สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้ก็จะมารีวิวหนังใหม่ที่กำลังเข้าโรงอยู่ ไปดูวันแรกๆตั้งแต่หนังเรื่องนี้เข้าเลยค่ะ แต่ก่อนดูไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไร เนื่องจากเต้ยอยากดู ก็เลยพาไปดูกับแม่เช่นเคย ที่ Centralworld ค่ะ
begin-again-poster01

หนังเรื่องนี้มีตัวเอกหลักจริงๆอยู่ 2 ตัวละครค่ะ นั่นก็คือ เกร็ตต้า แสดงโดยเคียร่า ไนท์ลี่(จาก pirate of the caribbean ซึ่งตอนนั้นเธอก็ดูเป็นผู้หญิงดิบๆสู้คนอยู่แล้วค่ะ) พอมาเล่นเรื่องนี้ รู้สึกว่าเคมีของเรื่องกับเธอเข้ากันได้ดีค่ะ โดยบทที่เธอได้รับก็จะเป็นสาวนักดนตรี ที่จริงๆแล้วแต่งเพลงเพื่อความสนุกสนานของตนเองเป็นหลัก

แต่กลายเป็นว่าการแต่งเพลงเอง ร้องเพลงเองได้ทำให้เธอไปพบกับแดนโปรดิวเซอร์มือทองที่กำลังตกอับโดยบังเอิญเพราะถูกหุ้นส่วนไล่ออก โดยบังเอิญอีกเช่นกันที่ในคืนนั้น เกร็ตต้าโดนสตีฟเพื่อนสนิท(แสดงโดยเจมส์ คอร์เดน)ขอให้เกร็ตต้าไปเล่นดนตรีบนเวทีค่ะ ในขณะที่แดนกำลังก๊งเหล้าอยู่ได้ยินเสียงเพลงก็จึงติดใจ อยากจะปั้นให้เธอเป็นศิลปินในค่าย

begin again5
.
.
.
.
.
.
ด้านล่างจะเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่องในช่วงแรกๆของเรื่องเพื่อความเข้าใจของผู้อ่านในการไปดูหนังค่ะ แต่ถ้าอยากอ่านก็อ่านได้ ไม่ได้สปอยล์จนจบค่ะ
.
.
.
.
.

เนื้อเรื่องเริ่มต้น นั้นจะเป็นการตัดไปมาระหว่างตัวละครสองตัวค่ะคือแดนกับเกร็ตต้า ที่เป็นคนละมุมมองและเนื้อเรื่องจะค่อยๆเล่าเรื่องราวของตัวละครสองตัวนี้ออกมา ซึ่งทั้งสองตัวละครนั้น ในเริ่มต้นเรื่องจะผิดหวังกับเรื่องของความรักมาเหมือนกัน โดย เกร็ตต้านั้นมีแฟนคนหนึ่งชื่อเดฟ ซึ่งเดฟนั้นเป็นศิลปินนักร้องค่ะ(แสดงโดยอดัม เลวิน นักร้องนำวงมารูนไฟฟ์) เกร็ตต้าได้ร่วมกันแต่งเพลงกับแฟนของเธอมาตลอดและมาค้นหาความฝันด้วยกันในนิวยอร์ค

begin_again4

แต่กลายเป็นว่าแฟนของเธอ เมื่อเริ่มจะไปได้ดี กลับนอกใจเธอไปรักผู้หญิงคนอื่น จึงทำให้เธอเคว้งจนต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อน ไปๆมาๆเพื่อนเธอก็ลากเธอไปแสดง เนื่องจากเขาเป็นห่วงในอนาคตเกร็ตต้าและเป็นเพื่อนสนิทด้วย คือ สตีฟในเรื่องที่เป็นเพื่อนสนิทเกร็ตต้า โดยปกติแล้วเขาจะเล่นดนตรีเปิดหมวกตามถนน ส่วนกลางคืนร้องเพลงตามคลับ,บาร์ และมาพบกับเกร็ตต้า

