ในปัจจุบันนี้เป็นยุค social คนอยากแชร์อะไรก็แชร์ อยากด่าอะไรก็ด่า
ดังนั้น เราจึงควรระลึกถึงสัญญาณที่ว่า เราได้แคร์คนอื่นๆมากเกินไปแล้วหรือเปล่าในการวาดรูป ?
ดูยังไงคะ ก็ดูจากสัญญาณต่อไปนี้ค่ะ

1.คุณพยายามเปลี่ยนลายเส้นเพื่อเอาใจเสียงรอบข้างเหล่านั้น
เช่น คนบอกลายเส้นคุณไม่ญี่ปุ่นเลย ขายไม่ได้แน่นอน คุณก็เชื่อเขา

และทำไปตามเสียงรอบข้างแทนที่จะเป็นเสียงในใจของคุณ
มันไม่ดีเลยค่ะ เพราะว่ามันจะทำให้คุณไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
ถึงแม้เราต้องฟังคำวิจารณ์ของคนรอบข้าง

แต่เราก็ควรเลือกที่จะฟัง ความคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อเรา ไม่ว่าจะเป็นคำติหรือคำชม แต่ไม่ใช่การ
ฟังทุกๆความคืดเห็นที่เข้ามา แน่นอนค่ะว่าถ้าคุณไม่ทำแนวนั้นอาจจะขายไม่ได้
แต่มันก็ไม่ได้การันตีว่า คุณทำแนวอื่นแล้วจะขายได้เช่นกันค่ะ
ดังนั้นคุณควรจะเลือกที่ความชอบของคุณ
เพราะคุณคือคนที่ต้องอยู่กับทางเลือกนั้นของคุณ

เพราะฉะนั้นตัดสินใจด้วยตัวเองค่ะ

2.คุณรู้สึกไม่มีความสุขกับการวาดภาพเหมือนเก่า

เป็นเพราะคุณกลัว feedback กลัวคนว่า กลัวคนด่า กลัวคนนินทา ไม่ต้องไปกลัวค่ะ เพราะคุณโดนแน่นอน
เลยทำให้คุณใช้ชีวิตอยู่ในความกลัว เรื่องนี้จะทำให้คุณเสียเปรียบมาก

ความกลัวก็เหมือนผี รู้ว่าอาจจะมีแต่มองไม่เห็น
ความกลัวเหมือนที่รักเป็น แม้มองไม่เห็นแต่รู้ว่ามี

เพราะว่าคุณได้ทำตามความต้องการของคนอื่นๆแทนที่จะเป็นตัวเอง คุณต้องระลึกว่า
ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นควรเชื่อในปัญญาญาณของตัวเอง

3.คุณกลัวข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับคุณ ทำให้คุณไม่มีสมาธิทำงาน

 

ข่าวลือนั้นมีอยู่แล้วค่ะ ปล่อยให้เขาลือไป คุณก็ทำงานไป พอรู้ตัวอีกทีคุณก็ไปไกลกว่าคนเหล่านั้นมากแล้ว

คุณคิดว่าคนที่เอาแต่สุมหัวนินทาคนอื่น โดยไม่ทำอะไรเลยในแต่ละวัน เป็นคนอย่างไรหละคะ
หรือไม่เอาแค่เรื่องที่ด่าคนอื่นก็พอแล้ว คนที่มีเวลาว่างทำเรื่องแบบนั้น ชีวิตจะไปไกลขนาดไหน

สำหรับเราแล้ว เขาไม่ได้หาให้คุณกิน เวลาบ้านคุณเดือดร้อนคนเหล่านี้ได้ช่วยเหลือหรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือใช่ ค่อยฟังเขา แล้วเก็บมาคิดค่ะ ว่าเราเป็นจริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า
ถ้าคุณอยากไม่มีสมาธิ คุณก็ฟังมันทุกคอมเมนต์ที่เข้ามาแล้วเก็บมาคิดค่ะ ไม่มีประโยชน์ค่ะ

