จริงๆหนังสือเล่มนี้ออกมาเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษเรียบร้อยนานมาแล้ว แต่ซีเอ็ดเพิ่งเอามาแปล และผิดหวังกับรูปเล่มและอาร์ทเวิร์คของซีเอ็ดนะคะ เพราะเวอร์ชันภาษาอังกฤษทำสวยมาก เดี๋ยวมาดูจำนวนดาวเอนทรี่หน้า ตอนนี้สรุปเนื้อหาตอนที่ 1.ค่ะ ได้ครึ่งเล่ม

IMG_5030-1.JPG
1.ความโดดเด่นไม่สามารถแกล้งทำได้ ถ้าตัวตนจริงคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น
2.จิตใจคือสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูง มันถูกฝึกมาให้กำจัดสิ่งที่ไม่เหมาะสมต่อโลก
3.หากคุณมีจิตใจฮึดฮัด จงถอยออกมาตั้งหลักสังเกตุตัวเองว่าอะไรทำให้คุณเป็นอย่างนั้น หลังจากนั้นให้หายใจเข้าลึกๆ ยิ้มที่มุมปาก นั่งตัวตรง ถ้าคุณมีความคิดรอบคอบไตร่ตรอง ผู้คนจะอยากอยู่ใกล้คุณมากขึ้น
4. เราไม่สามารถบังคับปัจจัยจากภายนอกได้ ชีวิตมนุษย์ล้วนมีสิ่งดีๆอยู่เสมอ ถ้าคุณมัวแต่ไปสนใจปัจจัยภายนอกคุณก็จะพลาดสิ่งที่ดีๆในชีวิตไป
5.เมื่อเรารู้สึกอึดอัด ขัดข้อง เราต้องปรับสภาพอารมณ์ให้เป็นปกติโดยเร็ว
6.เมื่อไรที่ชีวิตคุณยุ่งเหยิงเกินไป คุณจะเสียความโดดเด่นในตัวเองและอัจฉริยภาพในตัวเอง คุณต้องผ่อนความเร็วในการใช้ชีวิต หายใจเข้าลึกๆเพื่อให้ออกซิเจนไปเลี้ยงปอดมากขึ้น ในสภาวะดังกล่าวคุณจะมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่ดีขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเปิดรับความจริงได้มากขึ้น
7.ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นเรื่องจริงสักอย่างเดียว มีแต่ความคิดหรือการรับรู้ของเราทั้งนั้น เพราะมันคือสิ่งสมมติทั้งสิ้น
8.ถ้าคุณคิดว่าวิสัยทัศน์สำคัญคุณก็ต้องรู้จักแยกแยะสิ่งต่างๆ ว่าวิสัยทัศน์ที่ดีกับไม่ดีมีข้อแตกต่างกันอย่างไร
9.ถ้าคุณสามารถเลือกวิสัยทัศน์ในแบบที่ต้องการได้ คุณก็จะสามารถเลือกชีวิตในแบบที่ต้องการได้ด้วย
10.จดเหตุผล 10 ประการที่คุณรู้สึกมันทำให้ชีวิตคุณยอดเยี่ยมแล้วพูดออกมาดังๆ
11.ในทุกๆวันเรามีโอกาสที่จะเลือกวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเบิกบาน,ห่อเหี่ยวหรือเศร้า เพราะฉะนั้นคุณมีสิทธิ์เลือกวิสัยทัศน์ที่ดีๆ
12.เราทุกคนล้วนมีจุดบกพร่องเพราะฉะนั้นไม่ต้องพยายามทำตัวเป็นคนสมบูรณ์แบบในองค์กร
13.การทำตัวเรียบง่ายจะทำให้เราเข้าใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดี อะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
14.ความเรียบง่ายที่ว่านั้นจะต้องออกมาจากตัวตนของเราจริงๆ
15.ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เราสามารถใช้ความผิดพลาดเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จได้
16.จงไหลไปตามกระแสน้ำจะดีกว่า
17.ใช้ทรัพยากรของบริษัทให้เต็มที่โดยหาวิธีที่เหนื่อยน้อย
18.การทำตัวไหลเลื่อนไปตามกระแสอาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจกว่า
19.ไม่ว่าแรงจูงใจของคุณคือเรื่องอะไรก็ตาม มันจะทำให้คุณมีพลังที่จะทำเป้าหมายในชีวิตให้สำเร็จ เมื่อเชื่อมแรงจูงใจเข้ากับสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันได้ คุณจะสามารถทำเรื่องยากๆได้
20.ลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเปลี่ยนอิริยาบถหรือบรรยากาศจะทำให้สมองปลอดโปร่งและทำงานได้ดีขึ้น
21.เปลี่ยนบรรยากาศไปอยู่ที่ใดที่หนึ่งสัก 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว
22. ถ้าอยากได้ไอเดียแหวก แปลกกว่าเดิม ต้องลุกจากโต๊ะ อย่าทู่ซี้คิดแล้วคิดอีก
23.จุดมุ่งหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าความคิดหรือสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน แต่ถ้าคุณรู้ว่าคุณต้องการเดินไปสู่จุดไหน หรือต้องการมีชีวิตอย่างไร สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก เพราะมันคือวิสัยทัศน์ที่มีคุณภาพ
