รีวิวหนังความลับนางมารร้าย

สวัสดีค่ะ วันนี้อัพเดทติดกัน 2 entry เลย คือเมื่อวานบอกเอาไว้ ว่าจะอัพ 2 entry เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ก็เลยว่างที่จะมาอัพเดทบลอค ยังไงก็ตามจะเห็นได้ว่าช่วงหลังๆเรามีการรีวิวหนัง และหนังสือด้วย เพราะจริงๆ การที่จะเป็นนักวาดที่ดี แนะนำว่าคุณควรจะมีแรงบันดาลใจจากหลายๆแหล่ง ซึ่งเว็บเราก็ทำหน้าที่ตรงนั้น ก็คือช่วยกรองสิ่งที่ดีๆออกมาให้คุณเสพย์กันได้ง่ายๆมากขึ้น

สำหรับเอนทรี่นี้ ก็จะเป็นรีวิวหนังไทย ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองสำหรับปีนี้ที่เราเข้าไปดูในโรง(น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ ถ้าจำไม่ผิด เรื่องแรกคือคิดถึงวิทยา) ถามว่าทำไมอยากดู? คือเอาจริงๆ ดู Trailer แล้วชอบนางเอก(หน้าตา และลุค) กับความเวอร์ๆของการแสดงของเธอ

call-me-bad-girl1
เนื่องจากเราไม่เคยดูช่อง 7 เลยไม่รู้จักมิน พีชญา ซึ่งเป็นนางเอกมาก่อนเลย และไม่รู้ว่าเธอแสดงดีหรือเปล่า หรือมีชื่อเสียงแค่ไหน นอกจากพระเอกที่ก็ไม่รู้จักเช่นเดียวกันแล้ว ตัวละครตัวอื่นๆเราก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่เคยติดตามผลงาน มีแต่คุณเพ็ญพักตร์ที่แสดงเป็นแม่พระเอกและคุณอนันต์ที่แสดงเป็นพ่อเท่านั้น ที่รู้จัก

เอาเนื้อเรื่องคร่าวๆแบบไม่สปอยล์ไปก่อนนะ ก็คือ นางเอกนี่จะเป็นผู้หญิงแนว Bitchy ๆ ค่ะ จริงๆบทของตัวละครตัวนี้ เราดูเรื่องนี้จบแล้ว เรารู้สึกว่ามิน พีชญา ไม่เข้ากับบทนี้เลยค่ะ หนังทำดูเหมือนจะกั๊กๆ มาก คือจะร้ายก็ไม่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายมากสักเท่าไร อารมณ์ที่ดู ให้ความรู้สึกอย่างกับดูซีรีย์เกาหลี แต่มันขาดๆเกินๆยังไงก็ไม่ทราบ

call-me-bad-girl-9

คือตามเรื่องแล้ว ผู้หญิงคนนี้จะต้องร้ายแบบ เหมือนผู้หญิงที่ชอบล่าแต้มประมาณนั้นๆค่ะ ถ้าเราดูชื่อเรื่อง เรายังนึกถึงหน้าสไปร์ท ฮอร์โมนลอยมา(ป.ล.ไม่ได้ดูฮอร์โมนค่ะ เนื่องจากไม่ชอบดูละคร เนื่องจากดูแล้วติด ไม่เป็นอันทำอะไร 55 เลยไม่ดู) คือเราอ่านสปอยล์และความคิดเห็นของคนอื่นๆหลังจากที่ดูเรื่องนี้เอา ถามว่าทำไมเรานึกถึงตัวละครสไปร์ทในฮอร์โมน มันเนื่องมาจากในเรื่อง เพื่อนของบุษบา(นางเอก) จะคุยกับเธอว่า “ไหนบอกว่ารักสนุก ไม่คิดผูกพันไง” เราจึงคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิงแบบนั้น

