เริ่มที่พล็อตเลยดีกว่าค่ะ
ในปี  1803 เรื่องเริ่มต้นที่ไซต์ขุดซากโบราณ นักโบราณคดีกำลังขุดค้นซากโบราณสถานเพื่อค้นหาของมีค่า

image

เด็กคนหนึ่งบังเอิญตกลงไปในสุสาน ซึ่งทำให้พ่อของเขาและคนอื่นๆไปสู่สิ่งที่พวกเขากำลังตามหาอยู่นั่นก็คือแทบเล็ท(ไม่ใช่ไอแพดนะคะ เป็นแผ่นกระดานทำด้วยทองคำหน้าตาคล้ายๆปุ่มกดมือถือสมัยก่อน) และชาวบ้านบอกว่าถ้าหากนักโบราณคดีเอาแทบเล็ทไปจะทำให้จุดจบมาถึง

ในวันงานแสดงแก่ผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ลาร์รี่ ดาเลย์ได้คอยคุมงานกลางคืนณ.พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากับดร.แม็คฟีที่นิวยอร์ค โดยลาร์รี่ได้รวบรวมเอาการจัดแสดงที่มีชื่อเสียงอย่าง ทีโอดอร์ รูสเวลท์(อดีตประธานาธิปดีสหรัฐ),แอตติลาเดอะฮัน,ซากาคาวี,และเด็กซ์เทอร์ลิงคาปูชินรวมไปถึงเร็กซี่ กระดูกไทแรนโนซอรัสเร็กซ์เดินได้ ขณะที่เจไดเดอาห์และออคเตเวียสกำลังดูคลิปแมวอยู่ใน youtube

ลาร์รี่เจอกับหุ่นขี้ผึ้งมนุษย์โบราณนีแอนเดอทัล ชื่อลาร์ ที่หน้าเหมือนเขาอย่างกับแกะ อัคเมนราห์เตือนลาร์รี่เรื่องแทบเล็ทกำลังมีรอยเสื่อมสภาพ ทำให้การแสดงทั้งหมดป่นปี้วายป่วงยกใหญ่ ในขณะที่ผู้ชมการแสดงต้องวิ่งหนีกันอย่างอุตลุต เมื่อลาร์รี่กลับมาบ้านพบกับลูกชายของเขา นิค กำลังปาร์ตี้กับเพื่อนๆโดยที่เขาเป็นดีเจ นิคบอกลาร์รี่ว่าเขาไม่อยากไปเรียนมหาวิทยาลัย แต่อยากขอโอกาส 1 ปีเพื่อค้นหาตัวเองเพื่อเป็นดีเจ และต้องการที่จะรู้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่ในชีวิต

ส่วนเรื่องอื่นๆตามไปดูกันเอาเองในเรื่องว่าจะมีการผจญภัยอย่างไร ด้านล่างเป็นความรู้สึก และเนื้อเรื่องช่วงหลังจากนี้ เผื่อคนขี้เกียจไปดูกัน
โดยอาจจะมี spoil ค่ะ

spoiler alert!!!
=======================================================

image

เรื่องที่เหลือ

ลาร์รี่ได้ค้นคว้าเรื่องแทบเล็ทแล้วพบว่าเซซิล เฟรดเดอริกส์ ยามคนเก่าของพิพิธภัณฑ์ที่พยายามขโมยแทบเล็ท คือหนึ่งในเด็กหนุ่มที่อยู่ในไซต์ขุดที่เป็นผู้ค้นพบแทบเล็ทในวันนั้น เซซิลได้อยู่ในบ้านพักคนชรากับกัสและเรจินัล ลาร์รี่เล่าเรื่องให้เซซิลฟังว่าเกิดอะไรขึ้นและเซซิลพูดย้ำเรื่องจุดจบที่กำลังจะมาถึง เขาแนะนำให้ไปปรึกษาพ่อแม่ของอัคเมนราห์ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานอังกฤษ ลาร๋รี่ไปหาแมคฟี ผู้ที่กำลังจะถูกไล่ออก และเตือนให้เขาโทรไปที่พิพิธภัณฑ์สถานอังกฤษและอนุญาติให้ลาร์รี่ไปที่ันั่นพร้อมกับอัคเมนราห์และแทบเล็ท

