มายืดเส้นยืดสายกันเถอะ

โพสต์บทความชุดฟรีแลนซ์ดาวรุ่งมุ่งสู่ฝันได้ 2 ตอนแล้ว วันนี้จะโพสต์ตอนที่ 3 อีกทีค่ะ ในบทความจะใช้คำว่าหนังสือเพราะเขียนเพื่อเป็น e-book นะคะ

10982001_10153308350773914_1972032980450316989_n (1)
ตอนนี้คุณคงกำลังเข้าสู่การเป็นฟรีแลนซ์ดาวรุ่งทีละนิดๆ และเหมือนกับโปรแกรมการออกกำลังกายนั่นแหละค่ะ มันจะทำให้คุณแข็งแรงขึ้น ๆ ถนนของการเป็นฟรีแลนซ์อาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ใครก็ตามที่ตัดสินใจออกตะลุยเดี่ยวนั้นได้แชร์ความรู้สึกร่วมกันกับเราทั้งสิ้น,ไม่ว่าจะเป็นการถูกปฏิเสธ,ความผิดหวัง ดังนั้นเวลาที่พายุมา อุปสรรคที่ดูเกินจะทานทนเหล่านั้น เราจะจัดการมันอย่างไร มาดูกันค่ะ

กำหนดและเอาชนะอุปสรรค

เมื่อคุณพบตัวคุณเป็นห่วงเกี่ยวกับอุปสรรคใดอุปสรรคหนึ่งเป็นพิเศษ ให้ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเพราะคุณยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาชนะอุปสรรคนั้นหรือเปล่า?

เพื่อทำให้เห็นภาพมากขึ้น คิดถึงบางอย่างในธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณ ที่ทำให้คุณเกิดความกังวล เครียด บางทีคุณอาจจะกังวลกับใบเสนอราคาที่เสนอไปแล้วยังไม่ได้รับการตอบกลับ หรือว่าบางทีคุณเป็นกังวลเกี่ยวกับการหาลูกค้าใหม่ บางอย่างจะรบกวนจิตใจคุณ แต่ถ้าไม่เลยแปลว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงถนนโรยกลีบกุหลาบสุดๆและกำลังไปได้สวย
ให้ bookmark หน้านี้ไว้ แล้วกลับมาดูใหม่คราวถัดๆไป เมื่อถึงเวลาพายุมา

มาถึงสิ่งที่รบกวนจิตใจคุณ นั่นก็คือ อุปสรรค อุปสรรคโผล่หัวมาตั้งแต่เมื่อไรกัน วันที่หนึ่ง วันที่สอง สัปดาห์หนึ่งหรือปีหนึ่ง
ถ้ามีอะไรที่รบกวนจิตใจคุณเป็นระยะเวลาหนึ่งแปลว่าคุณโฟกัสที่อุปสรรคมากกว่าจะแก้ไขมัน หรือว่าไม่ตัดสินใจว่าจะแก้ไข มันก็เลยทำให้คุณรำคาญไปเรื่อยๆวันหนึ่ง,สัปดาห์หนึ่งหรือปีหนึ่ง คุณต้องเข้าใจว่าจิตใจคนเราสามารถโฟกัสได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นในครั้งเดียว ดังนั้นเลือกเอาว่าจะโฟกัสที่อุปสรรคหรือทางแก้ไข

ถ้าคุณโฟกัสที่ทางแก้ไข ก็มีแนวโน้มว่าคุณจะสามารถแก้ไขมันได้ ดีกว่ามัวแต่เก๊กซิมกับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาเหล่านั้น พวกอุปสรรคผ่านมาชั่วคราวแล้วก็ผ่านไปค่ะ ไม่จีรังยั่งยืน ถ้าคุณมัวแต่โฟกัสที่อุปสรรคคุณก็ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ อยู่กับที่เหมือนเดิม และปัญหาก็ไม่ได้ถูกแก้ไขด้วย ดังนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดถึงแต่อุปสรรคและปัญหาต่างๆในเมื่อมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

โฟกัสทางแก้ไขมัน

จินตนาการคุณขับรถอยู่ ทันใดนั้นรถบรรทุกคันข้างหน้าก็ทำถังน้ำขนาดใหญ่หล่นลงมา ในการที่จะเลี่ยงชนถังนั่น คุณจึงหลีกเลี่ยงและลืมถังนั้นไปและโฟกัสที่ทางรอบๆ คุณจะเปลี่ยนเลนทันทีไหม ต้องไม่แน่นอนเพราะก็มีรถคันอื่นอยู่เลนอื่น ขับไปบนไหล่ทางเหรอ ไม่มีไหล่ทางให้ขับ ทันใดนั้นก็มีสะพานแยกโผล่มา คุณไม่สามารถโฟกัสที่ถังเจ้าปัญหานั้นตลอดไปค่ะ เพราะถ้าคุณโฟกัสที่มัน คุณก็จะโดนถังน้ำนั่นขวางทางชนมันแล้วก็กระแทกเข้ากับไหล่ทางจนเละ จึงไม่มีประโยชน์ที่คุณจะไปโฟกัสที่อุปสรรคต่างๆเหล่านั้น เพราะถ้าคุณโฟกัสที่อุปสรรค โอกาสที่คุณจะล้มเหลวหรือดวงซวยจะมีเยอะขึ้นจริงๆไงคะ
ฟรีแลนซ์ดาวรุ่งจะหลีกเลี่ยงเวลาที่เขาจะนึกถึงอุปสรรคต่างๆ มาดูว่าคุณก็ทำได้เช่นกัน

