9 ขั้นตอนสู่การจัดองค์ประกอบภาพที่ดีขึ้น

การจัดองค์ประกอบภาพที่ดีไม่ได้อุบัติขึ้นมาโดยบังเอิญ ต้องใช้การวางแผน ความอดทน และความรู้ของเอเลเมนต์ (element) ทั้งหมดในภาพในการกำหนดการจัดวางภาพ ข่าวดีคือไม่ว่าเราจะวาดเก่งหรือไม่ เราก็สามารถทำให้ภาพของเราดูดีขึ้นได้ด้วยการจัดองค์ประกอบภาพให้ดีก่อนที่จะเริ่มลงมือวาดจริง

1. เลือกใส่อะไรดีๆ

เห็นได้ชัดว่าภาพที่มีองค์ประกอบที่ดีจะขึ้นอยู่กับว่าเราวาดหรือระบายอะไรลงไป เพราะฉะนั้นใส่อะไรที่น่าสนใจและพยายามให้มีแสงสาดมาจากทิศทางเดียวเพื่อให้มีแสงและเงาที่ชัดเจน การเล่นสี เทกซ์เจอร์ มุม ฯลฯ จะดึงดูดความสนใจของผู้ชมภาพมากขึ้น

2. เลือกขนาดที่คุณต้องการ

ขนาดของภาพสามารถเปลี่ยนอารมณ์ที่สื่อออกมาได้ เพราะฉะนั้นการทำให้ภาพใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าจึงเป็นเรื่องสำคัญ

เช่น วาดภาพเหรียญเพนนีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 ฟุต ซึ่งใหญ่กว่าปกติจะเพิ่มความสำคัญและความหมายมากกว่าวาดขนาดปกติ ในการวาดภาพใหญ่ขึ้นจะเพิ่มความสำคัญของสิ่งของนั้น แต่ถ้าลดขนาดก็เหมือนลดความสำคัญด้วย ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าควรวาดขนาดไหน ก็ให้วาดขนาดเท่าๆกับของจริงเท่าที่จะเป็นไปได้

3. สร้างขนาดภาพของตัวเอง

ส่วนมากเวลาเราวาด เรามักซื้อกระดาษขนาดมาตรฐานมาวาด แล้วจะวาดตามแบบคนอื่นทำไม? ใช้ขนาดตามสิ่งที่ตัวเองวาดสิ ถ้าจะวาดตึกระฟ้า ก็ใช้กระดาษแผ่นยาวๆที่สัดส่วนเข้ากับตึกเราไปเลย หรือหากจะวาดภาพพาราโนมา ก็ใช้กระดาษแผ่นที่กว้างมากๆไปเลย ทริคนี้ใช้ยกระดับภาพวาดได้กับงานทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้น คิดสักนิดก่อนก่อนเลือกใช้กระดาษขนาดมาตรฐาน

4. คิดถึงเรื่องการวางองค์ประกอบ

วิธีวางพวกเชปไว้บนผิว 2 มิติ จะให้ระดับความสำคัญความหมายและสมดุลของภาพ ถ้าวางไว้ตรงกลางจะทางแนวนอน แนวตั้งหรือทั้งสองแนวก็จะดูสมดุล แต่ก็จะให้ความรู้สึกน่าเบื่อหรือเป็นแบบแผนเกินไปเหมือนกัน

ถ้าลองให้ตัวเด่นของภาพถูกตัดออกไปนิดหนึ่ง จะด้านข้าง ด้านบน รึด้านล่างของภาพ ก็ดึงดูดความสนใจของผู้ชมภาพได้ เช่นเดียวกับการวาง object นึงเต็มพื้นที่ ต้องระวังไม่ให้ object ชนกันหรือตกขอบ

 5. ควบคุมทิศทางในภาพ

ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไปในภาพเราต้องคำนึงถึงการพาสายตาผู้ชมไปสู่จุดเด่นของภาพ เหมือนๆกับความลึก เทกซ์เจอร์ และดีเทลอื่นๆ สายตาเรามักมองไปตามไลน์ภาพที่วางไว้ เพราะฉะนั้นใช้ประโยชน์จากข้อนี้ในการจับสายตาผู้ชมภาพ ปล่อยให้ไลน์ภาพพาดผ่านศูนย์กลางหรือจุดเด่นของภาพ มุมและเส้นโค้งก็เพิ่มความน่าสนใจให้ภาพได้เช่นกัน แต่ถ้ามีมากไปก็จะทำให้ตาลาย เส้นแนวนอนหรือเส้นแนวตั้งจะดูเหมือนให้ความแข็งแรง ทนทาน แล้วก็ความประทับใจแต่ก็จะดูน่าเบื่อได้

อย่าปล่อยให้เส้นมาแบ่งครึ่งงานคุณ อย่างเช่นเส้นขอบฟ้ามาแบ่งแนวนอน หรือต้นไม้มาแบ่งแนวตั้ง ผู้ชมภาพจะสนใจไปที่จุดนั้นทันทีและอาจไม่ได้สนใจสิ่งที่เราต้องการนำเสนอจากภาพมากพอ

