เรียนรู้เรื่องวาดผ่านปรัชญาเรื่องชีวิต

นอกเรื่อง
วันก่อนเจอเพื่อนชาวต่างประเทศชื่อมาริโอ กับ เอมิลิโอ ผ่านทางเต้ย
สองคนนี้มีแนวคิดที่น่าสนใจมาก ที่นำมาเล่า เพราะคิดว่าศิลปะคือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
เราจะเรียกสั้นๆว่าเอมิ
เอมิบอกว่าเขาไม่รู้ว่า passion เขาคืออะไร
จึงเลิกกับแฟนชาวนอร์เวย์แบบไม่เจ็บปวด
เขาบอกว่าท่ีเขาต้องเลิกกับเธอ เพราะเธอเจอความใฝ่ฝันของเธอแล้ว
แต่เขายังไม่

เขาจึงตัดสินใจว่า ถ้าเขาอยู่กับเธอต่อไป มันทำให้เขาไม่รู้แล้วว่า
จริงๆแล้วเขาอยากทำอะไร การที่เขาไม่รู้ความหลงใหลของตัวเอง
มันทำให้เขานั้นมีความหลงใหลในตัวแฟนน้อยลงไปด้วย
เขาจึงมาไทยเพื่อตามหา passion และความฝัน
เราบอกว่า ปัญหาของเขาประหลาดมาก มันเหมือนกับปัญหา
ของคนที่ทำงานประจำมากเป็นระยะเวลานานมากๆ
passion  หรือสิ่งที่เคยมีต่อสิ่งที่ทำมันจะหายไป

แล้วเราก็คิดถึงตัวเรา
ที่บอกตรงๆว่า เราเหนื่อยกับการวาดรูป
เราชอบสอน แต่ต้องวาดเพราะต้องรักษาฝีมือเอาไว้
เรามีพาร์ทที่ vulnerable หรืออ่อนแอ เหมือนกับคนอื่นๆ
ที่ไม่วาดรูปต่อไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่มันเป็นเพราะ passion มันเปลี่ยนไป
เราจึงบอกว่าเขากล้ามาก เหมือนกับเรื่อง caterpillar syndrome
ในหนังสือ think better ที่เขียนไว้ว่านักวิทยาศาสตร์ได้เอาขบวนหนอน
มาเรียงกันรอบๆกระถางต้นไม้ แล้วเอาอาหารวางไว้ตรงกลาง
ปรากฏว่าหนอนไม่ยอมเดินไปตรงกลางแต่ตามตัวหน้าไปจนอดตาย
แต่เอมิกล้าที่จะฝ่าวงหนอนออกมา

ปัญหาของเขาคือ
เขาไม่รู้ว่าอาหารที่ว่า อยู่ตรงไหน?

ซึ่งสำหรับเขามันคือ Passion นั่นเอง
เอมิชอบเอคฮาร์ท ทอลล์ ผู้เขียน power of now มาก

maxresdefault (4)
เขาบอกว่า คนเรามีอีโก้ และตลอดชีวิตเราพยายามแก้ไขอีโก้นั้นเสมอไป
ความสัมพันธ์นั้น เราอยากได้ความสุขจากอีกฝ่าย

เพราะเรารู้สึกว่ามันจะมาเติมเต็มในสิ่งที่เราขาด
ถ้าเราโชคดี เราก็จะเจออีกคนที่คิดเหมือนกัน

แต่ความสัมพันธ์ ไม่ใช่การเติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งขาดหายไป
โดยมากความสัมพันธ์ของคนที่คิดว่า
ถ้าเราได้คู่กับคนๆนี้จะมีความสุข
มักจะล่มสลายเสมอ

เหมือนกับเรื่องการวาดรูป
เรามัวแต่คิดว่า ถ้าวาดเหมือนอาจารย์ท่านนี้ ท่านนั้นคงมีความสุข
โดยเราลืมไปว่า

ความสุขมันคือ  moment หรือปัจจุบันขณะที่วาดรูป
ไม่ใช่ความสุขที่อยู่ในอนาคต

ถ้าคุณมัวแต่คิดว่าอยากวาดได้แบบนั้นแบบนี้
ใจคุณไม่อยู่กับปัจจุบัน
มาริโอบอกว่าเราไม่สามารถมีความสุขได้ถ้าใจไม่อยู่กับปัจจุบันค่ะ
ไม่ว่าเราจะเคยสำเร็จ ล้มเหลวมากี่ครั้ง
มันก็เป็นเรื่องของอดีต

อัลเฟรด แอดเลอร์ นักจิตวิทยาชื่อดัง
กล่าวเอาไว้ว่าอดีตไม่มีผลต่อปัจจุบัน เพราะถ้าอดีตมีผลต่อปัจจุบัน
ปัจจุบันจะ fix และไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ เพราะอดึตถูก fix ไว้หมดแล้ว
ส่วนมาริโอ
เขาบอกว่าเขาเชื่อในคน
และเขาเชื่อว่าทุกเส้นทางที่เราเลือกนั้น
ดีที่สุดแล้ว และการตัดสินใจที่แย่
ทำให้เรามาอยู่ตรงนี้
ทางเดินที่เราเคยคิดว่า
เราจะย้อนกลับไปทำ มันไม่มีอยู่จริง
หรือถ้าเราทำได้ เราแน่ใจได้ยังไงว่า
มันเป็นเส้นทางที่มีความสุขกว่าเดิม?
เอมิฝากวีดีโอนี้มาให้เรา เราจึงนำมาให้น้องๆได้ดูกันด้วย