รีวิวหนัง Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ

สวัสดีค่ะวันนี้จะมารีวิวหนังที่ชมไปเช่นเคย สำหรับวันนี้ก็จะเป็น Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจค่ะ แน่นอนว่าจะพยายามเล่าแบบไม่สปอยล์มากนะคะ

25570616-173252-63172010.jpg
ความรู้สึกหลังดูจบคือ สนุกดีค่ะ แต่สนุกแบบธรรมดาๆ แบบคาดเดาเรื่องได้นิดหน่อย ไม่ได้หักมุม 180 องศา สนุก เหมือนหนังฟอร์มยักษ์ทั่วๆไปคือดูเพลินๆสำหรับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ภาคนี้ มีการปรับมุมมองให้ Maleficent หรือ นางฟ้า(ปีศาจ)เป็นนางเอก ซึ่งแสดงโดยแองเจลิน่า โจลี่ ซึ่ง แองเจลิน่าโจลี่แสดงดีมากค่ะ แค่ประโยค “well well”(ซับไทยแปลว่า แหม แหม) หรือประโยคในเทรลเลอร์ที่เจ้าหญิงออโรร่าบอกว่าให้เธอออกมาจากพุ่มไม้แล้ว Maleficant ตอบว่า”งั้นเจ้าจะเป็นคน หวาดกลัว”

เรื่องจะเริ่มตอนที่ Maleficent เป็นเด็กอยู่ค่ะ และจะกล่าวถึงความรักของ Maleficent (ไม่ลงรายละเอียดนะคะ) ต่อมาก็รู้กันอยู่ตามเนื้อเรื่องของเจ้าหญิงนิทรานั่นก็คือ ตัว Maleficent เป็นผู้สาปเจ้าหญิงออโรร่าด้วยตัวเองตามเรื่องแบบเก่า ในฉากที่กำลังสาปนั้นทำออกมาได้สวย โจลี่ดูมีพลังมากค่ะ และแววตา สีหน้า กับบทพูด ทำให้รู้สึกว่าโจลี่ดูเป็นปีศาจจริงๆ ทั้งนี้การดำเนินเรื่องเนื่องจากว่าใช้การมองอีกมุมมองหนึ่ง ดังนั้นแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เจ้าหญิงนิทราที่คุณรู้จักแน่นอนค่ะ เพราะเจ้าหญิงออโรร่าเด่นน้อยค่ะ และโดยขโมยซีนจากตัวละครอื่นๆตลอดเวลาจนไม่ได้รู้สึกเลยว่าออโร่ร่าเป็นตัวละครที่สำคัญ (จริงๆก็ดูสำคัญตามเนื้อเรื่องค่ะ เพียงแต่ไม่เด่นเท่านั้น)

ทั้งนี้ในเรื่องของ Disney คราวนี้มีตัวร้ายที่ชัดเจนในเรื่องแน่นอนกว่าเรื่องในอนิเมชันดังอย่าง Frozen ที่ตัวละครดูเทาๆ แม้แต่ Elsa ยังเทาๆเลย นั่นก็คือ จะดูให้Elsa เป็นตัวร้ายหรือตัวเอกก็ได้ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่รู้สึก และพอดูจบก็รู้สึกว่าเหมือน frozen บางประเด็นค่ะ พูดได้แค่นี้จริงๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นสปอยล์ เอาเป็นว่ารายละเอียดอื่นๆไปดูในเรื่องเลยค่ะ

สำหรับในเรื่องของการออกแบบตัวละคร ชุดต่างๆ ดูดีค่ะ โดยส่วนตัวไม่ชอบดีไซน์นางฟ้าสามตัวที่เป็นนางฟ้าทูนหัวของเจ้าหญิงออโรร่าค่ะ ไม่ชอบเพราะดีไซน์ดูเฉยๆมากๆ เข้าใจว่าไม่ใช่ตัวเอกก็เลยต้องออกแบบให้ดูไม่ได้เด่นขนาดนั้น แต่การใช้สี การใช้องค์ประกอบของนางฟ้าสามตัวนี้ ทั้งๆที่ออกมาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องก็จริง แต่ไม่ได้ดีไซน์ให้คนดูเห็นถึงความสำคัญ คือดีไซน์ชุดและองค์ประกอบออกมาในขั้นธรรมดามาก แต่พอเป็นร่างคนก็ดูตลกต๊องๆดี พอเป็น CG รู้สึกว่ามันยังดูเป็นอนิเมทอยู่ค่ะ มันดูไม่เข้ากับเนื้อเรื่องที่ใช้คนแสดง

