การวาดรูปเป็นพื้นฐานในงานศิลปะทุกชนิด มันไม่เกี่ยวว่าคุณจะเป็นศิลปิน,นักพิมพ์ภาพหรือประติมากร การวาดรูปเป็นเพียงกระบวนการหนึ่ง ดังนั้น เราทั้งหมดได้รับผลประโยชน์จากการปรับปรุงผลงานวาดรูปเรา เราคิดว่าถ้าเรานั้นซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เราต่างอยากที่จะพัฒนาขึ้นทั้งสิ้น ถึงแม้เราจะมีทักษะที่สูงแล้วก็ตาม

สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับการวาดภาพนั่นก็คึอบางคนคิดว่ามันคือพรสววรรค์และเราถูกจำกัดทักษะเอาไว้ และเมื่อเราถึงจุดนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะพัฒนาได้อีก เราหาข้อแก้ตัวว่าทำไมเราถึงไม่สามารถวาดรูปได้ดี เชื่อเราสิเพราะเราเคยได้ยินมาหมดแล้ว

พูดจริงๆแล้ว การวาดเป็นทักษะที่ต้องการความรู้นิดหน่อยและบางครั้งก็การฝึกที่ปริมาณมากๆ เรารู้ว่าคุณได้ยินสิ่งเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่มันควรที่จะย้ำ ไม่มีเพดานที่คุณจะสามารถพัฒนาไปได้

ปัญหาก็คือเราหลายคนไม่รู้ว่าทำยังไงถึงจะปรับปรุงผลงานวาดของเราได้ เราอาจจะยอมรับว่าการวาดภาพเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้ เราแค่ไม่รู้วิธีที่จะเรียนรู้มันเท่านั้นเอง

บางคนก็ไป youtube เพื่อดูผ่านทะเลของวีดีโออันมหาศาลที่สอนเราเกี่ยวกับแนวคิดหรือแสดงให้เราเห็นการตีความหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง คนเหล่านี้มักหยิบบางอย่างที่”ติดแน่น”และสามารถประยุกต์กับงานของเขาได้ แต่หลายๆครั้งเขาก็รู้สึกหมดกำลังใจไปซะอย่างนั้น โดยไม่มีทิศทางที่แน่นอนชัดเจน

ความจริงคือการเรียนรู้ที่จะวาดภาพนั้นมันเป็นลำดับขั้น ถ้าการวาดรูปเรียนรู้เป็นลำดับขั้นแล้ว ดังนั้นแนวคิดที่จะสร้างขึ้นมาในแต่ละส่วนนั้นดูเป็นไปได้ และถ้าเราเรียนรู้แนวคิด ในรูปแบบ”ทีละนิดทีละชิ้น”โดยไม่เรียงลำกับ มันเป็นการยากดีที่จะเข้าใจว่าทั้งหมดลงตัวกันได้อย่างไร.

คิดถึงวันแรกๆของการเรียนเลขของคุณสิ เราแน่ใจว่าคุณเรียนรู้แนวคิดของการบวกก่อนคุณจะเรียนลบ เพราะเราก็เรียนแบบนั้น คุณลองจินตนาการว่ามันจะยากแค่ไหนถ้าคุณเรียนลบก่อนจะเรียนบวก นั่นมันเป็นไปไม่ได้ คุณต้องเรียนบวกก่อนจะเข้าใจลบ

learningissequential

การเรียนรู้ที่จะวาดก็เหมือนกัน ถ้าแนวคิดนั้นถูกสอนโดยไม่มีลำดับชัดเจน ดังนั้นการปรับปรุงผลงานของคุณนั้นสับสนและไม่อาจจะเข้าใจได้

การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อมันเรียนเป็นลำดับ มันมีความสมเหตสมผลที่การพัฒนาการวาดก็ต้องเรียนเป็นลำดับขั้นด้วย

จำชั้นเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ไหม อย่างที่บอกคือคุณเรียนบวกก่อนลบ การฝึกฝนก็คือการทำให้แนวคิดเป็นการปฎิบัติ

การพัฒนาทักษะการวาดของคุณให้สุดยอดนั้นจำเป็นต้องอาศัยเวลา ความอดทน และการฝึกฝน แต่ข่าวดีก็คือเราสามารถเห็นพัฒนาการอย่างชัดเจนในเวลาระยะสั้นถ้าเราเลือกที่จะเรียนแบบเป็นลำดับในการฝึกของเรา

