ฝึกวันที่ 5 ตามโปรแกรม วาดตามแบบคนจริง

ในการฝึกทั้ง 7 วัน แม้จะยังไม่ถึง ถึงวันที่ 5 น้องที่ติดตามมาทั้งหมดก็คงเห็นแล้วว่ามันได้ผลในการพัฒนาเส้น ความเป็นธรรมชาติของเส้น

จาก entry นี้ค่ะ

ฝึกวาดภายใน 1 อาทิตย์ เก่งฟิตภายใน 7 วัน

entry ทั้งหมด

วันที่ 1 เขียนภาพจะดูแบบหรือไม่ดูแบบก็ได้ 1 ภาพ สุดฝีมือ
วันที่ 2 ฝึกวาดโดยดูแบบท่าโพสจากรูปถ่ายจาก lookbook mix ชายหญิง อย่างน้อย 20 ภาพ
วันที่ 3 ฝึกวาดตามอาจารย์ที่ชอบให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
วันที่ 4 วาดตามอาจารย์แต่เป็นลายเส้นตัวเอง
วันที่ 5 ฝึกวาด anatomy โดยให้คนในครอบครัวโพสต์ท่าหรือจะวาดท่าที่เขานั่งหรือทำกิริยาต่างๆโดยไม่ต้องไปรบกวนเขา หรือฝึกจาก posemaniacs
วันที่ 6 ซื้อนิตยสารแฟชันมาสักเล่ม วาดภาพถ่ายทุกรูปที่มีอยู่ในนั้นเท่าที่ทำได้
วันที่ 7 เขียนภาพสุดฝึมือให้เสร็จใน 1 วันแล้วดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม

จริงๆ ยังไงก็ตาม การฝึกไม่ได้จบแค่ 7 วันนี้เพราะน้องจะต้องฝึกไปอีกเรื่อยๆนะคะถึงจะเก่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ฝึก 7 วัน เออ…เก่งแระ หยุด อันนี้ไมได้นะ

สิ่งที่สำคัญที่เด็กๆน้องๆขาดกันคือ “commitment” ในการฝึก commitment คือความรับผิดชอบในการที่จะทำให้อะไรสักอย่างเสร็จถ้าเราบอกตัวเองว่าจะฝึก 20 รูป บอกตัวเองว่าวันนี้จะกินแต่น้ำเปล่า ไม่กินน้ำหวาน น้องก็ต้องทำตามนั้น การที่น้องไม่ทำตาม commitment ตัวเองบ่อยๆ จะทำให้น้องขาดซึ่งระเบียบในชีวิตได้ และน้องจะฝึกวาดรูปไม่สำเร็จ แต่การที่มี commitment เราควรให้อภัยตัวเองด้วย เช่น วันนี้บอกได้ 20 รูป ทำจริงได้ 10 รูป ถือว่าได้ทำแล้ว วันนี้บอกไม่กินน้ำหวาน แต่เผลอกินไปอึกสองอึก แบบนี้ก็ไม่เป็นไร มีความยืดหยุ่นนิดนึงชีวิตน้องจะมีความสุขค่ะ

ถามว่าวิธีฝึกแบบของเรานี่ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ คงต้องบอกว่าเน้นทำง่าย ทำได้เองที่บ้านไม่ต้องถ่อไปไหนไกลๆหรือไปลงเรียนต่างๆนานามากกว่าในกรณีที่ไม่ทีทุนทรัพย์ หรือว่าประหยัดเงิน เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเงิน เราจะแนะนำให้ลงเรียนหรือลงคอร์สที่มีการวาดคนจริงๆโดยเฉพาะ life drawing นู๊ด จะช่วยเรื่องการวาดการ์ตูนได้แม่นขึ้น แต่ถ้าใครไม่แคร์ตรงนั้นและรู้สึกว่าสไตล์ตัวเองไม่ได้ต้องเน้นกายวิภาคอะไรขนาดนั้นขอแค่ความเข้าใจพื้นฐานก็หัดตามที่บอกค่ะ

Warmup 
tips ในการวอร์มอัพวันที่ 5 คือเราจะใ้ช้ยางลบให้น้อยเหมือนเดิมในการวอร์มอัพ เพราะว่าเวลาวาดคนจริงจะยากกว่านั้นคนจะมีการขยับตัว เราจะใช้ยางลบเยอะไม่ได้ในขั้นตอนร่างจนกว่าโครงสร้างจะลงตัวค่ะ การวอร์มอัพก็เหมือนออกกำลังกายคือเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมเส้นให้คล่องก่อนที่จะวาดคนจริงค่ะ