ในขณะเดียวกัน มันก็มีความสับสนในเรื่องประมาณนึง ก็คือมีฉากหนึ่งที่แฟนเก่าของบุษบา มาเจอเธอ ฉากนั้นแฟนเธอจะบอกมาประโยคหนึ่งว่า ตัวเขาทุ่มกับเธอไปเป็นแสนแล้ว แต่ยังความสัมพันธ์ไม่ได้คืบคลานไปไหน ทำให้เรารู้สึกสับสน ว่าตัวละครตัวนี้ จริงๆแล้วมันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่ คือบทภาพยนตร์ก็คือบทสนทนา ทำให้เรารู้สึกว่า ตัวละครตัวนี้มันกลับไปกลับมา ลักลั่นย้อนแย้งในตัวเอง

call-me-bad-girl2

และปรากฏว่าพอดูเนื้อเรื่อง มินไม่ได้ทำให้รู้สึกเลยว่า เธอเป็นผู้หญิงประเภทๆนั้นค่ะ คือเธอดูน่ารักมากกว่านะ แต่ความรู้สึกเราตั้งแต่ดูเทรลเลอร์เรื่องนี้แล้ว ว่าการแสดงของเธอมันล้นเกิน คือมัน overacting เหมือนดูการ์ตูนอยู่ มันอาจจะเป็นความจงใจของผู้กำกับก็ได้ 

ในบางจุดก็รู้สึกว่า มันเยอะไปไหม มันจะโอเวอร์แอคติ้งไปไหน  คือรู้สึกว่าเธอน่ารักหนะค่ะ ช็อตที่เธอแอ๊บก็ยังน่ารัก แต่บางช็อตมันไม่จำเป็นต้องไปเน้นขนาดนั้น ถึงกับเกือบทำให้เรา ที่ดูเทรลเลอร์หนังเรื่องนี้มาสองรอบ จะไม่เข้าไปดูแล้วเชียว…

call-me-bad-girl4

เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมากค่ะ  ก็คือมินแสดงเป็นบุษบานางเอกนี่เป็นผู้หญิงแนวๆร้ายๆนั้น (ตามเรื่องคือความลับนางมารร้าย) แต่วันหนึ่งดันพบรักจริงขึ้นมา ก็คือรักกับพระเอกของเรื่อง(อาเล็ก ธีรเดชเล่น) มีแค่นี้แหละ เล่ามากกว่านี้สงสัยมันจะเผยคีย์เวิร์ดออกมาหมด และในเอนทรี่นี้จะไม่เล่าเรื่องทั้งหมดแน่นอน ไม่มีอะไรนะ คือเนื้อเรื่องมันไม่มีอะไร 

ถ้าจะไปดูหวังสาระ นี่แทบจะไม่ได้เลย แต่ถ้าใครชอบตัวละคร ก็คือคนแสดง ก็จะฟินพอสมควร คือจริงๆแล้วหนังมันน่ารักหน่ะค่ะ คือมันแบบดูแล้วรู้สึกเออ…มันก็เพลินๆดีหละนะ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียเงินมาดูแพงเกินไป อะไรประมาณนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึก โอ้…คุ้มค่าจังอะไรแบบนั้น

อีกอย่างก็คือหนังพวกนี้นี่ เรารู้สึกว่า อย่าไปเอาเนื้อหาอะไรกับมันมากหนะค่ะ เหมือนคนไปดู transformers แน่นอนคือต้องโดนนักวิจารณ์จวกแหลกอยู่แล้ว คะนงคะแนนอย่าไปหวังเลย โดนนักวิจารณ์ด่าเละ แต่หนังบางประเภท ต้องเข้าใจว่า ถ้าต้องการทำให้หนังดูเพลิน มันก็อาจจะไม่ได้มีสาระประโยชน์ต่อชีวิตมากมายขนาดนั้น

คือมันอาจจะมีข้อคิดอยู่บ้าง แต่น้อย เนื่องจากต้องการใส่ความบันเทิงเข้าไป มุขในเรื่อง ฮาบ้าง แป้กบ้าง แต่เผอิญที่เราขำที่สุด คงเป็นมุขของฝรั่งแฟนเก่าบุษบา สุดยอดมาก พูดไทยชัดแจ๋ว น้ำไหลไฟดับ แล้วก็ฮามากณ.ช็อตนั้น นอกนั้นก็เฉยๆแล้ว หนังมันดันสปอยล์ตัวเองใน trailer เอาจริงๆนะ คนอ่านการ์ตูน,ดูซีรีย์เกาหลี ดูหนังมาเยอะๆ เดาออกแหงแซะอยู่แล้วว่าเนื้อเรื่องมันเป็นยังไง

