มาคุยกับครูหนูแห่งสถาบัน kids design กันค่ะ

12404329_1028101617212509_1289126039_n

10329301_1021658621190142_7466531368453786297_n 12299192_1012504975438840_2660906038170787304_n

img_1954 img_1955

ผลงานครูหนู วาดด้วยสีผสมอาหารทั้งหมด
ลิงค์สถาบัน

มาคุยกับครูหนูแห่งสถาบัน kids design กันค่ะ ทุกวันนี้เทคโนโลยีไปไว
มีสิ่งใหม่ๆเกิดและดับอยู่ตลอดเวลา หลายช่องทางที่ทำให้คนๆนึงกลายเป็นไอดอลได้ชั่วข้ามคืน
และอาจทำให้เราตกเป็นผู้เสียหายได้ภายในพริบตา
(สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มในหัวข้อ ” ดังอย่างไรถึงจะปลอดภัย ”
ในครั้งหน้า) เราจะมาคุยกับครูหนู ที่เชี่ยวชาญเรื่องนักเรียนเตรียมสอบ

ซึ้งเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ กำลังอยากที่จะมีชื่อเสียง อยากดังขึ้นมาได้ ครูหนูพูดกับทาง illustcourse ดังนี้

1.ครูหนูคะเริ่มแรกถ้าน้องอยากดังจะทำอย่างไรคะ

ถามตัวเองก่อน ว่าอยากดังไปเพื่ออะไร อยากมีชื่อเสียงเพราะ? ใจเรียกร้อง ? อยากรวย?
อยากดังด้วยอยากรวยด้วย? ไม่ว่าจะเหตุผลใด ควรถามเพื่อยืนยันจุดยืนของเราก่อน

ต่อไปก็ ค้นหาตัวตนและความสามารถ ว่าเรามีดีอย่างไรค่ะ ความชอบ :
เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร สิ่งที่เราชอบทำได้ดีไหม? สิ่งที่ชอบอาจทำได้ไม่ดี สิ่งที่ไม่ชอบอาจถนัดกว่า?

ถ้าเป็นครูหนู ครูแนะนำให้เลือกสิ่งที่ชอบก่อน เพราะเราต้องอยู่กับสิ่งนั้นอีกนาน
อยู่กับสิ่งที่ชอบๆๆ ไปที่ชอบๆ (เอ้ย!) มันคงจะดีกว่า^^
และดึงมันออกมาเป็นจุดขาย เช่น ชอบวาดรูปมาก ก็ไปฝึกวาดรูป วาดไม่ดี ก็ไปฝึกให้ดี ใช้เวลากับมัน

การที่จะต่อยอดรูปของเราให้คนอื่นเห็นมีทางไหนบ้างคะ? งานประกวด วาดรูปขาย
ทำของแฮนด์เมดจากผลงานศิลปะ ทำเพจโชว์ผลงานของตัวเอง อัพเดทผลงานใหม่ๆให้เพื่อนเห็นอยู่เสมอ

2.ถ้าน้องยังไม่ดังหละครูหนูงานจะขายได้เหรอคะ

ถ้างานคุณเจ๋งจริงก็ขายได้ หรือถ้าคุณพยายามจริงๆจังๆ มันก็ขายได้
ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างผลงาน และราคาขาย ถ้าอยากดังก็ทำเพจของตัวเองก่อน

น้อยสุดก็ดังในหมู่เพื่อน ดังในหมู่โรงเรียน ดังในหมู่วัยรุ่นอะไรก็ว่ากันไป ยังไม่ต้องถึงขั้น
ดังไปถึงศิลปิน พยายามเอาตัวเองไปอยู่ในที่คนอื่นจะรู้จักได้ง่าย

เช่นฝึกฝนฝีมือ อัพเดทผลงานอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้ตัวเอง
เอาตัวเองไปอยู่ในเส้นทาง ช่วยอาจาร์ยที่โรงเรียน มหาลัย ไปช่วยงานศิลปะ
เป็นอาสาหอศิลป์ คุยกับศิลปิน คุยกับคนที่เก่งกว่า

