สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึงการกำหนดกลยุทธและทิศทางในการทำการตลาดของนักวาดฟรีแลนซ์ค่ะ โดยเราจะเอาวิธีการในการโปรโมทของ illustcourse ซึ่งได้ผลมาประยุกต์เข้ากับนักวาด โดยกลยุทธในการโปรโมทของ illustcourse นั้น เริ่มจาก….

image
ขั้นแรกคุณต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายค่ะ เรากำหนดเลยว่าต้องเป็นนักเรียนอายุ 15 ปีขึ้นไปเท่านั้น ยิ่ง 18-35 ยิ่งดีก็คือเด็กโตถึงผู้ใหญ่ เพราะเนื้อหาของคอร์สเนื่องจากเป็นตัวต่อตัวจึงจะสามารถประยุกต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าหรือนักเรียนคนนั้นๆได้ 

ถ้าคุณไม่กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คุณก็จะไม่รู้ว่าควรจะดำเนินทิศทางไปยังทิศทางไหน?และมีเทคนิคหรือกลยุทธในการโปรโมทแบรนด์ของคุณอย่างไร(ให้คิดว่าตัวคุณคือแบรนด์นะคะ =personal brand)

โดยขั้นที่สองกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคุณควรกำหนด avatar หรือกำหนดลักษณะหรือถึงกับสมมติตัวตนขึ้นมาเลยก็ได้ว่าเป็นคนยังไงมีไลฟ์สไตล์ยังไง? เช่น นักเรียน illustcourse ส่วนมากที่บ้านจะมีฐานะพอสมควร เราเลือกกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องเงินอย่างเดียวค่ะ

แต่เพราะโดยส่วนมากแล้ว ถ้าเด็กที่บ้านฐานะดี เปอร์เซ็นต์ของการที่จะมีปัญหาจะน้อยกว่ามาก อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ไม่รุนแรงเท่าเด็กทั่วๆไป เนื่องจากถูกเลี้ยงดูมาดี และโดยมากเด็กจะเป็นคนเลือกที่เรียนเอง กรณีพ่อแม่บังคับมา เรียนแล้วมีอิดออด เราคืนเงินทันทีค่ะ ไม่อยากสอนคนที่ไม่อยากเรียน เรื่องนี้ positioning คุณต้องชัดเจนค่ะ

นอกจากนี้การที่เราโฟกัสที่คุณภาพในการสอน และเน้นปริมาณนักเรียนน้อย และเน้นคอร์ส private ทำให้เรารับนักเรียนได้น้อยต่อเดือน ดังนั้นราคาคอร์สของเราถ้าเทียบกับที่อื่นราคาจะสูง เราจึงไม่เอาราคาลงเว็บเหตุผลเรื่องความสะดวกในการปรับราคา,การลอกเลียนแบบและการตัดราคาค่ะ แต่เป็นราคาที่เด็กหรือนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรายอมรับได้ค่ะ อีกทั้งยังเป็นเรื่องของการ positioning ตัวเองและการสร้างแบรนด์ในตลาด นอกจากนี้เราไม่ตอบคำถามเรื่องราคาและรายละเอียดการเรียนลง facebook สาธารณะค่ะ

นั่นก็คือเรา positioning คอร์สเราไว้ในระดับ premium และเราก็ไม่ได้งกเงินขนาดนั้น การที่เราเขียนบลอค ทำวีดีโอสอน เราแทบไม่ได้อะไรด้วยซ้ำ นอกจากถือเป็นการตลาดอย่างหนึ่งที่เคยบอกไปว่าคือ content marketing ที่เทียบกับแรงที่ต้องลงไปแล้ว เราถือว่าเราให้ก่อนแล้วค่อยรับค่ะ ให้ก่อนเยอะๆ เราจึงไม่เคยขาดนักเรียนเลย

ขั้นที่สามคือคุณต้องวางตำแหน่งตัวเองในตลาดหรือการ positioning ว่าคุณอยู่กลุ่มไหน คุณจะแข่งขันกับนักวาดคนอื่นๆเรื่องของอะไร,ทักษะ,ลายเส้น,ไอเดีย,เนื้อเรื่องหรืออะไร ในที่นี่ไม่ได้บอกให้ไปแข่งกับเขาจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น การที่คุณวางตำแหน่งไว้ที่ premium คุณมีอะไรแตกต่างจากนักวาดคนอื่นๆ ทำไมลูกค้าต้องเลือกคุณที่ราคาสูงกว่าคนอื่นๆ การวางตำแหน่งในตลาดคือการกำหนดตัวเองอยู่ในจุดที่คุณต้องการและอยากจะเป็น รวมไปถึงรายได้ที่คุณอยากจะได้ในการทำงานวาด

