10 ขั้นตอนออกแบบแบรนด์ส่วนบุคคล ตอนที่ 1/3

 ตอนนี้เป็นตอนที่ 1 จาก 3 ตอนค่ะ
 ความจริงแล้วแบรนด์ก็คือการรับรู้ ไอเดีย คอนเซปต์และการทำให้ผลิตภัณฑ์หนึ่งแตกต่างจากอีกอันในตลาด ดังนั้นเมื่อคุณคิดถึงมัน วิธีการพูด ทำงาน,สื่อสาร และเขียน ล้วนสร้างให้เกิดบุคลิคภาพที่แยกคุณออกมาจากคนอื่น ดังนั้นมันจึงเกิดแบรนด์ส่วนบุคคลขึ้น

เมื่อพูดในเชิงธุรกิจแล้ว เรามีแนวโน้มที่จะสร้างแบรนด์อย่างมีสติและเป็นอิสระ  ดังนั้นดีไซน์จึงเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้
คุณมีพลังในการที่จะออกแบบว่าโลกนี้จะเห็นคุณและแบรนด์ส่วนบุคคลของคุณอย่างไร

 

คุณสามารถที่จะใช้สี,ตัวอักษร,โทนในการเขียนและอื่นๆอีกมากมายทั้งในด้านการมองเห็นและองค์ประกอบในการเขียนต่างๆในการที่จะเป็นโครงสร้างที่จะทำให้เกิดแบรนด์ที่สมบูรณ์ที่สะท้อนตัวคุณ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนักออกแบบ,นักวาด,หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรืออะไรที่อยู่ระหว่างนั้น การสร้างแบรนด์ให้ตัวคุณเป็นวิธีที่เจ๋งที่จะสื่อสารกับลูกค้าในอนาคตและลูกจ้างว่าฉันคือสิ่งนี้นะ

 

ในการที่จะบุคมาร์คหลังจากที่คุณอ่านจบแล้ว นี่คือ checklist สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้ฐานแบรนด์คุณแน่น ตอนนี้เรามาดูวิธีการ 10 ขั้นตอนง่ายๆที่คุณสามารถสร้างเพื่อที่คุณจะนำไปสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณเดี๋ยวนี้

Checklist_Canva-1-662x1235

 

Find more awesome design content at designschool.canva.com

 

01. คิดให้ออกว่าอยากถูกมองว่าอย่างไร

 

ในการที่จะไขว่าคุณเป็นอย่างไรในแบรนด์ของคุณเองอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่แน่ๆคือ เราไม่ได้ให้คุณค้นหาจุดมุ่งหมายของแบรนด์เพียงอย่างเดียว คุณอยากจะรับรู้โดยคนอื่นๆอย่างไร

คิดถึงเรื่องนี้ราวกับการที่คุณจะต้องปรับเปลี่ยนบุคลิคภาพของคุณและเสื้อผ้าให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ บางเวลาคุณอยากจะดูสบายๆและผ่อนคลาย ดังนั้นคุณจึงพูดคำแสลง คำหยาบบ้าง แต่งตัวง่ายๆ หรือในเวลาอื่นคุณต้องการให้ดูมีความเป็นมืออาชีพและซับซ้อนขึ้นมาหน่อย ดังนั้นคุณจึงพูดสุภาพ และแต่งตัวทันสมัย เป็นทางการ มันเกี่ยวกับชุดของการปรับเปลี่ยน ทั้งในแง่ของการมองเห็น การเขียน และการพูด ที่ทำให้เกิดการรับรู้ที่แตกต่างออกไป

มาดูสองแบรนด์ที่แตกต่างกันนี้ที่ทำให้เกิดบุคลิคภาพสองอย่าง และทำให้เกิดแบรนด์ที่สวยงาม

แบรนด์แรกมีความผ่อนคลายและสบายๆ ดีไซเนอร์ มาร์ตินา เมเรกาลลิ ได้สร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์จากตัวตนของเธอและรวมเข้ากับลายมือที่ดูมีสไตล์และองค์ประกอบสีน้ำด้านหลัง โลโกของเธอนั้นแสดงให้เห็นถึงการส่งมอบ,ความเป็นธรรมชาติ งานฝีมือและเป็นปัจเจกบุคคล