ลาร์รี่และนิคไปลอนดอนเพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์สถานอังกฤษ เขาพบยามที่นั่น ทิลลี่ ผู้ซึ่งให้เขาผ่านประตูไปในขณะที่ลาร์รี่ผ่านประตูไป เขาได้พบว่าลาร์,เท็ดดี้,ซาคากาเวีย,แอตติลา,เด็กซ์เตอร์,เจ็ดและออคเตเวียสแอบหลบมาด้วยเพื่อการผจญภัยครั้งนี้

แทบเล็ททำให้พิพิภัณฑ์สถานอังกฤษมีชีวิตขึ้นมา พวกเขาได้พบกับโครงกระดูกไทรเซราทอปส์ที่ไล่ล่าเขา จนกระทั่งเซอร์แลนเซล็อต ออกมาช่วย โชคร้ายที่กลุ่มพลัดหลงกับเจดและออคเตเวียส  พวกเขาตกลงไปในช่องลม ลาร์รี่จึงทำการปิดช่องลมและส่งเด็กซเตอร์(ลิง)พร้อมกับเอามือถือนิคที่เขาแอบติดตามตัวนิคใส่ไปให้บนตัวเด็กซเตอร์ เพื่อไปนำตัวเจดและออคเตเวียสกลับมา

เจดกับออคเตเวียสตกไปที่ปอมเปอี(พวกเขาไม่รู้ว่าตกไปที่ไหน) จนกระทั่งภูเขาไฟระเบิด และเด็กซเตอร์มาช่วยได้ทันโดยการฉี่ใส่ลาวาจนเจดและออคเตเวียสเปียกปอนฉี่ลิงไปทั้งตัว

หลังจากนั้นทางอีกกลุ่มก็ได้ต่อสู้กับเซียงหลิวปีศาจงูในตำนาน มีหลายหัว ช่วงนี้สนุกดีค่ะ แต่ชอบตอนเซอร์แลนเซล็อตสู้กับไทรเซอราท็อปส์มากกว่าหน่อย  ลาร์รี่ได้ฆ่าเซียงหลิวด้วยการใช้เครื่องปั๊มหัวใจ

ในที่สุดกลุ่มก็พบกับพ่อแม่ของอัคเมนราห์ เมเรนคารห์ และเซ็ปเซเรเฮ็ท เมเรนคารห์ลังเลใจในตอนแรกที่จะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับแทบเล็ท แต่เขาได้ยอมรับความจริงว่ามันเป็นของขวัญในโอกาสที่ลูกชายเขาเกิดโดยรวบรวมเอาความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายเอาไว้ในตอนที่อัคเมนราห์เด็ก เพื่อจะทำให้ครอบครัวของพวกเขาอยู่ด้วยกันตลอดไป ด้วยพลังแห่งคอนซูแทบเล็ทต้องการแสงจันทร์เพื่อที่จะคงอำนาจมนตร์ขลังไว้(เวทมนตร์ของแทบเล็ทคือทำให้ทุกอย่างในพิพิธภัณฑ์มีชีวิตค่ะ ในหนังบอกว่าจุดจบกำลังมา หมายถึงจุดจบของเวทมนตร์อันนี้นั่นเอง)

เซอร์แลนเซล็อตขโมยแทบเล็ทไปเพราะนึกว่านั่นคือจอกศักดิ์สิทธิ์ และออกตามหากวิเนเวียร์ แทบเล็ทยังคงเสื่อมสภาพต่อไป ทำให้มือเท็ดดี้กลายเป็นขี้ผึ้ง และอัคเมนราห์เหี่ยวลง กลุ่มแยกกันตามหาเซอ์แลนเซล็อต แต่ลาร์รี่ถูกจับได้โดยทิลลี่ เลยโดยขังเอาไว้รวมกับลาร์ในห้องยาม ที่นั่นลาร์รี่พยายามทบทวนความสัมพันธ์ของเขากับลูกชายเขา คือนิค ลาร์ได้เอาหัวกระแทกประตูออกไป ลาร์รี่และพวกพยายามตามหาเซอร์แลนเซล็อตอีกครั้ง

แต่กลุ่มกลับถูกต้อนจนมุมโดยรูปปั้นสิงโตแห่งจตุรัสทาร์ฟัลการ์ที่มีชีวิตขึ้นมาเพราะแทบเล็ท ลาร์รี่หลอกล่อสิงโตโดยใช้ไฟฉายเหมือนคลิปแมวที่เจดและออคเตเวียสดูใน youtube