การวอร์มอัพนั้น เป็นการ memory จังหวะต่างๆของเส้นในหนังสือกายวิภาคลงในหัว เราไม่ได้ทำส่งอาจารย์เพราะฉะนั้นไ่ม่ต้องทำเนี้ยบ(เนี้ยบได้ก็ดี) สิ่งที่สำคัญคือให้มัน “ผ่านมือ” อะไรที่เคยผ่านมือมาครั้งหนึ่งพอจะวาดอีกครั้งมันจะไม่ยาก มันจะจำจังหวะของส่วนต่างๆได้เองเช่น แขนโค้งแบบนี้ ขาเว้าตรงนี้ ตรงนี้เป็นกระดูกนูนขึ้นมา เป็นต้นค่ะ สิ่งที่สำคัญคือเสก็ตซ์เร็ว แต่ไม่สั่ว ใช้ยางลบให้น้อย

การ warmup เราไม่จำเป็นจะต้อง warmup ด้วยการวาดฟิกเกอร์จาก loomis อย่างเดียว เราสามารถ warmup ด้วยการขีดเส้นต่างๆได้ด้วยหรือทำ scribble คือวาดเส้นแบบสั่วๆมั่วๆไปๆมาๆเพื่อให้มือคุ้นเคยกับดินสอก่อน มือจะได้ไม่แข็งค่ะ รายละเอียดอยู่ใน youtube.com/illustcourse ค่ะ หาเอานะคะวิธี warmup มือ

      

Lifedrawing

 

 

 

 

 

 

 

life drawing หรือการวาดคนจริงๆนั้นช่วยได้เยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นธรรมชาติของท่าทาง หรือเรื่องของเส้น ทั้งนี้ life drawing session ในบ้านเราหายาก ก็เอาคนที่บ้านนี่แหละ เราก็ไม่ต้องไปบังคับให้เขาโพสต์ท่าอะไร แค่ให้เขาทำอิริยาบถตามสบายแล้วเราขอวาดรูปก็พอ life drawing หรือการวาดคนจริงๆนั้นช่วยได้เยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นธรรมชาติของท่าทาง หรือเรื่องของเส้น ทั้งนี้ life drawing session ในบ้านเราหายาก ก็เอาคนที่บ้านนี่แหละ เราก็ไม่ต้องไปบังคับให้เขาโพสต์ท่าอะไร แค่ให้เขาทำอิริยาบถตามสบายแล้วเราขอวาดรูปก็พอ

ในการฝึกวันที่ 5 เราจะต้องมีการให้แบบพักผ่อนบ้างนะคะ และอีกอย่างคือ ถ้าเรามีแบบคนเดียววาดไปนานๆเราจะเบื่อต้องหาอย่างอื่นทำนั่นก็คือศึกษา Anatomy สลับกับวาด loomis และ original ตำรากายวิภาคหาซื้อได้ตามร้านศิลปะทั่วไปและ Amazon ของ imaginefx ก็ดีค่ะ การวาด original ทดสอบ เป็นระยะเป็นการเช็คว่าเรายังขาดเรื่องไหนอยู่ ควรทำอย่างยิ่งค่ะ

อีกอย่างที่คุณต้องใส่เข้าไปในโปรแกรมการฝึกคือการวาดภาพ original โดยไม่ดูแบบ(เกือบทุกวันที่ใส่ได้ แต่วันที่โหดคือวันที่ 2 วาด figure 20 ตัว วันนั้นแค่วาดอย่างเดียวแทบวอร์มอัพอะไรได้ยากนะคะ) วิธีวาด original คือหัดขึ้นโครงเอง ให้ใส่หลังจากจบ session หนึ่ง เช่นเราต้องการพักแล้ว ต้องการจบก่อนเที่ยง(สมมติฝึกมาแต่เช้า) ให้วาด original หลังจบ session ฝึกนั้น ถ้าถามว่าต้องสุดฝีมือไหม เอาเป็นว่า เท่าที่ได้ค่ะ อย่าฝืน

ในการฝึกจำเป็นต้องมีความหลากหลายใน 1 วันนะคะ เหมือนการออกกำลังเป๊ะ หลักการ เนื่องจากคนเราเบื่อง่าย แต่ไม่ใช่เปลี่ยนไปตลอดเวลาเราจะต้องโฟกัสสักพักหนึ่งในการทำอย่างใดอย่างหนึ่งจนเสร็จก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น แต่ถ้าไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างเลยเราจะวาดแย่ลงๆ และบางคนไม่รู้ว่าทำไมวาดเยอะขึ้น แต่วาดแย่ลง เพราะคุณเหนื่อย คุณต้องการการเปลี่ยนแปลงบ้างหรือหยุดพักค่ะ

original 

 

 

 

 

 


Original2

    

ในโปรแกรมนั้นจะมีรายละเอียดบอกไว้ว่าคุณต้องฝึกอะไรบ้าง ฝึกอย่างไร ดูรายละเอียดได้ในเอนทรี่แต่ถ้าคุณอยากออกแบบโปรแกรมการฝึกเอง คุณสามารถใส่ช่วง loose sketch หรือ warmup เพื่อไม่ให้เบื่อในตลอดการฝึก loose sketch และ warmup อาจจะเป็นอันเดียวกันก็ได้ เช่น วาดตามการ์ตูนที่ชอบด้วย loosesketch นี่ก็ถือเป็นการ warmup หรือการเตรียมพร้อมมืออย่างหนึ่ง