1_Perceived_1-662x1104

อย่างที่คุณเห็น นี่คือเป็นขั้วตรงข้ามกับการออกแบบของมาร์ตินา เมเรกาลลิ แทนที่จะเป็นผิวสัมผัสแบบธรรมชาติ สีที่เป็นลายเซ็นอันสดใส และตัวอักษรทำด้วยมือ ดีไซน์อันนี้กลับออกแบบอย่างเรียบง่ายและใช้โทนเดียว

มาดูงานดีไซน์ของคนที่งานดูทันสมัยและน้อยกันบ้าง แอนเดรส เวอร์การา เดอลาฮอส

1_Perceived_2-662x428

ใช้แค่สีขาวและดำและเฉดสีเทา เครื่องหมายที่ใช้ในแบรนด์ที่ดูง่ายและคม และมีที่ว่างสีขาวมากมาย การออกแบบนี้ทันสมัย จากการออกแบบนี้คุณคิดว่าแอนเดรสเป็นคนอย่างไร บางทีอาจจะเป็นแนวธุรกิจและดูเป็นมืออาชีพ นักออกแบบคนนี้เหมาะกับดีไซน์ที่สวยงามทันสมัย มีความมินิมัลและดูมีสไตล์

 

เห็นหรือยังว่าดีไซน์ที่เป็นการจับต้องได้นั้นเมื่อมาถึงการต้องเลือกและทำให้คนอื่นเห็นคุณเป็นนักวาดหรือนักออกแบบแบบไหน ดังนั้นมาดูกันว่าคีย์เวริ์ดบางอย่างที่คุณต้องการที่จะให้คนอื่นอธิบายความเป็นตัวคุณ และพยายามจะจับสิ่งเหล่านี้ลงในการออกแบบของคุณ

คำถามบางอย่างใช้ในการถามตัวคุณเองเพื่อที่จะตัดสินว่าอะไรคือโทนของภาพลักษณ์ที่คุณแสดงออกไป

  • อะไรคือสิ่งหลักๆที่ฉันให้แก่ผู้บริโภค
  • อะไรคือสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่ฉันต้องการเสนอที่คนอื่นไม่มี
  • อะไรคือขุดแข็งของฉัน
  • ฉันมีสไตล์ที่โดดเด่นไหม

02. รู้ผู้ชมและคู่แข่งของคุณ

อย่างที่คุณรู้เมื่อเริ่มต้นธุรกิจใดๆก็ตามหรือออกแบบอะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการค้นหาในสิ่งที่จะทำให้รู้ว่าผู้ชมของคุณคือใคร ในหลายๆครั้งผู้ชมของคุณคือเจ้านายของคุณ เขาจะตัดสินว่าธุรกิจของคุณจะสำเร็จหรือล้มเหลว

ดังนั้นในการที่จะตามหาหัวใจของตัวเองจึงเป็นองค์ประกอบและเทคนิคที่สำคัญในการนำสิ่งใหม่ๆมาสู่งานเรา ให้ระลึกถึงผู้ชมเสมอเวลาทำงานออกแบบหรือวาดภาพประกอบ

การสร้างประวัติของผู้ชมของคุณแบบย่อๆคือพวกเขาเป็นใคร อะไรที่พวกเขาชอบและไม่ชอบ แบรนด์อื่นๆที่พวกเขาทำงานด้วยคือใคร ถ้ามันช่วยคุณ พยายามนึกหน้า ให้ชื่อพวกเขา พยายามให้กลุ่มผู้ชมของคุณชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในขณะที่คุณสร้างประวัติของผู้ชม ดูคู่แข่งด้วยเช่นกัน แบรนด์อะไรในตลาดที่ลูกค้าของคุณมักจะใช้ ถ้าคุณเป็นนักออกแบบ หานักออกแบบที่มีสไตล์คล้ายคลึงกัน ถ้าเป็นนักวาดภาพประกอบหานักวาดที่มีลายเส้นคล้ายคลึงกันแล้วดูลูกค้าที่พวกเขาดึงดูดมาได้ ถ้าคุณออกแบบสำหรับร้านกาแฟแบบออร์แกนิค ดูที่ร้านกาแฟแบบออร์แกนิคที่มีชื่อเสียงที่สุด ดูซิว่าพวกเขามีอะไรคล้ายๆกัน มีช่องว่างทางการตลาดที่คุณสามารถเข้าไปได้ไหม

