แนวคิดที่สำคัญในการเป็นฟรีแลนซ์

เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ E-book เล่มใหม่ ฟรีแลนซ์ดาวรุ่งมุ่งสู่ฝัน ค่ะ

11013096_10153174277433914_6041044195483626256_n

แนวคิดที่สำคัญในการเป็นฟรีแลนซ์

การเป็นฟรีแลนซ์นั้นแนวคิดสำคัญมากค่ะ เพราะแนวคิดจะเป็นตัวกำหนดความเชื่อภายในของคุณ ความเชื่อภายในของคุณจะเป็นตัวกำหนดการกระทำของคุณ และการกระทำของคุณจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ในชีวิตของคุณค่ะ เพราะฉะนั้นการที่คุณจะเป็นฟรีแลนซ์ดาวรุ่ง พวก Rockstar หรือ==>ฟรีแลนซ์ที่ไม่ไส้แห้ง คุณจะต้องเปลี่ยนแนวคิดให้ได้ก่อน

ไคล์ ทัลลี่ เป็นฟรีแลนซ์ก็อปปี้ไรต์เตอร์,นักการตลาดทางอินเตอร์เนทและโค้ชทางธุรกิจ นักเรียนของเขาคนหนึ่งเป็นฟรีแลนซ์ ถามคำถามว่าอะไรมาก่อนระหว่างเงินหรือแนวคิด เราต้องเชื่อก่อนเราถึงจะได้รับหรือเปล่าหรือการที่เราได้รับนั้นสร้างความเชื่อให้เกิดขึ้น ทัลลี่ตอบว่า “โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นทั้งสองอย่าง แต่ทุกๆการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ในรายได้ล้วนมาจากการเปลี่ยนแปลงความคิดก่อนทั้งสิ้น”

เรื่องแรกเลยที่คนส่วนมากทางสายอาร์ทหรือไม่อาร์ทก็ตามไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่พยายามมองในแง่”ธุรกิจ”ของด้านนั้นๆเลย เพราะคุณมองว่าคุณไม่ใช่นักธุรกิจ Walt Disney ก็ไม่ใช่นักธุรกิจเหมือนกัน เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนอนิเมชันที่มีความเข้าใจธุรกิจ และต้องทำให้สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาอยู่ได้ ความสำเร็จของคุณจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเข้าใจมุมมองในแง่ธุรกิจ การที่คุณไม่พยายามมองในแง่มุมธุรกิจ หรือหลีกเลี่ยงการขาย การตลาด โอกาสสูงมากที่คุณจะไส้แห้ง หรือไม่ก็เป็นลูกจ้างอย่างเดียว(ซึ่งก็ไม่ผิด มันแล้วแต่หนทางคน) คุณต้องหาอย่างอื่นทำควบคู่ไปถ้าคุณไม่อยากไส้แห้ง ในกรณีที่คุณไม่อยากเรียนรู้เรื่องธุรกิจ แต่ถ้าคุณอยากเป็นพวกฟรีแลนซ์ดาวรุ่ง คุณต้องเริ่มศึกษาแง่มุมธุรกิจของสิ่งที่คุณทำ คนเก่งๆเขามีวิธีการขายงานยังไง,คนที่งานเยอะๆเขามีวิธีหางานยังไง,อะไรที่ทำให้คนพวกนั้นแตกต่างจากคุณ,คนที่ดังๆในวงการเขามีวิธีการในการโปรโมทผลงานตัวเองยังไง คนที่ทำงานได้ค่าตัวสูงๆเขามีวิธีการยังไง เรามาดูแนวคิดที่จะทำให้คุณเป็นฟรีแลนซ์ดาวรุ่งกันค่ะ