แต่อันนี้อาจจะเป็นข้อจำกัดของเทคโนโลยี จริงๆยอมรับว่าออกแบบใช้ได้ค่ะ แต่ไม่โดนค่ะ คือดูแล้วเฉยๆ แต่ไม่ได้คิดว่าแย่เกินจะรับหรือดี นอกจากนี้ทั้งๆที่ออกมาตลอดแต่ตัวละครทั้งสามตัวที่เป็นนางฟ้าที่เลี้ยงเจ้าหญิงมานั้น ไม่สามารถจำคาแรคเตอร์ทั้งสามตัวได้ และไม่สามารถจำได้ด้วยว่าตัวไหนแปลงร่างแล้วเป็นตัวไหนบ้าง

ส่วนตัวละครอื่นๆในเรื่อง ก็ออกแบบตามความคาดหมายค่ะ ก็คือดูโอเคตามคาดหมายของหนังใหญ่ระดับนี้แต่ไม่ได้ดูแล้วรู้สึกว่าสวยมากๆจนอึ้งค่ะ นอกจากนี้มันจะมีฉากหนึ่งที่เป็นฉากสู้ Maleficent กระโปรงด้านล่างหลุดค่ะ แล้วก็มีปีกบิน ฉากนี้นี่แบบดูแล้วเหมือน Catwoman มากค่ะ คือเราว่ามันดูไม่ค่อยโอเคค่ะ คือลุคมันไม่เหมาะกับฉากค่ะ คือเจ๊แกเหมาะกับชุดยาวๆมากกว่าในลุคนี้ พอชุดตรงนั้นหายนี่กลายเป็นคาแรคเตอร์แปลกๆไปเลย แต่มันก็แค่ความคิดเห็นส่วนตัวของเราค่ะ

ยังไงก็ตามสิ่งที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้คือตัว Maleficent นี่แหละชอบดีไซน์ตอนที่เป็นชุดดำแล้ว ดีไซน์แรกตอนเป็นเด็กก็ดูน่ารักดี ส่วนพอโตขึ้นก็รู้สึกชอบส่วนหัวค่ะ แต่ชุดดูน่าจะมีอะไรมากกว่านี้นิดหน่อย เหมือนมันเป็นชุดผ้าเรียบๆแต่เข้าใจว่าที่ให้มีน้อยและการตกแต่งแทบไม่มีเนื่องจากจะให้เข้ากับธรรมชาติ จึงใช้โทนสีน้ำตาลและเป็นชุดที่คล้ายๆจะมีขนสัตว์ประดับในชุดแรก ชุดที่สองที่คล้ายๆ catwoman

25570616-173412-63252333.jpg

นอกจากนี้จริงๆก็ชอบช่วงบน ทำปีกและการเคลื่อนไหวออกมาสวยมากค่ะ นอกจากนั้นการถ่ายมุมกล้องฉากสู้ต่างๆ และการแสดงของโจลี่ ทำให้การดูเรื่องนี้คุ้มค่าแก่การไปดูเวอ์ชัน 3 มิติ และหนังถ่ายสวยค่ะ จริงๆดีไซน์ตัวละครอื่นๆก็ไม่ได้แย่มากค่ะ(นอกจากนางฟ้าสามตัวนั้น) คืออยู่ในข่ายดูดีตามยุคสมัย ก็คือเรื่องนี้น่าจะดำเนินอยู่ในช่วงยุคกลางค่ะ หรือช่วงยุคมืดของยุโรป เพราะฉะนั้นดีไซน์ชุดต่างๆก็จะยึดเอายุคนั้นเป็นหลัก

ส่วนตัวเจ้าหญิงออโรรา เป็นคาแรคเตอร์ที่แบ๊วมากๆค่ะ แบ๊วตั้งแต่เกิดยันโตขึ้นมา แล้วก็มีโลกส่วนตัวของเธออยู่ ในมุมแบบ เจ้ายิ๊งเจ้าหญิง คือดูสวยค่ะ แคสมาดีนะ เหมาะกับบทนี้ค่ะ คือผิวขาวละเอียด มีเลือดฝาด ผมหยิกสีบลอนด์(จำได้ว่าออโรราภาคการ์ตูนเธอผมยาวเรียบตรงค่ะ) นอกจากนี้เรื่องนี้มันยังเก่ามากๆด้วย คือเจ้าหญิงนิทราเวอร์ชันแรกของดิสนีย์ที่ทำเป็นอนิเมชันนั้น เรายังเด็กมากค่ะเลยไม่ได้ดู แต่อ่านหนังสือ กับซื้อสมุดระบายสีมาระบายเล่นค่ะ เลยรู้จัก ในยุคเก่านั้นเราจะเห็นได้ว่า การสร้างตัวละครต่างๆ มันเป็นขาวจัดดำจัดค่ะ คือไม่ดีก็ชั่ว