เซอร์แลนเซล็อตไปถึงโรงละครที่แสดงเรื่องคาเมล็อตอยู่ โดยมีฮิวก์ แจ็คแมนเล่นเป็นกษัตริย์อาร์เธอร์และอลิซอีฟเล่นเป็นกวิเนเวียร์ โดยเซอร์แลนเซล็อตได้วิ่งไปบนเวทีและบอกให้กวิเนเวียร์ไปกับเขา โดยนักแสดงทั้งสองบอกว่าเขาคือนักแสดง ไม่ใช่กษัตริย์อาร์เธอร์หรือกวิเนเวียร์ตัวจริง ทำให้เซอร์แลนเซล็อตผิดหวังมาก เขาจึงเอาคบไฟบนเวทีวิ่งไปด้านบน โดยมีพวกของลาร์รี่ตามหลังไป และบอกให้เขาหมุนปุ่มบนแทบเล็ทให้ตรงกันและอาบแสงจันทร์เพื่อไม่ให้แทบเล็ทเสื่อมสภาพมากไปกว่านี้ เซอร์แลนเซล็อตยอมต่อเมื่อทุกคนได้กลายสภาพเป็นไม่มีชีวิตไปหมดแล้วเขาถึงคิดได้ ลาร์รี่จึงหมุนปุ่มแทบเล็ทและนำแทบเล็ทไปอาบแสงจันทร์ ทุกคนจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

ลาร์รี่คืนแทบเล็ทให้เมเรนคารห์หลังจากนิทรรศการที่นิวยอร์ค โดยอธิบายว่า เขาเชื่อว่าแทบเล็ทและฟาโรห์ควรอยู่คู่กัน

ในขณะเดียวกันลาร์ก็พบรักกับทิลลี่ยามสาว ในขณะที่พวกเขากำลังจะกลับไป ลาร์รี่บอกทิลลี่ว่างานที่เธอเบื่อต่อไปจะเป็นงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

กลับไปที่นิวยอร์ค ทุกคนรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะต้องกลับไปเป็นสิ่งไม่มีชีวิตอีกครั้ง เนื่องจากขาดแทบเล็ทไป

สามปีต่อมา มีการจัดนิทรรศการข้ามกัน ก็คือนิทรรศการของพิพิธฑภัณฑ์สถานอังกฤษกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาของอเมริกา ทิลลี่ปรากฏตัวที่ออฟฟิศของดร.แมคฟีพร้อมกับกล่อง แมคฟีอธิบายว่าลาร์รี่ยอมรับผิดเรื่องการแสดงตอนนั้นทำให้เขาออกจากการเป็นยามแล้วไปเป็นครูแทน ทำให้แมคฟีไม่เสียงานของเขาไป ทิลลี่เปิดกล่องและโชว์แทบเล็ทให้กับแมคฟีดู เขาพาแมคฟีไปดูนิทรรศการที่”มีชีวิต” มีแสงสีเสียงหรูหราจัดเต็ม ข้างนอก ลาร์รี่มองแล้วยิ้ม เป็นอันจบเรื่องค่ะ

ความรู้สึกที่ดู ก็เป็นหนังที่สนุกดูแล้วไม่คิดมากดีค่ะ แต่มุขมันไม่ได้ขำขนาดนั้น ถ้าถามว่าช่วงไหนเจ๋ง ตัวละครไหนเจ๋ง ก็น่าจะเป็นเซอร์แลนเซล็อตสุดเทพเนี่ยแหละ มุมกล้องตอนสู้สวยมาก อีกฉากที่ชอบตอนที่เท็ดดี้กับลาร์รี่และเซอร์แลนเซล็อตตกลงไปในภาพของ Escher ที่เป็นนักเขียนภาพเซอร์เรียลแนวลวงตาแล้วเท็ดดี้ยอมตกลงไปด้านล่าง ฉากแอคชันตอนนั้นมันส์มาก นอกนั้นก็เป็นฉากการแสดงตอนแรก เป็นหนังดูเพลินค่ะ ส่วนคะแนนรีวิวของต่างประเทศได้ค่อนข้างต่ำนะคะ และตอนนี้หนัง gross profit หรือรายได้รวมยังน้อยอยู่เทียบกับค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำ สำหรับข้อคิดที่ได้ในเรื่อง ก็น่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์พ่อลูกของลาร์รี่และนิคมากกว่าที่สุดท้ายแล้วลาร์รี่ก็ได้ลองเปิดใจดูเรื่องที่ลูกเขาอยากเป็นดีเจ กับเรื่องของมิตรภาพ ความรักของพ่อแม่ที่นำมาซึ่งเวทมนตร์ที่ไม่มีสิ้นสุด สรุป [rating:3.5] ค่ะ