เบลนเดอร์ไร้สีหรือ colorless blender เป็นสารละลายเบสแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นสารละลายเบื้องต้นของหมึกโคปิค ตัวเบลนด์เดอร์ไร้สีเองนั้นเป็นอุปกรณ์ศิลปะด้วยตัวมันเองและไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ทำให้สีกลมกลืนกันเท่านั้น จริงๆแล้ว ชื่อ “เบลนเดอร์ไร้สี” อาจจะทำให้เข้าใจผิดเพราะตัวมันเองไม่ได้เบลนด์สี หรือทำให้สีกลมกลืนกัน เพียงแต่ทำให้เม็ดสีย้อมชื้นจึงทำให้มันสามารถควบคุมได้ สารละละลายชนิดนี้ทำให้หมึกโคปิคสว่างขึ้นโดยการผลักสีไปยังด้านหลังกระดาษ ด้านล่างคุณจะเห็นวิธีที่คุณสามารถประยุกต์ใช้เบลนเดอร์ไร้สี ถ้าเก็บดีๆไม่โดนแสงแดดตรงๆ และห่างจากความร้อนสูงๆและความเย็นจัด เบลนเดอร์ไร้สีขวดหนึ่งสามารถใช้ได้เป็นปี

copic-colorlessblender101page(1280x720-10-30-1413222

Common Uses(วิธีการใช้ทั่วไป)

  • ใส่ไฮไลท์
  • ทำให้สีจางลงเป็นสีขาว
  • ลงสีวัตถุโปร่งแสง
  • ทำให้กระดาษชื้น(เพื่อลงสีง่าย)
  • แก้ไขข้อผิดพลาด
  • เพิ่มผิวสัมผัส(texture)
  • ทำให้สีกลมกลืนกัน
  • ทำให้สีซีดลง
  • ทำความสะอาดขอบ

Adding Highlights(ใส่ไฮไลท์)

เบลนเดอร์ไร้สีนั้นเป็นเครื่องมือในการทำให้บริเวณที่มืดไปนั้นสว่างขึ้น ในตัวอย่างด้านล่าง ดูว่าวงกลมทางด้านซ้ายนั้นแบนและมีคุณภาพสีที่แข็ง ในการที่จะทำให้วงกลมนั้นสว่างขึ้น แค่เพิ่มเบลนเดอร์ไร้สีเข้าไป ในการที่จะสร้างขอบคมให้สีแต่ละสีแห้งระหว่างสีนั้นๆ ถ้าต้องการขอบนุ่มให้ทำงานในขณะที่หมึกยังเปียกๆอยู่

Step 1

ในการใส่ไฮไลท์ เริ่มที่บริเวณกลางของส่วนที่สว่างที่สุด ถ้าสีพื้นแห้งแล้วอาจจะต้องการหมึกเพิ่ม ในตัวอย่างนี้ เบลนเดอร์ไร้สีเริ่มลงบริเวณกึ่งกลางของขอบโค้งของทรงกลม

Step 2

ใส่สีที่มืดเข้าไปในบริเวณตรงข้ามที่เราจะเน้นไฮไลท์(ทิศทางที่แสงเข้า) ในกรณีนี้สีจะถูกผลักออกมาขนานกับด้านของทรงกลม ถ้าบริเวณไฮไลท์ต้องการความสว่างมากขึ้น ทำให้มันแห้งเล็กน้อย และทำซ้ำ

ถ้าบริเวณเล็กนิดเดียวที่ต้องการจะทำให้สว่าง แทนที่จะเป็นองค์ประกอบทั้งหมด ปัดสารละลายเบลนเดอร์ไร้สีออกมาด้านนอก จะช่วยป้องกันเส้นแข็งๆของสีให้เกิดขึ้น เอฟเฟ็คนี้ต้องการการฝึกฝน และมันง่ายต่อการทำในขณะที่รูปยังเปียกอยู่

bg_circles

 ลงสีวงกลมด้วย BG10 และใส่ BG 13 เบลนด์ BG10 บน BG 13 เติม BG  15   ทำขั้นตอนการเบลนด์ซ้ำๆกัน เพิ่มเบลนเดอร์ไร้สีเป็นไฮไลท์