แม้การแคสท์ตัวละครจะทำดีมากก็ตาม แต่สิ่งที่ดูแล้วรู้สึกขัดคือ ความแบ๊วของเจ้าหญิงออโรร่า เลยทำให้เธอเป็นคาแรคเตอร์ที่ดูขาวจัด ขัดกับตัว Maleficent ที่ดูแล้วดำบ้าง ขาวบ้าง ทั้งนี้เนื้อเรื่องจะปูมาให้ดูอยู่แล้วค่ะ ว่าทำไม Maleficent ถึงกลายเป็นอย่างที่เธอเป็นอยู่ในเรื่อง แต่โดยแก่นแท้แล้ว Maleficent ไม่ได้ร้ายมากขนาดนั้นค่ะ เพียงแค่เสียใจกับสิ่งที่เธอถูกกระทำในชีวิตของเธอเท่านั้น ทั้งนี้ชีวิตของคนเราส่วนมากก็เป็นแบบนี้ในความเป็นจริงค่ะ

เพราะว่าในสังคมคนเราจะเห็นคนที่มีสีเทาๆอยู่บ้าง ถ้าเราสังเกตุดูแล้วจะพบว่า คนเราจะดีจะชั่วขึ้นอยู่กับว่าเราเอามุมมองไหนไปตัดสิน เนื่องจากหนังดำเนินเรื่องโดยใช้มุมมองของตัวเอกที่ดูเหมือนจะร้ายเป็นหลัก ทำให้เราเข้าใจว่าคนเราจะชั่วมันจะมีเหตุผล Backup ด้านหลังนั่นก็คือ มีปมอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวละครเป็นแบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้นหนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่หนังโลกสวยอย่างเดียว ตัวละครที่ดูโลกสวยที่สุดก็คือเจ้าหญิงออโรร่านั่นเอง ถึงแม้เราจะคิดว่าเขาแคสท์ตัวละครมาได้ดี แต่เรากลับรู้สึกว่าเขาเล่นแข็งหรือฝืนไปนิด คือ การแสดงท่าทาง สีหน้าอะไรต่างๆ แต่ถ้าพูดถึงความเหมาะสมในฐานะตัวละครที่ดูโลกสวยที่สุดแล้วในเรื่องก็โอเคอยู่ค่ะ

แต่หนังหรือนิยาย,การ์ตูนสมัยนี้จะสังเกตุได้ว่าจะทำตัวละครออกมาเทาๆคือดูไม่แย่หรือร้ายมาก หรือไม่ได้ดีมากด้วยค่ะ ซึ่งมันก็เหมือนกันกับคนเรานี่แหละค่ะ คนทุกคนล้วนมีความดีความชั่วอยู่ในตัวเองทั้งนั้น แปลกที่ละครไทยยุคไหนๆก็ชอบทำตัวร้ายให้ดูแล้วร้ายจัดๆ เอะอะก็ตามไปตบนางเอก และสร้างตัวร้ายมาให้ละครเกลียดชัง แต่ถ้าสังเกตุละครยุคหลังๆก็เริ่มมีบางเรื่องที่แหวกๆบ้าง และส่วนมากเป็นละครที่ได้รับความนิยม คือ ตัวเอกไม่ได้เป็นคนดีสุดๆเช่น แรงเงา (จะบอกว่าไม่ดูละครไทยค่ะ แต่พอรู้ว่าแต่ละเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง ขออภัยด้วย ไม่ได้ดูทีวีมานานแล้วค่ะ)

เรื่อง Maleficent ก็เหมือนกัน เนื่องจากตัว Maleficent เป็นคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจค่ะ เพราะเธอไม่ได้ดีเลิศ หรือไม่ได้ร้ายขนาดนั้น เป็นตัวละครที่มีมิติค่ะ ซึ่งโจลี่ทำให้เราเห็นว่าบทนี้ต้องเป็นเธอเท่านั้นค่ะ โครงหน้าเธอเหมาะมาก แต่เข้าใจว่ามีการใช้เทคนิคพิเศษ หรือการแต่งหน้าเพิ่มเติมให้หน้า Maleficent ดูตอบให้ดูว่าหน้าตาร้ายๆจิกๆ โดยเฉพาะสีตาเป็นสีเทา นัยต์ตาชัดเจนมาก รวมถึงเมคอัพปากแดง รอยยิ้มแบบดูปุ๊บรู้เลยว่าหน้าจิกๆมาก แล้วก็ยิ้มแบบมีเลศนัยมากๆ คนที่แสดงแล้วให้ความรู้สึกถึงคาแรคเตอร์ได้ชัดเจนแบบนี้ คิดว่ามีไม่กี่คนค่ะ