แนวคิดที่ 1 ลงทุนในความสำเร็จของคุณ

การลงทุนในตัวเองนั้นให้ผลตอบแทน 1000% เสมอค่ะ นั่นก็คือเรื่องของการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และความรู้นั้นไม่ใช่ว่าคุณต้องไปเรียนปริญญาอีกใบเสมอไป แต่เป็นความรู้เฉพาะทางที่หาไม่ได้ในหนังสือ นอกจากการเรียนหรือสัมมนาเท่านั้น หรือว่าจะอ่านหนังสือเอาก็ได้เช่นกันค่ะ คุณจะได้แนวคิดต่างๆที่นำมาใช้ได้ แต่ต้องประยุกต์นะคะเพราะบางทีอ่านหนังสือฝรั่งแล้วไม่เข้ากับสังคมบ้านเราก็มี

สำหรับเรา เราไม่ค่อยอยากลงเรียนคอร์สที่มีภาระผูกพันและราคาสูง(หมายถึงต้องเข้าไปเรียนและทำการบ้านตามเวลาเนื่องจากเราไม่มีเวลาพอ แต่ถ้ามีเวลาก็อยากเรียนค่ะ) ส่วนมากเราจึงศึกษาจากเว็บ Udemy,Craftsy พวกนี้มีวิชาหลากหลายให้ศึกษา โดยไม่บังคับเรื่องการบ้าน นอกจากนี้เราก็ซื้อพวกดีวีดีสอนเป็นประจำค่ะ

วิธีก็คือ สมัครสมาชิกกับนิตยสารที่เกี่ยวข้องกับวงการที่คุณอยู่ทั้งไทยและเทศ คุณจะรู้ว่าลูกค้าคุณอ่านอะไรบ้าง และอีกอย่างคือ ลงทุนในเครื่องมือที่ช่วยให้คุณทำการตลาดงานวาดหรืองานบริการของคุณได้ง่ายขึ้น มีบทความจำนวนมาก,หนังสือ,อีบุ๊ค,สัมมนา ในส่วนของการทำการตลาดงานฟรีแลนซ์ของคุณ บางอันก็ดีบางอันไม่ดี ตาดีได้ตาร้ายเสียเพราะฉะนั้นดูกันดีๆนิดนึงก่อนจะซื้ออะไรก็ตามค่ะ หาสิ่งเหล่านี้และซื้ออันที่คิดว่าคุณชอบ และลองเทคนิคที่คุณค้นพบ

สิ่งที่สำคัญพอกันคือลงทุนในหนังสือและหนังสือเสียง(ซื้อได้จากพวกเว็บ Audible)ที่ช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ 2

แนวคิดที่ 2 พัฒนาความเชื่อที่ไม่สั่นคลอนในตัวคุณ

ความเชื่อนั้นสำคัญมากค่ะ ความเชื่อเปรียบกันว่าสามารถเคลื่อนหินผาได้ทีเดียว นอกจากคุณมีแนวคิดที่ดี มีความรู้ที่ดี คุณต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองที่เชื่อในศักยภาพของตัวเองว่าตัวเองเก่งและไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่นๆ เพราะถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะใหญ่แค่ไหน คุณจะหาทางทำมันจนได้

คุณต้องเชื่อก่อนว่าคุณจะสำเร็จ เรารู้ว่านี่เป็นคำพูดเฝือๆแล้ว แต่ว่าการระลึกข้อนี้ได้เป็นจุดหนึ่งที่ตัดสินได้เลยว่าคุณจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายชีวิตของคุณหรือไม่และระลึกศักยภาพที่แท้จริงของคุณหรือเปล่า สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือฝังภาพดีๆและความคิดบวกลงไปในหัวของคุณ แนะนำหนังสือ Positive thinking ของ Norman Vincent Peal ค่ะ ลองไปหาอ่านดู เป็นหนังสือคลาสสิค การคิดบวกไม่ใช่การหลอกตัวเองแต่เป็นการทำให้คุณมีความเชื่อมั่นในตัวเองและสลัดความคิดลบออกไป เพราะความคิดลบจะทำให้คุณเฉื่อยชาในชีวิต