ส่วนแดน โปรดิวเซอร์มือทองนั้น ก็เลิกรากับมิเรียมภรรยามา(แสดงโดย แคทเธอรีน คีเนอร์) แต่เขายังคงทำหน้าที่พ่อ เลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวที่เกิดจากภรรยาเก่าก็คือไวโอเล็ต(แสดงโดยเฮียลี่ เสตนเฟลด์) ซึ่งกำลังเจอปัญหาแบบวัยรุ่นรุมเร้าชีวิตเธอ อันเกิดมาจากครอบครัวแยกทางกันและแม่เป็นคนเลี้ยงเธอมา แต่พ่อของเธอคือแดนก็ไปรับส่งลูกกลับบ้าน และทำหน้าที่ส่งเสียไวโอเล็ตเรียน
.
.
.
.
.
จบการเล่าเนื้อเรื่องคร่าวๆในช่วงแรกค่ะ หลังจากนี้คิดว่าไม่มีสปอยล์เรื่องแล้ว จะเป็นความรู้สึกของและมุมมองของเราที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้ของเราเองล้วนๆค่ะ
.
.
.
.
.
อย่างที่หนังมันควรจะเป็นค่ะ แนวของหนังเรื่องนี้ ชื่อยาวมาก ก็คือ music-romantic-comedy-drama ค่ะ ยาวจนแบบ อืม…จะแนวไหนกันแน่เนี่ย จากที่เราดูนะคะ มัน comedy น้อยมากค่ะ คือมันแค่ยิ้มเฉยๆถ้ามีมุขนะ แต่มันไม่ใช่มุขที่คนไทยทั่วไปจะหัวเราะออกมาดังๆแน่นอนค่ะ ก็คือมุขประเภทเสียดสีสังคมประมาณๆหนึ่ง (บางมุข)ค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะดราม่ามากกว่า แต่ไม่ใช่หนังเศร้าค่ะ และไม่ใช่หนังครอบครัวค่ะ แต่ที่แน่นอนคือ จุดเด่นเรื่องของเพลงประกอบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นเพราะมาก

begin_again6

และหนังนั้นก็แสดงให้เห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ของเคียร่า นางเอกของเรื่องนี้ที่ไม่มีใครรู้ว่าเสียงเธอใสกิ๊งและลุคที่เป็นหญิงเท่ลุยเดี่ยว แต่ไม่ถึงกับแกร่งแรงเกินร้อย ทั้งนี้ตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่ฉลาด ตามคนทันค่ะ มีไหวพริบที่ดี และกล้าชนกับปัญหาที่อยู่ข้างหน้า และยอมรับความเป็นจริงแม้บางช่วงของชีวิต มันจะโหดร้ายกับเธอมากก็ตาม นอกจากนี้การแต่งตัวของเธอก็เข้ากับบุคลิคนั่นก็คือ บางครั้งเธอก็ใส่กระโปรง

แต่ตัวละครตัวนี้ ถ้าดูแล้วจะบอกว่าไม่ธรรมดา เป็นศิลปินยุคใหม่ที่ไม่ยอมให้นายทุนหรือคนอื่นๆมาเอาเปรียบเธอได้ และกล้าทำในสิ่งที่หลุดกรอบ รวมไปถึงเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองซะส่วนมาก นั่นก็คือ ในเรื่อง เธอจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างอินดี้และไม่ชอบเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามกระแสหรือสิ่งที่เป็นความนิยม เนื่องจากจะมีฉากหนึ่งที่แดนถามว่าเธอแต่งเพลงมาทำไมถ้าไม่ได้อยากดัง ตัวเกร็ตต้าในเรื่องตอบว่าแต่งเพลงเพราะมันสนุก เหตุผลง่ายๆค่ะ

ซึ่งคนที่พูดแบบนี้ได้ เราคิดว่าเป็นคนที่มีของดีในตัว เธอจึงไม่ต้องการเติมเต็มความรู้สึกนั้นๆจากภายนอก นั้นก็คือ ตามหลักการของอับราฮัม มาสโลว์ เธอได้เลยจุดที่มนุษย์มักจะต้องการอยากให้คนภายนอกยอมรับไปแล้ว นั่นก็คือ สำหรับเกร็ตต้า เธอเป็นผู้หญิงที่เข้าใจในตัวเอง และรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร และต้องดำเนินชีวิตอย่างไร นั่นก็คือจุดที่อยู่สูงแล้วของทฤษฏีอับราฮัม

begin again3

โดยที่เธอ เลือกที่จะเป็นผู้หญิงที่ลิขิตชีวิตของตนเองและเดินไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจโดยไม่ต้องให้คนอื่นตัดสินว่าเธอมีค่าหรือไม่มีค่า และไม่ทิ้งชีวิตและความฝันของไปเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว งานดนตรีและการแต่งเพลงของเธอ(ตามเรื่อง)จึงมีความสด และดิบอยู่ในเพลง ซึ่ง ในเพลงนี้จะแสดงสิ่งนั้นออกมาในเพลง ก็คือ ความ raw ของ unplug ที่ใช้แค่กีตาร์โปร่งตัวเดียวกับเสียงหวานๆแอบแหบห้าวเล็กน้อย ทำให้เพลงออกมามีเสน่ห์มากๆ