3.ทำยังไงก็ไม่ดังสักที จะทำยังไงต่อคะ

งั้นให้กลับไปดูงานตัวเองก่อน ว่า งานตอบโจกย์คนดูสากลไหม คนที่ดัง
ใช่ว่างานเค้าสวยที่สุด แต่งานเค้าได้รับความนิยมสูงสุด ของช่วงเวลานั้นๆ
เรียกง่ายๆว่ากระแส สมัย ยุค (แต่อย่าลืม ศิลปะ มันก็มีความงามสากล อยู่นะ )

4.แล้วถ้าฝีมือดีแล้วแต่ยังไม่ดังล่ะ

โปรโมทผิดจุด กลับไปพิจารณางานตัวเองอีกครั้ง งานสวยแต่ไม่มีสเน่ห์รึเปล่า? สวยจริง แต่ไม่น่าติดตาม

5.ไม่มีสเน่ห์ในความหมายครูหนูคือ?

สวยแต่ไม่ได้ทำให้คนคิดต่อ ไม่อยากเก็บกลับบ้าน เช่นภาพสวยมาก
แต่ไม่มีการตอบสนองกับคนดู ไม่รู้เราจะเก็บภาพนี้ไปเพื่ออะไร หรือถ้าแชร์ให้คนอื่นดู ก็จะโอ้ววว สวยมาก แล้วมันก็ผ่านไป

6.แล้วงานสวยคืออะไร?

ความสวยเป็นสากลโลก เป็นเรื่องของยุคสมัย กระแส และอีกหลายๆอย่าง
วัดกันได้ยาก เราลองแบ่งแบบนี้ดีกว่า สวยด้วยองค์ประกอบ ความลงตัว น้ำหนัก เส้น การบอกเล่าเรื่องราว

สวยด้วยเทคนิก หรือสวยเฉพาะกลุ่มคนที่เกี่ยวกับภาพนั้นๆ เช่น
ภาพของเด็ก3ขวบที่วาดให้แม่ของเขา ก่อนจากไป ก็ต้องเป็นภาพที่สวยที่สุดในสายตาแม่ของเขาอยู่แล้ว

7.ถ้าดังคือขายได้ชัวร์ เหรอคะ?

ขายได้ค่ะ

8.ทำไมคะ?

อยู่ที่เราจะขายใครและเราขายอะไร เช่น ถ้าเราอยากขายวัยรุ่น แต่งานเรานี่ไม่วัยรุ่นเลย
หรือราคาแพงเกินกว่าวัยรุ่นจะซื้อได้ มันก็ขายยาก แต่ถ้าเราปรับเปลี่ยนสินค้า
และราคาให้สอดคล้องกับกลุ่มที่เราอยากขาย ก็ขายได้แน่นอนค่ะ เผลอๆจะขายดีจนผลิตไม่ทันด้วยซ้ำ^^

9.อยากให้ครูหนูไกด์คนทำงานภาพประกอบ

คือคุณต้องคิดว่าจะเอาไปต่อยอดอะไร แยกระหว่างสิ่งที่อยากทำ กับสิ่งที่เราทำเพื่อจะได้เงิน

10.ทำไมครูหนูแนะนำให้แยก

การที่เราทำงานได้น้อยสไตล์ เราก็จะมีข้อจำกัดการทำงานสูง เหมือนน้องเลือกกิน
ไม่กินโน่น ไม่กินนี่ ไม่กินนั่น !! น้องก็จะมีตัวเลือกของอาหารน้อย การงานก็เช่นกัน ถ้าหาเงินมันต้องตอบโจทย์ลูกค้า

ถ้าจะตอบโจทย์ตัวเองก็วาดไว้ดูเอง แล้วถ้ามีใครชอบผลงานเรา มันก็เป็นผลพลอยได้ ถ้าผลงานเราอยู่ในสไตล์ที่ยุคนั้นคนชอบ ก็โชคดีไป

แต่ถ้าไม่ แต่น้องก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่น้องเลือก ไม่งั้นลองเอาสิ่งที่เราอยากทำกับสิ่งที่ทำเพื่อได้เงินมารวมกัน แบ่งครึ่งๆ
บาลานซ์มันให้ดี มองงานใหม่ๆที่เราต้องทำเป็นความท้าทาย แต่ก็ไม่ลืมตัวตนที่เราชอบ เอาสองอย่างมาประยุกต์กัน ให้เกิดผลงานใหม่ค่ะ^^

11.สมมติเป็นนิยายประกอบภาพ เช่นการ์ตูน ทำไมพยายามแล้ว ฝึกฝนแล้ว ยังไม่ดัง?

