ทำการตลาดให้น้อยเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ

ความเข้าใจผิดของนักวาดภาพประกอบคือ ไม่มีการโฟกัสในการตลาดมากพอและกิจกรรมทางการตลาดมากพอ

นักวาดภาพประกอบอิสระหลายคนติดขัดในการที่จะหาลูกค้าที่ต่อเนื่องกัน เพราะมีการแตกกระจายความสนใจไปยังที่ต่างๆมากเกินไป และไม่มีสมาธิเพราะกิจกรรมทางการตลาดที่มีอยู่มากมาย และพยายามที่จะทำทุกอย่าง หรือทุกอย่างที่เป็นไปได้เมื่อพูดถึงการตลาดของบริการวาดภาพประกอบของตัวเอง

12109156_10153685735938914_4871280747139603282_n

จะสู้กับปัญหานี้ เราจะสอนคุณ ว่าทำการตลาดอย่างไรให้น้อยเพื่อที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น สิ่งที่เราจะสอนคุณนี้จะเป็นการปฏิวัติและจะเปลี่ยนวิธีในการทำการตลาดของคุณ หนังสือหลายๆเล่มสอนคุณว่าต้องทำเยอะๆถึงจะประสบความสำเร็จ นั่นมันใช้ได้กับบางธุรกิจเท่านั้น แต่ในฐานะตัวคนเดียว การทำทุกอย่างหมายถึง ความสับสนอลหม่าน รู้สึกต้องทำโน่นทำนี่เยอะแยะไปหมด และผลลัพธ์ก็ไม่ดีอีกด้วย

อย่างที่เราบอกคือนี่คือเหตุผลที่ทำไมนักวาดภาพประกอบอิสระส่วนใหญ่ถึงติดขัดที่จะดึงดูดลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะโดยส่วนมากทำกันกระจัดกระจายเกินไป และทำมากเกินไป ในฐานะนักวาดภาพประกอบอิสระ เรามีเวลามากกว่าพนักงานประจำก็จริงแต่การโฟกัสนั้นย่อมดีกว่า

เรากำลังจะสอนคุณวิธีการในการที่จะหาเครื่องมือทางการตลาดที่ถูกต้องและกิจกรรมทางการตลาดที่ถูกต้อง

กลยุทธที่หลากหลาย

กลยุทธที่หลากหลายนั้นอยู่ระหว่างการทำมากเกินไปกับน้อยเกิน จุดหลักๆคือพยายามที่จะทำให้ความพยายามของคุณนั้นหลากหลาย แต่ไม่มากเกิน โดยทำอย่างสม่ำเสมอและโฟกัส อีกนัยหนึ่งคือ คุณต้องใช้เครื่องมือทางการตลาดมากกว่าหนึ่งแต่ต้องไม่มากเกินไป

ทำไมต้องเป็นกลยุทธที่หลากหลาย

ข้อแรก

การทำกลยุทธให้หลากหลายนั้นช่วยให้หยุดการชะงักของธุรกิจถ้าหากตลาดนั้นๆอยู่ช่วงขาลงหรือตลาดวายแล้ว

มีนักวาดภาพประกอบมากมายไม่ทำกลยุทธและกิจกรรมทางการตลาดให้หลากหลาย โดยนักวาดเหล่านั้นโฟกัสที่ช่องทางเดียวเท่านั้น ก็คือใส่ไข่ทุกใบลงในตระกร้าใบเดียว

และโดยส่วนมาก 99% ของนักวาดจะพึ่งการบอกต่อเพียงอย่างเดียว และไม่ทำอะไรอย่างอื่นเพิ่มเลย สิ่งที่นักวาดเหล่านี้ทำพลาดก็คือ ไม่ทำให้กลยุทธหลากหลายมากพอเหมือนกับการที่ไม่กระจายความเสี่ยงในพอร์ทการลงทุน

จะทำยังไงถ้าหากแหล่งลูกค้าที่เขามีอยู่นี้ค่อยๆลดและหมดไปถ้าเอาแต่โฟกัสที่การบอกต่ออย่างเดียว หายนะแน่นอนค่ะ เหมือนกับการที่คุณเอาเงินทั้งหมดลงทุนในหุ้นตัวเดียวแล้วบริษัทเจ๊ง

ดังนั้นคุณจึงต้องทำการตลาดให้หลากหลาย อย่าโฟกัสที่การตลาดแบบใดแบบหนึ่ง กลยุทธที่หลากหลายจะช่วยให้คุณไม่หมดลูกค้าไปก่อนง่ายๆ และถ้ามีช่องทางไหนที่ลูกค้าน้อยลงก็ไม่เป็นไร และคุณต้องยอมรับว่ามีช่วงเวลาบางช่วงเหมือนกันที่งานวาดคุณไปไม่สวยนักถ้าคุณไม่ทำกิจกรรมทางการตลาดให้หลากหลาย และคุณจะทำยังไงเมื่อเวลานั้นมาถึง?และมันมาแน่ค่ะ รับรองได้เลย

