รีวิวและสรุปเนื้อหาหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเรื่องเพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด:ตอนที่ 2

สวัสดีค่ะ วันนี้มาโพสต์ โพสต์ที่ดองมานาน คือ สรุปเนื้อหา เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ตอนที่ 2 ค่ะ โดยเราจะเริ่มจากข้อ 1 ใหม่เลย เพื่อไม่ให้งง ในส่วนนี้จะเป็นครึ่งเล่มหลังพอดี

25570721-225029-82229855.jpg

ตอนที่ 1

1.ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่ต้องอกหัก ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักแล้วเสียใจ ลองดูคุณลุงคุณป้าคุณดูจะพบว่าท่าผ่านประสบการณ์รักๆเลิกๆมากมาย คุณต้องเรียนรู้จากมันเพื่อจะเติบโตขึ้น

2.แต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ทำอะไรบางอย่างแล้วล้มเลิก นั่นเป็นเพราะเราทำไม่นานพอจนสมองเรายอมรับมันจนเป็นนิสัย เราต้องทำอย่างน้อย 30 วัน บางกรณี 30 วันยังน้อยไปด้วยซ้ำ

3.การฝึกทำซ้ำๆจะทำให้เป้าหมายที่เราคิดว่าไม่สามารถทำให้เป็นความจริงได้ เกิดเป็นความจริงขึ้นมา ชีวิตของเราถ้ามีความตั้งใจมากๆ ความล้มเหลวที่ตามมาก็อาจจะมากด้วย เพราะฉะนั้นแค่ตั้งใจแล้วลงมือทำจะดีกว่า

4.อย่าลืมว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ คนส่วนมากมักจะบอกว่า เอาไว้ทำพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แล้วก็ไม่ได้ทำ

5.การที่เรารู้จักคนมากขึ้น ทำให้คุณภาพในความสัมพันธ์ลดลง ถ้ามีปัญหากัน ก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิมได้

6.สิ่งที่ทำให้คนทรมานที่สุดไม่ใช่เงิน แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งในความสัมพันธ์ของคน

7.การที่มีคนเยี่ยมชมบลอคเป็นร้อย หรือผู้ติดตามในทวิตเตอร์เป็นพัน ไม่อาจจะแทนความสัมพันธ์ที่แท้จริงในโลกภายนอกได้ และเราควรเลือกความสัมพันธ์ภายนอกมากกว่าในบางครั้ง วางโทรศัพท์ลง แล้วออกไปเจอเพื่อนเจอฝูง

8.จงไปหาอาจารย์คุณ อาจารย์คุณมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า และเจออะไรมากกว่า อย่าไปปรึกษารุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกันมาก เขาช่วยอะไรคุณไม่ได้มากหรอก

9.คุณคิมรันโดแนะนำให้อ่านหนังสือพิมพ์จริงๆแทนการอ่านในอินเตอร์เนท เนื่องจากมีข่าวที่หลากหลายและ การอ่านในอินเตอร์เนทมีแนวโน้มว่าเราจะเลือกเฉพาะข่าวที่เราสนใจซึ่งโดยมากไร้สาระ นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ยังทำให้เราปรับตัวทันกับโลกที่เปลี่ยนไป

10.คุณคิมรันโดแนะนำว่าถ้าคุณจำเป็นต้องฝึกอะไรสักอย่างให้เก่ง เขาแนะนำให้ฝึกการเขียน เพราะประสบการณ์แต่ละคน สามารถเติมพลังให้กับผู้อื่นได้

11.ความสำคัญของวิชาการไม่ได้อยู่ที่คณะที่คะแนนสูงต่ำ แต่อยู่ที่การเอาความรู้นั้นไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งในยุคปัจจุบันเราต้องรู้กว้างๆแล้วนำมาปรับใช้กับสังคมที่เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้สำคัญมากกว่าประวัติการศึกษา