ยกตัวอย่าง ไอศครีมแม็กนัม เป็นไอศครีมที่ประสบความสำเร็จในการขายแบบ premium แท่งหนึ่งราคาสูง แต่ในช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วไปคือ 7-11 ถ้าถามว่าอะไรทำให้แม็กนัมขายได้ราคาสูง ส่วนหนึ่งเพราะการ positioning มาแต่แรกว่า แม็กนัมคือไอศครีมที่ราคาสูงที่สุดของวอลล์และทำมาจากช็อคโกแลตเบลเยี่ยม ซึ่ง story หรือเรื่องราวนี้เองที่ทำให้แม็กนัมขายได้ราคาสูงกว่าไอศครีมอื่นๆ รวมทั้งภาพลักษณ์และโฆษณาที่สื่อออกมาก็ดูหรูหรา มีความสัมพันธ์กัน

ขั้นที่สี่ถ้าคุณเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ คุณต้องกำหนดไปเลย กำหนด demographic ให้ลึกถึงขนาด จังหวัด ประเทศ รัฐ ว่าจะเอาตรงไหนกันแน่?เรื่องของลายเส้น ควรทำแบบไหน?แต่คุณไม่ควรเลือกตลาดที่ saturate มากแล้วหรือมีการอิ่มตัวมาก ยกตัวอย่าง ปกนิยายวัยรุ่น เป็นตลาด saturate และ red ocean ภาษาทางการตลาดคือ ตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากแล้ว คนทำเยอะ คุณไปทำ มันต้องใช้ความพยายามเยอะกว่า พยายามหาตลาดใหม่ๆที่ยังไม่มีคนทำ หรือ untap market หรือ blue ocean แน่นอนว่าถ้าคุณเป็นเจ้าแรกคุณก็เสี่ยงในการที่งานคุณจะไม่มีคนสนใจหรือขายไม่ได้ ตลาดที่คุณเลือก ควรมีคู่แข่งพอสมควร เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นตลาดที่ทำเงินได้จริง

นอกจากนี้เรายังเคยโดน reject หรือตีกลับงานปกนิยายวัยรุ่นหลายครั้ง จนเราถามตัวเองว่าเราไม่เก่งด้านนี้ เราทำไม่ได้ หรือเป็นเพราะเราไม่เหมาะกับมัน ทั้งๆที่เราก็พยายามทำแล้ว ตอนหลังเราย้ายไปทำแฟนตาซี มีความสุขมาก แต่อยู่ไม่ได้ เพราะงานน้อยเลยต้องจับตลาดต่างประเทศ จะจับตลาดบริษัทก็ไม่ได้ การแข่งขันสูง ไม่มี connection ก็ต้องจับตลาดคนทั่วๆไปนี่แหละ ดังนั้นคุณต้องเลือกกลุ่มลูกค้า พอเลือกกลุ่มลูกค้าเสร็จคุณต้องรู้ว่าลูกค้าคุณอยู่ไหน?เหมือนคุณจะไปจับปลา คุณต้องรู้ว่าบ่อนี้มีปลาไหม ปลาอะไร

พอดีตอนปี 2008-2010 ที่เราทำงานวาดเป็นงานหลักยังมีชื่อเสียงอยู่พอสมควรและ deviantart ก็ไม่ค่อยมีคู่แข่ง ตอนนี้คนย้ายไปที่อื่น ไปเล่น facebook page บ้าง instagram บ้าง art station,drawcrowd เยอะมาก ชาวต่างประเทศเพนท์เก่งๆเยอะ เทรนด์ก็เปลี่ยนไปด้วย ถ้าเราไม่วิวัฒนาการตามความเปลี่ยนแปลงเราก็อาจจะตายได้ และเหตุผลที่เราไม่ได้ไปสายการวาดต่อแล้วเพราะว่าลายเส้นของเรามีจำกัดและการแข่งขันสูงทั้งสิ้นค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นเหตุผลส่วนตัวที่เริ่มอิ่มตัวเรื่องการวาดรูปเป็นอาชีพแล้ว ประกอบกับเรามีความสนใจด้านการเขียน และเขียนไปเขียนมาได้ออกหนังสือเลยรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นอีกแนวของเราก็ได้