เราอยากจะแบ่งปันวิธีฝึกวาดรูปภายใน 6 วัน เพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจนในทักษะการวาดของคุณ แน่นอนอย่าคิดว่าคุณจะเก่งเป็นมืออาชีพได้ภายในสัปดาห์เดียว แต่คุณต้องสังเกตพัฒนาการอย่างชัดเจนในภาพวาดของคุณหลังจากตอนนี้ ให้เวลาชั่วโมงถึงสองชั่วโมงต่อวันในการที่จะรับประสบการณ์นี้ให้ได้มากที่สุด จำไว้ว่านี่คือแบบฝึกหัดที่คุณต้องฝึก เหมือนกับปัญหาทางคณิตศาสตร์ แต่ว่ามันสนุกและน่าสนใจกว่ามาก

เราแนะนำว่าก่อนคุณจะเริ่มประสบการณ์นี้ ให้สร้างภาพวาดจากการสังเกตวัตถุ มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณชอบ ต้อแน่ใจว่ามันไม่ง่ายไปหรือยากไป ทำให้ดีที่สุดแล้วก็เอามันไปวางไว้ที่อื่น อย่าไปมองภาพจนกว่าคุณจะทำแบบฝึกหัดด้านล่างสำเร็จ

วันที่หนึ่ง – แนวคิด

คนหลายคนเข้าใจผิดว่าการวาดนั้นเกี่ยวกับมือเป็นส่วนใหญ่ และในขณะที่การวาดเส้นนั้นสำคัญกับมือของเราด้วย มันไม่ใช่ที่ๆเวทมนตร์เกิดขึ้น  การวาดนั้นเกิดขึ้นระหว่างหูคุณ นั่นก็คือ”สมอง” มันเกี่ยวกับว่าจิตของคุณมีกระบวนการรับรู้โลกอย่างไรและคุณจะสื่อสารและเข้าใจมันได้อย่างไรบนพื้นผิวราบเรียบ ดังนั้นมันจะดีกว่าถ้าหากเราได้ฝึกจิตของเราให้รับรู้สิ่งที่ตาเราเห็นจริงๆ

ถ้าคุณเคยเป็นส่วนหนึ่งของคลาสศิลปะมาก่อน ดังนั้นคุณอาจจะเคยได้ยินครูพูดว่า “วาดในสิ่งที่คุณเห็น” มันฟังดูง่ายเพียงพอ(สมมติว่าคุณรู้ว่าคุณกำลังหาอะไร) แต่คุณไม่เข้าใจว่าคุณกำลังหาอะไรดังนั้นคุณจะวาดมันได้อย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมองซีกซ้ายของเราบอกเราว่าวัตถุที่เราวาดอยู่นั่นมันคืออะไร เราพยายามที่จะนึกวิธีการที่จะวาดสิ่งนั้นและสร้างสิ่งที่”คล้ายๆ”กับสิ่งนั้นแต่ดูไม่เหมือนมันเลย แล้วเราก็ไม่รู้เลยว่าทำไมเราวาดไม่เหมือนวัตถุนั้น เราอาจจะพูดอะไรบางอย่างเช่น “ชั้นไม่สามารถวาด (ไอ้นี่)ได้หรอกนะ” หรือ “ชั้นหวังว่าจะวาด(ไอ้นี่)ได้”

howdrawingworks

ปัญหาตรงนี้ก็คือ สมองซีกซ้ายของเรามาขวางทาง อย่าเข้าใจเราผิด สมองซีกซ้ายของเรานั่นเจ๋ง(เราคิดเลขไม่ได้ถ้าไม่มีมัน) แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะรับข้อมูลจากตาของเราก่อนที่มันจะถึงสมองซีกซ้ายดังนั้นเราจึงเข้าใจในสิ่งที่เราสามารถวาดจริงๆ

เรามองเห็นโลก เป็นคอลเลคชันของ เส้น,รูปร่าง,สี,รูปทรง,น้ำหนักสีและผิวสัมผัส แบบนามธรรม สมองของเราได้รับข้อมูลเหล่านั้นและมีเหตุผล เมื่อเราวาดภาพของเรา เราใช้สิ่งเหล่านี้ในการสร้างภาพลวงตา เราจัดเส้น,รูปร่าง,สี,รูปทรง,น้ำหนักสีและผิวสัมผัสบนพื้นเรียบและเมื่อเราจัดมันตามที่ตาของเราเห็นมันไม่ใช่สมองเราเข้าใจมัน ดังนั้นเราจึงประสบความสำเร็จ นี่คือความหมายของคำว่า วาดในสิ่งที่เห็น

shortcircuitbrain

ดังนั้นเราต้องการที่จะเริ่มวันแรกโดยการฝึกจิตของเราให้เห็นรูปทรงนามธรรมก่อน ในการที่จะทำสิ่งนี้ เราต้องการลัดวงจรสมองซีกซ้ายและไม่ให้มันนำเราไปผิดทาง

