สวัสดีค่ะ ต้องยอมรับว่าจำนวนคนชอบงานนั้นมีผลต่อกำลังใจในการวาดของนักวาดจริงๆ วันนี้เราจะมาดูกันว่าถ้าหากพัฒนางานขึ้นแล้ว แต่คนชอบน้อยลง เราจะต้องทำยังไงดี

image

1.ยอมรับในตัวตนของตนเอง
ยอมรับก่อนว่างานเราอาจจะไม่ได้เป็นแนวที่นิยมหรือแนว  popular  ถ้าหากเปลี่ยนกลุ่มผู้ชมไม่ได้หรือเปลี่ยนลายเส้นไม่ได้ เราก็ต้องหางานอย่างอื่นทำไปก่อนจนกว่าจะสร้างฐานแฟนได้มากพอ ทั้งนี้การเพิ่มลูกเล่นในงาน เพิ่มเนื้อเรื่องไอเดีย เพิ่มกราฟิคสวยๆก็ทำให้งานดูน่าสนใจโดยไม่ต้องเพนท์อลังการเลย

ทั้งนี้การที่คนชอบงานคุณน้อยลงมีได้หลายเหตุปัจจัย เช่น งานคุณไม่ได้อยู่ในกระแสนิยมขณะนั้นแล้ว เนื่องจากคุณเสพย์งานใหม่ๆน้อยลง ลายเส้นคุณจึงไม่ทันสมัยเหมือนนักวาดเด็กๆ คุณจึงต้องยอมรับตัวตนของตนเองก่อน และพึงพอใจในความสามารถที่ตัวเองมีอยู่ อย่าดูถูกตัวเองว่าไม่ได้เก่งเร็วๆเหมือนเด็กยุคใหม่ๆ

2.หาความสามารถด้านอื่นๆทดแทน
เช่น กราฟิค หรือการเขียน เพื่อทำให้งานภาพของคุณมีพลังมากขึ้นและโดนใจคนมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ทักษะการวาดมากนักและยังช่วยเสริมสร้างให้คุณมีความสามารถในหลากหลายด้านและทำงานได้หลายอย่างมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น เราก็ไม่ได้เน้นเรื่องของการวาดมากนักในช่วงหลัง เพราะวัย 32 แล้ว ยังสนใจการวาดอยู่แต่เป็นอีกแนวมากกว่า และเราเน้นเสพย์หนังสือเยอะ ก็เลยเน้นงานเขียน แต่งานเขียนกับงานวาดมันไปด้วยกันได้อยู่แล้วค่ะ

3.ทำเต็มที่แล้วปล่อยวาง
ต้องยอมรับว่าคุณไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ของทุกอย่างได้ คุณต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ นั่นก็คือทำเต็มที่ก่อนแล้วคนจะกดไลค์เยอะหรือน้อยนั้นอีกเรื่อง คนจะเสพย์หรือไม่เสพย์งานคุณนั้นอีกเรื่อง ถ้าคุณไปกังวลกับยอดไลค์หรือจำนวนไลค์มากไปทำให้คุณไม่เป็นตัวของตัวเอง พยายามทำในสิ่งที่ popular หรือมีความต้องการมากในตลาด โดยไม่ได้สนว่าตัวเองจะมีความสุขกับทางเลือกนั้นหรือเปล่า 

เวลาทำงานให้คิดเลวร้ายที่สุดเลยคืออาจจะไม่มีคนชอบงานคุณ แต่ขอแค่คุณชอบงานตัวเอง คุณก็จะมีความสุขมากกว่าการที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองแต่ทำเพราะอยากให้คนอื่นมาชอบมากๆ

4.วาดแฟนอาร์ทที่ตัวเองชอบ
อันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดแล้วค่ะ ในการที่จะทำให้งานเป็นที่นิยมมากขึ้น เวลาจะทำอะไรก็ตามแน่นอนถ้าคำนึงถึงคนหมู่มากการวาดเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างเดียวอาจจะไปถึงฝั่งช้ากว่า การวาดแฟนอาร์ทเป็นการลัดขั้นตอนในการสร้างชื่อเสียงอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไปนะคะ อย่างไรก็ตามถ้าคุณมีความสุขกับการวาดแฟนอาร์ทอย่างเดียว คุณสามารถสร้างรายได้จากมันได้ด้วย