แถม trailer ของหนัง เอาจริงๆนะ ปล่อยออกมาเยอะเกินไป อย่างที่ใครๆเขาว่ากัน กลัวว่าช็อตเด็ดๆจะอยู่ใน trailer อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นแบบนั้นเลย มันตัดมาแทบจะทั้งหมดของหนังแล้ว แต่ถึงแม้เราจะรู้ว่าเนื้อเรื่องมันเป็นยังไง เราก็ยังดูหนังเรื่องนี้ได้เพลินๆอยู่ดี

call-me-bad-girl5

และหลายๆอย่าง ในการกระทำของตัวละครนี่ เราแทบจะรู้สึกเลยว่า บางอย่างมันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย หรือไม่มันก็เบาหวิวมากเกินไป เช่น เหตุผลที่นางเอกใส่วิก เป็นต้น คือมันดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่า…ทำไมเธอต้องใส่ตลอดเวลา ไม่เอาวิกออกจากหัวเลย ในเรื่องก็ไม่ได้บอก มีแค่คำพูดของแม่พระเอก(ไม่เล่านะ เดี๋ยวสปอยล์) แต่พอดูจริงๆคือ เรารู้สึกว่า มันไม่ได้มีพล็อตเบื้องหลังที่แสดงให้เห็นว่า ทำไมนางเอกถึงต้องกลัวที่จะเปิดเผยตัวตนของตัวเอง ทำไมนางเอกถึงกลายเป็นนางมารร้ายตามชื่อหนัง

คือถ้าพูดถึงนางมารร้าย แน่นอนหนังที่เล่นประเด็นนี้ได้พอโอเค ก็คือ Maleficent นั่นก็คือ she ร้ายจิกๆจริงๆจัง และเรื่องนี้มันมีเหตุผลที่มาที่ไปว่าทำไมตัวละครถึงได้กลายเป็นแบบนั้น แต่เรื่องนี้กลับไม่ได้มีการบ่งบอกที่มาที่ไปเลย เหตุผลมันเบาหวิวเกินไปอย่างที่บอก

นอกจากนี้ถ้าดูหนัง ก็จะรู้สึกว่า มันเร็วเกินไป เหนือสมุทร(พระเอก)ยังไม่รู้จักบุษบา(นางเอก) ดีเลย แต่กลับคิดว่าเขากับเธอน่าจะเข้ากันได้ นอกจากนี้หนังยังเร็วไปหลายๆอย่างมาก คือพระเอกดูมันเป็นจังหวะที่ fast pace คือมันเร็วเกินไป เข้าใจว่าหนังมันแค่  2  ชั่วโมง มันไม่สามารถเล่าเรื่องได้เยอะ จึงต้องตัดๆๆไปเอาเป็นว่าดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว มันเลยทำให้เนื้อเรื่องขาดเหตุผลที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ซึ่งเอาจริงๆคนทั่วไปไม่ได้รู้จักตัวตนกันดีมาก มักจะไม่แต่งงาน เพราะการแต่งงานเร็วเกินไป แน่นอนว่าผลที่ตามมาคือ เลิกกันเร็วเช่นกัน

call-me-bad-girl6

แต่เราเคยคุยกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งของเรา เขาไปเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง เราถามว่าทำไมไปเดทกัน ถ้าไม่ใช่แฟน แล้วเขาบอกเราว่า ผู้หญิงคนนี้เขาไม่ได้ชอบเธอ เนื่องจากเขากับเธอรู้จักกันดี รู้จักกันมาหลายๆปี คือ 4-5 ปี จนเขารู้จักเธอแทบทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นในแง่ร้ายหรือดี ทำให้เขาไม่ได้ชอบเธอ แต่เขาบอกว่า ถ้าหากคนจะคบกัน นั่นก็คือมีเคมีที่ตรงกัน เจอกันไม่นานมากนัก ก็อาจจะคบกันได้ คนแบบนี้ส่วนมากจะใช้เซนส์เอา ว่าควรจะคบคนนี้เป็นแฟนหรือไม่ 

นอกจากนี้ เราเห็นน้อยกรณีที่ผู้ชาย เจอผู้หญิงในผับในบาร์ แล้วจะลงเอยกันถึงขั้นแต่งงาน แน่นอนว่าส่วนมากความสัมพันธ์ที่พบกันลักษณะนี้  ก็จะเป็น one night stand ทั้งสิ้น(ไม่ได้บอกว่าทั้งหมด) คนที่พบความรักที่จริงๆจังๆ และดี พัฒนาความสัมพันธ์ไปไกล มักจะเจอกันจากที่อื่นๆมากกว่า

call-me-bad-girl8

(เธอไม่เข้ากับลุคด้านบนนี้เลย เรารู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เหมาะกับบทใสๆหรือแก่นๆประมาณนึง แต่ความสนุกของเรื่องส่วนหนึ่งอยู่ที่ความน่ารักของเธอจนลืมเรื่องความสมจริงของเนื้อเรื่องไปได้บ้าง)