นอกจากนี้แล้วเอฟเฟคการแต่งหน้า และชุด (ตอนที่รวบผมขึ้นไปแล้ว) ดูมีการผสมการออกแบบของดิสนีย์ในอนิเมชัน กับการใส่เขา และออกแบบเพิ่มให้ชุดเป็นชุดยาว สีดำทั้งตัว ผ้าพริ้วไหว ทำให้รู้สึกว่า Maleficent ลุคชุดดำทั้งตัวนี่ดีไซน์เข้าที่สุดแล้วค่ะ นอกจากนั้น เช่น ตอนชุดสีน้ำตาล ปีกน้ำตาล ก็ถือว่าโอเค แต่ไม่ได้โดนมากค่ะ

มาถึงตัวละครที่(เหมือนจะ)เป็นพระเอกบ้างค่ะ อย่างเจ้าชายฟิลลิป นี่บทแบบ…ไม่เด่นมากๆค่ะ ฟีลเหมือนตัวประกอบที่โผล่มาให้เรื่องดูเต็มๆเฉยๆ ถามว่าตัวละครแคสมาเป็นไง ก็จะบอกว่าหน้าตาดีแบบเป็นเจ้าชายทั่วๆไปแต่ด้วยความที่บมันน้อยก็เลยให้ความรู้สึกกับตัวละครนี้ธรรมดาๆไปเลย

ส่วนดีไซน์ของตัวฟิลลิปก็ไม่ได้ดูเด่นมากอีกเช่นกัน แต่กลับถูกแย่งซีนไปโดยอีกา ทาสของ Maleficent อีกานี่พี่แกอย่างหล่อ แถมแย่งซีนตัวละครอื่นๆ แถมเป็นตัวละครที่โคตรเก่งเนื่องจากเป็น Slave ของ Maleficent โดนเสกเป็นตัวนู่นตัวนี่ตามแต่ใจเธอ จนแอบคิดในใจว่า เรื่องมันจะพลิกหรือเปล่าหว่า เนื้อเรื่อง ในที่สุดก็หักมุมค่ะ แบบคาดไม่ถึงนิดหน่อย แต่ไม่นึกว่ามันจะเป็นในรูปนี้ พอดูจบแล้วคิดว่า อืม…มันจบแบบดิสนีย์ๆละนะ

สรุปคือเป็นหนังที่ควรค่าแก่การดู เนื้่อเรื่องดูสนุก ไม่เบื่อ ไม่โลกสวยมาก แต่ไม่ดาร์คมาก(อย่างนิยาย All you need is kill นี่อย่างดาร์คเลยแถมจบโคตรเศร้ามาก) คือเรื่องนี้มันจบแฮปปี้นะ แม้จะเป็นจบแบบถ้ามองมุมของ Maleficent แล้วจะดูจบไม่สวยแต่รวมๆก็แฮปปี้ดี แถมตั้งชื่อเรื่องว่ากำเนิดนางฟ้าปีศาจ นี่แค่กำเนิดนะ หรือจะมีภาคต่อว๊า อะไรทำนองนี้

หนังภาพสวย เพลงเพราะ (แบบหลอนๆ โดยลาน่า เดล เรย์) โจลี่เล่นดี ลูกโจลี่น่ารัก ฉากสู้สวย ไม่น่าเบื่อ รวมๆแล้ว [rating:4] ไปดูในเรื่องเถอะค่ะ ดูโรงนะ 3d ได้อรรถรสมากแม่จะไม่เด้งเท่าพวก animation คุณค่าที่คุณคู่ควรค่ะ นอกจากนี้คุณดูเรื่องนี้แล้วคุณอาจจะต้องนิยาม”รักแท้”ใหม่นะ 🙂 เช่น ถ้าคุณมีความคิดอย่าง รักแท้ไม่มีอยู่จริง อะไรประมาณนี้ เชียร์ให้ไปดูเลยค่ะ คุณอาจจะได้มุมมองอะไรใหม่ๆมา ซึ่งมันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคิดของคุณทันที แต่หนังมันจะทำให้คุณเห็นมุมมองใหม่ๆมากขึ้นค่ะ และคุณจะเข้าใจว่า โอ๊ว!….นี่เองที่เรียกว่า …ดิสนี้ย์ ดิสนีย์,well well