4.คุณกลัวที่จะไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคม

คุณจึงต้องทำในสิ่งที่สังคมต้องการ และไม่กล้าคิดนอกกรอบ
คนที่ไม่กล้าทำอะไร ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือเปลี่ยนแปลงใครได้ แม้แต่”ตัวคุณเอง”ค่ะ
บางครั้งคุณกลัวว่างานคุณไม่สมบูรณ์พอ ยังไม่เนี้ยบพอ
มันมีแต่ดีที่สุดณ.เวลาที่มีอยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณทำดีแล้วอย่าเสียใจหรือเสียดายค่ะ

5.คุณกลัวหรืออายที่จะบอกคนรอบข้างว่าคุณตกงาน…

คุณอกหัก คุณขายของไม่ได้ คุณไม่มีลูกค้า มีหนี้ หรือ กำลังจน คุณอยากเรียนนั่นเรียนนี่ที่คุณอยากเรียน แต่ไม่ได้สมใจ
ไม่ต้องอายหรอกค่ะ ทุกคนล้วนผ่านสถานการณ์เหล่านั้นมาทั้งสิ้น ไม่มากก็น้อย คนที่สำเร็จล้วนผิดหวัง เสียใจในชีวิตมาก่อน
แต่สิ่งที่ต่างกันคือคนที่สำเร็จไม่ยอมแพ้ในโชคชะตาหรือสิ่งต่างๆเหล่านั้นที่คนอื่นเชื่อว่าเป็นโชคร้าย
เช่น ลีโอเนล เมสซี่ เกิดมาตัวเล็กมาก ซึ่งเสียเปรียบในการเล่นฟุตบอลแต่เขาก็พลิกข้อเสียเปรียบนี้ ให้เป็นข้อได้เปรียบ
จากการที่เขาเตะบอลโดยใช้เทคนิคเฉพาะตัว และการที่เขาตัวเล็ก ทำให้เขาคล่องตัวในการหลบหลีก

การแคร์สายตาคนรอบข้างไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมนุษย์ล้วนเป็นสัตว์สังคม เราต้องการการยอมรับทั้งสิ้น เหนือไปจากเงินทองและการมีชีวิตอยู่
อับราฮัมมาสโลว์กล่าวว่าการยอมรับตัวเองและความเข้าใจตัวเองเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการขั้นสุดแล้ว
ดังนั้น ถ้าคุณสามารถยอมรับตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็นได้แล้ว โดยสนใจเสียงรอบข้างที่มีความหมาย
ต่อตัวเราจริงๆ คุณจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะมาก

เช่น พี่เคยโดนเหน็บว่า กลัวมือตกเหมือนพี่มุ่ยจังเลย น้องไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ชีวิตคนเราแตกต่างกัน
เจอเรื่องแตกต่างกันผลลัพธ์จึงแตกต่างกัน พี่เจอเรื่องที่แย่ๆมามาก เพราะฉะนั้นวันนี้พี่จึงยิ้มรับกับโชคชะตาได้
และพี่คิดว่าความพยายามกลับไปเป็นดังเดิมนั้น มันใช้ไม่ได้ผล เพราะเราต้องมองไปที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อดีต หรืออนาคต
ปัจจุบันเราทำดีที่สุดหรือยัง

บางครั้งการแคร์สายตาคนอื่นๆมากเกินไป ทำให้เราต้องทำ ในสิ่งที่กรอบกำหนดขึ้นมา
รากฐานของตัวเรา จึงไม่ใช่ตัวเราอย่างแท้จริง แต่เป็นใครสักคนที่ถูกหล่อหลอมด้วยสื่อ โซเซียล และเสียงรอบข้าง
ลองถามใจตัวเองไหม ว่าจริงๆแล้ว…

คุณอยากวาดอะไร?มันใช่สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้หรือเปล่า?
ถ้าใช่ ยินดีด้วยค่ะ

พี่มุ่ย