ส่วนตัวละครหลักอีกตัวนั่นก็คือแดน(มาร์ค รัฟฟาโล ที่แสดงเป็นพี่ฮัลก์ค่ะ) แดนตกอยู่ในสภาวะของคนที่ประสบความสำเร็จทั่วไปตามความฝันของอเมริกันดรีม นั่นก็คือ เขาได้ทั้งกล่อง(รางวัล) ชื่อเสียง การยอมรับนับถือ และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคนหนึ่ง เพียงแต่การประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา ต้องแลกมาด้วยการแตกร้าวของครอบครัวเขาเอง ถ้าเราอายุประมาณนึง คุณจะเห็นว่าเพื่อนของคุณเริ่มแต่งงานกันไปทีละคน ๆ

ซึ่งในหมู่เพื่อน เราไม่รู้เลยว่าใครจะมีชีวิตสมรสที่หวานชื่นกันไปจนกระทั่งแก่ หรืออาจจะมีการแยกทางกัน ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนล้วนอยากจะให้มันเป็นแบบแรกมากกว่า โดยในเรื่องนั้น แดนจัดได้ว่า เป็นคนที่เหลวเป๋วเนื่องจากผิดหวังเรื่องครอบครัวจึงทำให้เขานั้นกลายเป็นคนไม่เอาอ่าว ออกทะเลไปไกล ทั้งที่เคยเป็นโปรดิวเซอร์และศิลปินยุคก่อนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่หนังโลกสวย ที่ตัวละครหลักทุกตัวในเรื่อง ล้วนมีบาดแผลในเรื่องความรักทั้งสิ้น

begin_again1

โดยส่วนมากแล้ว คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่า ถ้ามีครอบครัว(มีสามี,ภรรยา,ลูก) เราอาจจะมีความสุข คนส่วนมากจึงเรียกได้ว่าการแต่งงานและมีครอบครัวจะเป็นคนที่มีความสุข ถือเป็นความฝันในชีวิตของคนหลายๆคนบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเพศใด ศาสนาใด หรือประเทศใด เพราะโดยส่วนนึงแล้ว มนุษย์ก็ยังคงเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องการ การสืบพันธุ์และการมีครอบครัวต่อไป

แต่สิ่งที่มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ก็คือ มนุษย์มีชีวิตอยู่ในกรอบ นั่นก็คือ กฏหมาย จารีต ประเพณี ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศที่อยู่ โดยที่กรอบนั้นๆ มันทำให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ค่ะ ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่ว่ามนุษย์นั้นมีความซับซ้อนแตกต่างจากสัตว์อื่นก็คือ มนุษย์มีจิตสำนึก นั่นก็คือมนุษย์สามารถรู้สึกถึงผิดชอบชั่วดีได้

นอกจากนี้มนุษย์ยังมีความอดทนต่อสัญชาติญาณดิบของตนเองพอสมควร และรู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่ปัญหาความไม่ลงรอยกันของครอบครัว เช่น การหย่าร้างของสามีภรรยา และการนอกใจคู่ของตัวเองเราจะพบเห็นได้ทั่วๆไปในสังคม

begin_again2

เหมือนในกรณีของเรื่องนี้จะพบว่า เมื่อตัวเอกคือแดนประสบความสำเร็จในชีวิตระดับหนึ่งก็จริง แต่เขาอาจจะทำงานหนัก หรือไม่เลือกครอบครัว เป็นสิ่งแรกของชีวิตที่เขารักษา นั่นก็คือ เขาเลือกชื่อเสียงและความใฝ่ฝัน มากกว่าการที่จะดูแลครอบครัวคือภรรยาและลูก ซึ่งแน่นอนว่า การนอกใจนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องนิสัยของคนๆนั้นแล้ว มันยังขึ้นอยู่กับว่า คนแต่ละคน สามารถทำให้ชีวิตงานกับครอบครัวนั้น มีความสมดุลย์กันได้หรือไม่