14833719017_3cbc1af958_h

image credit:https://flic.kr/p/oANFSa

12.ชีวิตของเราเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่เราต้องต่อทีละชิ้น เพียงแต่เรามองชิ้นของภาพรวมและจิ๊กซอว์แต่ละอันได้ไม่ถนัดนัก

13.คนเรามักจะใช้เวลาไปกับกิจกรรมนันทนาการต่างๆเช่น เล่นอินเตอร์เน็ท,ช็อปปิ้งแล้วก็บอกว่า “ไม่ค่อยมีเวลา” เพราะฉะนั้นควรวางแผนในการใช้เวลา งดงานอดิเรกที่ไม่มีประโยชน์ หรืองานอดิเรกที่ทำเพื่อฆ่าเวลา และนำเศษเวลา 15 นาทีใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ช่วงที่ยุ่งๆยิ่งมีเวลา เหมือนไฟวาดรูปมาตอนช่วงสอบนั่นแหละ

14.Carpedium หรือ  Seize the day (ฉกฉวยวันนั้นเอาไว้) น่าจะมีความหมายถึงความสุข เพราะมนุษย์ปรารถนาความสุข และที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อความสุข ถ้าอยากมีความสุข ต้องทำงานที่มีคุณค่า และใช้ชีวิตโดยไม่นึกถึงอดีต และไม่กลัวอนาคต แต่อยู่กับปัจจุบัน

15.เหตุที่ศาสนาพุทธยกย่องดอกบัวเพราะเกิดในตมแต่ดอกชูขึ้นเหนือน้ำได้ เหมือนกับคนที่ล้มแล้วลุกได้อีกครั้งก็สูงไม่ต่างจากดอกบัว

16.ถ้าลงทุนทำอะไรวันละ 1 ชั่วโมง ต่อวัน จะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น เช่น อ่านหนังสือภาษาอังกฤษวันละ 1 ชั่วโมง

17.การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณค่า มีค่ามากกว่าการจบจากมหาวิทยาลัยดังๆ

18.แม่สมัยใหม่ที่มีลูก มักจะบงการชีวิตลูกและคอยดูแลลูกไม่ห่าง ทำให้ลูกไม่โต ถ้าหากปล่อยวาง ให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเองและอยู่โดยพึ่งท่านให้น้อยที่สุด คุณจะเห็นด้วเองที่สมบูรณ์ขึ้น

19.ถ้าลูกเจี๊ยบทำเปลือกไข่แตกก่อน มันจะออกมาสู่โลกกว้าง แต่ถ้าสัตว์อื่นทำแตก มันจะกลายเป็นอาหาร จงอย่าพอใจในความสำเร็จของตัวเองวันนี้และไขว่คว้าสิ่งที่ดีขึ้นในทุกๆวัน

20.เด็กเรียนเก่งส่วนมากจะมีปัญหาด้านอื่นๆ เช่น ด้านการเงิน,ด้านความสัมพันธ์,เป็นเหตุเพราะเขาเก่งแต่เรื่องเรียน ซึ่งจริงๆผู้ใหญ่ที่ดีต้องมีไหวพริบและปัญญา ไม่ได้มีแค่ความรู้ เรียนรู้ในสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขจะดีกว่า

21.การหางานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต,การจบมหาวิทยาลัยเช่นกัน  การที่คุณจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ คุณต้องมีความสามารถที่หลากหลาย

22.คุณจำเป็นต้องสร้าง”แบรนด์” ถ้าคุณอยากให้บริษัทรับคุณเข้าทำงาน ซึ่งนั่น ก็คือการเล่าเรื่องของคุณที่สามารถโน้มน้าวใจคนได้ หลักการสร้างแบรนด์คือ คุณต้องโฟกัสไปเรื่องที่คุณเก่งที่สุด ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ผลงานและประวัติในการศึกษา สิ่งที่คุณต้องเขียนคือความสามารถที่แท้จริงและความฝันของคุณ

ส่วนความเห็น เป็นหนังสือที่วัยรุ่นๆควรอ่านอย่างยิ่งค่ะ เขียนดีมาก ให้คะแนน [rating:4.5]