ถ้าดูนักวาดที่เริ่มพัฒนาผลงานมาจากบอร์ดเดียวกันที่ดังๆไปแล้วอย่าง Asuka111,Vicทั้งสองคนยังทำงานวาดภาพประกอบเป็นหลักและดูจะไปได้ไกล ถ้าถามว่าเรื่องนี้นั้นมีผลอะไรไหมในการพิสูจน์ว่าอาชีพนักวาดฟรีแลนซ์อยู่ได้จริง ก็ต้องบอกว่าถ้าดูจากสองคนนี้แล้วเขาก็อยู่ได้ และอยู่ได้ดีนะคะ นอกจากนี้ก็มีสกาลซึ่งเขาก็ทำบริษัทของตัวเองและไปได้ดี เพราะพวกเขามีความชัดเจนในลายเส้นและผลงานตัวเองรวมไปถึงแนวทางและสิ่งที่เขาอยากจะเป็น อยากจะไป นั่นก็คือคุณต้องมีความชัดเจนว่าคุณจะทำอะไร แนวไหน ลายเส้นไหน คุณอยากงาน  popular ไหม?หรือแค่อยากวาดรูปเฉยๆ คุณจะขายงานยังไง? จะทำอาชีพนี้ยังไง?  คุณต้องตอบตัวเองให้ได้

ถ้าถามเราว่าเราอยากดังเรื่องการวาดรูปไหม เมื่อก่อนอยากมาก จนถึงอายุประมาณหนึ่ง (ปีนี้จะ 33 แล้ว) เรารู้สึกว่าเป้าหมายในชีวิตมันเปลี่ยนไปค่ะ มันอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์มากกว่า หมายถึงถ้าความรู้ที่เรามีมันเป็นประโยชน์ให้คนอื่นได้ มันก็ควรจะถ่ายทอดออกมาและส่วนมากมันควรเข้าถึงได้ฟรีหรือราคาไม่แพงสำหรับข้อมูลที่นักวาดฟรีแลนซ์น่าจะต้องรู้

ส่วนเรื่องคอร์สตัวต่อตัวที่ราคาสูงส่วนหนึ่งเป็น Barrier ด้วยว่าคนที่จะเข้าถึงตัวเราได้ต้องมีความตั้งใจจริงๆ ไม่เช่นนั้น คุณก็ดูวีดีโอของเราฟรีๆได้ อ่านบลอคฟรีๆต่อไปค่ะ ไม่ได้ว่าอะไร สังเกตุนะคะว่าเราใช้คำว่าราคาสูง ราคาสูง=fact หรือข้อเท็จจริงค่ะ ส่วนราคาแพง= perception หรือการรับรู้ส่วนบุคคล กลุ่มลูกค้าที่ถูกต้อง จะไม่คิดว่าการตั้งราคาของคุณแพง ถ้าเขาคิดว่าแพง เขาจะไม่ซื้อสินค้าหรือบริการจากคุณและจะเลือกคู่แข่งที่ราคาถูกกว่าแทน เพราะฉะนั้นอย่าลงไปเล่นกับการตัดราคาค่ะ คุณไม่ใช่สินค้า commodity  หรือสินค้าทั่วไปอย่างกะปิ,น้ำปลา,ชาเขียวที่มีการตัดราคาแข่งขันกัน

กลับมาเรื่องกลยุทธในการตลาดถามว่าคนสอนวาดการ์ตูนมีมาก่อนหน้านี้ไหม illustcourse ไม่ใช่ที่แรกที่สอนวาดการ์ตูน แต่เป็นที่แรกที่สอนวาดภาพประกอบแนว manga แบบ private นอกจากนี้เรายังทำมาหมดแล้วไม่ว่าจะแบบกลุ่มหรือ seminar จนรู้ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ และพบว่าแบบ private เหมาะกับเราที่สุดค่ะ  นั่นก็คือแบบกลุ่มไม่ตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาส่วนบุคคลแบบชัดเจน100% แต่จะได้ในเรื่องของการที่นักเรียนมารู้จักกัน นักเรียนที่เก่งก็จะเก่งไปเลย นักเรียนที่กลางก็จะพัฒนา นักเรียนที่ค่อนไปทางไม่เก่งจะค่อนข้างมีปัญหาเวลาสอนคอร์สกลุ่ม นั่นก็คือพื้นฐานแต่ละคนไม่เท่ากัน ส่วนสอนแบบ seminar เหนื่อยค่ะต้องเตรียมตัวเยอะและเครียดกว่า นี่คือ”ความชัดเจน”ที่ว่า คุณต้องชัดเจนตั้งแต่กลุ่มลูกค้า ลายเส้น รูปแบบในการทำเงิน

ดังนั้นขั้นที่ 5 ขั้นสุดท้าย คุณต้องมี platform หรือสถานที่ของตัวเองที่  work ที่สุดในการ promote ผลงานและที่นั่นควรจะเป็น homepage ที่ไม่ใช่ homepage นิ่งๆแบบทั่วไป แต่คุณควรจะมีการเคลื่อนไหว มีบลอค เพื่อให้คนเข้าเว็บคุณให้มากที่สุด และเว็บคุณนี่แหละคือช่องทางการจัดจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ  โดยรูปแบบในการโปรโมทเว็บไซต์และเนื้อหาที่จะใส่ในเว็บไว้จะพูดถึงวันถัดๆไป วันนี้ยาวแล้วค่ะ