สวัสดีค่ะวันนี้เป็นบลอคให้ความรู้เนื่องจาก entry ที่แล้วเราเขียนถึงว่า ตอนแรกเราไส้แห้งมาก เงินจะซื้อหนังสือซักเล่มยังแทบไม่มี เงินเก็บก็ไม่มี มีแต่หนี้ แล้วเราหลุดพ้นจากสภาพนั้นมาได้ยังไง1939453_10152900238648914_7161256588015558605_n

จริงๆต้องบอกก่อนว่าถ้ามาเป็นนักวาดเต็มตัวหรือทำธุรกิจส่วนตัวแน่นอนว่ากว่าจะถึงจุดคุ้มทุนหรือจุดที่กำไรจริงๆนั้นค่อนข้างจะยากพอสมควรและไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงจุดนั้นได้ค่ะ นั่นก็คือจุดที่มีรายได้เสถียร ไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้หรือความเป็นอยู่มากนัก

ถ้าให้เราแนะนำคุณควรมีทักษะติดตัวอย่างอื่นไว้บ้างค่ะ จากที่เราเห็นโดยส่วนมากนักวาดจะเน้นพัฒนาทักษะการวาดให้สูงอย่างเดียว ทักษะที่คุณต้องมีเลยคือเรื่องของการตลาดค่ะ การตลาดจะช่วยให้คุณมีงานเข้ามาเรื่อยๆโดยที่คุณต้องสังเกตุว่าการตลาดแบบไหนเวิร์คหรือเหมาะสมกับงานวาดของคุณ  สำหรับ illustcourse เราก็จะเน้นเรื่องของบทความและวีดีโอให้ความรู้ต่างๆซึ่งนอกจากจะเป็นการเผยแพร่ความรู้ ยังเป็นการ  positioning หรือการวางตำแหน่งในตลาดเป็น authority หรือผู้รู้จริงในเรื่องนั้นๆอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ในเรื่องของการตลาดหลายๆคนยังเข้าใจผิดอยู่มากว่าถึงเวลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวแล้วค่อยทำ ซึ่งจริงๆไม่ใช่ คุณต้องทำตั้งแต่ยังทำงานประจำหรือยังเรียนอยู่ โดยโพสต์ผลงานตามที่ต่างๆ การตลาดต้องทำในเวลาที่เราไม่ได้ต้องการงานค่ะ และทำเป็นกิจวัตรประจำวัน มันจะได้ผลไม่ได้ผลก็ค่อยมาวัดกันอีกทีหนึ่ง ไม่ใช่รอให้ถึงเวลาค่อยทำก็สายไปแล้วค่ะ

ถ้าในกรณีที่คุณเป็นนักวาดคุณต้องมีความสนใจทางด้านอื่นๆและศึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์เอาไว้บ้าง เนื่องจากมันจะทำให้คุณไม่ต้องแข่งขันกับคนอื่นในเรื่องของราคาของงาน นอกจากนี้ลายเส้นต่างกันยังมีวิธีในการโปรโมทผลงานและสถานที่ในการโปรโมทผลงานที่ได้ผลต่างกันค่ะคุณจะต้องดูว่าลายเส้นคุณเป็นแบบไหน เหมาะกับการโปรโมทด้วยวิธีไหน?

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่ดังมาก นั่นก็คือเพจ คนอะไรเป็นแฟนหมี
วิธีการขาย มีทั้งสติ๊กเกอร์ไลน์และหนังสือให้เลือกซื้อ มีทั้งรายได้  passive แบบไม่ต้องทำงาน ทำครั้งเดียวจบ อย่างที่กล่าวมา โดยลายเส้นไม่ได้เน้นเลยแต่เน้นมุขที่โดนใจคนส่วนใหญ่ชนิดที่ว่า ไม่มีแฟนเป็นคนแบบนี้ก็ผู้หญิงเป็นคนแบบคุณหมีในเรื่องซะเอง

โดยที่กลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของคุณก็มีผลเช่นกัน คุณควรจะติดต่อกับคนที่วาดแนวคล้ายๆคุณบ้าง เช่น ถ้าลายเส้นคุณแนวโมเอะ แต่คุณไม่คุยหรือสังสรรค์กับนักวาดท่านอื่นๆ แน่นอนก็โอเคค่ะ แต่อย่าลืมสังสรรค์กับนักวาดที่มีลายเส้นคล้ายคลึงหรือแนวทางเดียวกันบ้าง การติดต่อกับนักวาดคนอื่นๆแล้วทำการ cross promotion  ออกโปรเจคร่วมกันหรือช่วยกันโปรโมทผลงานของกันและกันเป็นเรื่องดีค่ะ

เราจะเล่าช่วงชีวิตตอนเป็นฟรีแลนซ์ช่วงแรกให้ฟังค่ะ ตอนนั้นเราป่วยเข้าร.พ.ครั้งแรก พ่อเราต้องเอาข้าวมาให้เราที่อีกบ้านหนึ่งทุกเย็น ต้องกลับมาอาศัยพ่อแม่อีกครั้ง พ่อพาไปร้านหนังสือ จะซื้อหนังสือก็ซื้อไม่ได้ อย่างที่บอก ถ้าถามว่าผ่านมาได้ยังไงอาศัยลูกฮึดเพราะถ้าอึดพอ และมีแผนในการทำงานที่ดี ยังไงโอกาสสำเร็จก็มากกว่าอยู่แล้วค่ะ

