดดังๆหลายๆคนเกิดขึ้นได้ และมีรวมเล่มก็เพราะโพสให้อ่านฟรีจนคนติดและมีส.น.พเสนอจนได้ออกรวมเล่มหลายๆเล่มค่ะ เช่น คุณมุนิน/คุณFirodendron /คุณมลแมนตูน/มนุดกลม ถ้าต่างประเทศก็wanwan/penny arcade

ถ้าเทียบกับศิลปินนักร้องเช่น วงgrateful dread ให้แฟนคลับอัดเพลง อัดวีดีโอแจกคนอื่นๆได้ แฟนคลับรวมตัวกันแน่นหนา จนมีชื่อเรียกแฟนคลับว่ากลุ่ม deadhead ซึ่งโมเดลของวงนี้แน่นอนว่าไม่ได้มาจากการขายเพลงโดยตรงแต่เป็นการแสดงคอนเสริ์ต

นั่นก็คือ แฟนๆที่มีรายได้น้อยก็ทำการแจกเพลงและคลิป ให้เพื่อนและเพื่อนบ้าน จนเกิดเป็นกลุ่มแฟนคลับขนาดใหญ่ ใครมีน้อยก็สนับสนุนได้ก็คือบอกต่อเพื่อน ให้เพลง ให้วีดีโอ มีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างแฟนๆ เรื่องของเวบคอมิคหรือการให้อ่านฟรีก่อนนั้นก็เหมือนกันค่ะ นอกจากนี้ในต่างประเทศใช้โมเดลนี้กันมานานมากแล้ว มีคนไทยคนหนึ่งชือคุณปิติ ยินดี เขาเขียนการ์ตูนเรื่อง wuffle comic มานานประมาณสองปี โดยโพสผลงานลงในเว็บทั้งหมด

เขาเขียนสองปีโดยที่มีการรวมเล่มตอนจบปี ครั้งแรกในการระดมทุนกับindie gogoเขาได้ประมาณ7,000$หรือ200,000 บาทโดยงานของเขาคือวาดการ์ตูนลงเวบอาทิตย์ละหน้าโดยเมื่อผลงานพอที่จะรวมเล่มก็ใช้crowd fundingของ indiegogoครั้งแรกเมื่อระดมทุนสำเร็จคุณปิติเขียนการ์ตูนต่อไปโดย อาทิตย์ละหน้าเหมือนเดิม อัพเดททุกวันพุธ

รวมไปถึงการให้ลิขสิทธิ์การ์ตูนของเขาเป็น no copyrightsซึ่งนี่คือสิ่งที่หลายๆคนกลัวกันมาก แต่คุณปิติ เขาต้องการให้ผลงานของเขากระจายไปให้มากที่สุด โดยการกำหนดว่าเป็น no copyrightsนั่นก็คือทุกคนสามารถเซฟงานเขาไปแจก ไปขาย เอาคาแรคเตอร์มาดัดแปลง เขียนการ์ตูนล้อและอื่นๆได้โดยไม่ผิดกฏหมาย

25570613-234223-85343500.jpg

ปีนี้เป็นปีที่สองคุณปิติระดมทุนได้ 10,000กว่าเหรียญจากindiegogoทั้งๆที่การ์ตูนของเขาให้อ่านฟรีในเวบ ลองคำนวณดู เอา12หาร 10,000 ได้ประมาณเดือนละ 700กว่าเหรียญกับการวาดการ์ตูน อาทิตย์ละหนึ่งหน้า ลองไปคิดกันต่อเองค่ะ ถ้าคิดติดกรอบแบบนักเขียนการ์ตูนทั่วไปทำวิธีนี้ไม่ได้แน่นอน

ลองดูของ naver หรือ daum ค่ะ ลองsearch คำว่า webtoon จะเห็น webtoon แปลของเกาหลีค่ะ. เรื่องดังๆเช่น orange marmalade,space,หรือการ์ตูนเกาหลีในปัจจุบันจำนวนเยอะมากที่เขียนให้อ่านฟรี ส่วนพวกnaver,daum แน่นอนว่าถ้าเรื่องไหนเป็นที่นิยม เขาก็จะให้เงินค่าเขียน ซึ่งไม่แน่ใจในระบบของเขา เพราะพี่ไม่รู้ภาษาเกาหลี แต่ที่รู้คืออุตสาหกรรมคอมิคของเกาหลีจะเป็นอีกแบบ

ยกตัวอย่างlineก็ได้ นี่คือโมเดลในยุคอนาคตค่ะ คือตัวlineใช้ฟรีพอคนติดก็เกิดฐานลูกค้าขนาดใหญ่จะเอาอะไรมาขายก็ได้ทีนี้ ปัญหาคือเรามักจะมองว่าต้องขายคอมิคอย่างเดียว รวมเล่มซึ่ง เรายังตันกันอยู่ ทั้งๆที่ถ้าการ์ตูนติดตลาดจนดังจริงเราจะขาย merchandise อะไรก็ได้ ลองดูธุรกิจใกล้เคียงอย่างอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ดีไซน์ หรือดูcharacter line ก็ก็ได้ว่าถ้าการ์ตูนฮิตแล้วเราจะขายอะไรที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าดี

เสริมเรื่องปัญหาวงการเกมที่เคยเจอแบบเดียวกัน อันนี้ปัญหาแก้ไขได้หลายอย่างแล้วนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้คนนิยมสตีม และเกมบางอย่างพอเล่นๆไปแล้วจะรู้เลยว่าบางเกมซื้อเกมแท้ดีกว่ามากๆอย่าง call of duty เพราะว่ามันมีโหมดมัลติเพลย์สามารถเล่นได้หลายคน ส่วนอุตสาหกรรมเพลงก็มีทางออกเหมือนกันคือ ศิลปินยุคหลังๆส่วนมากไม่ได้มีรายได้หลักจากการขายเพลง แต่มันมาจากการเป็นพรีเซนเตอร์บ้าง หรือออกคอนเสิร์ตบ้าง

และวิธีของค่ายเพลงในปัจจุบันจะไม่เน้นจำนวนศิลปินค่ะสังเกตุได้ว่า จะเน้นซิงเกิ้ลแล้วปั๊มให้ฮิตดังเป็นพลุแตกไปเลย ยกตัวอย่างวง who ซึ่ง tie in กับเนเจอร์กิฟซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันวงการโฆษณาก็ย่ำแย่เพราะเด็กรุ่นใหม่ก็เสพย์สื่ออื่นทำให้ต้องหาทางออกเช่นเดียวกัน