copic_colorwheel_2014_classic-01

Color Letter(ตัวอักษรแสดงสี)

ตัวอักษรตัวหน้าของสีแสดงตระกูลของสีไหนที่มาร์คเกอร์นั้นอยู่ เช่น E สำหรับสีเอิร์ธโทน C คือคูลเกรย์ B คือสีฟ้า RV คือม่วงแดง เป็นต้น

Color Saturation or Intensity Number(ความอิ่มตัวของสีและความเข้มข้นของสี)

เลขตัวแรกแสดงให้เห็นถึงระดับของความอิ่มตัวของสีที่สีนั้นมี ถ้าสียิ่งมีความสดใสมาก ก็จะตกอยู่ในช่วง 0,10,20 ในตัวอย่างด้านล่าง สี B02-06 เลข 0 แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสีที่สด

cct_color_box_3 cct_color_box_4

Color Brightness Number(ตัวเลขแสดงความสว่างของสี)

ตัวเลขตัวสุดท้ายแสดงให้เห็นว่า สีนั้นสว่างเท่าไร เมื่อเปรียบเทียบลูกบาศก์สองอัน B02 ถูกเปลี่ยนเป็น B06 ,RV02 เปลี่ยนเป็น RV06 และ G02 เป็น G07 การขึ้นเลขตรงท้ายไม่กี่เบอร์ทำให้สีนั้นมีความมืดมากขึ้น

cct_color_box_1 cct_color_box_2

Grays(สีเทา)

โคปิคมาร์คเกอร์มีสีเทาทั้งหมด 46 สี ใน 4 ตระกูล สีเทาแต่ละอันนำโทนและความรู้สึกมาสู่ภาพ คูลเกรย์ให้ความรู้สึกถึงสีฟ้า วอร์มเกรย์ให้ความรู้สึกของสีน้ำตาล นิวทรอลเกรย์คือเทากลางจริงๆ โทนเนอร์เกรย์คือสีที่อยู่ระหว่างกลางและอุ่น เหมาะกับการระบายทับสีสดเพื่อทำให้สีซีดลง

cct_grays_1 cct_grays_2 cct_grays_3 cct_grays_4

Black 100 versus 110(ดำ 100 มาเจอดำ 110)

100 คือสีดำน้ำเงินเข้ม ในขณะที่ 110 เป็นสีเทากลางออกดำ ความแตกต่างนั้นตัดสินโดยเม็ดสีที่ใช้เพื่อที่จะสร้างสีทั้งสอง 110 มีความเท่ากัน กับ T11 ถ้าเลขอย่างนั้นมีในชาร์ทสี สีดำทั้งสองอาจจะดูไม่ต่างกันในทุกๆกระดาษ แต่ในบางกระดาษจะต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด

Applying the Number System to Your Work(การประยุกต์ใช้ระบบตัวเลขลงในงานของคุณ)

ก่อนที่คุณจะลงสี คิดถึงพาเลตของสีที่คุณต้องการจะไปถึง ถ้าชิ้นงานประกอบไปด้วยสีเอริ์ธโทนหรือสีซีด เช่นภาพป่าหรือภาพโบราณ เลือกสีที่มีความอิ่มตัวต่ำ สีเหล่านี้อยู่ในหมวดเลข 70,80 หรือ  90 เช่น BG93 หรือ G99  ถ้าคุณต้องการชิ้นงานของคุณประกอบไปด้วยสีสว่าง เช่น ของเล่นเด็ก หรือดอกไม้ในฤดูใบใม้ผลิ จะดีกว่าถ้าเลือกสีในช่วง 0,10,20 เช่น Y08,RV04,หรือ G 14

ไม่ใช่ทุกกลุ่มสีที่ตกอยู่ในกฏนี้ ดังนั้นเป็นการดีที่คุณจะทดสอบสีของคุณก่อน อย่างเช่น ตระกูล R00 นั้นเป็นแดงออกส้ม ในขณะที่แดงที่แท้จริงจะพบใน R20 ขึ้นไป Y20 กลายเป็นสีน้ำตาล และ Y30 กลายเป็นสีส้ม เพราะว่าโทนสีอื่นถูกใส่เข้าไปในโทนสีเหลืองอย่างรวดเร็วจนทำให้มันเป็นสีน้ำตาลหรือสีส้ม ส่วน E นั้นเป็นสีที่ผสมหลายสี เพราะว่าสีน้ำตาลสามารถเกิดขึ้นได้จากการผสมสีหลากหลาย ในตัวอย่างนี้ ให้เราสังเกตุตระกูลสีจากคอลัมน์ไปสู่อีกคอลัมน์หนึ่งในชาร์ทสี

Picking Blending Colors(การเบลนด์หรือการทำให้สีกลืนกัน)

