เนื้อเรื่องคร่าวๆดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของนักเบสบอลชาวอินเดียที่ได้เป็นนักเบสบอลในลีคของสหรัฐอเมริกาทีมพิตต์เบิร์ก ไพเรท

สองคนคือ ริงกู ซิงค์ กับ ดิเนซ พาเทล และเจบี เบิร์นสตีนแมวมองนักกีฬาชื่อดัง โดยเจบีกับหุ้นส่วนเขา คือ แอช วาสุเดวาน แทบจะหมดตัวอยู่แล้วเมื่อเขาต้องสูญเสียโปโป้ นักกีฬา NFL ชื่อดังไปให้กับอีกบริษัท จนเขาแทบจะไม่มีค่าเช่าตึกจ่าย และไม่ว่าจะโทรไปหาลูกค้ากี่คน คำพูดหว่านล้อมเขาก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

เขาสูญเสียลูกค้าทั้งหมด เจบีจึงคิดโปรเจค million dollar arm ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจที่ได้ดูกีฬาคริกเก็ต และแอชบอกว่าเบสบอลน่าจะคล้ายคริกเก็ต คนอินเดียเล่นคริกเก็ตเยอะ น่าจะเปิดตลาดได้ ก็คือเป็นการคัดตัวแบบเรียลลิตี้ออกอากาศไปทั่วอินเดีย มีการโปรโมทอย่างหนัก ใครชนะจะได้อยู่ลีคของอเมริกา เขาจึงเดินทางไปตามหานักกีฬาดาวรุ่งที่อินเดีย โดยนายทุนคือมิสเตอร์ชางให้เวลาเขาทั้งหมด 1 ปี ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่เจบีและแอชต้องทำให้ได้
=================================
image

**ความรู้สึกหลังดูอาจจะมีสปอยล์ค่ะ**

ความรู้สึกที่ได้ดูเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดีค่ะ ไม่มีน้ำตาไม่มีการแก่งแย่งชิงดีภาพการคดโกงหลอกลวงกัน เป็นเรื่องของแรงบันดาลใจและการตามความฝันล้วนๆ ซึ่งให้แรงบันดาลใจมาก แต่หลายๆจุดของหนังก็ยืดๆอยู่บ้างจนให้ความรู้สึกว่านี่จะจบหรือยัง บางฉากใส่เข้ามาไม่คีอยมีความหมายเท่าไร นางเอกดูจะชอบพระเอกมาแต่แรก แต่ดันไปคบกับผู้ชายอื่นเสียก่อนทำพระเอกเสียอารมณ์ไปพัก

ตอนจบเพลินค่ะขึ้นเครดิตมีภาพริงกูซิงค์กับดิเนซ พาเทลตัวจริงให้ดู หน้าตาดูเป็นมิตรมาก และดูเก่งดีค่ะ มีรูปของพวกเขาในหลากหลายอิริยาบถ ตัวจริงพวกเขาก็ดูดีทีเดียวค่ะ มีทั้งตอนถ่ายรูปด้วยกันและตอนที่ได้รางวัลใหม่ๆ มีดอกดาวเรืองแขวนอยู่ตรงคอ หรือแม้กระทั่งตอนกินพิซซ่า

ส่วนริงกูซิงค์กับดิเนซในเรื่องใครชอบจิ้นนี่ไม่รู้จะจิ้นกันหรือเปล่านะ ออกแนว bromance ตุ่ยๆหน่อย ไม่รู้คิดไปเองเปล่า อารมณ์แบบสายตาที่ริงกูซิงค์มองดิเนซเวลาขว้างนี่ ทำเอาแบบ เอ่อ…ขนาดไม่ใช่คนจิ้นเก่งอะไรยังคิดๆนิดๆ 55 บทสองคนนี้เด่นมากและดูเป็นเด็กอัจฉริยะ อีกคนขว้างแหลนอีกคนไม่เคยเล่นเบสบอลแต่ทำทดสอบได้เกิน 80 กันทั้งคู่จนได้ตัวไปคัด เรื่องมีจุดหักเหทำตื่นเต้นนิดหน่อยแต่รู้อยู่แล้วว่าต้องออกมาดีและจบแฮปปี้ตามแบบหนังดิสนีย์

image

แต่ทั้งคู่ดูเหมือนจะเก่งอยู่แล้วแต่ต้น ที่ทำพังตอนหลังเป็นเพราะความตื่นเต้นมากกว่าเลยทำให้หนังเดาง่ายว่าเดี๋ยวจะต้องมีเหตุการณ์อะไรพลิก ดีตรงที่หนังทำพลิกมาสองพลิก คือตอนที่เจบีไปขอร้องโปโป้ให้กลับเข้ามาอยู่กับเขาแต่เกิดเหตุการณ์เด็กๆอ้วกแตกในรถจนเจบีเสียดีล ผิดหวัง