ถ้าพูดถึงเรื่องความเร็วของหนัง จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้เราคิดว่า บทภาพยนตร์ค่อนข้างจะทำหนังที่เล่าเรื่องเร็วอย่างที่บอก ฉากที่ควรมีกลับไม่มี ฉากที่ไม่ควร หรือไม่โอเค ก็ดันมี มุขก็ไม่ได้ตลกทุกมุข ดูเทรลเลอร์ไปหลายๆรอบแล้วก็จะรู้สึก เอียนๆกับฉากนั้นๆไปเลย คือตัวเอกของเรื่อง ทั้งพระเอกและนางเอก ทำให้เรารู้สึกว่า มันมีกลิ่นอายๆแบบหนังเกาหลีอย่างบอกไม่ถูก เพียงแต่เรื่องนี้มุขต่างๆและฉากบางฉากมันโคตรเว่อร์แบบใส่มาทำไม ไม่เข้าใจ หลายฉากมากจริงๆ

สำหรับตัวละคร อย่างที่บอกนะ ถ้าคนชอบนักแสดง ก็จะชอบหนังเรื่องนี้ เพราะในเรื่อง แม้จะปูมาให้มิน พีชญาเป็นผู้หญิงร้ายๆ ซึ่งจริงๆมันต้องเป็นแนว Bitchy ๆ แต่เธอดันเป็นนางมารร้ายแบบน่ารักๆซะส่วนมากตามที่ถูกวางบท(จนเรารู้สึกว่าล้นเกินไปอย่างที่บอก) เราไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นตัวละครที่ร้ายในทุกด้าน จนกระทั่งเรารู้สึกสับสนกับบทของเธอด้วยซ้ำว่าตกลงแล้วตัวละครตัวนี้มันเป็นยังไงกันแน่ แต่ถ้าถามถึงช็อตที่เราชอบ น่าจะเป็นช็อตที่เธอเต้นในผับประมาณกลางๆเรื่องค่ะ

call-me-bad-girl7

นอกจากนี้ความไม่สมจริงอีกอย่าง คือตอนที่บุษบาพูดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงหมาๆ ไม่คิดว่าจะเจอรักแท้แบบนั้น(ไม่เล่ามากกว่านี้เดี๋ยวสปอยล์อีกเช่นกัน) ไอ้ตรงประโยคผู้หญิงหมาๆนี่ เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่อย่างแรง คือตัวละครตัวนี้ไม่ได้เป็นผู้หญิงที่ดูชั่วถึงขนาดเรียกว่า”ผู้หญิงหมาๆ”ได้ 

ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องนี้ จะยัดเยียด”ความร้าย” ของตัวละคร โดยการใส่สิ่งต่างๆลงไปในเรื่องเพื่อทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีคาแรคเตอร์ที่สมควรจะเรียกว่า”ร้าย”จริงๆ ถ้าร้ายจริงๆ เรานึกถึงบทของคุณชมพู่ อารยาในเรื่องดอกส้มสีทองมากกว่า(ไม่ได้ดูอีกเช่นกัน) ดังนั้นบทหลายๆส่วนมันเลยดูขัดแย้ง ไม่ประติดประต่อกันเกินไป และขาดเหตุผลที่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน

เรารู้สึกว่า ถ้าจะทำหนังแบบไม่เล่าแบ็คกราวนด์อะไรของตัวละครเลย มันก็มีหนังอยู่เรื่องนึงที่เราเคยดูก่อนหน้านี้ นั่นก็คือพระเอกเป็นซอมบี้ รักกับคนค่ะ ชื่อเรื่อง Warm Body หนังเรื่องนี้มัน”จงใจ”ที่จะไม่เล่า มันเริ่มต้นมาถึงก็พระเอกเป็นซอมบี้ไปแล้ว ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ แต่ถ้าคุณเคยดูเรื่องนี้ คุณจะสังเกตุได้ว่า การที่มันเป็นแบบนั้น เพราะมันเป็นหนังที่ต้นเปิด(มันจะมีหนังปลายเปิดปลายปิด แต่อันนี้ตรงกันข้าม ในความรู้สึกของเราค่ะ นั่นก็คือ การไม่เล่าเรื่องที่มาที่มาอะไรเลย)