บางทีคุณอาจจะเคยได้ยินหนังสือ “วาดเก่งเรื่องกล้วย วาดด้วยสมองซีกขวา” ของสำนักพิมพ์ขวัญข้าว หรือ  drawing from the right side of the brain เราชอบชื่อหนังสือเพราะมันมีสองความหมาย เราวาดอย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้สมองซีกขวา แต่มันก็เป็นสมองซีกที่ถูกที่จะใช้ มันเป็นหนังสือสอนวาดรูปที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง บทเรียนที่นิยมอย่างมากในหนังสือเล่มนี้ได้แก่การวาดภาพกลับหัว เมื่อเราทำสิ่งนี้ เราได้ลัดวงจรของสมองซีกซ้ายของเราแล้ว เพราะว่าภาพนั้นกลับหัว มันทำให้เราจำรูปต้นแบบไม่ได้ว่าเป็นรูปอะไร ดังนั้นเราจึงโฟกัสที่เส้น,รูปร่างและอื่นๆ ที่เราได้สังเกต ผลลัพธ์ก็คือคุณได้ก็อปปี้ในสิ่งที่คุณสังเหตด้วยดวงตาของคุณลงบนพื้นผิวที่ใช้วาดรูป

แบบฝึกหัดแรกก็คือ การใส่คุณเข้าไปในโหมดของการมองเห็น สำหรับแบบฝึกหัดแรก สังเกตกล่องแรกและหากล่องในแถวที่มีการจับคู่กันได้ คุณไม่ต้องทำแบบฝึกหัดการวาดตอนนี้ แบบฝึกหัดนี้ใช้เวลาแค่นาทีสองนาทีในการทำเสร็จ และมันจะทำให้คุณคิดเป็นภาพมากขึ้น

exercise1

แบบฝึกหัดที่สองนั้นเป็นแบบฝึกหัดตรงๆและนำไอเดียมาจากแบบฝึกหัดที่หนึ่งที่เราได้พูดถึงใน “วาดเก่งเรื่องกล้วยวาดด้วยสมองซีกขวา” ในแบบฝึกหัดนี้ ลองสังเกตเส้นนามธรรมและรูปร่างในกล่องหนา และก็อปปี้ในสิ่งที่คุณเห็นในกล่องนั้นข้างๆกล่อง เพราะว่าเส้นเป็นเส้นนามธรรมและไม่มีหัวข้อไหนที่ระลึกออกได้เลยจากความเป็นจริงดังนั้นคุณถูกบังคับให้วาดในสิ่งที่คุณเห็น

exercise2

เพราะว่า”มนตร์”ของการวาดภาพนั้นเกิดขึ้นในสมองของเราไม่ใช่บนกระดาษ ดังนั้นเราสามารถฝึกวาดรูปโดยไม่ต้องใช้เส้นเลยด้วยซ้ำ ใช่ คุณอ่านถูกแล้ว เราก็ฝึกสมองเราตรงนี้

แบบฝึกหัดที่สามของคุณในวันแรกนั้นก็คือ การมองโลกรอบๆคุณและสังเกตเส้นที่คุณเห็น จินตนาการว่าวาดวัตถุรอบๆ เปรียบเทียบขนาดและรูปร่าง สังเกตว่าเส้นเริ่มตรงไหนและจบตรงไหน แม้แต่การชี้นิ้วออกมาและลากสิ่งที่คุณเห็น จินตนาการสิ่งที่คุณเห็นและให้กิจกรรมนั้นเกิดขึ้นในจิตใจของคุณ

ใช้เวลาดีๆกับสิ่งนี้อาจจะ 20 นาทีหรือมากกว่า คุณอาจจะรู้สึกว่างี่เง่าในตอนแรก แต่การวาดรูป คือการมองเห็นและถ้าเราไม่ใช้เวลาในการฝึกให้จิตเรามองเห็น เราก็จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆในการวาดรูปของเรา

อ้างอิง

Improve Your Drawing Skills in 6 Days