ความลำบากไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป

หลายๆคนโอดครวญว่าชีวิตยากลำบากอย่างนี้อย่างนั้น
เข้าเฟซบุ๊คเจอคนบ่นดินฟ้าอากาศลมฝน คนต่างๆนาๆ

IMG_1675
เวอร์ชัน Sparkpage
undefined
ทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยกันทั้งนั้นค่ะ
ถ้าเรามัวแต่โฟกัสที่ความยากลำบาก
เราก็จะผ่านมันไปไม่ได้
แทนที่จะโฟกัสความลำบาก
โฟกัสที่ปัจจุบันนี้เราทำอะไรได้บ้างดีกว่า

ทุกความยากลำบากไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปค่ะ

สำหรับพี่เวลาที่หนักหนาที่สุดคือเวลาที่ป่วย
ตอนปี 2008 ที่ต้องกลับไทยมาเพราะป่วย ต้องเข้าร.พ.
ค่ายาแพงมาก
ทำให้พี่ต้องทำมาหาเงินมาอย่างหนัก
แล้วก็ล้มป่วยอีกเป็นวัฎจักร

ตอนหลังพี่จึงไม่แคร์
มีเงินให้ใช้ มีข้าวให้กิน มีบ้านให้อยู่
เท่านี้ก็พอแล้ว
ดีกว่าป่วยเยอะ

บางคนบอกว่าพี่วาดไม่เหมือนเดิมบ้าง เปลี่ยนไปบ้าง
มือตกบ้าง มันเป็นเพราะความชอบพี่เปลี่ยนไปแล้วค่ะ
และไม่ใช่ข้ออ้าง พี่สำรวจตัวเองมาหลายครั้ง
พี่ไม่ได้รักการวาดรูปเท่าเก่า

ที่พี่ไม่ได้รักการวาดรูปเท่าเก่า
เพราะชีวิตพี่ไม่ได้น่าสนใจมาก
มันเลยไม่มีอะไร output ออกมาเป็นภาพ

แต่ที่สอนได้
เพราะพี่มี passion ในการสอน

มีน้องบอกว่า ถ้าพี่มุ่ยยังชิลล์อย่างนี้
ไม่มีทางกลับไปเหมือนเก่า(หมายถึงวาดรูปได้ดี)
ตัวพี่เองคิดดูดีๆก็มาไกลเกินกว่าจะเป็นเหมือนเก่าแล้ว
และงานวาดก็ไม่ใช่สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

แต่กลับเป็นงานเขียนบล็อค งานสอน
อ่านหนังสือ ใช้ชีวิตธรรมดา เขียนกลอนบ้าง ร้องเพลง
คุยกับเพื่อนบ้าง
เมื่อก่อนคิดว่าเรามีปมด้อยที่เป็นคนไม่พิเศษ
เลยอยากดัง อยากเป็นคนพิเศษ

แต่ตอนนี้อยากเป็นคนธรรมดาๆ
ถามว่าทำไมถึงอยากเป็นคนธรรมดา
เราเบื่อที่ต้องแข่งขัน ต้องอัพฝีมือ
ต้องทำให้งานเป็นที่นิยมแล้ว

เราอยากเป็นคนธรรมดา ที่ทำงานศิลปะอย่างใจอยาก
พูดแบบนี้หลายคนอาจบอกว่าหมดไฟเหรอ
ไฟมี ไม่งั้นจะมานั่งอัพบลอคยิกๆเหรอ
แต่เราพบว่าการใช้ชีวิตธรรมดา ๆไม่ได้วุ่นวายมาก ไม่ได้แย่

ตื่นนอนออกมาสอนนักเรียน
ดูหนังบ้าง อ่านหนังสือ ไปเที่ยวกับครอบครัว
กับเพื่อน กับน้อง

แล้วเราคิดว่าเรายังต้องการอะไร?
ในเมื่อสิ่งที่เราอยากได้
ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพ ความสุข
ก็อยู่ตรงหน้าเราแล้ว ที่ผ่านมาเรามองข้ามไป

เพื่อนถามว่าเธออยากทำงานบริษัทใหญ่ๆไปอีกทำไม ในเมื่อเธอมีทุกอย่าง
เธอจะทิ้งทุกอย่างที่เธอมี ไปรับคำสั่งคนอื่นเหรอ

เราตอบว่า ถ้าได้งานบ.ใหญ่ก็จะเป็นการยืนยันในสถานภาพเรา
จะมีนักเรียนมาเรียนกับเรามากขึ้น เพื่อนบอก งั้นเธอก็ดึงดูดนักเรียนเช่นนั้น
ทำไมเธอไม่สร้างอะไรของตัวเองต่อไป ก็ตอบมันไม่ได้จนวันนี้
แต่ถ้าถามเราในวันนี้ เราไม่มีทางกลับไปทำงานประจำแน่นอน
และไม่กลับไปทำงานรับจ้างวาดแล้วถ้าเป็นไปได้
เราพบว่าเราไม่ชอบการรับจ้างวาด
ที่วาดอยู่ทุกวันนี้เพราะเป็นลูกค้าที่มีพระคุณ
และเป็นลูกค้าที่เราชอบทำงานด้วย
เราเกลียดอะไรก็ตามที่ควบคุมทุกอย่างไม่ได้
ถ้าให้เราแนะนำน้องๆ เราจะแนะนำว่าทำอะไรก็ได้
ที่เป็นตัวของตัวเอง เหมาะกับนิสัยน้อง
ถ้าน้องไม่ได้เหมาะกับงานรับจ้าง ก็อย่าไปรับมาทำค่ะ

แต่ที่ตอบได้คือชื่อหนังสือที่ตัวเองเขียนไว้ปี 2011
พี่…..
“ลาเจ้านายไปตามฝัน”
ฝันของพี่คือเป็นคนธรรมดา ที่สร้างงานพิเศษ
านที่เยียวยา ให้แรงบันดาลใจผู้อื่น ไม่ใช่แค่สวย
มันจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่จำกัดอยู่แค่วาดรูปอีกต่อไป

เมื่อก่อนเคยคิดว่าจะวาดรูปไปตลอดชีวิต
แต่เรื่องแบบนี้มันอาจจะกลับมาอีกก็ได้
หมายถึง passion ในการวาดรูปน่ะ

แล้ว passion ใหม่คืออะไร ?

พี่คิดว่าเป็นการเผยแพร่ความรู้ในสิ่อต่างๆที่พี่มี
ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ

YUMEDEARUYOUNI พี่ร้องเองค่ะ