ซึ่งนั่นก็สะท้อนออกมาในชีวิตของแดนและเกร็ตต้า..รวมไปถึงตัวเดฟที่เป็นแฟนเกร็ตต้าเช่นกัน ที่กว่าจะรู้ว่าที่ตัวเองมี(แฟน)คือเพชรก็ได้โยนเพชรลงไปในทะเลเสียแล้ว จะไปหาอย่างนั้นที่ไหนได้อีก ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่เข้าใจเรา นอกเหนือไปจากพ่อแม่  คนที่ช่วยเหลือเราในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน หรือการดูแลเรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน และคนที่ทำให้เรายิ้ม ทำให้เรามีความสุขได้ ถ้าคุณมีแฟน นี่คือหนังที่คุณควรไปดูกับแฟนนะคะ

และแต่ละคนก็มีวิธีในการแก้ปัญหานี้ไม่เหมือนกันค่ะ(หมายถึงปัญหาในชีวิตรัก เช่น ทะเลาะกันกับแฟนหรือพ่อแม่พี่น้องที่รักเรา) บางคนอาจจะยอมหัก ไม่ยอมงอ คือหย่าเลย หรือถ้าเป็นพ่อแม่ด่าก็หอบห้าวหอบของออกมาจากบ้านพ่อแม่เลย แต่ทั้งนี้ในการดำเนินชีวิต ในกรณีของคู่สามีภรรยา แน่นอนว่าถึงแม้จะหย่าร้างแล้ว ถ้าหากมีลูก ก็ต้องนึกถึงลูกค่ะ

และไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ตาม ถึงไม่ใช่สามี ภรรยาแล้ว แต่ลูกที่เกิดมา แน่นอนว่าเขาต้องการทั้งพ่อและแม่ทั้งสิ้น และนอกจากนี้ ลูกยังได้รับผลกระทบกับชีวิตแต่งงานที่ไม่สำเร็จของพ่อกับแม่พร้อมกันทั้งคู่เช่นกัน กล่าวคือ ลูกที่มาจากบ้านที่มีการแยกทางกัน จะมีทัศนคติอีกแบบกับความรัก ที่อาจจะสุดโต่งไปอีกด้านเลยก็ได้ ถ้าหนักหน่อยก็คือไม่เชื่อในความรักไปเลยค่ะ ซึ่งตัวลูกสาวของแดน จะประสบปัญหานี้ในช่วงเวลาการเป็นวัยรุ่นของเธอ ซึ่งนั่นคือผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวของพ่อแม่ที่ล้มเหลวที่มีผลต่อเด็กคนหนึ่งตามที่หนังต้องการจะสื่อออกมา

เรื่องนี้เป็นหนังที่เด็กโตประมาณหนึ่งแล้วดูได้ค่ะ แต่แนะนำว่า 16 ปี ขึ้นไปจะดีกว่า เนื่องจาก ในเรื่องมีการก๊งเหล้า,แล้วก็มีนิสัยบางอย่างของตัวละครที่ไม่เหมาะสม คือผู้ปกครองต้องแนะนำถ้าพาลูกไปดู อีกประการก็คือ เนื้อเรื่องของหนังค่ะ แต่หนังมันไม่ได้มีฉากเรทค่ะ มีแค่ฉากสวีทกันนิดๆหน่อยๆแล้วก็มีฉากคิสปากแบบไม่ใช่เฟรนซ์คิสค่ะ คืออยู่ในข่ายหนังที่ clean ค่ะ

คือถ้าเด็กเล็กๆมาดูมันไม่น่าจะอิน เนื่องจากวัยเด็กนั้นมันยังเป็นวัยที่มีความฝันงดงาม เหมาะกับการ์ตูนดิสนีย์เจ้าหญิง อนิเมชันน่ารักๆมากกว่า แต่เรื่องนี้มันเป็นความฝันของตัวละครที่ค่อนข้างเรียล คือ การเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สวยงามเหมือนการ์ตูน และเป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะต้องเจอในการดำเนินชีวิต ถ้าเด็กมากเกินต้องมีการอธิบายเรื่องแล้วก็คำแนะนำประกอบ ส่วนเด็กโต ดูแล้วพ่อแม่ก็ต้องแนะนำเด็กและคอยถามเด็กว่าคิดยังไง หรือมีความรู้สึกอย่างไร ให้เด็กลองแสดงความคิดออกมาดูค่ะ