เหมือนกับการกระจายความเสี่ยงในหุ้น การกระจายความเสี่ยงในพอร์ทโฟลิโอทางการตลาดก็ไม่ต่างกัน และมันก็ปลอดภัยกว่าและเป็นเส้นทางที่ฉลาดกว่าในการที่จะประสบความสำเร็จระยะยาว ความหลากหลายจะสร้างช่องทางให้กับคุณ ความหลากหลายจะทำให้คุณมีช่องทางอื่นในการหาลูกค้าเมื่อถึงเวลาที่งานวาดเริ่มลดลง ความหลากหลายจะช่วยป้องกันหายนะต่างๆที่จะเกิดขึ้นถ้ากิจกรรมทางการตลาดชะลอตัวหรือตลาดวายแล้ว

ข้อที่สอง

การกระจายกลยุทธนั้นโฟกัสไปที่สิ่งที่สามารถควบคุมได้,ทำได้จริงและประหยัดเวลา กำจัดสิ่งไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด

เมื่อคุณเป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ คุณมีเพียงตัวคนเดียวเท่านั้น คุณไม่มีพนักงาน ไม่มีคนช่วย แต่ถ้าคุณมีพนักงาน นั่นดีเลยค่ะ (จริงเหรอ) แต่โดยมากพนักงานพวกนี้จะทำงานพาร์ทไทม์หรือไม่ก็โฟกัสเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่ marketing ส่วนมากทุกอย่างจะตกเป็นภาระของคุณมากกว่า คุณเป็นทั้งเจ้านาย,นักบัญชี,ฝ่ายบุคคล.ฝ่ายการเงิน,ฝ่ายขาย,ผู้ช่วยและภารโรงในคนๆเดียวกันและแน่นอนว่าเป็นคนเดียวกับที่ทำงานให้ลูกค้า

การกระจายกลยุทธ ตามมาด้วยการตลาดหลายทาง แต่ไม่ใช่หลายทางมากจนเกินไป อย่าทำให้รู้สึกวุ่นวายโดยทำกิจกรรมที่ไม่ได้อะไรเลย หรือไม่ก็นิ่งเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีและเริ่มต้นตรงไหนดี คุณต้องเริ่มจากกิจกรรมบางอย่างแล้วค่อยทำให้เป็นระดับอาจารย์ไปเลย

เหมือนกับการออกกำลังในฟิตเนสแหละค่ะ ในฟิตเนสอุปกรณ์หลายอย่าง อยู่ที่คุณจะเลือกออกกำลังกายด้วยอะไรแต่ถ้าคุณโฟกัสกลุ่มหลักๆของการออกกำลังกายทั่วๆไปคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเดินไปเดินมาและลองทุกอย่างอยู่แล้ว

ถ้าคุณเคยจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว พวกเทรนเนอร์จะบอกเลยว่าต้องออกกำลังกายยังไงบ้าง กี่เซ็ทและมีความหลากหลายทำให้คุณไม่เบื่อไปก่อน แต่ว่าที่เทรนเนอร์ให้ทำก็จำกัดจำนวนเครื่องมือที่ใช้เช่นกัน การออกกำลังกายถึงได้ผล

ข้อที่สาม

การกระจายกลยุทธทำให้คุณแน่ใจว่าคุณได้ลูกค้าจากหลายทาง,หลายวิธีการ

คน รวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายหรือผู้มุ่งหวัง เรียนรู้ที่จะรับข้อมูลในวิธีการแตกต่างกัน ลองคิดสักนิด คุณเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ยังไง คุณอ่านมันแล้วเข้าใจทันทีหรือเปล่า หรือทำมันแล้วอ่านมันอีกครั้ง หรือทำอย่างเดียว หรือเรียนรู้จากการฟัง

ถ้าคุณล้มเหลวในการกระจายกลยุทธของคุณ และกิจกรรมทางการตลาดของคุณ ดังนั้นคุณจึงมีช่องทางแค่ช่องทางเดียวที่ทำให้ลูกค้ารู้ข้อมูลของคุณ ที่คุณอยากให้รู้ ก็คือคุณบังคับให้เขาต้องเรียนรู้อย่างที่คุณอยากให้เป็นแต่มันไม่ใช่วิธีการที่เขาอยากทำ ลูกค้าก็จะไม่มา และก็จะไม่จ้างคุณ

อย่างเช่น ถ้าคุณมีโบรชัวร์เล็กๆ พับสามทบ ที่มี bullet สัก 4-5 อันเกี่ยวกับข้อมูลประวัติส่วนตัวของคุณและนี่คือข้อมูลที่คุณอยากให้ลูกค้ารู้ และนี่คือเครื่องมือทางการตลาดที่คุณให้ลูกค้า เหมือนกับพูดว่า “เอาไปสิ ไม่เอาไป ก็เอาไปทิ้งซะ ไม่ว่าคุณจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจข้อมูลในนี้ ผมก็ไม่มีข้อมูลอื่นจะให้คุณอยู่ดี” เห็นปัญหาหรือยังคะ?

เครื่องมือทางการตลาดที่แตกต่างกันตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันในทางที่แตกต่างกันไปด้วย คุณต้องพูดกับลูกค้าในทางที่ลูกค้าเข้าใจ เรียนรู้ และรับข้อมูลได้อย่างดีที่สุด