กว่าจะเป็นนักวาดภาพประกอบมืออาชีพ และครูสอนที่มีตารางสอนแน่นมากในที่สุด
10628570_10152945585855793_4506494704385545031_n

เราเป็นคนกรุงเทพฯมาแต่กำเนิดค่ะ แต่พื้นเพเป็นคนจีน เนื่องจากบรรพบุรุษของเราอพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่เราเป็นรุ่นที่พูดไทยได้อย่างเดียวแล้วคล้ายๆหลายๆคน

ตอนเกิดมาเด็กๆช่วงแรกๆอาศัยอยู่ในห้องแถวที่มีถนนเป็นซอยๆ มีน้ำครำประปรายตามถนน อยู่ใกล้ตลาดสดและโรงน้ำแข็ง คุ้นเคยกับร้านขายไข่เป็นอย่างดีเพราะชอบไปซื้อตุ๊กตากระดาษและของเล่นแปลกๆที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นลูกโป่งวิทยาศาสตร์,ขนมไข่จิ้งจก

กลิ่นคาวปลาคละคลุ้งเป็นกลิ่นที่ชินจมูกเหลือเกิน ภาพแม่ค้าเอามีดขอดเกล็ดปลา แล้วปลาดิ้นกระแด่วๆเป็นภาพที่ชินตาอีกด้วย

แต่ก็ชอบไปตลาดเพราะรู้ว่า มีขนมอร่อยๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเค้ก และ ซาหริ่ม ทับทิมกรอบ และรู้ว่าเดี๋ยวย่าต้องซื้อให้แน่นอน

อีกทั้งตลาดมีเกมด้วย ย่าให้เข้าไปเล่นเกมมาริโอ 15 นาที ก็ออกมา พร้อมกับความประทับใจวีดีโอเกม ว่าทำไมมันสนุกยังงี้วะ!

แต่ด้วยความที่เราเกิดมา เป็นคนชนชั้นกลาง ล่าง จึงไม่ได้มีเงินมาซื้อเกมแบบเพื่อนๆ ส่วนโรงเรียน ก็เรียนตามโรงเรียนปกติ

ต่อมาเราย้ายบ้าน แถวบ้านใหม่นั้นเป็นพื้นที่ดินเปล่าเสียส่วนมาก นั่นก็คือมาอยู่แถวอ่อนนุชด้านในๆเกือบถึงลาดกระบัง แถวบ้านเดินไปหน่อย เป็นพื้นที่ๆเขาจะเอาไว้ทำหมู่บ้านโครงการสอง มีสวนรกๆ มีต้นตะขบ ต้นกะทกรก เราก็ไปเด็ดมากิน (ตอนเด็กๆใจกล้าค่ะ อะไรกินได้ไม่ได้ไม่รู้แต่ขอลอง)

เราเติบโตมากับสภาพชานเมือง ส่วนมากก็เล่นจับลูกอ็อด จับแมลงเต่าทองไปเรื่อย แต่ตอนนี้ที่ว่างเหล่านั้นไม่มีอีกแล้วค่ะ เพราะทำเป็นหมู่บ้านไปหมดแล้ว

หลังบ้าน เป็นที่ปลูกต้นกล้วย เอาไว้ซักผ้า เราชอบทดลองเอาหัวหอมกับเมล็ดพืชไปปลูกดู ชอบมากตอนเห็นต้นมันขึ้น สุดท้ายพ่อต่อเติมบ้านหมด ส่วนนี้ก็หายไปแล้วค่ะ

จุดที่ทำให้วาดรูปคือ ตอนเด็กๆพ่อชอบพาไปร้านหนังสือ ไปปล่อยไว้ เราก็ชอบซื้อหนังสือการ์ตูนมาอ่าน ซื้อทีวีแม็กกาซีน ฮ็อบบี้โมเดล พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ถึงแม้บ้านเราฐานะไม่ได้ดีมากณ.ขณะนั้น แต่พ่อก็ไม่เคยบ่นเรื่องการซื้อหนังสือการ์ตูนของเราเลย เราก็เลยอ่านจนหมด ที่ชอบสุดคือ รันม่า 1/2 ค่ะ

