รีวิว

รีวิวและสรุปเนื้อหาหนังสือ แค่ใช้คำให้ฉลาด ก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100

สวัสดีค่ะ วันนี้เขียนอีกอันเป็น entry รีวิวและสรุปเนื้อหาหนังสือ แค่ใช้คำให้ฉลาด ก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100

1418018359

คำพูดดีเปลี่ยนแปลงชีวิตได้

ก่อนอื่น ผู้เขียนเขาแนะนำตัวว่าจบมาทางวิศวกรรมแต่จับพลัดจับผลูได้งาน copywriter ซึ่งตัวเองไม่ถนัดเลยเพราะเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนและห่วยเรื่องการเขียน จนตอนหลังมารู้ว่าการพูดและเขียนสามารถหัดกันได้ โดยเขาเริ่มฝึกฝนจากการคัดและอ่านสุนทรพจน์ หนังสือ บทความต่างๆ และสังเกตุวิธีในการเขียนที่ประทับใจ จนในที่สุดกลายเป็นนักแต่งเพลงและ copywriter มือรางวัลค่ะ โดยเนื้อหาคร่าวๆเป็นดังนี้

การเปลี่ยนคำปฎิเสธให้เป็นตอบตกลง โดยการรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรและคาดเดาคำตอบของอีกฝ่าย เช่น จะชวนไปออกเดท แต่รู้ว่ามีโอกาสปฎิเสธสูง ในขณะที่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอาหารอิตาเลียน จึงชวนไปทานพาสต้าแทน เป็นต้น ตามขั้นตอนดังนี้

-ไม่พูดตามที่ใจคิด

-คาดเดาความคิดเห็นของอีกฝ่าย

-ขอร้องในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

เหมือนกับสูตรอาหารนั่นก็คือถ้าคุณทำได้สักครั้งสองครั้ง

ต่อไปคุณก็จะสามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องท่องจำ

เทคนิค 1 สิ่งที่อีกฝ่ายชอบ

นั่นก็คือเราคาดเดาว่าอีกฝ่ายชอบอะไรแล้วขอร้องตามนั้น เหมือนกรณีขอเดทข้างต้น จะไม่พูดว่าไปเดทกันไหม แต่จะพูดว่า “ไปทานพาสต้ากันไหม”แทนค่ะ

เทคนิคที่ 2 สิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ

ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างว่า “ห้ามเดินลัดสนามกลิ่นยาฆ่าแมลงจะติดตัว” ใช้แทน “ห้ามเดินลัดสนามได้ เพราะอันหลังเป็นการเอื้อประโยชน์ตัวเราฝ่ายเดียว

เทคนิคที่ 3 เลือกได้อย่างเสรี

กรณีไปเดทอีกเช่นกัน แทนที่บอกว่าไปเดทกันนะ ก็บอกว่า ไปกินพาสต้าหรือโฟคาซซ่าดี เพื่อให้ผู้ที่เราอยากออกเดท มีตัวเลือกมากขึ้นและตอบตกลงอยู่ดีในที่สุด เทคนิคนี้ใช้ได้กับการเสนอไอเดียทั่วๆไปและในชีวิตประจำวัน

เทคนิคที่ 4 อยากเป็นที่ยอมรับ

ในกรณีนี้ให้เราคาดเดาว่าคนที่เราพูดด้วยเป็นคนยังไง อยากได้การยอมรับแบบไหน แล้วเราก็พูดชมก่อนที่จะให้เขาช่วยเหลือเรื่องไหนๆก็ตาม เช่น คุณทำงานได้ดีมากๆวันนี้ขอให้ช่วยทำโอทีได้ไหม

เทคนิคที่ 5 พิเศษเฉพาะคุณ

ใช้ในตอนคาดเดาความคิดเห็นของอีกฝ่าย นั่นก็คือ ต้องทำให้คนๆนั้นรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำให้ หรือสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่พิเศษเฉพาะเขา ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างร้านอาหารเวียดนามร้านหนึ่งมีการเสิร์พผลไม้แปลกตาแทนที่เมนูเดิมและบอกว่า ผลไม้จานนี้พิเศษเฉพาะคุณและจานสุดท้ายของร้านแต่กลับกลายเป็นทุกคนได้รับเมนูเช่นเดียวกัน และลูกค้าแน่นขนัดร้านเพราะเทคนิคเช่นนี้