และไม่ได้รู้สึกผิดในการขายคาแร็คเตอร์และเรื่องราวส่วนหนึ่งของคนอื่นๆในจุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่อง controversy หรือเป็นที่ถกเถียงกันถึงความถูกต้องใน limit การขายงาน fanart ว่าอยู่ตรงไหน?เอาเป็นว่าทำให้พอเหมาะพอควรนะคะ

5.พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ
พยายามติดตามดูเทรนด์การวาดภาพประกอบแนวใหม่ๆ และเทรนด์ของโลกเช่นกรณี app webtoon ของ naver ที่ทำ line เป็นโมเดลการ์ตูนคอมิคสีให้อ่านฟรี แถมเป็นภาษาไทยด้วยค่ะดังนั้นในอนาคตน่ากลัวแน่ว่าโมเดลฟรีคอมิคจะมาและนักเขียนการ์ตูนจะเน้นขายอย่างอื่นแทนรวมเล่ม(รวมเล่มก็อาจจะยังมีขายอยู่ ไม่ถึงกับหายไปซะทีเดียว) แต่ฟอร์แมทของการ์ตูนจะมีความหลากหลายมากขึ้น

6.เปิดใจยอมรับ
เปิดใจยอมรับว่าถ้างานเราไม่เป็นที่นิยมด้วยเหตุผลไหนก็ตาม เราต้องมีงานหลักอย่างอื่นรองรับ ในหนังสือ the dip กล่าวไว้ว่า งานบางอย่างเป็น cul de sac หรืองานที่ไม่ได้พาคุณไปสู่จุดไหนเลยในสายอาชีพ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรอยู่ก็ตาม คุณสามารถวาดรูป และใช้รูปวาดในการสื่อความในงานของคุณให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการ  present,เขียนรายงานหรืออื่นๆ

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักวาดมืออาชีพเสมอไป แต่ถ้าคุณอยากเป็น คุณต้องยอมรับแรงกดดันในเรื่องของการพัฒนางานให้ทันสมัยและคุณภาพสูงอยู่เสมอเพื่อรักษาฐานแฟนๆของคุณให้ได้ ถ้าคุณยอมรับได้ตามนี้คุณจะทำงานวาดอย่างมีความสุขมากขึ้นค่ะ

7.หาหนทางสร้างแฟนเพิ่ม
คุณต้องรู้ว่ากลุ่มแฟนๆของคุณเขากำลังสนใจอะไรอยู่ คนหมู่มากในสังคม ในหมู่นักวาดการ์ตูน หรือกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการจะให้เขามาเป็นแฟนเบสคุณ เขาสนใจอะไร ให้โพสต์งานโดยอิงสิ่งที่เขาสนใจเป็นหลัก หรืออิงในกระแสต่างๆขณะนั้น

เช่น สมมติตอนนั้นมีเรื่องกระแสเกี่ยวกับยาลดความอ้วนมีผลร้ายต่อร่างกาย เราก็อาจจะจับประเด็นมาวาดเป็นภาพประกอบหรือเขียนเป็นเว็บคอมิคได้ นอกจากนี้เรื่องที่อิงอยู่ในกระแสยังไม่จำกัดอีกด้วย แค่ให้เป็นสิ่งที่คนไทยเข้าใจก็พอ แล้วคุณก็จะได้ฐานแฟนๆเพิ่มเติม

8.มีอารมณ์ขันบ้าง
ในงานของคุณถ้าคุณใส่อารมณ์ขันเข้าไปในงาน จะทำให้งานของคุณเข้าถึงคนมากขึ้นและทำให้งานคุณไม่ทื่อเกินไป การวาดภาพประกอบก็สามารถใส่อารมณ์ขันได้เช่นกัน เพียงแต่อารมณ์ขันนั้นเป็น inner ส่วนบุคคลนั่นก็คือถ้าคุณไม่ใช่คนขำ คุณก็จะทำงานที่ขำไม่ได้ค่ะ หรือทำออกมาแล้วอาจจะฝืน

แนะนำให้ดูหนังตลกๆบ่อยขึ้นและหนังสือที่เขียนสำนวนตลกๆแล้วลองสังเกตุวิธีการปล่อยมุขและรูปแบบ,จังหวะในการปล่อยมุขของเขาดู การที่งานคุณตลก โอกาสที่จะเข้าถึงคนทั่วไปและเป็นที่นิยมขึ้นก็มีมากกว่า