พอพ่อไม่ได้ห้ามอะไร เราก็เลยอ่านการ์ตูนและวาดการ์ตูนมาเรื่อยๆ แต่จุดเริ่มจริงๆน่าจะมาจากการอ่านการ์ตูนพี่ชาย สำหรับการฝึก ก็เริ่มจากลอกการ์ตูนที่ชอบคล้ายๆคนอื่นๆค่ะ

เราคิดว่า มีคนฝึกโดยไม่ได้เริ่มจากการลอกหรือเปล่านะ คงจะยากมาก ถ้าใครอ่านเรื่อง Bakuman น่าจะรู้ แต่ก่อนจะฝึกด้วยการลอก เราก็มีลายเส้นของตัวเองอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องพฤติกรรม เราเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน แต่ไม่ได้ตั้งใจอ่านหนังสือสอบมากนัก อ่านเอาวันท้ายๆ แต่ความจำดี เลยได้คะแนนค่อนข้างโอเคมาตลอด ส่วนมากโรงเรียนที่เราอยู่จะค่อนข้างภูธร

ที่สุดในชีวิตคือไปสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการแล้วไปติดที่สาขาสุวินทวงศ์ กลายเป็นนักเรียนลูกทุ่งรุ่นแรก แบกปูนโบกตึก(ไม่ถึงขนาดนั้นนะ) แต่ชีวิตนี้คือเราคิดว่ายังไงก็ขอเรียนโรงเรียนที่ได้ติดพระเกี้ยวที่หน้าอกเถอะ!

โรงเรียนก็ชอบส่งเราไปประกวดเหลือเกิน ประกวดในโรงเรียนชนะนะ แต่แพ้นอกโรงเรียนทุกทีค่ะ ทั้งที่ศิลปะเรียนจากโรงเรียนไหนเราก็ได้ 4 ตลอด แต่ก็แพ้นักเรียนเก่งๆโรงเรียนอื่นๆ

แต่เราส่งผลงานไปลง Tvmag,Hobbymodel เป็นประจำ บางทีได้หนังสือฟรี ได้โมเดลฟรี ก็ใจชื้นนะ มันทำให้เรามีกำลังใจในการวาดต่อ รู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้รางวัลนะ ฟรีด้วยไม่ต้องซื้อ เช่น บางทีได้ชมเชยก็ได้หนังสือฉบับนั้นไปเลย

ต่อมา การที่เราได้ลง Tvmag บ่อยๆทำให้เรารู้จักปอ KK ที่ทำงานอยู่ในนั้น ถ้าใครอายุช่วงใกล้ๆเราหรือน้อยกว่าเราไม่มาก(ตอนนี้32 ค่ะ) จะรู้ว่าโดยมากแล้วภาพใน Tvmag ยุคนั้นก็จะเป็นภาพที่ลอกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องต่างๆเสียส่วนใหญ่

ยังไม่ค่อยมีใครคิดภาพเอง(มีเหมือนกันแต่น้อย) ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ส่วนมากจะมีความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองกันแล้ว

พอมาเจอกับปอ เราได้ร่วมกันทำวารสารกลุ่ม KK กัน เรารับหน้าที่เป็น บ.ก.(ตอนนั้นอายุ 15 ค่ะ) โดยมีรูปวาดลง มีบทความบ้าง ทำให้เราได้ฝึกทักษะการเขียนบทความ และไม่รู้ตัวว่ามีความสามารถในด้านนี้จนในตอนหลังๆช่วงก่อนจะไปสิงคโปร์ได้ไปเขียนบทความให้ Let’s ในช่วงเวลาสั้นๆ และได้ออกพ็อคเก็ตบุค ลาเจ้านายไปตามฝัน ในปี 2011 ค่ะ

ย้อนกลับมาที่ช่วงทำวารสารกลุ่ม พวกเราก็จะไปรวมตัวกันที่ Pampam Worldtrade center หรือ Central world ณ.ปัจจุบัน ส่วน Pampam เป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดค่ะ เป็นที่รวมนักวาดเก่งๆไปคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เราก็รู้จักนักวาดเก่งๆของไทยก็ตอนนี้แหละ บางท่านก็ทำงานอื่นๆไปแล้ว บางท่านก็เป็นนักวาดระดับเก่งมากไปแล้วค่ะ