ปฎิเสธที่จะให้อุปสรรคหยุดคุณ

คุณมีเหตุผลดีๆมากมายที่จะสนุกกับชีวิตในฝันของฟรีแลนซ์ดาวรุ่งพุ่งแรง ดังนั้นอย่าเสียเวลาไปกับอะไรที่ทำร้ายความสำเร็จของคุณเอง แทนที่จะทำอย่างนั้น เริ่มฝึกฝนที่จะเอาชนะอุปสรรคใดๆก็ตามที่มาขัดขวางคุณเป็นการชั่วคราว อย่างเช่น สมมติคุณต้องการจะเป็นนักวาดการ์ดเกม แต่คุณไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย คุณคิดว่านั่นเป็นอุปสรรคหรือไม่?
แน่นอนว่ามันเป็นอุปสรรค เพราะฉะนั้นขั้นตอนแรกคือรับรู้มัน เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คุณจะทำก่อนค่ะ และพูดกับตัวเองว่า “โอเค ตอนนี้ฉันยังไม่มีพอร์ทโฟลิโอ สำหรับงานการ์ดเกมเลยที่จะโชว์ให้ลูกค้าดู”

ขั้นต่อไปคือ ตัดสินใจว่านั่นจะไม่หยุดคุณเอาไว้ การพูดคำพูดเหล่านี้ดังๆด้วยความรักในงานที่ทำ มันทำให้คุณหลุดจากสถานภาพแบบนี้และพุ่งไปข้างหน้าได้ มากกว่าการที่จะออกไปไกลจากเป้าหมายของคุณ การยอมรับในปัญหานั้นๆจะทำให้คุณเติบโตและหลุดจากปัญหานั้นได้ และปัญหาต่างๆมีไว้แก้ค่ะไม่ได้มีไว้กลุ้ม

ในการที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรค รับรู้และตัดสินใจ ใช้เวลาในการรับรู้อุปสรรคในเส้นทางของคุณและตัดสินใจอย่างมีสติว่ามันจะไม่หยุดคุณ เมื่อคุณทำแล้ว คุณก็จะคลายความกังวลและมั่นใจมากขึ้น และทำให้คุณสามารถมีกำลังใจจะเอาชนะอุปสรรคต่างๆได้มากขึ้นกว่าเดิม การเอาชนะอุปสรรคแต่ละขั้นได้ จะทำให้คุณมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ใหญ่ขึ้นๆ ในที่สุดเมื่อตัวคุณโตขึ้นคุณก็มองปัญหานั้นเล็กนิดเดียว

กำจัดคำพูดที่ว่า ”พูดง่ายกว่าทำ” ซะ

ใช่ค่ะพูดง่ายกว่าทำ แต่พูดแล้วต้องทำ เราต้องมีสัจจะในคำพูด ถ้าเราบอกว่าเสร็จงานวันนี้ก็ต้องเสร็จงานวันนี้ คำพูดเป็นสิ่งประกาษิต มันจะบ่งบอกว่าคุณนั้นมีความรับผิดชอบในการทำงานนั้นให้เสร็จได้หรือไม่เมื่อคุณพูดออกไปแล้ว

นักอ่านบางคนของหนังสือเล่มนี้ อาจจะเคยได้ยินคำพูด หรือหลังจากที่อ่านหนังสือมาซักพัก ก็ตกอยู่ในพวกโรค ”ก็พูดมันง่ายกว่าทำ” คนที่พูดแบบนี้มักจะมาจากการที่คาดเอาไว้ว่า การที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องแลกมาด้วยการลงแรงอย่างหนักเท่านั้น ทางแก้โรคนี้มีทางเดียวก็คือ ลดความคาดหวังในเรื่องที่ว่าเราจะต้องใช้แรงประมาณหนึ่งแลกมาเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง พูดง่ายๆคือคนมักจะคิดว่าต้องใช้แรงในการทำอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา การประสบความสำเร็จคุณแค่ต้องการวิธีการและเครื่องมือที่ถูกต้อง

เมื่อคุณเปลี่ยนแนวคิดใหม่หลังจากนั้น คำพูด “พูดง่ายกว่าทำ”จะหายไปจากพจนานุกรมของคุณ คุณจะมาพร้อมกับไอเดียและแนวคิดดีๆ และคุณจะมีอำนาจที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ คุณอาจจะเจอการท้าทาย เจอคนไม่เห็นด้วย ความเชื่อคุณอาจจะสั่นคลอน คุณอาจจะสิ้นหวัง แต่คุณต้องสู้ต่อไป คุณจะมีแรงกระตุ้นในการลงมือทำ คุณจะกลัวน้อยลงและคุณจะได้มีชีวิตที่ใฝ่ฝัน “ชีวิตของฟรีแลนซ์ดาวรุ่งมุ่งสู่ฝัน” ค่ะ