6. ทำ Positive space และ Negative space ให้มีความสมดุล

Positive space คือ พื้นที่ที่มี object วางอยู่ ส่วน Negative Space เป็นพื้นที่ว่างหรือพื้นหลัง
โดยปกติ ขอแนะนำให้พื้นที่ทั้ง Positive space และ Negative space เท่าๆกัน เพื่อให้ภาพมีความสมดุล ถ้าภาพของเรามี Negative space น้อย ภาพของเราจะดูยุ่งเหยิงเกินไป แต่ถ้ามีเยอะก็จะทำให้ภาพดูว่างเกินไป

ในขณะเดียวกัน ภาพวาดที่ดูยุ่งเหยิงอาจจะเป็นความตั้งใจของเรา และการใช้ negative space เยอะๆมักจะทำให้เราพุ่งโฟกัสไปที่ positive space ได้ดี เราต้องเลือกว่าอยากจะให้ภาพวาดให้ความรู้สึกยังไง เพราะงั้นทำให้สเปซทั้งสองมีความสมดุลที่เหมาะกับสไตล์ภาพของเรา

7. ใส่ความแตกต่างลงไป

ภาพทัศนศิลป์ควรมีระยะแสงและเงาครบ ตั้งแต่มืดถึงสว่าง ถ้าไม่มีไฮไลท์สว่างๆกับเงามืดๆเลย ภาพจะดูเทาๆหม่นๆ และจะทำให้ความน่าสนใจของภาพลดน้อยลง เงามืดในส่วนที่เป็นเงาสว่างมากๆจะดูเด่นและดึงสายตาผู้ชมภาพ ใช้ประโยชน์ในส่วนนี้เพื่อดึงความสนใจแต่ก็ต้องระวังการที่ใส่อะไรที่ตรงข้ามกันไปโดยไม่ได้ตั้งใจเช่นกัน ต้องแน่ใจว่าเราไม่ได้เน้นมุมและขอบของภาพวาดถ้าหากจุดรวมสายตาของภาพอยู่ที่กลางๆภาพ

8. ลดความซับซ้อนขององค์ประกอบในภาพ

การที่มีเชป เส้น หรือสีมากไปจะทำให้ผู้ชมภาพรู้สึกลายตา ถ้าหากอยากให้ผู้ชมภาพสนใจส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ ให้ลดความซับซ้อนขององค์ประกอบในภาพลง ตัดสินใจเลือกว่าอยากให้จุดไหนเป็นจุดโฟกัส และถ้าหากเราเองมองภาพแล้วยังรู้สึกสะดุด ให้เปลี่ยนมันเสีย อีกทางที่จะลดความซับซ้อนในภาพของเราได้คือการขยับให้มันเข้าใกล้องค์ประกอบภาพที่ยังเป็นตัวเดี่ยวๆอยู่ อย่าใส่รายละเอียดในองค์ประกอบภาพและนำมาต่อๆกันหรือขยายจนกว่าภาพรวมทั้งหมดจะมีจุดโฟกัสที่ดึงความสนใจไปหา ซึ่งการทำเช่นนี้จะเปลี่ยนให้สมดุลทั้งเชิงลบและเชิงบวกไปมาก

9. เลือกสีดีๆ

สีที่เด่นๆจะดึงดูดความสนใจได้มากกว่า เพราะฉะนั้นลองใช้มันในการดึงดูดสายตาผู้ชมภาพดูสิ ไม่ว่าจะสีอะไรหากถูกรายล้อมไปด้วยสีอื่นย่อมดูเด่นออกมา หัวข้อนี้ก็คล้ายๆกับเรื่องความแตกต่างในภาพ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้

นอกเหนือจากนี้ควรระวังว่าสีโทนร้อนจะทำให้วัตถุนั้นๆปรากฏเห็นเด่นชัดมากกว่าในสายตาผู้ชมภาพ ลองใช้ในการระบายส่วนที่เป็นพื้นหลัง จะทำให้วัตถุในภาพเด่นขค้น ให้ความรู้สึกว่าวัตถุอยู่ใกล้ขึ้น ส่วนสีโทนเย็นจะทำให้วัตถุดูห่างออกไป เมื่อวัตถุด้านหลังในภาพของเรามีสีโทนร้อนที่มากเกินไป จะทำให้เรารู้สึกขัดใจกับการจัดวางภาพทั้งหมดและแน่นอนว่าเราไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้วาดรูปที่มีการจัดวางภาพต่างกันในทุกครั้งจนกว่าจะรู้สึกเหนื่อย ถ้าพบว่าวาดเท่าไรก็ยังนึกคอมโพซิชั่นที่ดีไม่ออก ก็ลองหันไปถ่ายรูปมาเยอะๆและศึกษาคอมโพซิชั่นจากภาพถ่ายนั้นดู เลือกเอาว่าคอมโพซิชั่นแบบไหนเหมาะกับภาพวาดของเราในแต่ละหัวข้อมากที่สุด

ไม่ว่าเราจะทำอะไรเราไม่ควรกระโดดข้ามขั้นโดยไม่ได้ทำตามลำดับ ไม่เช่นนั้นความคาดหวังอันสูงส่งของเราอาจสลายต่อหน้าต่อตา ลองใช้ทริคเหล่านี้ดูแล้วจะตกใจว่าผลงานของคุณดีกว่าที่คิดไว้มาก

 

 

อ้างอิง : http://emptyeasel.com/2006/11/24/9-steps-to-creating-better-compositions/

cr รูปเอนทรี่ : http://muddycolors.blogspot.com/2013/12/a-baroque-composition.html