เวลาคุณเป็นนักเขียนอิสระพิมพ์เอง คุณใส่หมวกหลายใบ ไม่ว่าจะเป็น บ.ก.,นักออกแบบ,นักการตลาด บางทีก็สวมหมวกทุกใบ ก็คือเป็นอาร์ทไดเองและคุยกับนักวาดภาพประกอบเอง ในฐานะที่เป็นนักวาดบางทีอีเมล์จากนักเขียนอิสระอาจจะไม่มีความหมายหรืออาจจะดูแย่ ถ้าคุณต้องการจะร่วมงานกับนักวาดภาพประกอบมืออาชีพ การส่งอีเมล์ที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนนี้จะเป็นการทำให้โอกาสในการสร้างความประทับใจของคุณสูงขึ้น

verdy

ห้าสิ่งห้ามทำ

1.อย่าพูดว่าคุณมีงบประมาณจำกัดแค่ไหน

ลองนึกดูภ้าใครสักคนเข้ามาในออฟฟิศคุณแล้วบอกว่า “เราอาจจะจ่ายคุณไม่ได้มากนักนะ” คุณจะรู้สึกอย่างไร คุณจะตอบเขาไปหรือไม่ว่า “ขอรายละเอียดหน่อยค่ะ” นักวาดถูกขอให้วาดงานราคาถูกๆมาเยอะ เราไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะต้องพุ่งไปที่การทำเงิน แต่ไม่มีอะไรระคายสายตามากไปกว่าการที่ไม่มีงบเพียงพอ

2.อย่าดูถูกปริมาณงานที่ทำ

นักวาดเข้าใจคำพูดอย่าง”เสก็ตซ์สักสองสามรูป”ดี ถ้าถอดรหัสออกมาแล้วจะได้ใจความว่า”ผมจ่ายคุณไม่ได้มากหรอกนะและหวังว่าคุณจะรู้สึกโอเค”

3.อย่าอวดอ้างว่าโปรเจคของคุณยิ่งใหญ่

จะเป็นโปรเจคเบสต์เซลเลอร์ เป็นเรื่องคลาสสิค และเป็นโอกาสเดียวในชีวิต คุณไม่ต้อง Pitch หรือ”ขาย”นักวาดเหมือนคุณขายบ.ก. นักวาดต้องการรู้เกี่ยวกับประเภภงาน,เส้นตาย,คุณไม่จำเป็นต้องทำให้นักวาดเชื่อว่านี่จะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่ามันจะดูหลอกลวงมากกว่าถ้าพูดในตอนแรก

4.อย่าพูดถึงการประชาสัมพันธ์

เพราะคนพูดเยอะ นี่นะจะได้ประชาสัมพันธ์งานเธอด้วยไง ก็เลยมีคนพูดติดตลกว่านักวาดยอมตายถ้าได้ดัง ได้ประชาสัมพันธ์ตัวเอง เราจะถอดรหัสได้อีกว่า”เรากำลังหาข้อแก้ตัวดีๆที่เราไม่สามารถจ่ายคุณได้มากเท่าไร” นักวาดสามารถตัดสินได้จากประเภทของโปรเจคที่คุณทำว่านักวาดจะได้ประชาสัมพันธ์ตัวเองเท่าไร คุณไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้

5.อย่าขอให้นักวาดเลียนแบบสไตล์ของนักวาดคนอื่น

เพราะสิ่งที่นักวาดได้ยินคือ”ผมต้องการจ้างนักวาดคนนั้นแต่ไม่มีปัญญาเลยมาจ้างคุณแทน เพราะคุณราคาถูกกว่า” อะไรที่คุณเห็นในพอร์ทโฟลิโอของนักวาดคือสิ่งที่คุณจะได้รับ

ห้าสิ่งควรทำ

1.เริ่มต้นอีเมล์ด้วยการกล่าวคำชมเล็กๆน้อยๆ

ว่าคุณเจอนักวาดได้ยังไง และรูปไหนที่คุณคิดว่าเหมาะกับงานของคุณ คำชมนิดหน่อยไม่ได้หนักหนาอะไร และมันทำให้คุณต่างจากพวกแสปมเมล์ที่ส่งไปยังนักวาดคนอื่นโดยใช้ชื่อพวกเขาเอง

