ความสำเร็จของดิสนีย์กับ Frozen ในการขายสินค้า

โดยปกติแล้วเรามักจะวัดความสำเร็จของหนังด้วย box office แต่สำหรับเรื่อง Frozen นี้ รายได้ที่เกิดจากหนังถือว่าเบๆทีเดียวเมื่อเทียบกับสินค้าต่างๆที่ขายได้และให้รายได้กับบริษัทวอลต์ดิสนีย์

นิตยสารวอลสตรีทเจอร์นัลได้เขียนข้อสังเกตุที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขายสินค้าของเรื่อง Frozen และเอลซานั้นสินค้าขายดีกว่าอันนาเยอะมาก  คนซื้อสินค้าจาก Frozen กันไม่หยุดตราบที่ไม่ใช่อันนา

89838

  • ร้านต่างๆจะมีสินค้า Frozen เป็นสองเท่าในฤดูหนาวของอเมริกา มากกว่าตอนที่หนังออกใหม่ๆอีก

6551046942387

  • ชุดเอลซ่าและอันนามากกว่า 3 ล้านชุด แต่ละชุดราคาประมาณ 130$ ขายในร้านของดิสนีย์ และร้านค้าปลีกใหญ่ๆในปีที่แล้ว จากข่าวสำนักอื่นๆได้กล่าวว่า ดิสนีย์ได้ขายชุด Frozen ไปได้ถึง  150 ล้าน $ โดยชุดที่ว่าขายได้ดีๆนั้น เป็นเด็กสี่ขวบที่ซื้อซะเยอะค่ะ แถมยังมีชุดแต่งงานกำลังลดราคาที่ 1,200$ (นานแล้ว สงสัยเลิกลดไปแล้ว)

805415

  • ถึงแม้จะเป็นตัวเอกของหนัง แต่อันนาไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าเอลซ่า ที่ห้าง J.C Penny สินค้าเอลซ่าทุกอย่างขายได้เป็นสองเท่าของอันนา
  • เพื่อจะเติมเต็มความต้องการลูกค้า ดิสนีย์ได้ส่งสินค้าทางเครื่องบินแทนเรือ
  • แดซลิ่งดีปริ๊นเซสโปรดัคชัน เป็นบริการในการแปลงร่างคุณให้เป็นเจ้าหญิงกล่าวว่า ไม่มีใครเลือกเป็นอันนาในปาร์ตี้เลย นานๆจะมีสักที

Newyork time ได้กล่าวว่า ในฤดูร้อนปีหน้า “การผจญภัยโดยดิสนีย์” ที่จะเป็นทัวร์พาชมนอร์วีเจียน สถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทำ โดยคิดราคาหัวละ 5,000$

นอกจากนี้บริษัทยังผลิตโยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากด้วย ว่ากันว่าดิสนีย์ได้รายได้จากสินค้า ประมาณ 1 พันล้านเหรียญ ในการขายปลีกสินค้าเมื่อปีที่แล้ว

ผู้สร้าง Frozen เจนนิเฟอร์ ลี และ คริส บัค กล่าวว่า เขาสร้างคาแรคเตอร์เพื่อจะให้เด็กผู้หญิงสามารถระลึกได้ว่า “ฉันรักซินเดอเรล่า” ลีกล่าว

“ฉันเหมือนเธอไหมนะ ไม่สิ ฉันโตแล้ว และฉันเป็นคนอื่นที่อิสระกว่านั้น”

เอลซ่าและอันนาเป็นเจ้าหญิงที่มีภาระของเมืองอยู่บนบ่า บทสรุปจึงไม่ได้สวยงาม 100%

พวกเขารู้ว่าหนังประสบความสำเร็จและอยากไปดูหนังเหมือนคนอื่นๆทั่วๆไป แถมชาวบ้านยังร้องเพลงเล็ทอิทโก เล็ทอิ๊ทโกกกกก กันทั่วบ้านทั่วเมือง ปีผ่านไปแล้วก็ยังร้องไม่หยุด จนเธอคิดว่านี่คงจะฝังอยู่ในสมองเธอตอนเธอแก่ๆแน่นอน (กลายเป็นความทรงจำ)

แบรนด์ต่างๆอยู่ในช่วงขาลง การศึกษาวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์น้อย และจะลองอะไรใหม่ๆเสมอ แบรนด์เริ่มมีความสำคัญน้อยกว่าคุณภาพสินค้า แต่สินค้าดิสนีย์ ทางนิวยอร์คไหม์ได้กล่าวว่า ราคาทุนไม่ถึง 100$ แต่ขายแพง เด็กก็ซื้อเพราะพวกเด็กไม่ดูหรอกว่ารีวิวเท่าไร

แต่เทรนด์นั้นกำลังจะเปลี่ยนไปก็คือลูกค้าที๋โตแล้วสามารถหาข้อมูลสินค้าจากอินเตอร์เนทได้ค่ะ ดิสนีย์เป็นบริษัทใหญ่ก็จริง แต่เรื่องคุณภาพของสินค้าที่ไม่ได้ขายจุดนี้แต่ขายเพราะเนื้อเรื่องหนังที่สุดๆและคนก็ซื้อมัน และคนจ่ายเงินก็คือพ่อแม่เด็กนั่นเอง นอกจากนี้สินค้ายังขยายไปยังหมวดของเล่นด้วย

ที่มา

============================================================

ข่าวนี้เป็นเรื่องปกติมากค่ะ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าคนชอบเอลซ่ามากกว่าเนื่องจากการออกแบบคาแรคเตอร์ของเอลซ่านั้นน่าสนใจกว่ามาก ทั้งการออกแบบชุด และนิสัย และความที่มีทั้งส่วนดี ส่วนที่เป็นปีศาจ พลังพิเศษในตัว ทำให้คาแรคเตอร์นี้ไม่ธรรมดา

Elsa_10

เราจะสังเกตุได้ว่า เราเห็นอันนาทั้งเรื่อง แต่เราไม่ได้รู้สึกอะไรไปกับเธอเท่าไร ทั้งตอนที่สำคัญๆ ที่ต้องร้องไห้ ดีใจ เสียใจ แต่ยอมรับว่าอินในหนังช่วงแรก

นอกจากนี้ดิสนีย์ยังทำหลายอย่าง นอกจากผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีการแสดงดิสนีย์ออนไอซ์ที่มีชื่อเสียง เรียกได้ว่าถ้านี่เป็นยุคทองของมาร์เวล ดิสนีย์ก็อาจจะพอกัน ไม่แน่ใจว่าน้อยกว่าไหมค่ะ

สำหรับเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาว่าถ้าทำอะไรให้สำเร็จแล้ว จะทำอะไรออกมาก็ขายได้ขายดี ดังนั้นการออกแบบคาแรคเตอร์และเนื้อเรื่องเบื้องหลังคาแรคเตอร์จึงสำคัญจริงๆค่ะ