นอกจากนี้เรื่องการปลดนี้ แค่ 30,000 บาทเราใช้เวลาถึง 1 ปีในการปลดโดยการเก็บเงินและโปะเงินก้อน เพราะตอนนั้นกำลังจัดฟันค่ะ เสีย 5,000 ทุก 2 เดือนค่าใช้จ่ายเยอะ(จัดแบบดามอนเทคโลโลยีเลยแพง) อยากได้อะไรก็ไม่สามารถซื้อได้อย่างใจคิดเพราะเงินไม่พอ มาดีเอาตอนหลังที่พอมีลูกค้าเยอะบ้างแล้วและรับจ้างชาวต่างประเทศวาด เลยได้เงินเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นและไม่ค่อยมีปัญหา นอกจากเบื่อในการรับจ้างวาดและถึงจุดอิ่มตัวแค่นั้น แต่รายได้ตอนนั้นเรามากพอขนาดรับทำเดือนละ 3 ภาพใหญ่ๆก็อยู่ได้แล้วค่ะ

แต่เราไม่ได้โกหกเรื่องที่ไส้แห้งตอนช่วงต้นของการทำอาชีพเราและเราเปิดเผยเนื่องจากอยากให้หลายๆคนมีกำลังใจในการทำฟรีแลนซ์ ถ้าไม่งานวาดก็งานด้านอื่นๆต่อไปค่ะ ว่ามันไม่ได้ทำยากมาก แต่มันต้องอาศัยทักษะหลายๆอย่างมาประกอบกัน ถ้าวาดรูปอย่างเดียวจะทำให้สำเร็จยากค่ะ เพราะคุณไม่ได้ต้องการแค่ฝีมืออย่างเดียวในการที่จะประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้

เพราะฉะนั้นสิ่งที่หลายๆคนขาดไปก็คือมีการตั้งเป้าหมายบางอย่างให้ชัดเจนก่อน เช่น เป้าหมายในชีวิตด้านหน้าที่การงาน เราอยากทำงานแบบไหน กับใคร ที่ไหน เมื่อไร สำหรับเรา เราอยากได้งานที่ทำได้อย่างอิสระ และไม่มีเจ้านาย เป็นนายตัวเอง รายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ หลายๆครั้งที่ล้มลงไป แต่ก็กลับมายืนบนเส้นทางได้อีกครั้ง ดังนั้นหนทางนี้มันเหมือนกับการวิ่งมาราธอนมากกว่าการวิ่งระยะสั้น อย่าหวังว่าจะรวยเร็วหรือได้รายได้มาอย่างง่ายๆในช่วงต้น และคุณต้องเจอกับลูกค้าหลากหลายแบบที่ต้องรับมือค่ะ

สำหรับน้องๆพี่จะบอกว่าน้องไม่ต้องกลัวเรื่องไส้แห้ง ขอให้ครอบครัว support น้องและคุยกับครอบครัวดีๆ พี่ไปดูเรื่อง night at museum 3 มาว่าจะรีวิวเร็วๆนี้ ลูกชายของพระเอกกำลังจะเลือกทางเดินชีวิตตัวเอง เขาจะไปตามความฝัน ไปเป็นดีเจที่อิบิซาที่ซึ่งพ่อเขาไม่รู้เลยว่าคือที่ไหน และไม่รู้จะให้ลูกไปเสี่ยงดีไหม กับการที่เรียนมหาวิทยาลัยตามปกติจบมามีงานทำ

แล้วเขาก็คุยกับพ่อจนใจอ่อน ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่เป็นแบบนี้ ที่เข้าใจและสนับสนุนในแนวทางของลูก ดังนั้นถ้าคุณไม่มีตรงนี้คุณก็ต้องเก็บเงินเองเพื่อออกมาเป็นฟรีแลนซ์และเตรียมตัวว่า 3-6 เดือนแรกอาจจะไม่ได้มีรายได้เข้า สำหรับฟรีแลนซ์ทั่วๆไปที่ไม่ได้มีฝีมือเฉพาะทางมากค่ะ

ดังนั้นไม่ต้องตกใจถ้าช่วงแรกๆไส้แห้ง กินมาม่าเป็นอาหรเพราะเป็นกันโดยส่วนใหญ่ ยกเว้นคนที่มีลูกค้าชัดเจน คุณต้องรอลูกค้าเยอะพอ บอกต่อๆไปจนกระทั่งคุณนั้นมีรายได้เยอะพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ หรือกรณีที่คุณขายสินค้า fanbase หรือฐานลูกค้าคุณต้องเยอะพอค่ะ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งค่ะสิ่งที่สำคัญคืออย่ารีบร้อนและพยายามทำให้เป็นไปตามธรรมชาติ วางแผนชีวิตให้ดีๆ วางแผนทำการตลาด โปรโมทตัวเอง หาแนวทางที่ชัดเจนในการทำงาน ก็จะทำให้คุณอยู่ได้ในการเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ในที่สุดค่ะ

วิธีตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ดีคือควรมีเป้าหมายในหลายด้าน เช่นในด้านสุขภาพ ในด้านหน้าที่การงาน ในด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และควรจะวัดผลได้ค่ะ แต่เรื่องหน้าที่การงานที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ การตั้งเป้าหมายให้ตั้งเลยว่า จะมีรายได้ต่อเดือนเท่าไร จากทางไหนบ้าง และมีการวางแผนเพื่อบรรลุซึ่งเป้าหมายนั้นๆอย่างเป็นขั้นตอนค่ะ จะดีที่สุด วิธีการวางแผนควรจดโน็ตแล้วเก็บไว้ในแอพอย่าง evernote ที่เป็น cloud base มันจะได้ไม่หายไปไหนค่ะ