2.อธิบายโปรเจคของคุณอย่างชัดเจนและง่าย

อย่างเช่น “โปรเจคของผมเป็นโปรเจคทำคอมิคเกี่ยวกับการอนุรักษ์โลกครับ” คุณเป็นนักเขียนคุณสามารถอธิบายได้อยู่แล้วว่าโปรเจคเกี่ยวกับอะไร มันไม่ยากค่ะ

3.อธิบายให้ชัดเจนว่าประเภทของงานและปริมาณของงานที่ต้องทำมีเท่าไร

จำนวนและขนาดชิ้น,สีหรือขาวดำ,จะเอาไปใช้ทำอะไร อย่างเช่น “ในคอมิคโปรเจครักษ์โลกผมต้องการหน้าสี 1 หน้าหน้าขาวดำ 14 หน้าคร้บ”ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะอธิบายสิ่งที่คุณต้องการได้ยังไงให้ถามนักเขียนคนอื่นดูสำหรับพวกศัพท์ต่างๆในวงการนักวาด

4.กำหนดเส้นตาย

ถามนักวาดถ้าเขาว่างไหมไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าไม่กำหนดเส้นตายให้เขา ถ้าคุณยืดหยุ่นเรื่องเวลา ถามนักวาดว่าจะส่งเมื่อไร ยิ่งคุณให้เวลาเยอะยิ่งดี จำไว้ว่านักวาดหลายคนสลับมือกันเป็นระวิง ถ้าคุณรีบมันหมายถึงนักวาดต้องหยุดทำโปรเจคอื่นเพื่อมาทำโปรเขคของคุณให้ทัน แต่ถ้าไม่รีบพวกเขาจะได้ทำงานอื่นที่ได้เงินเร็วกว่าไปก่อน(อย่าลืมนักวาดต้องกินต้องอยู่)

5.ถ้าคุณมีงบประมาณที่จำกัดไว้แล้ว

บอกนักวาดโดยไม่ต้องขอโทษหรือแก้ตัว เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคุณไม่มีงบประมาณจำกัดไว้ก็ค่อยถามว่านักวาดต้องการเท่าไรในการทำโปรเจคนี้ หรือว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในการตัดสินใจ

ตัวอย่าง

สวัสดีค่ะคุณเอม เราเห็นผลงานคุณจาก deviantart แล้วชอบมาก ชอบการใช้สีและการจัดวางภาพของคุณค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้น “Someone has been tortured” แสดงถึงความเจ็บปวดได้ดีมาก เราต้องการนักวาดมาวาดปกนิยาย และเนื้อในเป็นภาพขาวดำ 15 ภาพด้วยกันสำหรับโปรเจคนิยายพิมพ์เองเน้นกลุ่มวัยรุ่นค่ะเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์คนหนึ่งที่หลงรักญิงสาวธรรมดาแต่เขากำลังจะสิ้นอายุขัยเพราะต้องคำสาปจากยายตัวเองว่าถ้าเขาไม่เจอรักแท้ก่อนอายุ 30 เขาจะตายและสลายกลายเป็นลม สำหรับราคาทางคุณเอมลองเสนอมาถ้าเรารับไหวก็จะลองดูค่ะเพราะเราไม่แน่ใจว่าโปรเจคประเภทนี้ควรจะคิดราคาเท่าไร ถ้ามีอะไรก็ถามมาได้เลยนะคะ ทางเราต้องการภายในต้นเดือนสิงหาค่ะ ขอบคุณค่ะ

เป็นอีเมล์ที่สั้น สุภาพ และตรงจุด นั่นก็คือประเภทงาน,งบประมาณ ไม่มีการเลียแข้งเลียขาเกินงาม,สัญญาว่าเป็น”การประชาสัมพันธ์”งานวาดหรือสัญญาว่าจะได้เงินมากมายเพราะมันจะขายดี คุณมีข้อมูลในมุมมองของนักวาดแล้ว ต่อไปพอติดต่อนักวาดลองทำตามนี้ดูนะคะ

เรียบเรียงจาก

http://kmcmorris.blogspot.com/2015/04/self-published-authors-10-tips-on-how.html