แต่หนังเรื่อง Warm Body ทำมาโอเคตรงที่ จริงๆแล้วถ้าเราไม่รู้เรื่องว่าทำไมโลกถึงกลายเป็นแบบนั้นไปแล้ว มันก็ไม่ได้ทำให้บทหรือเนื้อเรื่องของหนังเสียหายไป แต่กับเรื่องความลับของนางมารร้ายนี้ มันไม่เล่าเหตุผลที่สมควรจะต้องเล่า เพื่อสร้างให้ตัวละครตัวนั้น มีความแข็งขึ้นในเรื่องของที่มาที่ไปของตัวละครมากกว่านี้

สำหรับพระเอกนี่ เราคิดว่าแคสท์ดีนะคะ ตัวละครหน้าตาดีมาก คือเราว่าหน้าเขาเข้ากันดี พระเอกนางเอก ดูแล้วน่ารักฟินๆดี คือ เออ…ดูๆไปจะแบบ ตูรู้ละว่าเรื่องนี้ไม่มีสาระมากๆขนาดนั้นๆ แถมยังมีความขัดแย้งกันเองในภาพยนตร์หลายๆช็อต แต่ถ้าคุณเลิกคิดเรื่องนี้ เลิกคาดหวังเรื่องของความสมจริงของเหตุผลในเนื้อเรื่องหลายๆอย่าง คุณก็สามารถจะสนุกกับเรื่องนี้ได้ เพราะตัวละครสองตัวคือพระเอกนางเอกพออยู่ด้วยกันแล้วมันดูแบบมีออร่าเปล่งประกาย คือดูเข้ากันได้มากจริงๆ อยากเห็นแสดงด้วยกันในเรื่องอื่นๆที่บทดีขึ้นกว่านี้มากๆนะคะ สำหรับบทเรื่องนี้ จริงๆเราก็ไม่ได้แต่งเรื่องหรืออะไรเก่ง แต่เราก็เสพย์มาเยอะพอที่จะแยกออกระหว่างสิ่งที่โอเค และไม่โอเค ถ้ากระทบใจใครก็ขออภัยณ.ที่นี้

ประเด็นที่เราไม่ชอบอีกอย่างคือผู้หญิงอีกก๊วน (ขอไม่ระบุคนนะ) อีกสองคนหนะโอเค อีกคนนี่บทน่ารำคาญมากๆค่ะ ดูแล้วขัดใจสุดๆแบบ เธอจะพูดเสียงแจ๋นไปไหน คือเสียงแสบแก้วหูสุดขั้ว แต่ได้ยินคนเล่าว่าเธอทั้งสามเป็นเนทไอดอล แต่จริงๆ ทั้งสามคนที่เล่นเป็นฝ่ายตรงข้ามนางเอกนั้น ก็เล่นโอเคดีหนะค่ะ แต่ก็ยังรำคาญความเวอร์และเสียงปรอทแตกของเธอ (มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่เสียงแจ๋น ไม่ขอบอกว่าใครนะคะ)

นอกจากนี้ช็อตสุดท้ายของเรื่อง(ไม่ใช่ช็อตตอนขึ้นเครดิตนะ) เรารู้สึกนางเอกไม่น่าจะทำแบบนั้นกับชุดของเธอ เหตุผลมันไม่พอ (ไปดูเองเหอะ ถ้าอยากรู้ว่ามันคืออะไร) จริงๆเรื่องเหตุผลไม่เพียงพอนี่ มันเยอะมาก แต่ช็อตที่เด่นๆมากมีช็อตตอนจบอยู่ด้วย และหลายๆจุดการเล่าเรื่องดูการ์ตูนมากๆ คือ ในโลกแห่งความจริงมันเป็นไปได้ยากแน่นอน แต่ถ้าไปดูความน่ารักของนักแสดง,มุขตลก(บ้างไม่ตลกบ้าง) ก็ถือว่าโอเคประมาณหนึ่ง

call-me-bad-girl3

สำหรับความคิดเห็นของเรานี่ มันก็เป็นแค่ความคิดเห็นของคนๆนึง ถ้าใครชอบ หรือไม่ชอบตรงไหน เราอาจจะมีทัศนคติที่ไม่ตรงกันก็ได้ ยังไงก็ตามถ้าหากอ่านแล้วรู้สึกไม่ดีตรงนี้เราก็ขออภัยไว้ก่อนเลยนะคะ สำหรับคะแนนของเรื่องนี้  [rating:3] อ้อ…จะบอกว่าเพลงประกอบเรื่องนี้น่ารักดีนะคะ ร้องโดยลิเดีย