ช่วงต่อมาคือช่วงที่เราเข้ามหาวิทยาลัย เราติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬา ภาควิชา ภูมิสถาปัตย์ ที่เลือกไว้ในอันดับที่ 1 ได้ ดูเหมือนจะดีใ่ช่ไหมคะ?แต่การเอนท์ติดแล้ว เราไม่ได้มีเป้าหมายอย่างอื่นในชีวิตเลย

จริงๆเราเลือกคณะตามพี่ปุ้ม วิสสุตา ที่เคยเขียนการ์ตูนลง Ckids เราชอบผลงานพี่เขามาก เพราะงานพี่เขาจะโทนๆกันดั้มวิง(ตอนนั้นชอบค่ะ) พี่เขาอยู่กลุ่ม Kaze (ที่เป็นกลุ่มการ์ตูนกลุ่มใหญ่ในตอนนั้น)

เราเลือกแลนด์เพราะคิดว่ายังไงมีเกี่ยวกับต้นไม้ ก็คงจะใช่ เพราะเราชอบต้นไม้ แต่ปรากฏว่าระหว่างเรียน เรารู้สึกไม่ใช่ แต่ติดจุฬาแล้วยังไงเราไม่ซิ่วแน่ๆ เราอยากให้พ่อแม่ภูมิใจค่ะ

การเรียนในโรงเรียนมัธยมต่างจากมหาวิทยาลัยอย่างมาก ราวหน้ามือกับหลังตีนเลยทีเดียว การเรียนมัธยมครูได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว เหมือนเด็กที่ลอยบนห่วงยางแล้วมีครูคอยจับ แต่มหาวิทยาลัยเหมือนถูกครูถีบตกทะเลมากกว่า

เนื่องจากในบางครั้งก็มีแต่โจทย์มาเลยแล้วให้เราทำงาน การปฏิบัติมีความสำคัญเป็นส่วนหลัก บางทีอาจารย์ก็อธิบายให้นิดหน่อยแล้วให้ทำงานเลย
เราซึ่งไม่ได้ขยันมากจึงเรียนพอที่จะจบได้ในเวลาปกติคือ 5 ปี แบบเกรดไม่สวยนัก เนื่องจากเอาเวลาไปฝึกวาดการ์ตูนหมด(อย่าทำตามนะ)

ตอนเอนท์ติดคิดเล่นๆว่าถ้าเรียนคณะนี้อาจจะทำให้วาดฉากเก่งก็ได้(โคตรไม่จริง)
การเรียนในมหาวิทยาลัยจึงเป็นยุคกึ่งมืดของเราทีเดียว เนื่องจากเกรดก็แย่ ถ้าใครอยากอ่านเพื่อเป็นแรงบันดาลใจตรงส่วนนี้ ไปที่ http://wp.me/p12bQn-1ne

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสังคมที่ส่วนมาก(เราคิดไปเอง)เพื่อนๆต่างมีฐานะดีมาก ทำให้เรายิ่งรู้สึกแปลกแยกไปอีก ฝรั่งมีศัพท์เรียกว่า Wallflower คือเด็กที่เพื่อนๆไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ยิ่งเป็นแบบนี้ เรายิ่งเอนไปทางการวาดภาพ

เราไม่ชินกับสังคมภายในคณะ และมนุษยสัมพันธ์ไม่ได้ดีมากขนาดนั้น เพื่อนกิจกรรมเก่งๆ เรียนดี หน้าตาดี จะอยู่กลุ่มๆเดียวกัน เราเองก็อยากจะเข้ากับเพื่อนๆได้ทุกกลุ่ม แต่บางที lifestyle ไม่ตรงกันเราเลยอยู่ในที่ของตัวเอง มีเพื่อนบ้าง ไม่มากนัก