นอกจากนี้เพลง Lost Star ที่เป็นเพลงหลักของเรื่องนี้ ยังได้แสดงออกมาให้เห็นในหลายๆแง่มุม นั่นก็คือ ถ้าเรามองจากชื่อเพลง ทุกคนล้วนเป็น ”ดาวหลงทาง” มาก่อนทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่จุดไหนของชีวิตแล้ว บางทีโชคชะตาก็เล่นตลกกับชีวิตของเรา ทำให้เราต่างสับสนในชีวิต โดยไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอกับความมืด และก็จะต้องมีคนถามพระเจ้าแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา ในเพลงหนึ่งของเรื่องจะบอกว่าไม่ต้องไปถามพระเจ้าหรอก เพราะท่านไม่ตอบกลับมา

โดยในเพลงดาวหลงทางจะบอกถึงเรื่องนี้ก็คือทุกคนล้วนอยากส่องแสงได้ด้วยตนเอง อย่ามองว่าเราเป็นเพียงแค่คนที่ตกอยู่ในห้วงความฝันและความแฟนตาซีเท่านั้น แต่ให้มองว่าเราก็เป็นคนๆหนึ่งที่ล้วนต้องการความรัก ไม่ว่าจะเป็นจากครอบครัว เพื่อน หรือคนรักก็ตาม ซึ่งความรักนั้น เป็นเรื่องใหญ่ของมนุษย์ การทำสงคราม สู้กันในสมัยโบราณ ในบางครั้งล้วนเกิดจากการแย่งชิงความรักของผู้หญิงทั้งสิ้น เมื่อคนเราเจอเหตุการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับความรักแล้ว มันอาจจะทำให้คนๆนั้นสูญเสียความหมายในการมีชีวิตอยู่ส่วนหนึ่ง

begin again 0

แต่ถ้าคุณไปดูหนังเรื่องนี้ ในขณะที่คุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับความรัก หรือว่าเป็นคนที่เคยผ่านเหตุการณ์ต่อไปนี้มา ไม่ว่าจะเป็นการเจอเหตุการณ์ อย่างเช่น พ่อแม่แยกทางกัน,แยกทางกับสามีหรือภรรยาของตัวเอง,ถูกปฎิเสธรัก,หรือคนที่เรารักนอกใจ

ช่วงแรกๆแน่นอนคุณจะรู้สึกเจ็บปวดก่อนค่ะ พอโตขึ้นๆคุณก็จะเจอประสบการณ์ทั้งร้ายและดี ถ้าเจอประสบการณ์เดิมซ้ำๆคุณจะไม่เจ็บเท่าเก่า แต่สิ่งที่แย่คือคุณจะเป็นคนที่โลกสวยน้อยลง หนักหน่อยก็กลายเป็นพวกมองโลกในแง่ร้ายไปเลย โดยที่อดัม เลวิน ได้ถ่ายทอดออกมาได้ดีมากค่ะ ในเพลง lost stars นี่เพราะมากจริงๆ

Begin-Again-5

นอกจากนี้ ฟังเพลงแล้วยังรู้สึกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต เราทุกคนต่างเคยหลงทาง อยู่ที่ว่าใครจะสามารถรู้ว่า แท้จริงแล้ว ตัวเราเองก็เป็นดาวฤกษ์ คือดาวที่ส่องแสงจากตัวเองออกมาได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาแสงจากที่อื่น หรือเราสามารถมีความสุขได้ แม้ชีวิตของเราจะถูกโชคชะตากลั่นแกล้งจนไม่เหลืออะไรหรือไม่เหลือใครเลยก็ตาม

Begin-Again-group

เราควรรักตัวเองให้มากๆและสามารถมีความสุขได้ด้วยตนเองค่ะ เพราะฉะนั้นจะส่งท้ายด้วยเพลง lost stars ค่ะ ให้ทุกคนที่ยังมีความฝัน แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินไปถึงจุดไหน และบางที อาจจะกำลังเป็นดาวหลงทางอยู่ คะแนนสำหรับหนังรักเพลงเพราะ ข้อคิดเพียบคือ [rating:4] ค่ะ (นี่เป็นหนังที่ไม่ได้ใช้เอฟเฟคกระแทกตา งบประมาณเยอะแยะอะไรขนาดนั้น ถ้าจะมีก็ลงทุนเรื่องเพลงกับนักแสดง มันเป็นหนังที่ทำให้คุณเห็นแง่มุมบางอย่างของชีวิตที่ละมุนมากขึ้นเท่านั้นเองค่ะ)

โพสต์นี้รวมเพลงประกอบในหนังพร้อมคำแปลทั้งหมดทุกเพลงค่ะ โดยคุณ moviestalker
http://pantip.com/topic/32300258
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
http://www.thairath.co.th/content/435280