มาดูตัวอย่างของแบรนด์ที่ใช้องค์ประกอบธรรมดาจากตลาดซื้อขายงาน แต่นำมันมาปรับแต่งจนมีความเป็นเอกลักษณ์ในผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างแรกมาจากฮูดซพาค์ดีไซน์สำหรับเอเจนซี่ภาพถ่าย “oh honesty” ดีไซน์อันนี้ใช้ภาพประกอบที่มีชีวิตชีวา ปั๊มฟอล์ยอลังการ และความสะอาด ดูหรูหรา พร้อมที่จะส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เป็นลูกค้ามาสู่มือของนักถ่ายภาพบ่าวสาวมืออาชีพ

2_Audience_1-662x935 (1)

ตัวอย่างต่อไปก็คือ โอสตรีทของช่างภาพ ปีเตอร์ ดิ๊บดิน ใช้การออกแบบที่คม สะอาด และสีน้อย รวมถึงมีที่ว่างที่มากที่สร้างให้เกิดความคมของดีไซน์

2_Audience_2-662x1353

 

ดีไซน์สองอันนี้ ในขณะที่มันแตกต่างกัน แต่กลับมีองค์ประกอบเชิงเทคนิคบางอย่าง โดยมีความสะอาด มีการออกแบบเป็นเส้นตรง และยังส่งมอบให้กับลูกค้าที่แตกต่างกัน การออกแบบแรกของฮูดซพาห์นั้นดูอลังการและมีความสุข เหมาะสำหรับลูกค้าข่างภาพแต่งงานในขณะที่การออกแบบของโอสตรีทใช้ความคม ความทันสมันเพื่อส่งมอบความเป็นมืออาชีพแก่ลูกค้า

03. สร้างโทนเสียงที่มีความเป็นเอกลักษณ์

การออกแบบแบรนด์นั้นมากไปกว่าการออกแบบภายนอก ในความเป็นจริงแล้ว มันลงลึกไปยังคำที่คุณใช้ ลองนึกถึงตอนที่คุณเจอใครสักคนครั้งแรกสิ คุณทำความรู้จักเขามากขึ้นจากวิธีการที่เขาพูด

ดังนั้นคำพูดที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทสถานะใน facebook,tweet หรือโทนเสียงในเว็บไซต์ของคุณ หรือแม้แต่บทสนทนากับลูกค้า พยายามคงที่ๆโทนใดโทนหนึงเข้าไว้ คุณคงไม่ต้องการให้แบรนด์ที่มีความเป็นมืออาชีพส่งอีเมล์ไปหาลูกค้าแล้วบอกว่า “ว๊ายต๊าย ว่าไงเธอร์” หรอกนะคะ และเช่นเดียวกับ คุณไม่สามารถสร้างความสนุกสนาน และความเป็นกันเองจากโทนที่คุณใช้อย่างเป็นทางการ

คุณสามารถสร้างโทนผ่านทางการออกแบบเช่นกัน ดูการออกแบบแบรนด์เหล่านี้โดยแอนเดรียส เอ็ม ฮานเซ็น ที่ใช้ความขำขันด้วยวลีอย่าง “ปรมาจารย์แห่งคาราเต้และมิตรภาพ” และการใช้ตัวอักษรทำมือที่ทำให้งานเขานั้นดูโดดเด้งมากขึ้น

3_Tone-662x441

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าโทนไหนเหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ ลองเขียน tweet อีเมล์ หรือ  message และปรับปรุงมันจนกว่าคุณจะได้รับโทนเสียงที่ตรงและสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน สมมติตัวเองอยู่ในสถานการณ์ต่อไปนี้

มันจะเหมาะกับแบรนด์ของคุณไหมถ้าคุณพูดว่า”ขออภัยด้วยค่ะในความไม่สะดวก”หรือจะเป็น”ขอโทษสำหรับเรื่องแย่ๆ เรากำลังจัดการให้คุณอยู่”

ลองดูแบรนด์ที่คุณชื่นชอบและ(ที่สำคัญกว่าคือ)คุณสามารถที่จะใช้และทำมันในชีวิตประจำวันได้

reference:

Personal Branding: How To Design Your Personal Brand Image In 10 Steps [Cheat Sheet]