เพื่อที่จะสร้างความเชื่อที่ไม่สั่นคลอน คุณควรอ่านเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จจากการไม่มีอะไรเลย เช่น นโปเลียน ฮิลล์,เอิร์ล ไนติงเกล,แม่ชี เทเรซา,โอปราห์ วินฟรีย์,สตีเวน สปีลเบิร์ก,เจเค โรล์ลิ่ง คนเหล่านี้มาจากการไม่มีอะไรเลย และเอาชนะฟันฝ่าอุปสรรคในสิ่งที่คนอื่นคิดว่าทำไม่ได้

อ่านหนังสือเหล่านั้น อ่านซ้ำๆ ซื้อหนังสือมือสองถ้าเรื่องเงินเป็นปัญหา ดูจากห้องสมุดถ้าหากคุณต้องทำ อย่าคิดว่าการต้องมีความเชื่อนั้นเป็นเรื่องโหลๆที่ใครๆก็พูดกัน เมื่อคุณเชื่อเรื่องนี้แล้วนั้นคุณก็พร้อมที่จะไปยังแนวคิดที่ 3

แนวคิดที่ 3 คาดไว้เลยว่าความเชื่อมั่นในตัวเองของคุณจะถูกทดสอบ

ความเชื่อมั่นของคุณจะถูกทดสอบเข้าสักวันนั่นก็คือวันเวลาที่อะไรไม่เป็นอย่างที่ใจคุณคิดเสมอไป คุณจะถูกทดสอบหลายรูปแบบ ลูกค้าไม่จ่ายเงิน,โดนตีกลับงาน หรือว่าโดนเอาไปนินทาเสียๆหายๆ โดนเลย์ออฟ,งานเยอะจนทำไม่ทัน

คุณจะมีความสงสัยในตัวเอง คุณจะพบวันเวลาที่ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งที่ควรทำได้หรือไม่ เมื่อเวลานั้นมาถึงให้ระลึกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ตลอดไป มันจะผ่านพ้นไปในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวันที่ร้ายหรือดี และอย่ารีบหนีมัน การพยายามผ่านพ้นเวลาที่แย่เรามักจะได้อะไรกลับมาเสมอ ในการค้นพบตัวเอง จำสิ่งที่วินสตัน เชอร์ชิลล์ พูดไว้ว่า “ถ้าคุณกำลังไปนรกจงฝ่ามันไป” มันมักจะเป็นเวลาที่เราถูกท้าทาย,สิ้นหวัง และสุดท้ายเราก็ค้นพบว่าตัวเราแข็งแกร่งขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะทำให้แนวคิดที่ 4 นั้นเป็นไปได้

แนวคิดที่ 4 ซึมซับความรู้สึกสำเร็จเมื่อมันมาถึง

เมื่อคุณรู้สึกมีความสุขกับความสำเร็จเล็กๆน้อยๆในธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณ,รับรู้และซาบซึ้งในความสำเร็จ เมื่อตารางงานของคุณเต็มไปด้วยงานที่คุณอยากทำ เมื่อคุณได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ลงในงานของคุณ และเมื่อเงินไหลมาเทมา คุณควรใช้เวลาในการดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด

สังเกตุว่าคุณรู้สึกอย่างไรในวันเหล่านั้น เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของคุณ สังเกตุเลยว่าประสิทธิภาพในการทำงานคุณสูงในขณะที่ความเครียดคุณต่ำ มันเป็นเพราะคุณรักงานของคุณและได้เงินด้วย ในที่สุด คุณต้องการความรู้สึกนี้มากขึ้นๆ นั่นก็คือสิ่งที่ฟรีแลนซ์ดาวรุ่งเป็น และสนุกกับความสำเร็จ คุณจะมีแรงกระตุ้นสูงในการสร้างธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณในขณะที่ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น