การเป็นแบบนี้ทำให้เราต้องหาจุดเด่นอย่างอื่น นั่นคือการวาดการ์ตูน แน่นอนว่าเพื่อนๆรู้ว่า เราวาดการ์ตูนเก่ง แต่ติดเกม เรียนไม่ค่อยเอาอ่าว พอเอางานไปให้พี่ๆในคณะดูก็ชมกันเรื่องการวาดรูป พี่ปุ้ม วิสสุตาที่ทำให้เราเลือกคณะนี้ก็ชมว่าเราลายเส้นอินเตอร์

ตอนนั้นก็เลยรู้สึกดีมาก และคิดว่าจบไปไม่ทำงานสถาปัตย์แน่นอน ก็เลยตั้งใจฝึกวาดรูปสุดด้วยกระดาษที่ถูกที่สุดที่ใช้วาดรูปได้และหาง่ายก็คือกระดาษพิมพ์ดีด

แรกๆก็จิ๊กพ่อใช้ หลังๆเกรงใจก็ซื้อเองทีละรีมๆเลย ใช้ฝึกลายเส้น ฝึกวาดจากนักวาดที่ชอบๆ วาดเองบ้าง ด้วยความที่ไม่ได้เรียนวาดรูปโดยตรงมันเลยค่อนข้างมวยวัด

พอลอกๆไปก็คิดไปด้วย เนื่องจากในคณะมีวิชาสอน นั่นก็คือ design fundamental (ภูมิใจมากได้ A) พอวาดแล้ว หรือลอกจากอาจารย์ที่ชอบ

ก็เอามาดูว่าทำไมภาพเขาถึงสวย เขาจัดองค์ประกอบ เขาลงสี เลือกโทนสี โครงสีอะไรยังไง วางสเปซอย่างไร?แล้วเราก็ไปหัดลงสีโดยใช้เมาส์ในห้องคอม
คณะวิทยาศาสตร์ โดยแสกนรูปจากคอมพ่อไป

ต่อมาหลังจากนั้นเราหาเว็บบอร์ดในการโพสต์ผลงานซึ่งเว็บบอร์ดที่เราโพสต์ประจำในช่วงแรกๆของการวาดรูปและทำ cg ก็คือ pocketonline ของคุณ Prite hellbeat ที่นี่มีคนเก่งๆเยอะมาก

คนที่เก่งและเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้ก็มี Vic,Asuka111,Hoyhoykung และอื่นๆอีกมากมายค่ะ

นอกจากบอร์ด Pocket ก็มี All-final ที่เราไปโพสต์บ่อยๆ ซึ่งยุคหลังจากบอร์ดสองบอร์ดนี้น่าจะเป็นบอร์ด item แต่เราไม่ค่อยได้เข้าไปโพสต์ค่ะ ส่วนมากโพสต์ Deviantart มากกว่า

ซึ่งการโพสต์งานที่ Deviantart นั้น ทำให้เราได้งานที่สิงคโปร์เป็น Digital artist ที่ imaginary friends studio ในปี 2007 ในที่สุดค่ะ

และเราได้กลับไทยในปี 2008 เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพและอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นเราก็ทำผลงานออกมาหลายๆชิ้นได้ลง magazine ต่างประเทศ และเปิด illustcourse สอนวาดภาพประกอบมา 5 ปีเต็มๆ โดยตารางแน่นตลอดค่ะไม่ว่ากลุ่มหรือเดี่ยว แต่ที่เห็นบางทีโล่งเพราะป่วย

ดังนั้นขอสรุปเลยว่า การเรียนเป็นแค่ส่วนนึงของชีวิตเท่านั้น แต่น้องก็ไม่ควรทิ้งการเรียน และทุกวันนี้พี่ก็เสียใจนิดๆที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนในมหาวิทยาลัย แต่ถ้าพี่ตั้งใจเรียน พี่อาจจะกลายเป็นสถาปนิกไปแล้วก็ได้ พี่อาจจะไม่ได้มาอยู่จุดนี้
เพราะฉะนั้นภูมิใจในสิ่งที่น้องเลือกนะคะ

อย่าให้การเรียนไม่ดี เรียนแย่ มามีผลต่ออนาคตของน้องค่ะ เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