Fading Colors / Coloring Transparent Objects
(การทำให้สีจางลง/การลงสีวัตถุโปร่งแสง)

trans_sunflower

เบลนเดอร์ไร้สีนั้นเยี่ยมยอดสำหรับการใส่ไฮไลท์ แต่มันยังเป็นประโยชน์ในการทำให้สีไหนก็ตามจางลงไปเป็นสีขาว

คุณสามารถใส่เบลนเดอร์ไร้สีในโปรเจคของคุณเพื่อทำให้เกิดเอฟเฟ็คเหมือนกับโปร่งแสง เทคนิคการทำให้จางลงนี้ใช้งานง่ายกว่ากับสีสว่าง แต่สามารถใช้กับสีมืดได้ด้วยถ้ามีการฝึกฝน คุณภาพที่น่าสนใจของน้ำหมึกโคปิคก็คือสีสว่างอะไรก็ตามสามารถผลักสีมืดได้ถ้าสีมีความอิ่มตัวพอ

Using Thin Paper with the Colorless Blender
(ใช้กระดาษบางกับเบลนเดอร์ไร้สี)

ในการที่จะใช้งานเบลนเดอร์ไร้สีให้มีประสิทธิภาพที่สุด ให้เทสกระดาษก่อนการใช้ เพราะว่ากุญแจสู่เทคนิคที่ดีมาจากการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง มันง่ายกว่าในการที่จะใช้เทคนิคการเบลนด์หรือการทำให้สีกลมกลืนในกระดาษที่บางกว่า เป็นเพราะมันใช้หมึกน้อยกว่ากระดาษหนาๆในการที่จะทำให้กระดาษชุ่ม การใช้เบลนเดอร์ไร้สีในกระดาษที่นุ่มอาจจะทำให้สีกระจายตัวและวิ่งเข้าหากัน และไม่ทำให้เกิดขอบที่คม เช่นเดียวกัน ถ้ากระดาษนั้นถูกทำให้ชุ่มมากไปด้วยสารละลายเบลนเดอร์ไร้สี ขอบจะหายคมและจะกระจายตัวออก

Pre-Soaking Paper
(ทำกระดาษให้เปียกก่อน)

เทคนิคทำให้สีจางทำให้วัตถุขนาดใหญ่ๆที่เราลงสีมีการลงสีที่ไม่สม่ำเสมอกันและสีดูกร่อน ถ้าเฉดของมาร์คเกอร์คุณนั้นมืดเกินไป ในขณะเดียวกันที่ทั้งบริเวณต้องการให้สว่างขึ้น พยายามที่จะทำให้กระดาษเปียกด้วยสารละลายเบลนเดอร์ไร้สี เหมือนกับการเพนท์ผนังด้วยไพร์มเมอร์หรือรองพื้นก่อนการเพนท์จริง สีไหนก็ตามที่ลงไปหลังจากกระดาษเปียกจะทำให้สีนุ่มและใช้หมึกน้อยลง

1.ใช้เบลนเดอร์ไร้สีลงไปก่อน ระวังอย่าลงเลยขอบ เพราะสีจะวิ่งไปตามบริเวณที่เบลนเดอร์ใส่ลงไป

2.ในขณะที่เบลนเดอร์ยังเปียกอยู่ ใส่สีลงไปด้านบน กระดาษจะไม่ต้องเปียกมากในการที่จะทำให้สีดูนุ่ม และบริเวณที่เป็นสีทั้งหมดจะสว่างขึ้นเล็กน้อย

presoak_640

ซ้าย copic หัวสิ่ว กับขวาแบบที่ลงเบลนเดอร์แล้ว

Fixing Mistakes
(แก้ไขจุดผิดพลาด)

มันง่ายในการใช้ลักษณะการผลักสีของเบลนเดอร์ไร้สี ในการซ่อมภาพ อย่าลืมเทสต์ลงกระดาษหลายๆชนิด เพราะบางชนิด อาจจะดีกว่ากระดาษอื่นๆ

Step 1

ลงสีจากด้านนอกและพยายามผลักสีเข้ามาด้านในรูปโดยใช้เบลนเดอร์ไร้สี อย่าลงสีออกนอกเส้น ให้ลงสีชนเส้นขอบ ตัวสีจะก่อตัวขึ้นข้างหน้าเบลนเดอร์และเกิดธารสีขึ้น ทริคก็คือซ่อนธารสีนี้ไว้หลังเส้นหมึก