24.ในแต่ละวันเราต้องตัดสินใจตลอดเวลาเราจึงต้องมีเข็มทิศช่วย ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะถูกหรือผิด แต่ในความเป็นจริงความถูกหรือผิดไม่มี มีแต่เหมาะสมกว่าเท่านั้นเป้าหมายคุณจึงเปรียบเสมือนดาวเหนือในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเข็มทิศนำทาง มันควจะช่วยให้คุณเป็นคนแบบที่อยากเป็นและสนุกกับชีวิต มากกว่าการไปให้ถึงเป้าหมายนั้น แล้วคุณจะมีความสุข
25.เป้าหมายของคุณอยู่ที่วันนี้และเดี๋ยวนี้เท่านั้น พรุ่งนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาคุณก็เป็นคนใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆได้
26.เมื่อคุณเห็นใครโกรธให้ส่งความรักความเมตตาให้เขา เห็นใครพูดหรือทำอะไรไม่ดีต่อคุณให้มองเป็นเรื่องตลก และถ้าไม่รู้จะจัดการยังไง ให้หัวเราะไว้ก่อน ตราบใดที่คุณมองโลกในแง่ดี คุณก็จะเป็นอิสระจากพันธนาการทั้งหลาย
27.การพักผ่อนที่แท้จริง คือการทำอะไรให้น้อยที่สุดหรือการไม่ทำอะไรเลย กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย
28.ก่อนประชุมต้องแน่ใจว่าทุกคนที่ประชุมทราบจุดประสงค์ของการประชุมรวมทั้งเป้าหมายแล้ว
29.การประชุมที่ประสบความสำเร็จต้องมีจุดมุ่งหมายในการประชุมที่ชัดเจน
30.สิ่งแวดล้อมในการประชุมต้องเหมาะกับหัวข้อการประชุม
31.การประชุมตัวต่อตัวจะได้ผลมากกว่าถ้ากำลังประชุมขณะเดินเล่นอยู่ในสวน
32.การประชุมปกติทั่วๆไปไม่ควรใช้สถานที่ซ้ำควรเปลี่ยนไปใช้ที่ใหม่ๆ
33.หากวันหน้าคุณรู้สึกห่อเหี่ยว ท้อแท้ หมดแรง ให้ตั้งสติ นั่งตัวตรง หายใจเข้าลึกๆ ทบทวนว่าเราเป็นใคร เราจะสามารถเชื่อมต่อกับพลังงานภายในตัวเราได้ ในการฝึกควรทำตัวตามสบายไม่ต้องเกร็ง ยิ้มและปลดปล่อยเรื่องราวต่างๆที่ไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว
34.หากคุณวางแผนที่จะทำอะไรแล้วไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จให้ลองทำดูก่อนแล้วดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แล้วค่อยเรียนรู้จากสิ่งนั้น อย่างน้อยคุณก็จะมีข้อมูลเพิ่มขึ้น
35.จงลงมือทำด้วยตนเอง อย่าสักแต่พูดแล้วไม่ทำ
36.เราตกเป็นทาสของโฆษณาชวนเชื่อ ว่าเราจำเป็นต้องมีสิ่งโน้นสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่า เลยติดกับดักของหน้าที่การงาน ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ไม่สามารถใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการได้ เราเคยชินกับความสะดวกสบายจนไม่รู้จะออกจากเส้นทางนี้อย่างไร จงออกมาจากกับดักเดิมๆ การซื้อของความโฆษณาชวนเชื่อไม่ได้ทำให้คุณมีความสุข ต่อไป หากคุณจะซื้อของที่ไม่จำเป็นจริงๆ หยุด และตั้งสติคิดเสียก่อน
37.เราสามารถหลบหลีกบุคคลหรือสถานการณ์ที่ทำให้ยุ่งยากลำบากใจได้ วิธีคือ ผลักมันออกไปให้ไกลจากชีวิตที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะบางครั้งคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การปรับตัวเป็นเรื่องที่ยากและเสียพลังงานมากที่สุด ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนคติ แต่คุณต้องสามารถปรับสถานการณ์เพื่อให้คุณสามารถรับมือได้ในทัศนคติที่เป็นบวก
38.เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่มีความสุข เราก็จะฉายแวว และเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
39.ทุกๆเช้าเมื่อไปถึงที่ทำงาน ให้ตั้งเป้าไว้เลยว่าคุณต้องทำอะไรเสร็จก่อนที่จะกลับบ้าน
40.ถ้าคุณมีความชัดเจนว่าชีวิตต้องมุ่งไปทางไหน คุณก็จะรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน
41.การที่เราทำตัวเองให้ยุ่งตลอดเวลา เสมือนเป็นคนมีประสิทธิภาพ แต่การทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกันจะทำให้พลังงานคุณอ่อนลง
42.ถ้าคุณไม่แน่ใจในตัวเองและไม่แน่ใจในความสามารถตัวเอง คุณก็ไม่สามารถโดดเด่นได้อย่างที่ควรจะเป็น
44.การเดินทางจะทำให้คุณกระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวาและเปิดประสบการณ์ใหม่ในชีวิต
45.หากคุณได้มีโอกาสทำโปรเจคของตนเองจงทุ่มเทพลังงานอย่างเต็มที่ จะช่วยให้ผลงานของคุณโดดเด่นขึ้นหลายเท่าตัว