จับคู่สีกลางเพื่อดูว่าสีนั้นสามารถทำให้กลมกลืนได้อย่างสวยงามหรือเปล่า ตัวเลขตัวสุดท้ายบ่งชี้ให้เห็นว่าสีสว่างหรือมืดเท่าไร สำหรับไฮไลท์ หยิบมาร์คเกอร์ที่ตัวเลขสุดท้ายนั้นตกที่เลข 0,1,2,3 สำหรับโทนกลางเลือกเลข 4,5หรือ 6 สำหรับเงาให้เลือกสีที่เลขตัวสุดท้ายลงด้วย 7,8,9  สำหรับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พยายามให้อยู่ระหว่างระยะของเลข 2-3 ตัวระหว่างสีนั้นๆ

Natural Blending Groups(กลุ่มของสีที่กลมกลืนกันอย่างธรรมชาติ)

จำไว้ว่าตัวเลขตัวแรกแสดงให้เห็นระดับความเข้มของสี ตัวเลขตัวท้ายแสดงให้เห็นว่าสีสว่างแค่ไหน ทุกๆตระกูลของสีสามารถแบ่งเป็นลำดับเล็กๆลงมา เช่น  B20-B29 ลำกับเหล่านี้แสดงให้เห็นกลุ่มสีที่เข้ากันได้ตามธรรมชาติ หมายถึงสีเหล่านี้ไปด้วยกันได้เพราะไม่มีความหลากหลายในความอิ่มตัวของสี แค่ต่างกันในความสว่างของสีเท่านั้น สีเหล่านี้สามารถเบลนด์ให้เข้ากันได้อย่างมั่นใจเพราะมันสามารถจับคู่กันได้

natural_blending_group

 

Choosing Colors More Efficiently
(เลือกสีอย่างมีประสิทธิภาพ)

 Start with Lighter Colors(เลือกสีสว่างก่อน)

เมื่อลงสีบนกระดาษที่ไม่ได้เคลือบ เลือกสีอ่อนกว่าสีที่ต้องการ มันง่ายกว่าที่จะทำให้สีเข้ม

Be Conservative(อนุรักษ์นิยมดีกว่า)

คนชอบซื้อสีสดๆเพราะเตะตาดี แต่พอกลับถึงบ้าน เพื่อที่จะจับคู่สีเหล่านั้นมาทำงาน ปรากฏว่าคู่สีเหล่านั้นจับคู่ได้ยาก ไม่ยืดหยุ่น

Plan for Blending(วางแผนในการเบลนด์ด้วย)

เราแนะนำให้คุณซื้อสีสองสามแท่งในหมวดเบลนด์สีให้กลืนหมวดเดียวกัน

Contrast Counts(ความแตกต่างก็นับ)

ในหลายๆตระกูลของสี นักวาดมักจะต้องใช้เลขมากกว่า 2 ตัวเลขในการที่จะทำให้สีกลืนกันหรือแตกต่างกัน ที่กล่างเช่นนี้คือ สีส่วนมากสามารถทำให้มืดลง 1-2 ตัวเลขโดยการเพิ่มชั้นของสีเดียวกันให้มากขึ้นอีก

Color Disclaimer

 

สีบนจอคอมพิวเจอร์อาจจะไม่แม่นพอที่จะแสดงถึงสีของมาร์คเกอร์ได้ รวมไปถึงชาร์ทสีที่ผ่านการพิมพ์ ความเสถียรของสีสามารถมีความหลากหลายได้จากชนิดของกระดาษ ในการที่จะรู้สึกว่าสีแต่ละสีจะเป็นอย่างไร ให้สร้างชาร์ทสีของตัวเอง

ทริคเก่าที่นักวาดใช้ในการหาว่าสีของบางอย่างที่เขากำลังหาอยู่คือสีอะไรโดยการมองผ่านการ์ดที่ถูกเจาะรูไว้ ดังนั้นเขาจึงสามารถเปรียบเทียบรู้นั้นกับสีที่เขากำลังทำงานอยู่

การใช้เทคนิคนี้คุณต้องดาวน์โหลด Color Swatch Chart จากนั้นพิมพ์มันออกมาในกระดาษมาร์คเกอร์ที่คุณชื่นชอบและลงสีแต่ละสี่เหลี่ยมด้วยสีที่คุณมีอยู่ ต้องแน่ใจว่าเขียนตัวเลขลงไปด้วย เจาะรูในแต่ละสี่เหลี่ยม จากนั้นนำไปวางไว้บริเวณที่คุณต้องการเปรียบเทียบสี

อย่างที่คุณเห็นจากภาพระยะใกล้ของสุนัขตัวหนึ่ง หญ้าจะอยู่ที่สีระหว่าง G28 ถึง G99 ดังนั้นเมื่อคุณต้องการจะเติมบริเวณนี้ คุณต้องผสมระหว่างสองสีนี้ค่ะ

dog_colorchart

อ้างอิง

https://imaginationinternationalinc.com/copic/101/copic-color-theory/