น้องคิดว่ามันสนุก แต่มันไม่ดัง งั้นแสดงว่ามันไม่สนุก เพราะถ้าสนุก หรืออ่านแล้วโดนใจคนหมู่มาก
คนจะบอกต่อๆกัน ทางแก้คือน้องต้องย้อนกลับมาดูที่ภาพวาด บทและแนวคิด ภาพ และ การ์ตูน ล้วนเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่ง

พื้นฐานของมันคือเพื่อสื่อสาร ก็ต้องทำให้ตรงตามจุดประสงค์ เรื่องดีมาก แต่สื่อสารไม่ดี
คนอ่านอ่านได้ยาก เข้าใจได้ยาก หรือภาพดีมาก แต่บทสื่อสารไม่ดี คนอ่านก็ไม่เข้าใจ
ลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเยอะๆ แล้วค่อยๆนำมาปรับปรุงกับงานของตนจ้า

12.สมมติเป็นแกลเลอรี่

ในกรณีนี้ งานศิลปะบังคับให้คนซื้อไม่ได้ ถ้าเราชอบก็มีคนอื่นชอบ แต่คนอื่นที่ชอบนั้นมากน้อยแค่ไหนเราต้องยอมรับ
เพราะเราไม่ได้ทำงานสากล อย่าลืมเราขายตัวตนค่ะ (หมายถึงน้องที่อยากเป็นศิลปิน น่ะนะ)

13.กรณีอย่าง audrey kawasaki ละ จะเกิดขึ้นในไทยได้ไหม

audrey-kawasaki-09

(คนที่ขายภาพปริ้นออนไลน์ กันเป็นหมื่นๆฉบับ) มีแล้วเช่นงานของ animatoey พี่เต้ย

7f

ของแบบนี้แต่ละคนมีกลยุทธและสไตล์เฉพาะตัว
ในเมืองไทยยังน้อยมากที่จะขายต้นฉบับหรือปรินท์ เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่สนใจศิลปะมากขนาดนั้น

แต่ก็สามารถทำได้ โดยพยายามเอาภาพเราไปยังจุดส่งออก เรียกได้ว่าส่งออกตัวเองไปยังนานาชาติ
เพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่กว้างกว่า จะได้โอกาส และการยอมรับที่หลากหลาย แต่อย่าลืมนะคะ
ภาพที่คนอยากซื้อ หรือคนส่วนมากอยากซื้อ มันต้องมีความหมายต่อคนซื้อ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ^^

(audrey kawasaki คือศิลปินที่มีชีวิตโดยการเขียนภาพอย่างเดียวและขายงานปรินท์)

สรุปนะคะ

พี่เขียนเอนทรี่เกี่ยวกับความดังมาหลายๆ entry พบว่าจริงๆแล้วนี่
มีหลายปัจจัยเหมือนกันหลังจากที่คุยกับครูหนู นอกจากนี้ยังสอบถามไปยังครูเจ๋ง แห่ง สถาบันพระจอมเกล้าลาดกระบัง
ครูเจ๋งบอกว่า การดังขึ้นอยู่กับดวง และจังหวะเวลาสไตล์การทำงานของคนๆนั้น
ถ้ามันโดนใจตลาดมันก็ดังขึ้นมาได้ นอกจากนี้ยังอยู่ที่การวางแผนอีกด้วย บางคนก็ดังแบบไม่ต้องวางแผน จังหวะล้วนๆ

ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจริงๆค่ะ สิ่งที่ครูหนูพูด
พี่มุ่ยคิดว่าส่วนที่น่าสนใจคือส่วนที่บอกว่าเราควรแยกสิ่งที่ทำเงินกับสิ่งที่เราอยากทำออกจากกัน
เพราะว่าจากประสบการณ์ของพี่ ลูกค้าต้องการงานที่ขายได้ และตอบโจทย์ลูกค้า
ลูกค้าไม่ได้สนความพึงพอใจของเรา ตัวเราต้องสนความพึงพอใจของลูกค้าค่ะ
นักวาดภาพประกอบถ้าอยากเป็นตัวเองก็ต้องสมดุลย์ระหว่างตลาดกับตัวเองให้เป็นค่ะ ขอบคุณครูหนูที่มาคุยกันวันนี้นะคะ