Step 2

รอให้แห้งสนิทและทำซ้ำเท่าที่ต้องการ เพื่อความแน่ใจ หากระดาษที่ซับหมึกได้ดีรองข้างใต้เผื่อจะมีหมึกหลุดรอดไปด้านล่าง

สีบางชนิดอาจจะง่ายที่จะลบมากกว่าสีอื่นๆ หลังจากย้ำไปสองสามครั้งอาจจะมีรอยสีจางๆอยู่ อาจจะง่ายกว่าถ้าเราซ่อนสีเหล่านี้ไว้ในพื้นหลัง ถ้ารอยจางของธารสีในเส้นหมึกเกิดขึ้นก็แค่ลงสีทั้งหมดด้านในด้วยสีเดิม ถึงแม้ว่ามันจะซ่อนความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ขั้นตอนนี้จะทำให้ภาพมืดขึ้น

ขอบนุ่มและขอบแข็ง

ถ้าภาพนั้นเข้มไปและดูนุ่มและดูจางไปมีบางอย่างทำให้เกิดปัญหานี้

เลือกกระดาษให้ถูกต้อง

กระดาษนุ่มไม่ทำให้เกิดขอบคม กระดาษที่มีการดูดซับดีสามารถใช้ในการทำให้สีจางและเกิดเอฟเฟค เบลนเดอร์สามารถใช้ในการลบถ้าใช้บน vellum หรือกระดาษไข

สีพื้นเปียกเกินไป

สีพื้นใช้เวลาประมาณหนึ่งในการทำให้แห้งก่อนจะใส่เทกเจอร์หรือผิวสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนกระดาษหนาๆ

ใช้เบลนเดอร์น้อยลง

การใช้เบลนเดอร์มากไปสามารถทำให้เกิดการกระจายของสีได้ สังเกตุปริมาณเบลนเดอร์สีเราลงไปดูก่อนหรือรอให้กระดาษแห้งสักนิดก่อนจะลองอีกครั้ง

ถือมาร์คเกอร์นานเกินไปบนผิวกระดาษ

อันนี้ต่างไปตามชนิดของกระดาษ ทดสอบและฝึกฝนเพื่อนที่จะรู้ว่านานเท่าไรมาร์คเกอร์จึงจะต้องถือค้างไว้ในบริเวณหนึ่งเพื่อให้เกิดรูปแบบที่เราต้องการ
ไม่มีกระดาษเทสต์

ใช้กระดาษเทสต์ที่สะอาดๆในขณะที่ลองเทคนิคนี้ อาจจะใช้ทิชชู่หนาๆข้างใต้แทนที่กระดาษเทสต์ เพื่อซับหมึกส่วนเกิน

Special Effects and Patterns
(เทคนิคพิเศษและแพทเทิร์น)

แพทเทิร์นสามารถทำให้เกิดขึ้นได้โดยการแตะหัวของเบลนเดอร์ไร้สีไปในบริเวณที่สีแห้งแล้ว ในกระดาษที่ไม่เคลือบผิว ถ้าสีพื้นไม่แห้งสนิทรูปร่างจะยุ่งเหยืง และก็ถ้าเราเอาหัวจุ่มนานไปจะทำให้บริเวณนั้นชุ่มเกินเกิดเป็นด่างดวงที่สีเบลอร์

Adding Texture
(การใส่เทกเจอร์)

เบลนเดอร์ไร้สีนั้นเหมาะกับการใส่ผิวสัมผัสไปยังบริเวณเรียบๆเทคนิคนี้ใช้ดีบนกระดาษที่ทำจากใยที่ไม่นุ่มเกินไป ลองกระดาษก่อนที่จะได้เอฟเฟคที่เราต้องการ

Create Texture Using Common Items
(การใส่ผิวสัมผัสโดยใช้ของธรรมดาๆ)

อะไรก็ตามที่ดูดซับได้ดีและมีผิวสัมผัสสวยสามารถใช้เทคนิคนี้ได้ ด้านล่างเป็นตัวอย่างของผิวสัมผัสที่คุณสามารถทดลองดูได้

อ้างอิง

https://imaginationinternationalinc.com/copic/101/colorless-blender/