เทคนิคที่ 6 ทำกันเป็นทีม

ใช้ในขั้นตอนที่ 2 กรณีที่ผู้ที่เราชวนดูอึดอัดไม่อยากจะทำ ให้เราชวนโดยการเสนอตัวร่วมกันทำด้วยกับเขา เช่น แทนที่จะพูดว่า ไปอ่านหนังสือสิ ให้พูดว่า ไปอ่านหนังสือกันเถอะ เนื่องจากมนุษย์นั้นมีสัญชาติญาณอยากทำอะไรกับใครสักคนเพราะฉะนั้นโอกาสตอบตกลงจึงมีมาก

เทคนิคที่ 7 ขอบคุณ

คำขอบคุณมีพลังอย่างมาก เช่น แทนที่จะบอกว่า โปรดรักษาความสะอาด เปลี่ยนมาใช้คำพูด ขอบคุณที่ช่วยกันรักษาความสะอาดแทนจะดีกว่า

5 เทคนิคการสร้างคำทรงพลังดุจโอบาม่า

1.เซอร์ไพรซ์

ตัวอย่างประโยคเช่น ไม่น่าเชื่อ!วันนี้โคตรร้อน เป็นการเพิ่มอารมณ์ลงไปในสิ่งที่เราเขียนประมาณ 30% ด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์ หรือใช้คำเซอร์ไพรซ์ต่างๆนำหน้าตามแต่สถานการณ์ต่างๆ เช่น จริงสิ….แปลกจัง…ไม่น่าเชื่อว่า….

2.ความรู้สึกขัดแย้ง

ตัวอย่างประโยคเช่น ทั้งที่อยากจะเกลียด แต่ฉันกลับรักคุณ วิธีคือให้เลือกคำที่ต้องการถ่ายทอดที่สุดอยู่ข้างหลังแล้วก็ใส่ประโยคที่ตรงข้ามเข้าไปข้างหน้า แล้วเพิ่มคำลงไปได้ตามใจชอบเพื่อให้ประโยคหน้ากับประโยคหลังเชื่อมกัน

3.เทคนิคปฏิกิริยาของร่างกาย

ตัวอย่างประโยคเช่น เธอทำให้หัวใจฉันสั่นไหวราวกับใบไม้ปลิว เป็นการนำเอาปฏิกิริยาเคมีของร่างกายต่างๆมาเล่นคำ เช่น ปากสั่นระริก,มือสั่นเทา,เหงื่อโซมกาย

4.เทคนิคคำซ้ำ

ตัวอย่างประโยคเช่น คุ้มคุ้มจริงๆยิ่งกว่าคุ้มคุ้มทุกสิ่ง คุ้มที่แฟลตปลาทอง หรือ เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป เป็นการซ้ำคำเพื่อเน้นความสำคัญและทำให้น่าสนใจ หรือการเน้นอารมณ์ด้วยคำสองคำเช่น อร๊อย อร่อย

5.เทคนิคลุ้นระทึก

ตัวอย่างประโยค เพิ่งไปดูหนังเรื่องไอฟายแต๊งกิ้ว พระเอกพูดว่า “ถ้าคุณไม่เลือกผม คุณจะเสียใจ” นี่คือประโยคลุ้นระทึกอย่างหนึ่ง หรือในหนัง  v for vendetta จะมีประโยค remember remember the fifth november อันนี้ก็เทคนิคเดียวกันคือลุ้นให้คนติดตามต่อว่าจะมีอะไร

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสั้นๆแต่มีประโยชน์มาก อ่านสนุก เพลิน จบไม่รู้ตัว ได้ประโยชน์เน้นๆ [rating:4.5] ค่ะ