จนตอนสุดท้ายเจบีพบว่านายทุนไม่ได้ต้องการปั้นเด็กจนดังขนาดนั้นแค่ให้เจบีทำให้เห็นความเป็นไปได้ของโปรเจคนี้ เพราะถ้าทำสำเร็จเท่ากับได้คนดูอินเดียเป็นล้านๆ (คิดว่ารายการ million dollar arm คงดังที่อินเดียมาก) สุดท้ายเจบีต้องเลือกทิ้งเด็ก เพราะเป็นแค่หมากที่นายทุนใช้เดิน แต่เขาก็ไม่ทิ้ง ดันจนเด็กไปถึงฝั่งด้วยความช่วยเหลือของโค้ช ทอม เฮาส์ ที่มาตอนแรกเฉยๆ แถมหลับตอนคัดตัวนักกีฬา แต่มาฮีโร่ตอนหลัง

ในหนังจะเห็นภูมิทัศน์ความเป็นอินเดียอย่างชัดเจน นั่นก็คือ โคเดินไปมา รถติดบีบแอร์ต๊องแต๊ง ถนนรถขวักไขว่ ทั้งๆที่ตอนนี้อินเดียจะขึ้นมาเป็นชาติมหาอำนาจอีกชาติแล้วเนื่องจากคนอินเดียฉลาดและมีอัตราเด็กอัจฉริยะสูงมากค่ะ นอกจากนี้อัตราการบริโภคภายในประเทศสูงเป็นอันดัมสามนั่นก็คือรองจากจีนและอเมริกาเท่านั้น

แต่จะมีหลายตอนที่พระเอกคือเจบี เดินทางไปยังที่ๆยังดูแล้วไม่เจริญ ดูเหมือนเมืองร้างอยู่เลย ตอนนี้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลางด้าน outsource ด้าน ไอทีของโลกรวมไปถึงอุตสาหกรรมอื่นๆเช่น รถยนตร์หรือภาพยนตร์ก็เจริญมากอีกด้วย ในหนังเรื่องนี้ยังมองไม่เห็นตรงจุดนั้นค่ะ ยังดูเหมือนอินเดียที่เราเคยเข้าใจๆกันอยู่

ก็คือพอมองๆในหนังจะรู้สึกว่าอินเดียธรรมดา เหมือนประเทศด้อยพัฒนาประเทศหนึ่ง ซึ่งจริงไม่ใช่ คนอินเดียเก่งภาษาอังกฤษมาก ทำอาชีพที่มีเกียรติเยอะ เช่น หมอ ทนาย วิศวกร อาชีพพวกนี้มีอัตราอยู่เยอะมาก แม้แต่เราเองตอนอ่านหนังสือท่องเที่ยวอินเดียหลายปีก่อน ชื่อ เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน ก็ยังรู้สึกว่าอันตรายที่จะไปเองเลย ไหนจะท้องเสีย ไหนจะอาหาร ผู้คนที่ไม่คุ้นเคย แต่พอดูในหนังจะพบว่าจริงๆคนอินเดียก็ดูเป็นมิตรนะคะ และจริงๆแล้วอินเดียค่อนข้างเจริญแล้ว

ในหนังเด็กอินเดียที่เล่นน่ารักทุกคนค่ะ คาแรคเตอร์ดูดี ชอบฉากที่เอามาตัดเป็นเทรลเลอร์ตอนเราเปิดใน itune ดู ที่เด็กๆถามว่าเจบีชอบเบรนด้าหรือเปล่า ฉากนั้นน่ารักดีค่ะ แล้วก็คนอินเดียอีกคนที่เล่นก็เล่นดีมาก ที่เสนอตัวทำงานฟรี แสดงให้เห็นว่าคนอินเดียนั้นพุ่งเข้าหาโอกาสและไม่เกี่ยงงานหนักจริงๆค่ะ อ้อ คนอินเดียพูดภาษาอังกฤษเป็นไฟเลยนะคะ สำเนียงดีมากด้วย

ตอนนี้พวก virtual assistant ต่างๆนี่ไม่อินเดียก็ฟิลิปปินส์ค่ะ แต่ในเรื่องนี้สำเนียงของเด็กๆและทุกคนในเรื่องยังมีลิ้นติดอินเดียอยู่ น่ารักดี หนังให้แง่คิดดี ว่าอะไรก็เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสแล้วพุ่งเข้าหาโอกาสนั้น หนังดูเพลินๆค่ะ และเป็นคนชอบอินเดียอยู่แล้ว ชอบที่เป็นศูนย์กลางศาสนาโลกและ ชอบที่พี่ใบพัด คนเขียนเสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่านเขาบอกว่าอินเดียคือกระจก ใครไปอินเดียจะค้นพบตัวเองค่ะ ส่วนหนังน่ารักๆ ไร้พิษภัย [rating:3.5] ค่ะ ตัดภาพยืดไปนิด ทำให้ลุ้นกว่านี้ได้ แต่บทดีค่ะ